นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF CNBLUE&SNSD] Someone is you [100%]

"เพื่อน" คือคำที่ทำให้ผมกลายเป็นผู้ชายขี้ขลาด "เพื่อน" คือคำที่ทำให้ผมไม่สามารถพูดหลายๆอย่างที่รู้สึกออกไปได้ และสุดท้ายมันก็กลายเป็นคำที่ผม "เกลียด" โดยไม่รู้ตัว...

ยอดวิวรวม

1,372

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


1,372

ความคิดเห็น


26

คนติดตาม


28
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 3
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  29 มี.ค. 57 / 00:20 น.
นิยาย [SF CNBLUE&SNSD] Someone is you [100%]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


 
 

Writer talk

มาแล้วจ๊า สำหรับช็อทฟิคภาคต่อของ Little star & Poppular moon ที่ตอนจบจบเอาไว้แบบอึนๆมึนๆงงๆ

รอกันนานมั้ยเอ่ย? 555 ความจริงไรเตอร์แต่งจบไว้นานแล้วค่ะ แต่ดองเอาไว้ไม่ได้อัพเองแหละ อิอิ

บทสรุปของเพื่อนรัก ที่รักเพื่อนคู่นี้จะเป็นยังไง ไปอ่านในเรื่องกันเลยค่ะ!

สำหรับคนที่อยากอ่านพาร์ทแรกติดตามได้ที่ลิ้งค์ด้านล่างค่ะ

>>> http://my.dek-d.com/smallbuf/writer/view.php?id=1100312 <<<

 ข้อความที่ต้องการจะให้ขึ้นเมื่อชี้ลูกศร  ข้อความที่ต้องการจะให้ขึ้นเมื่อชี้ลูกศร



 ข้อความที่ต้องการจะให้ขึ้นเมื่อชี้ลูกศร

 

f(x) - Goodbye Summer (ft. EXO's D.O)

         Thank You


เนื้อเรื่อง อัปเดต 29 มี.ค. 57 / 00:20










[SF Jonghyun – Taeyeon]

Someone is you



이름 어느새 미워진 이름

ชิน กู รา นึน อี รึม ออ นือ แซมี วอ ชิน อี รึม

คำว่า เพื่อนกลายเป็นคำที่ฉันเกลียดโดยที่ไม่รู้ตัว

 

감추던 감정은 지금도 아픈 비밀의 기억일

กัม จู ดอน กัม ชอง งึน ชิ กึม โด อา พึน พี มิล เอ กิ ออก อิล ปุน

ความรู้สึกที่ต้องเก็บซ่อนไว้ แม้แต่ในตอนนี้.... มันยังเป็นความลับที่แสนปวดร้าว

 

우리 사인 정리할 없는 사진

อู รี ซา อิน ชอง รี ฮัล ซู ออพ นึน ซา จิน

ได้แต่มองดูรูปถ่ายที่ไม่อาจบอกได้ถึงความสัมพันธ์ของเรา

 

보면 가슴 아린 Story

โพ มยอน กา ซึม อา ริน

มันช่างเป็นเรื่องราวที่แสนเจ็บปวด

 

I’m sorry 여름아 이젠 Goodbye Yay-Yeah

I’m sorry ยอ รึม มา อี เจน  Goodbye

ขอโทษนะ ฤดูร้อน ตอนนี้คงต้องลาก่อน....

F(x) ft. D.O.(EXO) - Goodbye summer




หลังจากเสร็จงานเล่นดนตรีที่ผับผมลากสังขารตัวเองเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสองของบ้านและตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง  ในหัวมีเพียงแค่ภาพของเตียงนุ่มๆที่รอคอยการกลับมาของผมอยู่ในห้อง  แต่แล้วความง่วงก็มลายหายไปหมดทันทีเมื่อผลักเปิดประตูออกและสายตาหันไปปะทะเข้ากับกรอบรูปอันบักเอ๊กที่แขวนเด่นเป็นสง่าอยู่บนฝาผนังห้องนอนตัวเอง

.........ผมจำได้ว่าเคยโยนมันเข้าห้องเก็บของไปตั้งหลายปีแล้วนิ ทำไมอยู่ๆวันดีคืนดีมันถึงได้กลับมาโผล่อยู่บนผนังห้องนอนผมได้ล่ะ! ในห้องนี้มันต้องมีพลังงานบางอย่างสิงสถิตอยู่แน่ๆ!

ตึ่งโป๊ะ!  ตลกจัง ช่วยกันขำหน่อยเร็ว!

            “แม่! แม่ ใครเอารูปนี้มาแขวนในห้องผมเนี้ย!

ผมตะโกนเสียงดังลั่นบ้าน เรียกให้แม่เดินออกจากห้องครัวมายืนมองผมที่ตีนบันไดพร้อมกับสีหน้าที่เหมือนกับการบอกผมกลายๆว่า “ถ้ายังไม่หุบปากอาจมีของแข็งหลุดออกจากมือแม่ลอยมากระแทกหัวผมก็เป็นได้”

            “แม่เจอในห้องเก็บของ เห็นว่าเป็นรูปถ่ายรวมรุ่นของแกตอนจบม.ปลายเลยเอามาติดไว้ให้”

            “โฮ่แม่! ไม่ถามผมซักคำเลยนะ”

            “ถ้าไม่ชอบก็เอาออกซะสิยะ โวยวายเป็นเด็กอนุบาลไปได้”

แม่พูดก่อนจะเดินกลับเข้าไปในครัว  ปล่อยให้ผมยืนมองภาพถ่ายชวนสะเทือนใจนั่นอย่างเดียวดาย  ใช่ ก็อย่างที่แม่ของผมบอกนั่นแหละ มันเป็นภาพถ่ายรวมรุ่นของผมตอนจบม.ปลาย  ผมก้าวเข้าไปในห้องนอนและสาวเท้าไปไปใกล้ๆภาพนั่น ใช้เวลากวาดตามองซักพักก็เจอตัวเองตอนอายุสิบแปดกำลังยืนฉีกยิ้มกว้างอยู่ในกลุ่มนักเรียนแถวบนสุด......หล่อเสมอต้นเสมอปลายดีแฮะเรา

           

            ครืดๆ....


สมาร์ทโฟนที่สั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงยีนเป็นสัญญาณว่ากำลังมีคนโทรเข้าทำให้ผมต้องหยิบมันออกมาดูก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากันจนผูกเป็นปมแน่นเมื่อพบว่าชื่อที่โชว์อยู่บนหน้าจอว่าเป็นสายที่โทรเข้าคือชื่อของ “จองยงฮวา” เพื่อนสนิทและหัวหน้าวงดนตรีที่ผมเป็นสมาชิกอยู่ตอนนี้  หมอนี่จะไม่โทรมาเด็ดขาดถ้าไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายหรือเรื่องใหญ่ระดับชาติ

            [ไฮ!]

            “ไฮ พ่อง มีอะไรก็รีบว่ามา”

ผมพูดเสียงห้วนอย่างหมั่นไส้น้ำเสียงร่าเริงจนเกินพอดีของมันสุดๆ

            [ไรวะ ไปกินรังแตนมาจากไหนเนี่ย]

            “เฮอะ!

            [ฉันจะโทรมาถามว่างานเลี้ยงรุ่นพรุ่งนี้แกจะไปรึเปล่า]

            “ไม่!

ผมตอบโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดด้วยซ้ำ  แค่เห็นรูปถ่ายตอนจบม.ปลายยังแสลงใจขนาดนี้ อย่าให้พูดถึงงานเลี้ยงลงเลี้ยงรุ่นบ้าบอคอแตกอะไรนั่นเลย

            [ฉันเสียใจจริงๆนะเว้ย ที่จะต้องบอกแกว่าแกต้องไปวะ]

            “อะไรนะ?”

            [จำซอฮยอนที่เป็นหัวหน้าห้องเราได้มั้ย]

            “จำได้ก็คนที่แกตามตื้อมาตั้งแต่ปีหนึ่งแต่จนแล้วจนรอดก็จีบไม่ติดไง”

            [เฮ้! อย่ามารื้อฟื้นความหลังได้มั้ยวะ!]

ยงฮวาตะคอกกลับมาอย่างฉุนๆ  ก่อนจะเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเป็นการเป็นงานมากขึ้น

            [ซอฮยอนโทรมาขอให้ฉันช่วยหาวงดนตรีไปเล่นในงาน  ฉันเห็นว่ามันเป็นโอกาสทีเราได้ได้โปรโมตวงของเราไปด้วยก็เลยอาสาว่าจะขึ้นเล่นเอง  ฉันโทรไปบอกจองชินกับมินฮยอกแล้ว  เหลือแค่แกนี่แหละ]

ชื่อของรุ่นน้องอีกสองคนในวงถูกเอ่ยออกมาเพื่อสร้างความกดดันให้ผม  ฝันไปเถอะว่าแค่นี้จะทำให้คนอย่างลีจงฮยอนสะทบสะท้าน!

            “ไม่ไป”

            [เฮ้ย!]

            “ฉัน.....ปวดหัวอยากนอนพักอยู่บ้าน วงเราก็มีแกเล่นกีต้าร์อยู่แล้วทั้งคนขาดฉันไปคนเดียวไม่เป็นไรหรอก”

            [ถุย! ปวดหัวหรือปวดหัวใจกันแน่วะ]

            “ไอ้ยงฮวา!

            [ฉันไม่ได้กำลังขอร้องแต่กำลังสั่งแกในฐานะหัวหน้าวง  ถ้าพรุ่งนี้แกไม่มาก็เตรียม.........ติ๊ด!]

ผมกดตัดสายทิ้งก่อนที่ยงฮวาจะพ่นคำด่าบวกข่มขู่กลายๆออกมาอย่างที่มันเคยขู่มาแล้วเป็นสิบๆรอบแต่ไม่เคยทำจริงซักรอบ  ผมหันกลับไปให้ความสนใจกับรูปถ่ายตรงหน้าอีกครั้งก่อนจะรู้สึกเหมือนหัวใจเต้นแรงผิดจังหวะขึ้นมาเมื่อเหลือบไปเห็นข้อความสั้นๆที่เขียนอยู่ตรงมุมกรอบรูป

 

“จงฮยอน – แทยอน เพื่อนกันตลอดไป!

 
 

.......ผมละเกลียดมันชะมัด ไอ้คำว่าเพื่อนเนี่ย!

 

 

            ถ้าถามว่าทำไมผมถึงไม่อยากไปงานเลี้ยงรุ่นนั่นนัก  ก็คงต้องเท้าความกันไกลหน่อย  อาจจะซักราวๆห้าปีก่อนได้ล่ะมั้ง   ผมตอนอายุสิบแปด  กำลังเรียนม.ปลายปีสุดท้ายและใกล้จะจบการศึกษาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า  นัดรวมตัวกับเพื่อนห้องเดียวกันที่ร้านคาราโอเกะเพื่ออำลาชีวิต ม.ปลาย  เราสั่งเบียมาดื่มกันนิดหน่อย(ความจริงมันก็ไม่นิดหรอก)  แล้วไอ้บ้าซักคนที่เห็นว่างานเริ่มกร่อยและอยากให้พวกเรามีอะไรทำกันมากกว่านั่งดื่มและร้องคาราโอเกะก็เสนอให้เล่นเกมส์ความลับ  กฎของเกมส์ความลับที่พึ่งถูกคิดขึ้นมาสดๆร้อนๆคือเราจะสุ่มเลือกเลขที่ของคนในห้องมาหนึ่งเลขที่  คนที่ถูกเลือกจะต้องบอกความลับของตัวเองหนึ่งข้อ และถ้าคนอื่นๆในห้องคิดว่ามันไม่น่าสนใจ คนๆนั้นจะต้องถูกลงโทษด้วยการดื่มเหล้าที่ผสมมั่วๆหนึ่งแก้ว

            แล้วโชคร้ายของผมมันก็เริ่มขึ้น....

            “เลขที่ 13!

ใครบางคนตะโกนเสียงดังลั่น  ผมที่กำลังกึ่มๆได้ที่หลังจากซดเบียร์ไปหลายแก้วใช้เวลาประมวลผลอยู่นานว่าใครชื่อเลขที่ 13 ชื่อช่างประหลาดดีแท้ จนกระทั่ง

            “เลขที่แกน่ะ!

คิมแทยอนสะกิดผมพร้อมกับรอยยิ้มซุกซนที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้าราวกับผมพึ่งบอกไปว่าวันนี้ตัวเองใส่กางเกงในสีอะไร  ผมหันกลับไปมองเธอด้วยสีหน้ามึนๆ แทยอนเป็นผู้หญิงตัวเล็กน่ากอด  ไว้ผมยาวสีดำขลับตัดกับผิวขาวเนียนละเอียดและริมฝีปากอิ่มสีแดงสดที่ทำให้นึกถึงเจ้าหญิงสโนไวท์ในนิทาน

            “เร็วดิจงฮยอนรีบบอกความลับของแกมาซะดีๆ”

ไอ้ยงฮวาที่กำลังเมาได้ที่เช่นกันเร่งผมด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้  แอลกอฮอล์ที่ไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดสั่งให้ผมฉีกยิ้มหวานก่อนจะหันไปมองแทยอนที่นั่งอยู่ข้างๆ แล้วความขาดสติเพราะเบียที่ซดเข้าไปหลายแก้วก็ทำให้ผมพลั้งปากพูดสิ่งที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิตออกไป

            “ฉันชอบเธอ คิมแทยอน”

เสียงโห่จากพวกเพื่อนขี้เมาดังกระหึ่มขึ้นรอบตัวพวกเรา  ในขณะที่แทยอนดูจะเหวอๆ หน้าของเธอเปลี่ยนไปเป็นสีแดงก่ำเหมือนลูกมะเขือเทศ  จนถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่แน่ใจว่าที่เธอหน้าแดงนั่นมันเป็นเพราะเธอกำลังเขินหรือโกรธจนแทบคลั่งกันแน่

........เคยได้ยินมั้ยว่าคำพูดที่น่าเชื่อถือที่สุดคือคำพูดของคนเมา ความขาดสติเพราะพิษของแอลกอฮอล์จะทำให้เราทำหรือพูดสิ่งที่อยู่ในก้นบึ้งของหัวใจออกมาโดยไม่สนสถานะภาพหรือความสัมพันธ์

            ปิ๊งป่อง!  ผมกำลังจะบอกคุณว่าผมชอบแทยอนจริงๆไม่ใช่แค่ปากพล่อยพูดไปเพราะเมาไงล่ะ! แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ดูเหมือนยัยตัวเล็กนี่จะไม่คิดแบบนั้นน่ะสิ....

            “เฮงซวย!

ยัยนั่นตะโกน  มือขาวๆที่ทุบลงบนโต๊ะดังปังอย่างเดือดจัดทำให้เสียงโห่ฮาของพวกเพื่อนๆเงียบกริบลงทันที  แทยอนวิ่งออกไปจากร้านโดยไม่สนใจเพื่อนๆหลายๆคนที่พยายามห้าม  ผมที่สร่างเมาเป็นปลิดทิ้งวิ่งตามออกไปทันที  ในที่สุดผมก็ตามเธอทันและคว้าข้อมือเรียวเล็กนั่นเอาไว้ได้ตอนที่แทยอนกำลังจะหนีขึ้นแท็กซี่กลับบ้าน

            “แทฉัน....”

 
 

            เพี๊ยะ!



ประโยคที่กำลังจะเอ่ยออกมาถูกลบหายเกลี้ยงออกไปจากหัวทันทีเพราะฝ่ามือเรียวเล็กที่ฟาดลงมาบนแก้มของผมเต็มแรง  นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตทีผมโดนตบหน้าและมันเจ็บเป็นบ้า  แต่ก็ยังไม่เจ็บเท่ากับตอนที่แทยอนหันกลับมามองผมพร้อมกับใบหน้าที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา.....เธอกำลังร้องไห้........เพราะผม

            “ล้อเล่นกับความรู้สึกคนอื่นมันสนุกมากรึไง!

เธอตะคอกมือเรียวสองข้างกำเข้าหากันแน่นจนเล็กยาวๆแทบจะจิกเข้าไปในเนื้อ

            “ฉันไม่ได้ล้อเล่น!

            “ถ้างั้นแกก็บอกฉันสินว่าแกชอบฉัน  ที่พูดเมื่อกี้มันเป็นเรื่องจริงไม่ใช่แค่เพราะความปากพล่อย”

แทยอนดูเหมือนจะกำลังโกรธจนตัวสั่นเมื่อผมเอาแต่เงียบ  ตลอดสามปีที่รู้จักกันมาผมรู้ว่าแทยอนไม่ได้คิดกับผมแค่เพื่อน  บนใบหน้าสวยๆนั่นมันแทบจะปกปิดความรู้สึกอะไรเอาไว้ไม่ได้เลยด้วยซ้ำ  แต่แทนที่จะรู้สึกว่ามันน่ารำคาญเหมือนที่รู้สึกกับผู้หญิงคนอื่นๆ ผมกลับคิดว่าที่แทยอนทำมันดูน่ารัก  ผมชอบเวลาที่เธอแอบหันมามองผมในคาบคณิต  และรับหันกลับไปพร้อมกับแก้มแดงๆเวลาเราเผลอสบตากัน  ชอบท่าทางดีอกดีใจจนออกนอกหน้าของเธอเวลาที่อาจารย์ประกาศว่าผมสอบได้คะแนนท็อปของชั้นทั้งๆที่มันไม่ใช่เรื่องของเธอเลยซักนิด  แต่พอจะให้พูดว่าชอบเธอหรือเปล่ามันกลับรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งๆไหลจากอกข้างซ้ายขึ้นมาจุกอยู่ในลำคอจนทำให้พูดอะไรไม่ออก

            “ฉัน....”

.....เราเริ่มต้นมาจากคำว่าเพื่อน  และการก้าวไปอยู่ในฐานะอื่นมันกำลังทำให้ผมกลัว

            “ฉันขอโทษ”

            “นั่นไงล่ะ....”

            “...”

            “ฉันบอกแล้วว่าแกมันเฮงซวย!


.......ใช่ ผมน่ะมันผู้ชายเฮงซวยของแท้เลยล่ะ














 

เช้าวันต่อมาผมไปโรงเรียนพร้อมกับรอยแดงเป็นปื้นรูปฝ่ามือบนแก้ม  ผมจะหันไปทำตาขวางหรือไม่ก็ชูกำปั้นใส่พวกที่หันมามองอย่างสอดรู้สอดเห็นและพยายามมาถามว่าผมเป็นอะไร  โดยเฉพาะไอ้ยงฮวาที่ทำหน้าเหมือนสงสารแต่ก็ยังไม่ยอมหยุดขำ เพราะมันรู้ดีที่สุดว่าผมได้ไอ้รอยฝ่ามือนี่มายังไง...

            คาบแรกของวันดำเนินไปอย่างอึดอัดจนแทบอยากจะกลั้นใจตายเพราะแทยอนที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆไม่ยอมปริปากพูดกับผมซักคำ  เสียงของอาจารย์ที่กำลังสอนอยู่หน้าชั้นไหลเข้าหูซ้ายก่อนจะทำลุออกทางหูขวาของผมโดยไม่เหลืออะไรติดอยู่ในสมองเพราะเรื่องของแทยอนที่เอาแต่วนเวียนอยู่ในหัว  คิมแทยอน  คิมแทยอน  และคิมแทยอน!

.........ในที่สุดความอดทนของผมมันก็หมดลงจนได้

            “นี่แกจะเป็นแบบนี้อีกนานมั้ย”

ผมใช้ปากกาลูกลื่นสะกิดเธอพร้อมกับพูดด้วยเสียงที่ไม่เบานักทั้งๆที่อาจารย์ยังสอนอยู่ จนทำให้แทยอนต้องหันมามองผมอย่างช่วยไม่ได้

            “บ้ารึไง! อาจารย์สอนอยู่นะเดี๋ยวก็ได้โดนกันทั้งคู่หรอก”

            “ก็แกไม่ยอมคุยกับฉันนิ!

ผมเริ่มใช้เสียงดังขึ้นเรื่อยๆตามระดับอารมณ์จนเพื่อนที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไปเริ่มหันมามอง

            “ฉันขอโทษที่ปากพล่อย กลับมาเป็นเหมือนเดิมเถอะนะ”

            “จะเหมือนเดิมไม่เหมือนเดิม ยังไงมันก็ไม่สำคัญสำหรับแกหรอก”

            “ใครบอก!

            “...”

            “แกสำคัญกับฉันมากนะแทยอน”

 
 

            ปัง!


เสียงไม้เรียวที่ฟาดลงบนตะเรียกให้ผมต้องหันกลับไปมองอาจารย์และกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อกเมื่อเห็นแววตาคมกริบหลังแว่นเลนส์หนาที่กำลังจ้องมาทางผมกับแทยอน

            “สารภาพรักกันเสร็จแล้วใช่มั้ย” อาจารย์

            “เปล่านะคะ!” แทยอน”

            “แฮะๆ” ผม

            “ออกไปยืนข้างนอก!

 







 

            “เพราะแก! เพราะแกคนเดียวเลยลีจงฮยอน!

แทยอนพูดเสียงรอดไรฟันในขณะที่เรากำลังยืนกระต่ายขาเดียวอยู่หน้าห้อง  ผมหันไปมองเธอด้วยสีหน้าเซ็งเกินคำบรรยาย

            “โทษฉันคนเดียวได้ไง แกเองก็ผิดเหมือนกันนั่นแหละ ทิฐิอยู่ได้แค่พูดกับฉันมันยากมากรึไง”

            “อ๋อนี่แกหาว่าเป็นความผิดฉันใช่มั้ย!

            “หรือไม่ใช่?”

            “แกมันไอ้บ้า!

            “ก็ติดเชื้อบ้ามาจากแกแหละ”

 

            ผัวะ!

แทยอนทำท่าเหมือนกำลังจะอ้าปากเถียงแต่ยังไม่ทันได้พูดไม้บรรทัดฟุตเหล็กของอาจารย์ก็ฟาดลงมาบนหัวของเธอแรงๆจนเจ้าตัวร้องจ๊าก

            “อะไรกันเนี่ยสองคนนี้โดนทำโทษทั้งคาบแล้วยังไม่เข็ดอีกเหรอ”

อาจารย์พูดก่อนจะเริ่มร่ายยาวเรื่องความสามัคคีและอีกหลายอย่างที่ถึงผมฟังไปก็เข้าหูซ้ายทะลุหูขวาอยู่ดี  ผมกับแทยอนแอบหันมามองหน้ากันก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆทุกครั้งที่อาจารย์เผลอ  ถึงมันจะดูแปลกๆไปหน่อยก็เถอะ แต่ตอนนั้นเราก็ดีกันได้เพราะแบบนี้แหละ

.......ก็ไม่รู้หรอกนะว่าทำไม ทั้งๆที่การโดนทำโทษเหมือนเด็กตัวเล็กๆมันดูเป็นเรื่องน่าอายแต่พอมียัยนี่มายืนรับกรรมอยู่ข้างๆเป็นเพื่อนมันดันกลายเป็นเรืองสนุกขึ้นมาซะอย่างนั้น...

            ผมชอบทุกวินาทีที่ได้อยู่กับแทยอน  ชอบเวลาที่เธอยิ้มจนตาปิด หัวเราะเพราะมุกฝืดๆของผมจนน้ำตาไหล  ชอบน้ำเสียงห้าวๆ ท่าเดินกร่างๆเหมือนนักเลงคุมซอย ชอบส่วนสูงต่ำกว่ามาตรฐานที่พอมายืนข้างๆผมแล้วเธอจะกลายเป็นยัยเตี้ยที่ต้องแหงนหน้าเวลาคุยกับผม  ชอบใบหน้าที่เปิดเผยความรู้สึกทุกอย่างในใจออกมาอย่างหมดเปลือก  ชอบทุกอย่างที่รวมกันแล้วกลายเป็น “คิมแทยอน” และอยากให้เราเป็นแบบนี้ตลอดไป จะในฐานะอะไรก็ช่าง



........แต่ก็นั่นแหละ คำว่าตลอดไปมันไม่เคยมีจริง

            และแล้ววันที่ผมเกลียดที่สุดมันก็มาถึงจนได้


วันที่พวกเราเรียนจบ.....


 

            พิธีจบการศึกษาเล็กๆถูกจัดขึ้นภายในโรงเรียนของเรา โดยในช่วงเช้าจะมีการมอบใบประกาศจบหลักสูตรให้กับนักเรียนปีสามที่เรียนจบในปีการศึกษานี้ และแน่นอนผมกับแทยอนก็เป็นหนึ่งในนักเรียนพวกนั้นด้วย  หลังจากจบพิธีในส่วนที่เป็นทางการ แทยอนที่หอบช่อดอกไม้ดอกโตเอาไว้ในอ้อมแขนวิ่งไล่กอดเพื่อนๆในห้องไปทั่วก่อนจะเริ่มร้องไห้อย่างหนักจนดวงตาเรียวเล็กแดงก่ำ ผมไม่รู้ว่าตัวเองควรจะดีใจรึเปล่าตอนที่แทยอนเดินมาหาและถูกเธอสวมกอดเอาไว้แน่น ร่างเล็กๆของเธอสั่นเทาอยู่ในอ้อมแขนของผมเพราะการร้องไห้ ก่อนเสียงนุ่มติดสะอื้นน้อยๆจะเอ่ยเสียงเบาจนแทบกลายเป็นกระซิบ...

            “นี่เป็นวันสุดท้ายแล้วนะ”


........ใช่มันเป็นวันสุดท้ายแล้ว







            ผมหลบออกมาขลุกอยู่ในสนามบาสจนเย็น  เสื้อนักเรียนที่ถูกรีดเรียบกริบสำหรับร่วมพิธีจบการศึกษาในตอนเช้าชายหลุดลุ่ยออกมานอกกางเกง แถมยังยับยู่ยี่ไปทั้งตัว บาสลูกแล้วลูกเล่าถูกผมโยนลงห่วงไม่หยุดราวกับจะเป็นการสั่งลาสนามที่อาจจะไม่มีวันได้กลับมาใช้อีก

            “ว่าแล้วว่าแกต้องมาอยู่ที่นี่”

เสียงเล็กแหลมที่ตะโกนเรียกจากข้างสนามทำให้ผมต้องหันไปมองเจ้าของร่างเล็กที่กำลังเดินตรงเข้ามาหา

            “แกลืมของเอาไว้น่ะ”

แทยอนพูดพร้อมกับยื่นหนังสือเล่มหนาเตอะมาให้  ผมรับมันมาแบบงงๆก่อนจะยิ่งงงหนักกว่าเก่าเมื่อพบว่ามันคือหนังสือชื่อ “ปู่สอนหลานรวยด้วยธุรกิจ SME” ผมหน้าตาเหมือนคนชอบอ่านหนังสือพวกนี้มากรึไงเนี่ย  แต่ยังไม่ทันได้ปฏิเสธแทยอนก็เข้ามาแย่งลูกบาสไปจากมือผมซะก่อน

            “สอนฉันเล่นบาสวมั่งดิ”

            “แกเนี่ยนะจะเล่นบาส?”

            “ใช่...แปลกตรงไหนไม่ทราบ”

            “ก็ไม่แปลกหรอก แต่เตี้ยๆอย่างแกขืนเล่นบาสจริงๆมีหวังโดนคนอื่นเหยียบตายคาสนาม”

            “ย๊า!

ยัยผู้หญิงขาสั้นตะโกนเสียงดังลั่น ก่อนจะเปลี่ยนปณิธานจากการเล่นบาสมาเป็นการไล่ขว้างลูกบาสใส่หัวผมแทน  เราวิ่งไล่กันในสนามอยู่สองสามรอบก่อนแทยอนจะเป็นฝ่ายหมดแรงจะล้มตัวลงนอนบนพื้นคอนกรีตแข็งๆแบบหมดสภาพ เรียวขาขาวๆที่โผล่พ้นออกมาจากกระโปรงนักเรียนสั้นๆของยัยนั่นทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ ก่อนจะหันไปคว้าแจ็กเก็ตจากกระเป๋านักเรียนตัวเองส่งไปให้เธอใช้ป้องกันอะไรๆที่อาจจะโผล่ออกมาทักทายโลกกว้างโดยไม่จำเป็น  ก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างๆเธอ

            “แป็บๆก็เรียนจบแล้วเนอะ รู้สึกยังกับพึ่งขึ้นม.ปลายแหนะ”

            “อือ”

ผมตอบพร้อมกับความรู้สึกหนักอึ้งในอกข้างซ้าย  ยัยตัวเล็กนี่พูดถูก เวลาผ่านไปเร็วเสมอ และเวลาของผมจะยิ่งเดินเร็วขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อได้อยู่กับแทยอน

....ทุกวินาทีสำหรับผมมันมีค่า


            “พ่อพึ่งบอกฉันเมื่อวาน”


.....และตอนนี้


            “ว่าจะส่งฉันไปเรียนต่อที่อังกฤษทันทีที่เรียนจบมัธยม”


.....ทุกอย่างมันกำลังจะจบลง


            “ก็ดีแล้วนี่ แกอยากไปเมืองนอกมาตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ”

ผมพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงแม้จะไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าตอนนี้ตัวเองรู้สึกยังไง  แต่ที่แน่ๆผมมั่นใจว่ามันไม่ใช่ความสุข.....

            “ไม่มีอะไรจะบอกฉันหน่อยเหรอ  นี่เป็นโอกาสสุดท้ายแล้วนะ”

            “...”

            “โอเค  งั้นฉันกลับล่ะ”

แทยอนพูดพร้อมกับยันตัวลุกขึ้นยืน  นั่นทำให้ผมต้องลุกขึ้นยืนตาม....ใช่ เธอพูดถูกนี่เป็นโอกาสสุดท้ายของนายแล้วลีจงฮยอน...

            “เดี๋ยว!

ผมตะโกนเรียก  นั่นทำให้แทยอนที่กำลังจะเดินหนีต้องหันกลับมามองผม  คิ้วเรียวของเธอขมวดมุ่นเข้าหากันจนผูกเป็นปมแน่นและสีหน้าดูเหมือนกำลังคาดหวังบางอย่าง

            “ฉัน....”

.....บอกไปเลยสิลีจงฺฮยอน  บอกไปว่านายรู้สึกยังไงกับเธอ

            “ฉันคิดว่าฉัน...”

แต่แล้วผมกลับพบว่าความกล้าของผมมันยังมีไม่พอ

            “....”

            “ฉันอยากบอกเธอว่า โชคดีนะ”

แทยอนเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น  ก่อนรอยยิ้มที่ดูเหนื่อยอ่อนที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นจะปรากฏขึ้นบนริมฝีปากบาง

            “นั่นไม่ใช่คำที่ฉันอยากได้ยินหรอกนะ”

เธอพูดก่อนจะหันหลับกลับและเดินจากไป  พร้อมกับบางอย่างในอกข้างซ้ายของผมที่ดูเหมือนจะถูกเจาะเป็นรูกลวงโบ๋และจากไปพร้อมกับเธอ  วินาทีนั้นเป็นวินาทีที่ผมได้ค้นพบความจริงสองเรื่องพร้อมๆกัน  เรื่องแรก.....ผมไม่ได้แค่ชอบแทยอน  แต่ผมรักเธอต่างหาก

.....และ มันสายไปแล้ว

 




 

            “เพื่อน” คือคำที่ทำให้ผมกลายเป็นผู้ชายปอดแหกและทำให้ผมต้องสูญเสียผู้หญิงที่เป็นทั้งเพื่อนสนิทและรักแรกไป  ห้าปีผ่านไปไวเหมือนโกหก  มีคนมากมายผ่านเข้ามาในชีวิตของผม  ผมคบกับผู้หญิงหลายคนแต่ก็ไม่เคยมีใครทำให้ช่องกลวงโบ๋ในอกข้างซ้ายของผมกลับมาเต็มเหมือนเดิมได้ซักที  และในวันที่ความสัมพันธ์ของเราจบลงก็ไม่เคยมีใครทำให้ผมรู้สึกเหมือนอยากร้องไห้ได้เหมือนวันที่แทยอนเดินจากไปเหมือนกัน....

 




 

 

숨기고 있던 오랜 비밀들 차라리

ซุม กี โก อิซ ดอน โอ แรน พี มิล ดึล ชา รา รี

ถ้าความลับที่เก็บซ่อนมานานถูกค้นเจอเข้า

 

들켰다면 너를 품에 안아줄텐데

ดึล กยอซ ดา มยอน นอ รึล พุม เม อัน นา จุล เทน เด

ฉันจะโอบกอดเธอไว้ในอ้อมแขนของฉันเอง

 

 
 

            “เฮ้ย! มัวยืนเหม่ออะไรอยู่วะ”

เสียงของไอ้ยงฮวาพร้อมกับฝ่ามือหนักๆที่ผลักให้ผมเดินไปข้างหน้าคือสิ่งที่เรียกให้ผมหลุดออกจากภวังค์ความคิดของตัวเอง  วันนี้คือวันที่วงของพวกเราต้องมาเล่นดนตรีในงานเลี้ยงรุ่นซึ่งถูกจัดขึ้นบนสนามกีฬากลางแจ้งของโรงเรียน  เวทีขนาดย่อมๆถูกตั้งขึ้นกลางสนาม  โต๊ะและซุ้มอาหารมากมายถูกตั้งเรียงรายจนเกือบเต็มพื้นที่ขนาดหนึ่งสนามฟุตบอล  ผมพยายามห้ามไม่ให้ตัวเองมองหาผู้หญิงตัวเล็กเจ้าของผิวขาวเหมือนพ่อกับแม่จงใจชงผงซักฟอกให้กินแทนนมในกลุ่มของเพื่อนเก่าที่เดินสวนกันไปสวนกันมา  แทยอนยังไม่มา  หรือไม่บางทีเธออาจจะไม่มาแล้วก็ได้  ยัยนั่นอยู่ไกลตั้งอังกฤษ  บางทีเธออาจยังไม่รู้ว่าวันนี้มีงานเลี้ยงรุ่น....

......ความจริงผมควรจะต้องดีใจสิ  ถ้าแทยอนไม่อยู่ในงานนั่นหมายความว่าผมจะไม่ได้เจอกับเธอที่เปรียบเสมือนกับสัญลักษณ์แห่งความขี้ขลาดของตัวเองเมื่อห้าปีก่อน  น่าแปลกที่ความรู้สึกของผมตอนนี้มันไม่ได้ใกล้เคียงกับคำว่าดีใจเลยซักนิด.......







 

            วงของเราขึ้นแสดงหลังจากครูใหญ่พูดเกริ่นเปิดงานจบ  เราเริ่มต้นกันด้วยการเล่นเพลงความหมายหวานๆ ทำนองซึ้งๆที่ยงฮวาเป็นคนแต่ง และเป็นตอนนั้นเองที่ใครบางคนก้าวเข้ามาในงาน....ใครบางที่ทำเอาผมถึงกับหายใจสะดุดและหัวใจเต้นแรงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว..

........5 ปีแล้วสินะที่เราไม่ได้เจอกัน  คิมแทยอน

            “เฮ้ย! ไอ้จงฮยอน”

ยงฮวากระซิบเสียงรอดไรฟันพร้อมกับกระทืบเท้าผมแรงๆเมื่อผมเอาแต่เหม่อจนลืมเล่นเพลงต่อไป ผมถอนสายตาออกจากแทยอนและกลับมามีสมาธิกับการเล่นดนตรีอีกครั้ง  เพลงต่อไปเป็นเพลง Goodbye summer ของวง F(x) ที่ผมเป็นคนเลือกเอามาเล่นโคฟเวอร์เพราะชอบความหมายของมันที่พูดถึงการแอบชอบเพื่อนตัวเองแต่จนกระทั่งวินาทีสุดท้ายที่ต้องจากกันเมื่อเรียนจบก็ยังไม่ได้บอกความในใจให้อีกฝ่ายรู้  ให้ตายเถอะ! ยังกับคนแต่งมาสอดแนมชีวิตผมเอาไปเขียนเพลงแนะ!

            ผมเริ่มต้นด้วยการเกานิ้วดีดกีต้าร์โปร่งออกมาเป็นจังหวะฟังสบายๆ ก่อนยงฮวาจะเปล่งเสียงนุ่มๆร้องท่อนแรกออกมา

            기억해 복도에서 떠들다같이 혼나던 우리

กี ออก แฮ บก โด เอ ซอ ตอ ดึล ดา  กัท ที ฮน นา ดอน อู รี ดุล

ยังจำได้ดีถึงเสียงพุดคุยเอะอะของเราสองคนที่ทางเดินในอาคารเรียน

벌서면서도 그리도즐거웠는지 알았어

พยอล ซอ มยอน ซอ โด เว คือ รี โด  ชึล กอ วอซ นึน จี อัล อัซ ซา

ฉันไม่รู้ว่าทำไมมันถึงได้สนุกนักแม้ในตอนที่เราถูกทำโทษ..........”

 





 

            หลังจากการแสดงของพวกเราจบลงพร้อมกับเสียงตบมืออย่างชื่นชมของพวกเพื่อนๆ ยงฮวาขอตัวไปทักทายเพื่อนเก่าที่ไม่ได้เจอกันมานาน  ส่วนจองชินกับมินฮยอกถึงจะไม่ได้จบ ม.ปลายจากที่นี่แต่เพราะความหล่อของพวกมันเลยทำให้ถูกพวกเทพีคานทองทั้งหลายลากไปแทะโลมตั้งแต่ก้าวลงจากเวที ผลสุดท้ายก็เลยเหลือแค่ผมที่ต้องมานั่งก้มหน้าก้มตาเก็บเครื่องดนตรีงกๆ

            “เพลงเพราะดีนะ”

ผมที่กำลังเก็บกีต้าร์ลงกระเป๋าสะดุ้งโหยงจนเกือบปล่อยกีต้าร์ตัวละหลายหมื่นในมือร่วงลงพื้น  ไม่ใช่เพราะผมตกใจหรือขวัญอ่อนอะไรหรอกนะ แต่เพราะผมจำได้ต่างหากว่านั่นมันเป็นเสียงของใคร

            “อ่อ....อาฮะ”

ผมรู้ว่ามันฟังดูโง่ๆสำหรับที่จะพูดกับรักแรกที่ไม่ได้เจอกันมานานตั้งห้าปีแบบนี้  แต่พอหันมาเห็นแทยอนและได้มองเธอใกล้ๆแบบี้ในหัวของผมมันก็ว่างเปล่าไปหมดเหมือนสมองถูกขโมยหายไปดื้อๆ  แทยอนสวมเสื้อยืดสบายๆกับกระโปรงมินิสเกิร์ตยีน  ใบหน้าหวานแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางๆพอเป็นพิธี  ผมยาวสีดำขลับถูกมัดรวบไว้ด้วยโบลายลูกไม้ ผมหน้าม้าที่ถูกปล่อยลงมาปิดหน้าผากมลเอาไว้และหุ่นไซต์มินิทำให้เธอดูเหมือนเด็กที่พึ่งขึ้นม.ปลายทั้งๆที่ความจริงเราจบม.ปลายกันมาตั้งห้าปีแล้ว  ถึงมันจะดูขัดกันนิดๆและไม่ได้มีอะไรพิเศษแต่นี่แลหะสไตล์ที่ผมชอบเลย.....

            “ส.....สบายดีมั้ย”

            “หน้าฉันเหมือนคนป่วยใกล้ตายรึไง”

คำตอบพร้อมกับรอยยิ้มหวานของแทยอนทำเอาผมถึงกับหายใจสะดุด

            “อ่อ....จริงด้วยเนอะ”

            “...”

            “...”

            “ฉันกำลังจะมีข่าวดีล่ะ”

ประโยคที่ได้ยินบ่อยๆในละครหลังข่าวของแทยอนทำให้ผมที่กำลังก้มหน้างุดๆมองพื้นเริ่มรู้สึกหายใจไม่ออกและต้องเงยหน้าขึ้นมามองเธอทันที

            “ฮะ?”

            “ฉันกำลังจะแต่งงาน”

แทยอนพูดพร้อมกับรอยยิ้ม  แต่เธอไม่รู้ตัวหรอกว่าตัวเองได้ปล่อยกำปั้นหนักๆซัดหน้าผมเข้าไปแล้วหนึ่งหมัด  สมองของผมประมวลผลข้อมูลที่พึ่งรับเข้ามาอย่างเชื่องช้าเพราะคำว่า “แต่งงาน”  ที่ลอยวนเวียนไปมาอยู่ในหัว  พร้อมกับเสียงของใครบางคนที่ตะโกนอย่างสะใจสุดขีดใส่หูผมว่าชาตินี้ทั้งชาติผมก็คงไม่มีวันทำให้รูกลวงโบ๋ในหน้าอกข้างซ้ายของตัวเองมันกลับมาเต็มเหมือนเดิมได้อีกแล้ว  เพราะคนๆเดียวที่ทำแบบนั้นได้เธอกำลังจะกลายไปเป็นของคนอื่น  และผมกำลังจะต้องกินแห้วอย่างสมบูรณ์

            “กับใครเหรอ”

กว่าจะพูดให้น้ำเสียงมันฟังดูยินดีกับเธอได้มันช่างยากเย็น ผมพยายามจะยิ้มนะ แต่มันดันออกมาดูเหมือนคนกำลังจะร้องไห้และแยกเขี้ยวมากกว่า

            “กับ....”

            “...”

            “ผู้ชายในโปสเตอร์”

            “ฮะ.....”

คำตอบของแทยอนทำให้ผมสตั้นไปหลายนาทีก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่นเมื่อรู้ตัวว่าถูกเธอเล่นงานเข้าให้แล้ว

            “อย่าบอกนะว่ายังไม่เลิกบ้านิชคุณอีกน่ะ”

            “ใครบอกว่าฉันจะแต่งกับพีคุณ ฉันยกเขาให้วิคตอเรียกไปตั้งนานแล้วยะ ผู้ชายในสต็อกฉันยังเหลืออีกเป็นโหล”

            “ในมโนล่ะสิไม่ว่า”

            “นี่!

กำแพงความห่างเหินที่ถูกสร้างขึ้นด้วยระยะเวลาห้าปีถูกทำลายลงในชั่วพริบตาที่ผมกับเธอระเบิดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกับ

            “แป็บๆก็ห้าปีแล้วเนอะ รู้สึกยังกับพึ่งจบม.ปลายแหนะ”

            แทยอนพูด...รู้สึกเหมือนประโยคนี้มันฟังดูคุ้นๆยังไงชอบกลแฮะ

            “อือ”

ผมตอบ และนั่นมันยิ่งทำให้นึกเหตุการณ์เมื่อห้าปีก่อนขึ้นมาตะหงิดๆ  ครั้งสุดท้ายที่เราเจอกันเมื่อห้าปีก่อน วันที่ผมทำผิดพลาดครั้งมหันต์และต้องสูญเสียคนตรงหน้าไปห้าปีเต็ม....

            “หลังจากวันนี้คงไม่ได้เจอกันอีกนานเลยเนอะ”


......เข็มของนาฬิกากำลังหมุนกลับมาที่เดิมอีกครั้ง


            “ไม่มีอะไรจะบอกฉันหน่อยเหรอ  นี่เป็นโอกาสสุดท้ายแล้วนะ”


.......พระเจ้ากำลังหยิบยื่นโอกาสให้ผมเติมเต็มช่องว่างในหัวใจตัวเองให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง


            “โชคดี  เดินทางปลอดภัยนะ”

            “เฮ้ย!

แทยอนตะวาด  ในขณะที่ผมกำลังพยายามกลั้นหัวเราะแทบตาย

            “บอกแล้วไงว่าไม่อยากได้คำตอบแบบนี้!

            “ฮ่าๆ”

            “ตลกมาใช่มั้ยไอ้ผู้ชายเฮงซวย!

เธอตะโกนเสียงดังลั่นอย่างปรี๊ดแตกก่อนจะหันหลังและเดินกระแทกเท้าหนีไป.....แต่อย่าหวังเลยว่าผมจะปล่อยให้หัวใจตัวเองมันหลุดลอยหายไปอีกรอบ...

            “เดี๋ยว”

ผมเดินตามแทยอนไปพร้อมกับคว้าข้อมือเรียวของเธอเอาไว้  ยัยตัวเล็กหันกลับมาถลึงตาใช่ผมอย่างโกรธจัดแถมยังทำหน้าเบ้เหมือนคนกำลังจะร้องไห้อีกต่างหาก

            “อย่ามายุ่งกับฉันนะไอ้บ้า!

            “อ้าวรอฟังมาตั้งห้าปี พอจะพูดไม่อยากได้ยินแล้วเหรอ”

แทยอนโวยวายอะไรอีกนิดหน่อยก่อนจะยอมสงบลงเมื่อผมจับมือเรียวของเอมาทาบลงบนหน้าอกข้างซ้าย  ที่ๆหัวใจมันกำลังเต้นแรงจนแทบบ้า....

            “ที่ตรงนี้มันกลายเป็นช่องว่างมาห้าปีเต็มแล้ว  ฉันพยายามตามหาใครบางคนมาตลอด  ใครก็ได้ที่จะช่วยเติมมันให้กลับมาเต็มเหมือนเดิม”

            “...”

            “แล้วฉันก็ค้นพบความจริงว่าไม่มีใครทำแบบนั้นได้หรอกนอกจากคนที่ขโมยชิ้นส่วนที่หายไปนั่นไปจากฉัน และดูเหมือน....”

ผมยิ้มก่อนจะโน้มตัวเข้าไปกระซิบประโยคหลังที่ข้างหูของคนตัวเล็กที่กำลังตั้งใจฟังผมพร้อมกับดวงตากลมโตเป็นประกายวาววับ

            “คนๆนั้นมันจะเป็นเธอ”

            “...”      

            “ช่วยมาเติมหัวใจฉันให้เต็มเหมือนเดิมทีนะแทยอน”

แทยอนผลักผมจนแทบกลิ้งทันทีที่พูดจบประโยค  ทีแรกก็งงอยู่หรอกนะแต่พอสังเกตเห็นพวงแก้มแดงก่ำของเธอผมก็เข้าใจทันทีว่ายัยนี่น่ะ.....กำลังเขิน

            “ดีนะไม่ปล่อยให้รอจนผมขาวหมดหัวก่อนแล้วค่อยพูด”

ยัยผู้หญิงขาสั้นพูดพร้อมกับร่างเล็กๆความสูงต่ำกว่ามาตรฐานที่กระโดเข้ามากอดผมแน่นจนทำให้หายใจไม่ออก

            “เฮ้ๆ แกกำลังจะทำให้ว่าที่สามีในอนาคตของตัวเองขาดอากาศหายใจตายนะ”

            “พอเลยๆ แกเกออะไรกัน เลิกเรียกแบบนี้ได้แล้ว”

            “เรียกมาจะสิบปีอยู่แล้วจะให้เปลี่ยนเป็นอะไรไม่ทราบครับคุณผู้หญิง”

ผมพูดเสียงติดประชดนิดๆ  แทยอนคลายอ้อมกอดออกจากตัวผม  เธอกระดิกนิ้วเรียกให้ผมยื่นหน้าเข้าไปหา ก่อนจะทำให้ผมช็อกจนตาตั้งเมื่อเรียวปากเล็กๆสีชมพูดนั่นทาบทับลงมาบนริมฝีปากของผม  ก่อนเสียงหวานจะกระซิบแผ่วเบาโดยที่ริมฝีปากของเรายังคงแนบชิดติดกันแบบนั้น


            “ที่รัก


 

The end



 

Writer ::

ถ้าให้เปลี่ยนชื่อเรื่องได้ไรเตอร์จะเปลี่ยนชื่อฟิคเรื่องนี้เป็น “รักสุดท้ายของนายป็อดแหก” ป็อดจริงๆนะ จนกระทั่งจบเรื่องเลย5555  พล็อตช็อทฟิคเรื่องนี้ได้มาจากเพลง Goodbye summer ที่ใช้เป็นเพลงประกอบล้วนๆเลยค่ะ เรียกได้ว่าก็อบเพลงมาแต่งฟิคก็ว่าได้ -..-.ความหมายมันซึ้งกินใจคนเคยมีโมเม้นแบบแอบชอบเพื่อนตัวเองมาก  ใครอยากรู้ความหมายเพลงแบบเต็มๆ คลิกลิ้งค์ด้านล่างเลยค่ะ

>>> https://www.youtube.com/watch?v=d-Vgn05jLfA <<<

            เจ้านี้แปลดีมากๆๆ ไรเตอร์คอนเฟิร์ม!!
 

สุดท้ายนี้ขอฝากฟิคจงแทเอาไว้ในอ้อมใจทุกคนซักเรื่องนะคะ ฮุฮุ งุงิๆๆ

Day&Night
>>>> คลิกเลย คลิกๆๆ <<<<

   

ผลงานอื่นๆ ของ พันธนาการฟ้า

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

26 ความคิดเห็น

  1. #26 Nu Joy
    วันที่ 7 เมษายน 2557 / 14:03
    จงเอ้ยยย เกือบเสียพี่แทไปอีกรอบหล่ะนะ ดีนะทีเลิกป๊อดแล้ว

    ว่าแต่ยงจีบน้องซอไม่ติดหรอ ว้าาาาา น่าสงสารจัง

    อยากให้ไรเตอร์แต่งให้ยงจีบน้องซอสำเร็จบ้างอ่า สงสารเป็ดมัน ฮ่าๆ

    ไรเตอร์สู้ๆนะค่ะ 
    #26
    0
  2. วันที่ 6 เมษายน 2557 / 21:38
    โถๆ นังจง ป๊อด! ทำไมป๊อดแบบเน้!! แง่ง /พ่นไฟ
    แบบแก คือตอนจบมอปลายก็ป๊อดอ่ะแก พออีกห้าปีก็กวนอีกอ่ะแก
    โอ้ย อยากเอาอะไรไปฟาดหน้าผชคนนี้ อะไรที่แบบ.. ปากเราไรงี้ -/-
    /พี่แทคว้าอีโต้จ้วงใส่

    พี่แทน่ารักมากกกกกกกกกกกกกกกกก แงงงงงงงงงงง้
    โมเม้นที่นางเดินมาอีกห้าปีถัดไปคือแบบ โอ้ย แม่ตุ๊กตาน้อยของหญิง T v T
    ชอบคาแร็คเตอร์พี่แทนะ นางดูห้าวๆแต่ยังมีความเป็นผญ แบบแมนๆดี อ้ายยยยยยยย

    เฮียงจีบน้องซอไม่ติดเหรอคะ โถๆ น่าสงสาร 55555555555

    ฉากบอกรักนี่แหม... สำลักน้ำตาลเลยค่ะ
    อิจงเอ้ย ห้าปีที่แล้วนี่ป๊อด ทีตอนนี้ล่ะคล่องเชียว โอ้ย หมั่นไส้!
    คือพี่แทก็เขินป้ะ คือคนอ่านก็แบบ... เออ คพคม.เขินเลยไรงี้อ่ะฮือออออออออออ

    ไปล่ะค่ะ เวิ่นพอล่ะเดี๋ยวไรท์รำคาญ 555555555555
    รักนะคะจุ๊บๆ -3- ไรท์สามารถมากเลอที่พาให้ติ่งจงเจสแบบเรามานั่งติ่งอ่านจงแทแบบนี้

    ปูลิง.อยากอ่านยงแทอ่ะตัว โปรดรับฟังเสียงเลาไปพิจารณาดูนะคะคนสวย -/-
    #25
    0
  3. #24 lovely-bh
    วันที่ 5 เมษายน 2557 / 12:26
    จงปากแข็งจริงๆเลย
    แทให้โอกาสพูดตั้งแต่ตอนเรียนจบ แต่ก็ไม่พูด
    ปล่อยแทไปไกลตั้งหลายปี
    ดีนะที่สุดท้ายก็บอกจนได้ แฮปปี้ๆ
    #24
    0
  4. #23 sar912
    วันที่ 4 เมษายน 2557 / 18:27
    แต่งได้ดีมากๆ

    เปนอีกคู่ที่เราแอบเชียร์

    ต่างคนต่างน่ารัก และมีสไตล์ที่น่าจะเข้ากัน

    ลุ้นแทบแย่..ชอบๆ ขออีกนะ

    #23
    0
  5. #22 only
    วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 09:32
    จงเอ้ยทั้งที่รู้เขาคิดอะไรกับตัวเองยังไม่กล้าบอกอีกนะปล่อยเวลาผ่านมาตั้งหลายปีดีนะแทแทเขามั่นคงไม่งั้นแกกินแหวแน่นอน
    #22
    0
  6. วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 03:39
    โอ๊ยยยย-/////-ลุ้นมากกกฮยอนนี่ก็ปากแข็งจริงๆเลย
    ถ้าพูดตั้งแต่วันนั้นคงจะได้แต่งงานกันจริงๆแล้ว5555
    ตอนแทบอกว่าจะแต่งงานเกือบร้องแต่พอบอกว่าคนในโปรเตอร์ก็นั่งขำเลย555
    คิดว่าฮยอนจะเป็นฝ่ายจูบแทซะอีกใครจะจูบใตรก่อนก็ฟินหมดแหละ>////<555
    "ที่รัก♥"งืออออน่ารักกกกก
    ชอบสนุก
    ชอบคู่นี้คู่ลอดไฟนีออน
    ขอบคุณนะค่ะ^^
    #21
    0
  7. #20 M๐Rtune
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 20:04
    ริมฝีปากติดกันแล้วกระซิบได้ไงอ่ะ
    เฮ้ยยยยยยย เกี่ยวมั้ยย !? ==a 

    เข้าเรื่องดีกว่า ><
    จงฮยอนว่าแต่คนอื่นขาวเหมือนกินผงซักฟอก
    ตัวเองนี่ดำตายเลยเหอะ =____='
    ในทีสุดก็ครองรักกันได้สักที ><
    ย๋อนนี่ป็อดมาก หล่อๆ แบบนี้ไม่น่าป็อดเลย (ไม่เกี่ยว !==;)
    แทยอนทำซะใจหายใจคว่ำ
    แต่งงาน !
    ตอนแรกคิดว่าเรื่องจะจบแบบนี้หรอ -0- !?
    หักมุมมากค่ะ
    เหอะๆ
    ชอบๆ ชอบ SF ฟินมากค่ะ <3
    #20
    0
  8. วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 19:19
    ชอบอะชอบมากเลยชอบสุดๆ ไม่รู้จะบอกยังไงว่าชอบจริง ไรเตอร์แต่งได้โดนใจมากเลยคะ อ่านแล้วอินฟินกระจายไปเลย หวังว่าจะได้อ่านsfน่ารักน่ารักฟินฟินแบบนี้อีกนะคะ
    จงเอ๊ยยกว่าจะเอ่ยปากได้เกือบทำพี่แทร้องไห้อีกรอบแล้วมั้ยละ เค้าจะทิ้งไปอีกรอบแล้วยังจะล้อเล่น 55555 พี่แทก็นะได้ใจจริงๆเค้าสารภาพปุ๊ป นี่ก็จุ๊บปั๊ปเลยคร่าาาา ไม่มีใครยอมใครเลยนะคะ "ที่รัก" ^^
    ไรเตอร์สู้ๆ
    #19
    0
  9. วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 10:06
    อยากให้มีภาคต่อตอนทั้งคู่มีลูกด้วยกันง่ะ  เขินแทนเลยยย
    #18
    0
  10. #17 Memo
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 01:32
    กรี๊ดดดเขินและก็สนุกมากกค่ะ

    ชอบการบรรยายมากลยเห็นภาพคนแอบรักอ่า

    จงนี่ปอดแหกจริงแต่แทก้กลับมาถามคำตอบอีกทีเนอะ

    ชอบจังเลยค่ะ เอาอีกๆ

    มีภาคต่อเถอะ อิอิ
    #17
    0
  11. #16 real RY.
    วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 01:04
    กว่าจะยอมสารภาพนะจงฮยอนอ่า ~ แต่ก้เขินจริงๆแหละค่ะ 55555555
    #16
    0
  12. วันที่ 29 มีนาคม 2557 / 00:28
    เปิดเรื่องมาพี่จอห์นก็เปิดศึกกับเฮียเลย ฮ่าๆ
    #และมันฮาตรงเฮียจีบหญิงไม่ติดนี่แหละ
     
    คำสารภาพตอนเมาเนี่ย เป็นใครก็ไม่อยากเชื่อหรอกเนอะ
    คือมันอาจเป็นเรื่องจริง .. แต่มันเป็นเรื่องจริงที่เขาอาจจะไม่ได้อยากบอกไง
    เพราะถ้าอยากบอก เขาคงบอกตอนที่ไม่เมาไปแล้ว
    ไม่แปลกที่คิมเตี้ยจะไม่เชื่อ .. #ชอบช็อตเจิดโดนตบ ฮ่าๆ
     
    ไม่ได้โรคจิตนะคะ แต่มันดูสมเหตุสมผลดีอ่ะ
    คือพูดออกมาต่อหน้าทุกคนแบบนั้น โดยที่ตัวเองเมา
    ยังไงก็แทก็ดูเป็นตัวตลกของเพื่อนๆอยู่แล้ว 
     
    ไฮไลท์ .. คือวันจบการศึกษา #ไรท์เตอร์แต่งได้ดีนะคะ
    อันนี้ขอชื่นชมเลย เขียนออกมาได้ดี อ่านแล้วรู้สึกว่าใจมันโหวงเหวง
    ไม่อยากให้มันจบลง .. แต่ทำอะไรไม่ได้
     
    อารมณ์ของช่วงที่อยู่ในสนามบาสกันเนี่ย
    มันสื่อให้เห็นถึงความผูกพันกับโรงเรียน และทั้งคู่
    เหมือนบอกว่า .. ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่เนี่ย สนิทกันมากนะ
    จะทำอะไรก็เกี่ยวพันกันตลอด .. แต่ว่าในความสนิทนั้นน่ะ
    ต่างคนก็ต่างหลงรักกันอยู่ ,, มีกำแพงกั้นอยู่ตลอด
     
    พอกลับมาเจอกันอีกครั้ง .. บอกเลยว่าแอบตกใจตอนที่พี่แทบอกว่าจะมีข่าวดี
    สตั้นท์ตามเจิดไปเลย .. เพราะคิดไงว่า บางทีนะ คนที่เจ็บปวด แล้วไปอยู่ไกลขนาดนั้น
    ในความเป็นจริง มันมีโอกาสน้อยมากที่จะกลับมาหาคนเดิม (คืออาจจะยังรักแต่มันเป็นไปไม่ได้)
    แล้วความสัมพันธ์ก็ดูเหมือนจะเปลี่ยนไป .. ห่างเหิน <จริงๆคือพี่เจิดดันทำตัวไม่สนิทไง>
     
    ชอบนะคะ ,, หอบกำลังใจมาให้ไรท์เตอร์อีกกอง <3
     
    #15
    0
  13. #14 inim
    วันที่ 28 มีนาคม 2557 / 23:57
    น่ารักอ่ะ เขินเลย 5555 อยากอ่านเรื่องยาวของคุ่นี้บ้างจัง
    #14
    0
  14. #13 Tangmoja
    วันที่ 28 มีนาคม 2557 / 23:31
    ในที่สุดก็คืนดีกันสักที
    #13
    0
  15. วันที่ 28 มีนาคม 2557 / 00:50
    ฮยอนเเค่บอกว่าชอบแทอีกครั้งแทจะไม่ได้เข้าใจผิดปากแข็งจริงๆเลยเจ็บมั๊ยล่ะ
    จะเป็นไงต่อออรออลุ้นๆ(ไรเตอร์ทำค้างง55555แต่รอค่ะสู้ๆ)
    #12
    0
  16. #11 lovely-bh
    วันที่ 27 มีนาคม 2557 / 20:55
    จงอ่ะ ก็พูดไปแล้ว
    แล้วทำไมไม่บอกแทตามจริงอีกครั้งล่ะ
    งานเลี้ยงรุ่น จงแทจะเป็นไงได้เจอกันมั้ย
    #11
    0
  17. #10 inim
    วันที่ 27 มีนาคม 2557 / 18:45
    พี่แทยอนต้องการได้ยินคำว่ารักอีกครั้ง จงไม่เข้าใจหรอ บอกพี่แทไปสิ
    #10
    0
  18. #9 Kate
    วันที่ 27 มีนาคม 2557 / 13:21
    จงฮยอนปากแข็งไปละ แทยอนของช้านนนน
    #9
    0
  19. วันที่ 27 มีนาคม 2557 / 01:04
    ปากแข็งนะจง รอจร้า
    #8
    0
  20. วันที่ 26 มีนาคม 2557 / 23:09
    แทก็เข้าใจผิด จงก็ไม่กล้าบอกความจริงอีก
    เรื่องจะเป็นไงต่อเนี่ย
    #7
    0
  21. #6 Aphrodite
    วันที่ 26 มีนาคม 2557 / 22:20
    จงนะจง พูดไปก็จบป่ะ น่าสงสารร
    #6
    0
  22. วันที่ 26 มีนาคม 2557 / 21:44
    จงบอกแทไปเลยสิ
    #5
    0
  23. #4 gnok_
    วันที่ 26 มีนาคม 2557 / 20:53
    จงอ่าาาาาา กล้าๆหน่อยสิ YY
    #4
    0
  24. วันที่ 26 มีนาคม 2557 / 20:08
    สงสารจงฮยอนT_T
    #3
    0
  25. วันที่ 26 มีนาคม 2557 / 18:05
    มาต่อเร็ว T^T
    #2
    0