~~ ** ราชวงศ์ริ้ดเดิ้ล ** ~~

ตอนที่ 6 : การปรากฏตัวของคนที่คาดไม่ถึง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 141
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    1 พ.ค. 49



                 รถไถนาขับเคลื่อนไปอย่างเชื่อช้าเปรียบดังนาฬิกาแห่งความตายของคิงเรนผู้มากไปด้วยชู้!!

                 "โอ้~ ท่านพี่เพเคอะ~>W<"เจ้านางน้อยที่นั่งเคียงข้างร้องบอกพลางชี้ไปยังชายหนุ่มผู้หนึ่งที่กำลังนั่งอยู่ริมสระด้วยสายตาเหม่อลอย คิงเรนเห็นดังนั้นก็กลัวว่าพระยาโจ๋เนหาญที่เป็นชู้จะเห็นเข้าซะก่อน รับหักพวงมาลัยบนรถไถนาแหวกวงโค้ง 180 องศา=[]=!! แต่หากว่ารถไถนาคันนี้มันไม่ได้วิ่งอย่างอิสระเอาตามแต่ใจคนขับ แต่มันเป็นระบบออโตเมติกขับเคลื่อนตามราง แต่จู่ๆคนขีบมันอันอยากเปลี่ยนระบบซะเฉยๆ ทำเอารถไนที่เพิ่งยึดมาได้จากโรงนาแถวหลังวังหมดสภาพในทันใด!!


                  ว๊าก~~กกกกก


                  บุรุษหนุ่มแห่งราชวงศ์ริ้ดเดิ้ล กับหนึ่งสตรีแห่งราชวงศ์อาร์มีนาสก็พร้อมใจกันเทกระจาดลงมายังพื้นเบื้องล่าง..

                  ....


                  ....


                   "เจ้า..ไม่เป็นอะไรนะ?"เสียงนั่นมิใช่ของคิงเรน แต่หากเป็นเสียงของบุรุษหนุ่มรูปงามนามพระยาโจ๋เนหาญแห่งวงศาอะมีบร้า ซึ่งวงแขนแกร่งทั้งสองข้างรับเจ้านางแห่งอาร์มีนาสไว้อย่างเหมาะมือ นัยน์ตาสีเทาดูคมเข้มสบดวงหน้าหวานของสตรีนางนั่น ช่วงเวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่งไป ไม่มีสิ่งใดขัดขวางคนทั้งสองยกเว้น...

                  "โอย~ จะ..เจ็บชะมัด...ถ้าพวกเจ้าจะจีบกันช่วยไปยืนที่อื่นที่ไม่ใช่หลังข้าได้ไหม..."เสียงร้องครวญครางนั้นดังมาจากคิงเรนผู้ที่ดวงซวยลงไปนอนเล่นในฝาเท้าของพระยาโจ๋เนหาญ


                   "โอ้ว~! มายเดียร์ สเทียร์ของพี่~~"เมื่อมันเริ่มนึกขึ้นได้อาการความเป็นชู้วายก็ปรากฏแก่สายตาเจ้านางแห่งอาร์มีนาส ทำเอาเจ้าบุรุษหนุ่มทั้งสองผู้ตกลงในเป้าวายกลายเป็นพ้อยต์ของเรื่องไปทันใด=W=


                   "เฮ้ยๆๆ พระยาโจ๋สหายข้า เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง?"ผู้ที่ถนัดการสวมหน้ากากเริ่มทันทีด้วยแผนลวงโลกสุดอนาถ


                  "ออ ข้า..ข้ากำลังตามหาเจ้าพอดีเลย สะ..เอ๊ย~! คิงเรน..."พระยาโจ๋ผู้ชำชองการรับมุขเป็นเริ่มก็ต่อทันที เจ้านางแห่งอาร์มีนาสมองบุรุษทั้งสองนิ่ง คนหนึ่งเป็นชู้รักเก่า แต่อีกหนึ่งคือบุรุษผู้ต้องตาต้องใจ เป็นเหยื่อชิ้นใหม่แห่งราชวงศ์

                   ((ผัวะ!! <<< เจ้างนางอาร์มีนาสตบหัวคนเขียน=W=))


                   "ออใช่ พระยาโจ๋ ข้าฝากเจ้านางอาร์มีนาสไว้ก่อนนะ พอดีแบบว่า...ข้า...ข้าจะไปหาพระอนุชาหน่อยนะ..."คิวเรนตัดบทไปซื่อๆจัดการรวมรางรถไฟทั้งสองขบวนให้มันแพ๊คคู่ไปด้วยกันเสียเลย บุรุษหนุ่มผู้เป็นชู้วายยิ้มกริ่มน้อยๆ ไหนๆก็ไหนๆจะได้สลัดคราบคิงวายบ้าง ส่วนเจ้านางแห่งอาร์มีนาสก็ก้มหน้าลงนิ่ง ไม่นึกไม่ฝันว่าชู้ของเธอจะทิ้งลงไปง่ายๆ แต่ในใจของเธอนั่นกำลังหัวเราะร่าด้วยความสะใจที่จะได้เหยื่อชิ้นใหม่ประดับเข้าราชวงศ์เสียที

                ((ผัวะ!! <<<เจ้านางแห่งอาร์มีนาสขวางรองเท้าใส่หัวคนเขียน=W=))

               
                 หลังจากคิงเรนชิ่งออกมาสถานการณ์อันตรายได้แล้ว เป้าหมายต่อไปก็คือ..คุกใต้ดิน!!

                    .............................................

                   "ใช่เลยๆ พระอนุชาแบบนั้นแหละ เลือดมันจะไหลลงมาเยิ้มๆ ว่ะ55++"พระสุรเสียงหัวเราะดังกังวาลทั่วคุกใต้ดิน

                    "ฝ่าบาทๆ หมอฉันว่านักโทษเริ่มน่าเขียวแล้วนะ"พระอนุชาปอมเอ่ยปากบอก ขณะมองนักโทษผู้เคราะห์ร้ายซึ่งรับหน้าที่เป็นผู้ถูกสาธิตการทรมานให้คิงทรายได้ชม จะว่าไปนี้ก็คนที่สิบแล้วที่กลายเป็นเหยื่ออันโอชะของคิงทรายผู้ที่ได้รับฉายาว่า

                 เจ้าพ่อSM!!

                  คิงทรายขยับหนวดปลอมที่เพิ่งเอามาติดก่อนจะหยิบแก้วไวน์กระดกเข้าไปรวดเดียวหมด


                   "ทรายจ๋า~น้ำเสียงดังมาจากประตูคุกใต้ดินซึ่งไม่บอกก็รู้ว่ามันมาเพื่อสับรางรถไฟ ไม่นานนักคิงเรนก็ปรากฏตัวขึ้น ก่อนจะเบรคกระทันหันเมื่อเหลือบเห็นหนวดที่ติดใต้จมูกของคิงทรายมันเอียงกระเท่เล่ จนต้องหลุดขำออกมา"ว่ะ55++ กร๊ากๆๆๆ กรั่กๆๆ"กว่าจะหยุดได้ก็เล่นเอาคิงทรายปรายตามองแบบเย็นยะเยือก((ยังไม่รู้ตัวว่าบัดนี้หนวดขุนแผนมันเบี้ยวแล้ว=W=)) "โฮะ โฮะ โฮะ~ ท่านพี่เพเคอะ>W< ไม่นั่งเสลี่ยงชมวังกันไหม?"คิงเรนเอ่ยปากถาม จริงๆไม่ได้เอ่ยปากถามหรอก - -" ต้องพูดว่ามันเดินเข้ามาพูดพลางลากคิงทรายออกไปจากคุกใต้ดินโดยมีอัศวินกรประตูเดินตามไปด้วยอีกคน แล้วคิงเรนหันมาซุบซิบกับพระอนุชาว่า "ปอมล่วงหน้าไปเครียร์สวนตะวันตกก่อนนะ ห้ามให้มีใครอยู่ที่นั่นเด็ดขาด" ปอมพยักหน้ารับหงึกหงัก ก่อนเดินไปเลื่อนเก้าอี้ที่คิงทรายเคยนั่ง แล้วเปิดพรมสีน้ำตาลที่บัดนี้ชุ่มโชกไปด้วยเลือด ก่อนจะดึงประตูลับให้เปิดออกแล้วเขาก็หายไป


                     "สนมจ๋า!!"เสียงเรียกดังมาขากพระชู้ทราย


                     "เพเคอะ>W<'เด็จพี่~"คิงเรนรับเสียงหวานก่อนจะวิ่งตามออกไป

                     ขบวนนำเสด็จชมวังนั่นประกอบไปด้วย เสลี่ยง 1 ตัว กับคนแบก 4 คน....

                    คิงทรายเสด็จประดับบนเสลี่ยงแบบที่แม่ทัพพม่าชอบใช้=W=เป็นที่เรียบร้อย ขณะที่คิงเรนเลือกจะเป็นผู้นำทาง ทหารหลวงทั้งสี่ก็พร้อมที่จะยก อัศวินกรประตูเองก็อยู่ไม่ห่างจากคิงทราย แผนกตากล้องและคนถือร่มก็พร้อมรวมทั้งพ่อครัวรีริสและสิชา พี่น้องสยองเลือดที่ขนขนมต่างๆพร้อมเครื่องดื่มมาเตรียมไว้ให้


                     ในไม่ช้าการชมสวนตะวันตกก็เริ่ม...


                    ต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านยาวไปจนสุดลูกหูลูกตานั่นนับเป็นอะไรที่งดงามยิ่งนัก ยังไม่นับรวมอากาศอันแสนจะบริสุทธิ์ที่เต็มไปด้วยก๊าซคาร์บอนมอนน๊อกไซต์ที่ไหลเวียนอยู่ในหัวใจ ตับและปอด ชุ่มช่ำจนเกินจะบรรยายออกมาเป็นภาพใดๆ อีกทั้งเสียงนกอีแร้งที่กำลังขับกล่อมด้วยสำเนียงหวานคลอเคลียกับลมพายุห่าใหญ่

                     ...

                  อนาถชีวิต!!

                      ...

                   คิงทรายตะโกนก้องในใจหากแต่สวนตะวันตกที่เข้ามาชมมันเป็นเช่นนั้นจริงๆ


                    ตอนนี้ทั้งขบวนกำลังนั้งอยู่ใต้ต้นไม้ที่ปราศจากใบ พื้นที่นั่งแตกระแหงจนเห็นได้ชัด ห่างออกไปไม่ไกลคือซากโบราณดึกดำบรรพ์ของคุณยายลูซี่ ซึ่งเป็นญาติห่างๆของมวลมนุษย์ชาติ กระเทือบขึ้นไปอีกคือซากช้างป่าที่บัดนี้เหลือแต่กระดูก

                     นี้มันซากสนามรบชัดๆ


                      นึกว่ามันจะพามาเปลี่ยนบรรยากาศหลังจากที่เคยเที่ยวชมหมดทุกสวนไม่ว่าจะเป็นทิศเหนือที่เต็มสตรีมไปด้วยหิมะทำเอาป่วยไปหลายวัน ทิศใต้ที่เป็นสวนติดทะเล ดูแล้วสบายตาแต่ในทะเลนั้นเต็มไปด้วยฝูงฉลาม ทิศตะวันออกที่มีสวนแสนร่มรื่นแต่ก็มีบ่อจระเข้ขบาบสองข้างทาง สวนทิศตะวันตกก็เป็นอย่างที่เห็น

                     คิงทรายสบถในใจพลางเหลือบไปมองเจ้าของสถานที่ที่กำลังตั้งหน้าตั้งตากินอย่างเอาเป็นเอาตายพร้อมด้วยอัศวินคู่ใจที่บัดนี้แยกกับข้าวกันยกใหญ่ ขณะที่สองพ่อครัวยังคงเสิร์ฟอาหารไม่หยุด


                     เอาฟระ!! กินบ้างเดี๋ยวเสียชื่อเจ้าพ่อSM


                    คิดได้ดังนั้นก็ลงมือกินบ้าง

                      .....

                    เสร็จจากมื้ออาหารก็มาเดินชมวังกันต่อ

                      ...


                    ทหารสี่คนยกเสลี่ยงขึ้นแล้วออกเดินไปตามทางเดิน ก่อนจะข้ามสะพานพุๆพังๆข้างหน้า การก้าวสะพานนั้นเป็นไปได้อย่างราบรื่น แต่มันก็มาตายกลางสะพานเมื่อขาของนายทหารคนหนึ่งเกิดติดกับรูโบ๋ๆบนพื้นไม้ ทำให้เสลี่ยงโยกไปโยกมา แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อคิงทรายเอนไปเอนมาตามแยกยื้อ ส่งผลให้เจ้าตัวตกลงไปข้างทาง แต่ก็ยังดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร เพราะว่าพระองค์ตกลงในอ้อมกอดของทุ่งต้นเฟื่องฟ้า!!

                    O.,O!!! <<<หน้าของคิงเรน

                   0[]0!! <<<หน้าของอัศวินกรประตู

                   =[]=!!! <<<หน้าของสองพ่อครัว พี่น้องสยองเลือด รีริสอาร์และสิชา

                   =0=!! <<<หน้าของนายทหารทั้งสี่


                    ...

                  แชะ!!


                   เสียงแฟตชกล้องดังขึ้น


                 แชะๆๆๆ


                    แล้วมันก็ดังอย่างต่อเนื่องพร้อมกับคิงทรายที่พยายามจะปีนขึ้นมาจากพุ่มเฟื่องฟ้าเพื่อจะสั่งประหารตากล้องที่ริอาจเป็นปาปาราซซี่โดยไม่มีคำสั่ง กว่าที่คิงทรายจะดันตัวเองขึ้นมาเจ้าปาปาราซซี่ก็หายหัวไปเรียบร้อย ปล่อยให้ลาวาเดือกพลั่กๆเก็บเป็นความทรงจำของชาวราชวงศ์ไป่ลู๋อิงไปตลอดกาล เพราะหลังจากนั้นสามวันภาพที่คิงทรายตกลงสู่อ้อมกอดของพุ่มเฟื่องฟ้าก็แพร่สะพัดไปทั่วอาณาจักรไวท์โรด...

........................................................

                 เฮ้อ~~~

                 คิงเรนทิ้งตัวลงนอนบนเตียงสีขาวสะอาดตา หลังจากเหน็ดเหนื่อยกับการสับรางมาทั้งวัน เพราะหลังจากการเดินชมสวนจบลงเขาก็เชิญคิงทรายไปที่ห้องอาหารทิศใต้แล้วก็อ้างว่าปวดท้องก่อนจะวิ่งไปยังหอโอเมนเพื่อให้เจ้านางเครสเซนท์แห่งอาร์มีนาสมาทานอาหารด้วยกันแล้วก็บ่นว่าต้องไปทำธุระก่อนวิ่งไปหอคอยทางเหนือเพื่อเชื้อเชิญพระยาโจ๋เนหาญมาทานข้าวแล้วก็วิ่งกลับไปหาคิงทรายอีกครั้งแล้วก็วนไปหาเจ้านางแห่งอาร์มีนาสแล้วก็วิ่งไปหาพระยาโจ๋เนหาญเช่นนี้เรื่อยไปจนกระทั่งการรับประทานอาหารเสร็จสิ้น ถ้าสรุปแบบจริงๆจังคิงและเจ้านางนั้นอิ่มท้องสบายอุรา ส่วนเขาต้องมานั่งแบกกระเพาะที่คำรามไม่ยอมหยุด จนกระทั่งตัดสินใจออกมาหาของกินที่ห้องครัว

                   แก๊ก!

                   คิงเรนหยุดเดินทันทีแล้วพยายามฟังอีกครั้ง

                  แก๊กๆ~!

                  เท่านั้นเองพ่อคุณก็โกยแน่บไปไกล ก่อนจะชนเข้ากับใครอีกคนที่เอาไฟฉายส่องไว้ใต้คางตัวเอง


                  อ๊าก~กกกก


                 "ผีหลอก~!!!!!"คิงเรนผู้น่าเกรงขามแหกปากลั่น ขณะที่ผีไฟฉายนั่นยืนนิ่งก่อนจะเขย่าตัวอีกคน แต่ดูเหมือนกันจะไม่ยอมรับรู้อะไรอีกแล้ว "ผีๆๆ อ๊ากๆๆๆ ผีจ๋าอย่าหลอกป๋มเลยY^Y ต่อจากนี้ผมจะไม่เจาชู้อีกแล้ว โฮฮ~~"

                   "เรนๆ "

                  มันยังไม่รู้สึกตัว

                   "เรนโวย!!"

                  มันยังคงพร่ำอ้อนวอนผี(ปลอมๆ)ต่อไป

                 "ไอ้เรน!!!"

                  "จ๋า~~"

                  น้ำเสียงรับนั้นหวานเช่นทุกครั้งก่อนจะเงยหน้าสบตากับใครบางคนที่แสนคุ้นเคย...

                    "คิดส์!!!"

............................................................................



20โพส ต่อ 1 ตอนเช่นเดิมครับ^^

หวังจะให้ฮาๆต่อไป

เอาละ!! ร้องไชโยกันหน่อย~!>_<!

1,061 ความคิดเห็น