~~ ** ราชวงศ์ริ้ดเดิ้ล ** ~~

ตอนที่ 45 : FanFic :: อเมทิส สายลับฝึกหัด :: เรน-มิคาเอล (Part 2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 90
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    28 พ.ค. 52





                             มิคาเอลวิ่งไปตามทางในความมืดยามราตรี ทันทีที่เขาจับปฏิกิริยาบางอย่างได้เขาก็รีบวิ่งออกมาทันที กระแสความคิดที่เขาสัมผัสได้คือความกระหาย
ต่อการฆ่าฟัน บางทีเจ้าของปฏิกิริยาที่ว่าอาจจะเป็นพวกนักฆ่าอิสระที่ถูกจ้างมาเพื่อล่าสังหารพวกเจซาลก็เป็นได้ ชายหนุ่มนึกอยากจะชกหน้าตัวเองสักที เขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องวิ่งออกมาแบบนี้เขารู้เพียงแต่เขาไม่อยากให้พวกนักฆ่าอิสระนั่นเข้าใกล้ตัวเรน ชายหนุ่มวิ่งตรงมาตามสัญชาตญาณก่อนจะหยุดและมองไปยังตรอกเล็กๆที่อยู่ด้านขวามือ เงาร่างนั้นยืนอยู่ด้านในสุดก่อนที่จะค่อยๆก้าวออกมาจากความมืด เขาคือชายหนุ่มผู้มีเส้นผมสีทองอ่อนๆ นัยน์ตาดุคมสีน้ำเงินเข้มหยั่งลึกราวกับมหาสมุทร เครื่องแต่งกายของเขาเป็นสีดำสนิทในมือถือดาบใหญ่ยิ่งคมของมันวาววับกับแสงจันทร์ยิ่งทำให้ชวนขนลุก

 

นายไม่ใช่พวกเจซาลบุรุษปริศนาเอ่ยเสียงเรียบพลางจ้องมองมาที่มิคาเอล

 

ไม่ใช่แน่นอนมิคาเอลตอบขณะที่ยังจ้องมองอีกฝ่ายเช่นกัน

 

แต่ผู้หญิงที่อยู่ในบาร์นั้น หล่อนคือเจซาลบุรุษปริศนาเอ่ย

 

ไม่ใช่มั้ง เรนเป็นพวกออริจินอลมิคาเอลแก้ลำถึงแม้ว่าตามความจริงแล้ว เรนจะเป็นพวกเจซาลก็เถอะ แต่คนเราเลือกเกิดไม่ได้ ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยากเกิดเป็นพวกเจซาลหรอก ไหนจะต้องสู้รบกับพวกออริจินอลไหนจะต้องมาปะทะกับพวกนักฆ่าอิสระเป็นครั้งคราว เรียกว่าถ้าไม่เก่งจริงคงไม่อาจอยู่ได้

 

เรนงั้นเหรอ?”อีกฝ่ายเอ่ยเสียงสูง นายรู้จักหล่อน งั้นก็ดีถ้านายตายหล่อนอาจจะโผล่มาให้ฉันฆ่าเองก็ได้เขาขยับยิ้มกวนโมโหก่อนเอ่ยต่อ บอกเสียก่อนนะต่อให้เป็นพวกออริจินอลฉันก็ไม่สน ถ้ามาขัดแข้งขัดขาฉันนายก็ไม่จำเป็นต้องมีชีวิตอยู่ว่าจบบุรุษปริศนาก็พุ่งเข้าใส่มิคาเอลทันที!

 

บุรุษปริศนาตะหวัดดาบในมือเข้าใส่เป็นจังหวะเดียวกับที่มิคาเอลยกฝ่ามือขึ้นมากันไว้ด้วยพลังจิต นัยน์ตาสีน้ำทะเลจ้องมองอีกฝ่ายนิ่งและเพียงแค่มิคาเอลออกแรงผลักดาบนั้นออกเล็กน้อยก็ทำให้ร่างของบุรุษปริศนากระเด็นออกไปไกล

 

แค่ก!

 

โลหิตสีแดงคล้ำไหลออกมาจากริมฝีปากของอีกฝ่าย บุรุษปริศนาจ้องมองมิคาเอลราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

 

ไม่เคยคิดเลยนะว่าพวกออริจินอลจะเก่งกาจและมีความสามารถขนาดนี้บุรุษปริศนาเอ่ยพลางเช็ดเลือดที่มุมปากออกก่อนจะกระโจนเข้าใส่มิคาเอลอีกครั้ง คราวนี้มันรุนแรงกว่าเดิมเป็นเท่าตัวทุกครั้งที่ดาบใหญ่ในมือของเขากระแสกเขากับพลังจิตของมิคาเอลมันก็จะถูกกระแทกกออกมาเสียทุกครั้งไป

เปล่าประโยชน์ นายเข้าถึงตัวฉันไม่ได้มิคาเอลเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ

 

พลังจิตของนายแข็งแกร่ง ฉันต้องยอมรับจากใจจริงอีกฝ่ายเอ่ยเสียงเรียบก่อนแสยะยิ้มที่มุมปาก แต่ก็ไม่นานนักหรอก

 

มิคาเอลชะงักไปเล็กน้อย ปฏิกิริยาสร้อยของเขาเองก็ร้อนขึ้นมาเช่นกัน บางทีเรนอาจจะอยู่แถวนี้และกำลังหาเขาอยู่เช่นกัน

 

ไง ดูเหมือนว่าอากาศเย็นๆของคืนนี้จะทำให้นายไม่ค่อยสบายตัวนะอีกฝ่ายเอ่ยยั่วพลางขยับยิ้มที่มุมปาก ดูสิเหงื่อเต็มหน้าเลย ที่บุรุษแปลกหน้าพูดไว้นั้นไม่มีผิดเพี้ยน ตอนนี้แทบจะทั่วทั้งตัวของมิคาเอลมีแต่เหงื่อที่เกิดจากปฏิกิริยาของสร้อยที่เรียกหากัน

 

ฉันจะทำให้นายไม่ต้องเหงื่อแตกขนาดนั้นเองพอว่าจบบุรุษปริศนาก็พุ่งเข้าใส่อีกครั้งและถึงแม้ว่ามิคาเอลจะปล่อยให้สมาธิหลุดไปเล็กน้อยแต่เขาก็ยังตอบโต้ได้ดี แต่คราวนี้ไม่ใช่เพียงแค่ม่านพลังจิตอีกต่อไป

 

เคียวยมทูตที่สะท้อนความคมกับแสงจันทร์เผยโฉมให้อีกฝ่ายเห็นจนรู้สึกราวกับคอแห้งผากเป็นผุยผง เสี้ยวใบหน้าส่วนหนึ่งของมิคาเอลดูดุดันราวกับสวมหน้ากากของจอมปีศาจเอาไว้ไม่มีผิดเพี้ยน

 

หึหึหึ นายเนี๊ยทำให้ฉันรู้สึกสนุกเป็นบ้าอีกฝ่ายพูดยั่วพลางขยับยิ้มเหนือริมฝีปาก แนะนำตัวหน่อยนะก็แล้วกัน ฉันชื่อเอลนาร์ด เป็นนักฆ่าอิสระรับจ๊อบฆ่าเฉพาะพวกเจซาลเท่านั้น

 

ท่าทางปมด้อยนายจะมีปัญหากับพวกเจซาลนะมิคาเอลว่าก่อนจะดันอีกฝ่ายออกไปด้วยกการตะหวัดเคียวยมทูตในมือด้วยความแรง

 

งั้นมั้งเอลนาร์ดว่าด้วยน้ำยียวนกวนประสาท ว่าแต่นายไม่คิดจะแนะนำตัวบ้างเหรอ

 

ไว้อยากบอกจะบอกก็แล้วกันมิคาเอลเอ่ยตอบเสียงเรียบ ชายหนุ่มพยายามจับปฏิกิริยาการเรียกหาของสร้อย

 

ใกล้เข้ามา

 

ใกล้แล้ว เรน

 

มิคาเอลบอกตัวเองในใจ เขาไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องอยากเห็นเรนอยู่ในสายตาทั้งๆที่มันอาจจะเป็นอันตรายกับเธอก็ได้แต่ในจิตใจส่วนลึกมันบอกว่าถ้าหากเธออยู่ไกลจากสายตาของเขาเธออาจจะเป็นอันตรายยิ่งกว่า

 

ดูเหมือนว่าคนที่นายพยายามจะเรียกมาถึงที่แล้วนะเอลนาร์ดเอ่ยขึ้นอย่างพึงพอใจก่อนจะหันไปตามทางที่เสียงฝีเท้าดังขึ้น

 

สิ่งที่มิคาเอลเห็นก็คือเรนยืนอยู่ตรงนั้นจังหวะเดียวกับที่เอลนาร์ดเหวี่ยงดาบเข้าจู่โจมเธอ!! มิคาเอลพยายามวิ่งเข้าไปช่วยแต่ดูเหมือนจะช้าเกินไปเมื่อดาบของเอลนาร์ดฟันลงไปก่อนให้เกิดเสียงตูมดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นดินลอยคละคลุ้งยากแก่การมองเห็น อึดใจหนึ่งกว่าที่มิคาเอลจะรับรู้ว่าเธอปลอดภัย เมื่อเขามองเห็นยอดไม้กางเขนที่โผล่ออกมาท่ามกลางฝุ่นดิน

 

เจซาลเอลนาร์ดพูดขึ้นเบาๆในลำคอพลางสบมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาประหนึ่งจะกินเลือดกินเนื้อ เรนสบมองกลับด้วยแววตาดุ เธอไม่ถอยหนีเพราะเธอไม่ได้อ่อนแอขนาดต้องให้ใครมาปกป้อง และเธอจะยืนยันจะสู้เพื่อคนที่รอเธออยู่ข้างหลัง...

 

ฉันมาอยู่นี่แล้วไง เลิกยุ่งกับคนที่ไม่เกี่ยวข้องได้ไหม? ”เรนเอ่ยเสียงเรียบขณะปรายตามองไปยังมิคาเอล บ่งบอกให้รู้ว่าเธอต้องการกัน เขาออกไปจากสถานการณ์แบบนี้

 

ฉันอยากจะยุ่งกับเธอใจจะขาดถ้าเขาไม่เข้ามาเกี่ยวก่อนเอลนาร์ดว่าพลางขยับยิ้มก่อนจะหันมาหามิคาเอลแล้วเอ่ยต่อ โทษทีนะ ดูเหมือนว่าฉันจะเจอคู่เดทของฉันแล้วละเขาว่าพลางโบกมอให้มิคาเอลเล็กน้อยเล่นเอาคนฟังตีสีหน้าเครียด

 

เดี๋ยวเซ่มิคาเอลตะโกนขณะที่คนทั้งคู่หันมามอง นัยน์ตาของเรนเรียบเฉยขณะที่ของเอลนาร์ดเหมือนกำลังสำเริงสำราญใจอยู่ลึกๆ  มิคาเอลก้าวยาวๆประชิดตัวเรน และก่อนที่ความรู้สึกของหญิงสาวจะวูบไหวท่อนแขนแกร่งของเทวดาหนุ่มก็รั้งตัวเธอแนบอกที่แข็งแรงราวกับภูผา แก้มขาวเริ่มสีระเรื่อขณะที่ในหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เธอรู้ตัวดี... เพราะมันเป็นทุกครั้งที่เธออยู่ใกล้คนๆนี้ราวกับมันเป็นโรคประหลาดไม่สามารถรักษาได้

 

ฉันตัดสินใจแล้วมิคาเอลเอ่ยขึ้นขณะที่นัยน์ตาสีฟ้าสบมองเอลนาร์ดนิ่งราวกับจะประกาศความเป็นเจ้าของ ฉันจะไปอยู่ห่างจากเรน ถ้านายอยากฆ่าเธอ นายก็ต้องฆ่าฉันก่อน

 

เจซาลกับออริจินอลเอลนาร์ดว่าพลางส่งเสียงหึในลำคอ นายพูดเองนะมิคาเอล ต่อให้วันนี้ฉันแพ้นาย วันต่อไปข้างหน้าก็ต้องมีคนแบบฉันมาตามฆ่าเธออยู่ดี นายคิดว่านายจะอยู่ดูแลเธอได้ตลอดไปงั้นเหรอ?

ใช่...

 

เขาจะสามารถดูแลเธอได้ตลอดเรอะ?

 

ได้สิ ต้องได้

 

มิคาเอลบอกตัวเองในใจก่อนก้มลองมองคนในอ้อมแขนเล็กน้อย ชายหนุ่มกระชับวงแขนนั้นไว้แน่นราวกับไม่ยินยอมให้เธอหลุดออกจากพันธนาการนี้

 

อีกอย่าง เธอเป็นพวกเจซาลเอลนาร์ดพูดขึ้น  นายเป็นออริจินอลนายก็รู้ว่าพวกเจซาลเป็นยังไง? ”

แล้วยังไงละมิคาเอลเอยออกมาในที่สุด เขาไม่แคร์อีกแล้วไม่ว่าใครจะมองอย่างไร จะเจซาลหรืออริจินอลยังไงก็คนเหมือนกัน นายคิดว่านายเป็นใครถึงมีสิทธิ์มาตัดสินชีวิตคนอื่นแบบนั้น

 

มิคาเอลเรนเอ่ยเรียกเบาๆทั้งที่เธออยู่ในอ้อมแขนที่รัดแน่นขนาดนี้ เจซาลถูกชะตาลิขิตมาให้เป็นผู้ล่า บางครั้งเราก็ถูกล่าแต่ว่า...หญิงสาวว่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง มิคาเอล ฉันไม่ใช่เจซาลที่อ่อนแอไม่ได้เป็นจุดอ่อนของเจซาลคนอื่นๆ อีกอย่างฉันสามารถดูแลตัวเองได้

 

ไม่หรอกเรนมิคาเอลเอ่ยตอบปลายจมูกของชายหนุ่มสัมผัสกับหน้าผากกลมมนของหญิงสาวในอ้อมแขนแผ่วเบา นับจากนี้ไปฉันต่างหากที่จะดูแลและปกป้องเธอเองสิ้นคำเคียวยมทูตที่ปรากฏขึ้นในมือข้างที่ว่างของมิคาเอล มันจสะท้อนวาบกับดวงจันทร์ที่เฉิดฉายราวกับเป็นสักจีพยาน

 

งั้นก็ช่วยไม่ได้เอลนาร์ดว่าก่อจะเสยผมขึ้นเล็กน้อย ดาบใหญ่ในมือกระชับแน่นขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มที่แสดงถึงความกระหืดกระหายที่ล้นทะลั่กออกมาจากภายใน เอลนาร์ดกระโจนเข้าหาเป็นจังหวะเดียวกับที่มิคาเอลดันให้เรนไปอยู่ข้างหลังทำให้เคียวยมทูตปัดดาบใหญ่ออกได้ทันท่วงที!

 

เสียงกระทบกันไปมาระหว่างเคียวยมทูตและดาบใหญ่สลับไปกันมาจนเรนไม่สามารถบอกได้ว่าใครเป็นฝ่ายได้เปรียบหรือเสียเปรียบแม้ว่าจะมีหลายครั้งที่มิคาเอลทำให้เธอใจหายก็แต่เขาก็ยังรักษาระดับฝีมือของตัวเองไว้ได้ แม้ว่าจะเหนื่อยหอบจากการต่อสู้ที่ถูกยื้อไปมาแต่กำลังใจของมิคาเอลไม่เคยหดหาย ยามนี้สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเทวดาหนุ่มผู้อยู่เหนือสิ่งอัศจรรย์ทั้งหลายคือเธอ

 

ยมทูตที่ทำให้เทวดาทำผิดกฎของเทวดาและถึงแม้จะรู้ตัวก็ไม่อาจถอยหนีได้อีกต่อไป

 

เอลนาร์ดฟาดดาบลงมาอีกครั้งพร้อมกับที่มิคาเอลยกเคียวยมทูตมากันไว้ ชายหนุ่มดันออกไปเล็กน้อยด้วยพลังจิตที่มีก่อนจะตะหวัดคมเคียวใส่ที่ร่างของเอลนาร์ดเรียกโลหิตสีแดงสดให้ไหลซึมออกมาจนน่าหวาดกลัว

 

ท่าทางนายเทวดาจะใช้เคียวยมทูตไม่เป็นเอลนาร์ดเอ่ยยั่วแม้ว่ามือข้างที่ว่างจะกดบาดแผลเอาไว้ก็ตามที ใช่ไหมเรนหรือไม่ก็เพราะมีเธออยู่ข้างหลังทำให้ขยับตัวได้ลำบากไม่เป็นไปดั่งใจนึก

 

มิคาเอลมองสบอีกฝ่ายนิ่งโดยไม่คัดค้านหรือเอ่ยคำใดๆออกไป

 

เฟี้ยววว~

 

เสียงลูกธนูดอกแรกดังแหวกอากาศขึ้นมาจากที่ใดที่หนึ่งและเป้าหมายของมันก็คือคนที่อยู่ข้างหลังเขา! มิคาเอลหันหลังกลับแทบจะในทันทีก่อนที่ลูกธนูจะปักเข้าที่ช่วงบ่ากว้างอย่างแม่นยำ เคียวยมทูตในมือตกลงกับพื้นเป็นจังหวะเดียวกับที่นัยน์ตาสีแดงสดตะลึงมองร่างสูงใหญ่ที่เอนลงมาแทบจะทับตัวเธอ! สิ่งแรกที่เรนเห็นคือเลือดที่ไหลซืมออกมาและสิ่งเดียวที่มิคาเอลรู้สึกคือเสียงของเรนที่เรียกชื่อเขาซ้ำไปซ้ำมา

 

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++

 

 

นัยน์ตาสีฟ้าของมิคาเอลลืมตาตื่นขึ้นช้าๆ ชายหนุ่มยกแขนข้างที่ว่างกุมที่บ่าเอาไว้แน่นด้วยความเจ็บปวด ร่างท่อนบนของเขาเปลือยเปล่ามีเพียงผ้าพันแผลสีขาวเท่านั้นที่บ่งบอกได้ว่างแผลจากลูกธนูดอกนั้นถูกใครบางคนจัดการเรียบร้อยแล้ว เขากวาดสายตามองไปรอบกาย ห้องทั้งห้องมืดสนิทและที่นี่ไม่ใช่ห้องพยาบาลที่ออกัสตัสด้วยแล้วก็ไม่ใช่ห้องนอนของเขาด้วย ก่อนคำตอบจะเฉลยชายหนุ่มก็สังเกตเห็นร่างบอบบางที่นอนแนบหน้าอยู่ข้างเตียงที่เขานอน เรนนอนอยู่ตรงนั้นนานเท่าไรไม่มีใครรู้ มิคาเอลลูบศีรษะของเธอเล็กน้อยก่อนจะก้าวลงมาจากเตียง ท่อนแขนแกร่งอุ้มร่างนั้นขึ้นมาแม้ว่าอาการปวดแผลที่บ่าจะยังไม่จางหายไปไหน เขาวางร่างของหญิงสาวลงบนเตียงช้าๆก่อนจะห่มผ้าให้เธอส่วนตัวเขาเมื่อสวมเสื้อเสร็จเรียบร้อยก็เดินออกไปจากห้อง

 

 

…….

 

 

 

.

 

เรนลืมตาตื่นด้วยตกใจเมื่อรู้สึกว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงนุ่มซึ่งมันเป็นของเธอเอง หลังจากที่เธอจำได้ว่าเธอพามิคาเอลมาที่นี่เพราะเขาได้รับบาดเจ็บจากการถูกลอบทำร้ายโดยใครสักคน ซึ่งหลังจากเหตุการณ์นั้นดูเหมือนเอลนาร์ดจะโมโหมาก เขาสบถออกมาด้วยน้ำเสียงเหลืออดก่อนจะตามบุคคลลึกลับในเงามืดไป เหลือแต่เธอที่อยู่นั้นเรนพยายามเรียกมิคาเอลตลอดเวลาแต่เขาก็ดูแย่มากในวินาทีนั้น โครงหน้าคมที่ซีดเซียวไร้สีเลือด ร่างกายอ่อนแรงเพราะพิษที่อยู่ในลูกธนู เรนพยายามทุกวิถีทางก่อนที่ใครสักคนที่แสนคุ้นเคยจะปรากฏตัวขึ้น

 

แซคคาไรอัสนั้นเอง

 

แม้จะดูไม่น่าคบสำหรับคนอื่นแต่สำหรับเรน ผู้ชายคนนี้ไม่เคยทำให้เธอรู้สึกเหมือนอยู่โดดเดี่ยว เขาแทบจะปรากฏกายออกมาทุกครั้งที่เธอต้องการความช่วยเหลือราวกับรู้ทัน ถ้าไม่ติดว่ามีใครในใจเรนคงหลงรักผู้ชายคนนั้นเข้าไปแล้ว แซคคาไรอัสช่วยพยุงตัวมิคาเอลขึ้นเพื่อพาเข้าไปที่พักของเธอ ซึ่งมันใกล้ที่สุดในเวลานี้ หลังจากจัดการบาดแผลของมิคาเอลเรียบร้อยแซคคาไรอัสก็จากไปโดยไม่บอกกล่าว เหลือแค่เธอที่นั่งเฝ้ามิคาเอลจนหลับตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้แล้วเธอก็ขึ้นมานอนบนนี้ได้อย่างไรก็ไม่รู้เหมือนกัน

 

บางทีเขาอาจจะกลับไปแล้ว

 

เรนคิดในใจ

 

และบางทีเขาคงจะคิดได้ว่าไม่สมควรมาปกป้องเธอเพื่อให้ตัวเองบาดเจ็บ

 

ใช่

 

เขาออกไปจากชีวิตตามที่เธอต้องการแล้ว

 

ถึงแม้จะบอกตัวเองอย่างนั้นแต่ในใจกลับรู้สึกอีกแบบ นัยน์ตาสีโลหิตเริ่มอาบล้นไปด้วยน้ำตาแห่งความเศร้าโศกกับหัวใจที่ปวดร้าว มือเล็กเอื้อมไปหยิบตุ๊กตาลูกโป่งที่ครั้งหนึ่งมิคาเอลเคยให้เธอ หญิงสาวมองมันก่อนที่ภาพเก่าจะย้อนกลับมาให้รู้สึกปวดร้าว ทั้งรอยยิ้มที่แสนเป็นมิตร ทั้งท่าที ทั้งความเป็นสุภาพบุรุษ เขาไม่เคยทำให้เธอลำบากใจแต่กลับกันทุกครั้งที่อยู่ใกล้เขาเธอจะรู้สึกดีมากเป็นพิเศษ

 

มิคาเอล

 

เรนท่องชื่อนี้ไปมาในหัวพร้อมกันน้ำตาที่ไหลอาบลงสองแก้ม

 

เรนเสียงมิคาเอลดังขึ้นก่อนที่ร่างของเรนจะลุกขึ้นมาราวกับถูกผีเทวดาหลอกหลอน

 

ให้ฉันเดานะ คราวนี้เธอเริ่มเป็นฝ่ายเรียกหาฉันแล้วใช่ไหม?”มิคาเอลว่าก่อนจะโผล่หน้าเข้ามาที่ประตูห้องนอนของเธอ  ชายหนุ่มขยับยิ้มเล็กน้อยตามแบบฉบับของเขาก่อนที่เรนจะยันตัวขึ้นมาจากที่นอนและวิ่งตรงเข้าหาอีกฝ่าย ท่อนแขนเล็กของหญิงสาวโอบรอบคออีกฝ่ายไว้ราวกลัวว่าเขาจะหายอีกครั้งขณะที่วงแขนแกร่งของอีกฝ่ายก็โอบรับร่างบางนั้นไว้แนบอก มือข้างหนึ่งของมิคาเอลลูบลงบนเส้นผมสีทองแดงแผ่วเบาราวกับปลอบโยน

 

เรนมิคาเอลเอ่ยขึ้นแผ่วเบา ฉันว่าฉันไม่อยากคบเธอเป็นเพื่อนแล้วละเรนดันตัวออกห่างราวกับไม่เชื่อหูตัวเอง นัยน์ตาสีโลหิตมองอีกฝ่ายที่ก้มหน้านิ่งเหมือนกำลังฝืนที่จะพูดบางอย่าง มือข้างที่กุมตุ๊กตาลูกโป่งนิ่งเหมือนไม่อยากจะรับรู้รับฟังอะไรทั้งสิ้น เรนตัดสินเดินหนีกลับเข้าไปในห้องแต่ครั้งนี้มันยากกว่าครั้งไหนๆเมื่อวงแขนแกร่งของอีกฝ่ายรวบตัวเธอไว้ก่อนจะหมุนตัวเธอมาประจันหน้ากับเขา

 

ฉันไม่อยากคบเธอเป็นเพื่อนฉันแล้วเพราะว่า…”มิคาเอลเอ่ยขึ้นอีกครั้ง เพราะว่าฉันอยากคบเธอมากกว่าเพื่อนยังไงละนัยน์ตาสีน้ำทะเลคู่คมสบมองคนตรงหน้าก่อนจะขยับยิ้มเล็กน้อยก่อนจะยกมือทั้งสองขึ้นปาดน้ำตาออกจากแก้มนวล

 

ได้ไหม?”มิคาเอลเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งขณะที่เรนขยับยิ้มและพยักหน้าลงเล็กน้อยเป็นการตอบตกลง

 

 

 

+++++++++++++++++++++

 

 

End

By:  อาราส เอลเรอ้อน & ยมทูตเรน

 

1,061 ความคิดเห็น