~~ ** ราชวงศ์ริ้ดเดิ้ล ** ~~

ตอนที่ 36 : พี่-น้องตระกูลริ้ดเดิ้ล (100%) ++22/1/51 ***21.05

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 116
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    22 ม.ค. 51



                  
               พี่-น้องแห่งราชวงศ์ริ้ดเดิ้ล



                       ปัง!

        
                       "ท่านพี่ครับ~!!`"เสียงปอมตะโกนลั่นตามโถงทางเดินที่ถอดยาว ขาทั้งสองข้างกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปตามทางเดินที่ปูด้วยแผ่นหินอ่อนที่ถูกขัดจนมัน


                         โครม!


                        แล้วพ่อคุณก็ล้มตึงลงไปก่อนจะตั้งสติบ่นโอดๆโอยๆอย่างกะคนแก่พึมพำงึมงำอยู่เดียวแล้วลุกขึ้นมาปัดฝุ่น(ที่ไม่มีบนพื้น- -)ออกจากเสื้อผ้า


                        "ท่านพี่~~!!!!"พระอนุชาเพิ่มเสียงเอ๊กโค่อีกนิดหวังให้ผู้เป็นพี่ที่อยู่ในท้องพระโรงได้ยิน แต่ชายหนุ่มก็ต้องกุมขมับเมื่อภาพตรงหน้ามันช่วยให้ปวดหัวจนอยากตายให้รู้แล้วรู้แรด! เอ๊ย! รอด!! ... บันลังค์สูงสง่าที่มีบุรุษหนุ่มนั่งประทับอยู่รายล้อมไปด้วยนางสนมมากมายที่คลอเคลียอยู่ใกล้ๆแต่บุรุษหนุ่มผู้เป็นคิงหาสนใจไม่ เพราะบัดนี้เขากำลังง่วนอยู่กับเกมส์ลินเนจ!! โดยละเลยเหล่าบรรดาพระสนมน้อยใหญ่ที่ตนเคยหลงใหลนักหนาไปเสียสิ้น


                           เวงของกำ...


                           "เออท่านพี่..."


                           "เงียบๆก่อนปอมกิเลนโน่!"คิงเรนเอ่ยขัดพระอนุชาก่อนจะง่วนอยู่กับการรั่วคีบอร์ดอย่างเมามัน สีหน้าของบุรุษหนุ่มเต็มไปด้วยความสะใจ!!


                           "เออ... ทะ..."


                           "เฉยๆก่อนสิปอมมี่ ท่านพี่กำลังตีเรดบอส แปปเดียว"ชายหนุ่มว่าพลางหันไปสนอกสนใจอยู่กับหน้าจอคอมที่มีเสียงตูมๆติดกันหลายครั้งหลายหน


                             "เอาละๆ... คิกๆ .. ตายๆๆ หว๋า~ เฮ้ย!!"บุรุษผู้เป็นคิงบ่นโน้นนั่นนี่อยู่คนเดียวขณะที่เหล่านางสนมหลายคนตัดสินใจถอยห่างคิงเรนผู้ยิ่งใหญ่ ส่วนคนที่ยืนรอจะบอกเรื่องสำคัญก็ยืนรอต่อไปเพราะท่านพี่ของเขา 'กำลังตีเรดบอส' โดยที่เค้าไม่รู้ว่าไอตัว 'เรดบอส' ที่ว่าหน้าตาเป็นเยี่ยงไร หล่อกว่าท่านพี่ของเขาหรือไม่? แต่ช่างเถอะ... มันคงหล่อว่าท่านพี่ของเขาเป็นแน่มิเช่นั้นท่านพี่ของเขาคงไม่ตั้งหน้าตั้งตาตีมันอย่างเป็นเอาตายแบบนั้นหรอก


                               "เย้~!!! ตายแว้ว~>*<"คิงเรนตะโกนร้องก้องราวกับจะประกาศว่าตนเอาชนะข้าศึกทั้งมวลได้แต่ความสุขของการฆ่าเรดบอสตายก็จบลงที่พระอนุชา...


                               "โดนเรดฆ่าตายยก'ตี้ (ปาร์ตี้)หรือครับท่านพี่"


                                 โครม!!


                                ฝาเท้าหนักของท่านพี่ผู้เป็นที่รักถูกส่งไปพระอนุชาอย่างรวดเร็ว


                               "เรดบอสต่างหากที่ตาย ชิชะ บังอาจดูถูกฝีมือข้าคิงเรนแห่งราชวงศ์ริ้ดเดิ้ล!"บุรุษหนุ่มเอ่ยพลางกอดอกอย่างมั่นใจก่อนเอ่ยต่อ "เอ้า! มีอะไรว่ามา"


                                 "ห๋า? อะไรเหรอท่านพี่?"พระอนุชาปอมเอ่ยพลางทำท่านึกคิดอย่างสุดชีวิตก่อนจะทำหน้าเบิกบานแล้วควานหาอะไรบางอย่างในกระเป๋าโดราเอมอน "นี้ๆ ท่านพี่ จอมอ!! จดหมาย!!"ว่าจบพระอนุชาปอมก็ยื่นส่งซองสีดำสนิทให้ผู้เป็นพี่ คิงเรนยืนมองซองปริศนาครู่หนึ่งด้วยความชั่งใจก่อนจะยกนิ้วชี้ขึ้ข้างหนึ่งแล้วดันกลับไปคืนพระอนุชา


                               "เปิดสิ อ่านด้วยนะ ท่านพี่ขี้เกียจอ่าน"สิ้นคำ(สั่ง)ของบุรุษผู้เป็นคิงพระอนุชาปอมถึงกับหน้าสีด้วยความกังวล


                               ซองมันก็ปริศนาจะแย่ แถมยัง... ให้ตายเหอะ แม้แต่ท่านพี่ยังไม่ยอมเปิด ถ้าเขาเปิดขึ้นมาเขาอาจจะตายก็ได้


                                 คิดได้ดังนั้นพระอนุชาก็ประมวลแผนการในสมองเพื่อให้ท่านพี่ของเขายอมที่จะเปิดซองจดหมายปริศนาฉบับนี้เอง


                              "เออ ท่านพี่...ข้าคิดว่ามันเป็นจดหมายสำคัญนะครับ อาจจะเป็นเรื่องว่าราชการทางการเมืองอะไรแบบนี้ ท่านในฐานะคิงน่าจะเป็นคนเปิดอ่านเองมากกว่านะขอรับท่านพี่"พระอนุชาเอ่ยขณะที่สังเกตุอีกฝ่ายที่ทำท่าครุ่นคิดพยักหน้าตามช้าๆราวกับเห็นด้วย


                                 "ที่เจ้าพูดมาก็ถูก ถ้ามันเป็นจดหมายสำคัญมากๆ ข้าก็น่าจะเป็นคนเปิดอ่านเอง"คิงเรนเอ่ยพึมพำส่วนพระอนุชาปอมก็เริ่มคลียิ้มออกมาเมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผน เขารู้ ท่านพี่ของเขารักบ้านเมือง หากจดหมายฉบับนี้ถูกส่งมาเพื่อร้องเรียนหรืออะไรก็แล้วแต่ที่สำคัญต่อชาติบ้านเมืองท่านพี่จะต้องเปิดอ่านและรีบจัดการโดยเร็วที่สุดเพื่อไพร่ฟ้าประชาชี


                                "แต่ถ้าเจ้าเปิดอ่านก็เหมือนกับท่านพี่เปิดอ่านนั้นแหละ"ว่าจบชายหนุ่มก็เดินหัวเราะกลับไปนั่งบนบันลังค์สีทองสง่าพลางโบกมือน้อยๆให้เหล่านางสนมออกไปด้านนอก ทิ้งให้พระอนุชาปอมยืนนิ่งอยู่คนเดียวพลางคิดในใจ...


                                  ข้าขอถอนคำพูดที่ว่าท่านพี่ของงข้าเป็นห่วงไพร่ฟ้าประชาชียิ่งกว่าอะไร เพราะมันห่วงมันกะนางสนมทั้งหลายมากกว่า!!


                             ข้ายอมแพ้... ยอมแพ้แล้วจริงๆ


                              เฮ้อ..


                                 พระอนุชาปอมถอนหายใจก่อนจะทำสมาธิ 1 วินาทีเมื่อถูกสายตาคาดโทษของบุรุษบนบันลังค์ส่งมอบมาให้ก่อนจะค่อยๆแงะซองผ้าป่า เอ๊ย! ซองปริศนาสีดำสนิทออกช้า พระอนุชาปอมดึงกระดาษด้านในออกมาคลี่ออกอ่านช้าๆ




                                "... เรียนท่านพี่ที่เคารพ... ข้าคือซีริน ริ้ดเดิ้ล... น้องสาวต่างมารดาของท่านพี่ แต่ขอให้มั่นใจว่าเรามีพ่อคนเดียวกัน...(จบท่อนนี้พระอนุชาปอมหยุดยืนคิดหนักเพราะเขาพอรู้แล้วว่าทำไมท่านพี่ของเขาถึงได้เจ้าชู้หนักหนา..) ข้าจะแจ้งข่าวแก่ท่านพี่ว่าข้าจะเดินทางถึงที่วังในอีกประมาณ 3 วันข้างหน้า ..ด้วยรักและเคารพ..."


                                 "ปอม..."คิงเรนเอ่ยเรียกพระอนุชา "ซีรินนี้...เป็นน้องของข้า พี่ของเจ้างั้นเรอะ?"


                               "ท่านพี่ถามข้าได้ยังไง ข้าต้องถามท่านต่างหาก"พระอนุชาปอมบ่น "เขาบอกว่าเขาเป็นน้องสาวของท่านพี่... งี้แสดวงว่าเราไม่ได้มีกันแค่สองคนพี่น้องอะดิ.. เรามีกันสามคนพี่น้องต่างหาก"


                               "ที่เจ้าพูดก็ถูก... แต่พูดถึงสามพี่น้อง.. เจ้าชวนให้ข้านึกถึง.."คิงเรนหยุดคิดครู่หนึ่งก่อนเอ่ยต่อ "นิทานเรื่องลูกหมูสามตัว"

                                                    พระอนุชาปอมแทบเป็นลมล้มพับไปต่อหน้าต่อตาเมื่อได้ยินสิ่งที่คิงเรนเอ่ยออกมา


                                                   "ปอม...เจ้าว่าข้าจะจัดงานอะไรตอนรับน้องของข้าพี่ของเจ้าดีละ"คิงเรนเอ่ยถามความคิดเห็นบุรุษผู้ได้ชื่อว่าเป็นพระอนุชาของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่แห่งสามภพ


                                                  "ท่านพี่ขอรับ ท่านมั่นใจได้หรือว่านางเป็นน้องสาวของท่านพี่สาวของข้า"พระอนุชาปอมเอ่ยด้วยความไม่แน่ใจ "ในเมื่อเรามีกันสองคนพี่น้องมาตั้งแต่ต้น แล้วจู่ๆนางเป็นใครก็รู้ บางทีนางอาจจะสวมรอยมาเป็นพี่ของข้าน้องของท่านก็เป็นได้นะ"

                                                 "อืม ที่เจ้าว่ามาก็มีเหตุผล"คิงเรนเอ่ยกับตัวเองเบาๆ "แต่ว่า... เปียงกะปอมโก้!! ท่านพี่อยากจัดงานเลี้ยงฉลอง!! เอางานใหญ่ๆ!" สิ้นคำบุรุษผู้ทรงอำนาจ พระอนุชาปอมก็ได้แต่ปาดเหงื่อออกช้าๆด้วยความสลดในใจ... ก็แค่งานเลี้ยงต้อนรับบังหน้าละว้า~ ที่จริงก็อยากจะจัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองใจจะขาดรอนๆ...


                                                 "ขะ... ขอรับท่านพี่"พระอนุชาปอมเอ่ยรับคำก่อนจะขอตัวกราบลา แต่ยังไม่ทันที่เจ้าตัวจะก้าวพ้นห้อง....


                                                   "พระอนุชา!"เสียงพิฆาตของใครบางคนก็เรียกขานให้เจ้าของตำแหน่งพระอนุชาหันกลับไปหาด้วยสายตาเศร้าสลด "ในงานอย่าลืมถังเลือดหลายๆถังด้วยนะ"


                                              "เออ ท่านพี่ขอรับ แต่ว่าไวน์เลือดนะมัน..."พระอนุชาปอมพยายามจะอธิบายถึงถังไวน์เลือดที่บ่มเพาะรสชาติอยู่ใต้วังว่ามันยังไม่ถึงกำหนดวันอันควร แต่ดูเหมือนผู้เป็นพี่ของเขาจะหาได้ฟังไม่


                                                "จัดการให้ด้วยแล้วกันนะพระอนุชา อย่าให้ขายหน้าน้องของข้าพี่ของเจ้าละกัน"คิงเรนเอ่นพลางขยับยิ้มหัวเราะเหมือนคนบ้าอยู่คนเดียวบนบันลังก์สีทอง


                                                      "ทะ... ท่านพี่ ถ้าหากรสชาติของไวน์นั้นมันยังไม่คงที่แบบที่ท่านพี่ชอบละขอรับ ข้าคิดว่า..."

"ก็จัดการให้รสชาติมันได้แบบที่ท่านพี่ชอบสิ เอาตามนี้แหละปอมๆ ไปได้แล้ว"คิงเรนเอ่ยรวดเดียวจบพลางโบกมือขึ้นน้อยเพื่อตัดบทและตัดปัญหาของพระอนุชาทิ้งไปเสีย เล่นเอาปอมถึงกับต้องยอมรับความพ่ายแพ้ไปโดยปริยาย...



                                            ***************************************************************************************



                                       เฮ้อ~


                                          พระอนุชาปอมทิ้งตัวลงนั่งบนถังไวน์เลือดที่ถูกบ่มอยู่ใต้ปราสาทหลังใหญ่อันที่พำนักของคิงเรนผู้หล่อเหลายากจะหาผู้เทียบเทียม (มีประชากรช่วยกันอ้วกมาแล้วกว่า 30000 คน) ก่อนจะนึกถอนใจอยู่หน่ายๆว่าจะทำเช่นไรให้ไวน์ที่บ่มอยู่ในถังได้รสชาติก่อนถึงเวลาอันควร เพราะว่าบางถังเขาเพิ่งจะสูบเลือดตัวเองใส่ลงไปในถังได้แค่ไม่ถึงสัปดาห์แล้วก็มีถังไวน์ที่สามารถนำมาดื่มกินได้ก็แค่ประมาณ 5 ถังเท่านั้น แต่ในงานฉลองครั้งนี้ท่านพี่ของเขาคงจะรินไวน์ไม่ยั้งมือเป็นแน่ บางทีนะบางที... เขาอาจจะจัดการท่านพี่ขั้นเด็ดขาดเสียบ้างเพื่อให้ท่านพี่ดื่มไวน์ในถังเหล่านี้ให้น้อยลงหน่อยแล้วเขาจะได้ไม่เดือดร้อนในวันหน้าถ้าหากว่าไวน์รสชาติไม่ได้ตามที่ท่านพี่ต้องการหรือว่าไวน์ในถังเหล่านี้ไม่พอที่ท่านพี่จะบริโถคในแต่ละวัน หรือไม่บางทีเขาก็คงไปสูบเลือดจากเหล่าทหารหาญมาใส่ในถังไวน์เพิ่ม เพราะจะให้เขาสูบแต่เลือดของตัวเองก็คงจะแย่อย่างไรซะเขาก็เป็นมนุษย์ธรรมดาคนนึงถึงจะมีพี่ชายเป็นคิงแห่งปวงชนก็ตาม คิดได้ดังนั้นพระอนุชาปอมก็ลุกขึ้นยืนและเดินออกไปข้างนอกเพื่อที่จะปรึกษากับใครบางคนที่เขามั่นใจว่าสามารถช่วยเขาได้ในกรณีที่ท่านพี่ของเขาเกิดอาละวาดขึ้นมาหากว่าไวน์ไม่พอหรือหมดหรือรสชาติแย่จนปาหัวหมาแมวในวังได้ก็ตามที... และใครคนนั้นก็คือ...


                                  ท่านศรีภรรยาหลินของท่านพี่...


                                   พระอนุชาปอมเคาะบานประตูอันเป็นที่พำนักของหญิงสาวอยู่สองสามครั้งก่อนที่บานประตูสีขาวจะเปิดออกเผยให้เห็นสตรีสูงศักดิ์ผิวขาว เส้นผมยาวเหยียดตรงสีดำถึงกลางหลัง ดวงหน้าหวานกับริมฝีปากสีชมพูอวบอิ่ม อาภรณ์ของนางอยู่ในชุดสีครีมและคลุมทับด้วยผ้าบางๆสีเดียวกัน


                               "พระอนุชาปอม มีอะไรงั้นหรือ?"ศรีภรรยาหลินถาม


                               "แน่นอน ข้ามีเรื่องอยากจะปรึกษาท่านพี่สะใภ้"พระอนุชาปอมเอ่ย


                                    "เข้ามาในกะ...เอ่อ... แปปนะปอม ขอเก็บของก่อน"ว่าจบหญิงสาวก็ปิดประตูทันทีแล้วครู่หนึ่งปอมก็ได้ยินเสียงตุ๊บ ปัง โครม อยู่พักใหญ่ก่อนที่บานประตูจะถูกเปิดออกครั้งพร้อมกับสตรีนางเดิม


                                      "เชิญ..." พระอนุชาปอมเดินเข้าไปภายในที่พำนักของหญิงสาว มันกว้างขวางกว่าก้องไหนๆของเลห่านางสนมเป็นแน่เขามั่นใจ อย่างน้อยๆถึงแม้ว่าท่านพี่ของเขาจะเจ้าชู้แต่ท่านพี่เขาก็รับผิดชอบและมั่นคงต่อนางผู้เป็นหนึ่งเดียวในใจของเขาแน่นอน และคนผู้นั้นก็คือสตรีผู้เป็นเจ้าของห้องนี้...


                                           "ว่าแต่เจ้ามีอะไรจะปรึกษาข้างั้นเรอะ"ศรีภรรยาหลินเอ่ยถาม พระอนุชาปอมจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง ตั้งแต่เรื่องซีริน บุคคลที่จะมาถึงในเร็ววังในฐานะน้องสาวของคิงเรนและพี่สาวของเขา รวมถึงงานเฉลิมฉลองครั้งใหญี่ที่ท่านพี่ของเขาสั่งให้เอาไวน์เลือดมาเปิดโดยไม่จำกัด พร้อมกับอธิบายเรื่องไวน์เลือดที่มันยังบ่มเพาะรสชาติไม่พออีกด้วย
"เจ้าเลยมาขอร้องเราให้ห้ามปรามท่านพี่งั้นเหรอ"ศรีภรรยาหลินเอ่ยถามเมื่อฟังเรื่องราวทั้งหมด


                                            "ทำนองนั้นแหละขอรับ"พระอนุชาปอมเอ่ย "ข้าคิดว่าไม่มีใครอีกแล้วที่ท่านพี่ของข้าจะเกรงกลัวนอกจากท่านพี่สะใภ้"



                                       "ไว้ข้าจะช่วยเจ้าจัดการแล้วกันนะ"ศรีภรรยาหลินว่า



                                         "เออว่าแต่พี่สะใภ้ เมื่อครู่ข้าได้เสียงโครมครามข้าขออนุญาติถามว่าท่านพี่สะใภ้ทำอะไรเรอะ"พระอนุชาปอมเอ่ยถามช้าๆเพื่อให้แน่ใจว่าท่านพี่สะใภ้ของเขาจะไม่เขวี้ยงของอันตรายมาโดนหัว


                                         "ออ เออ ข้าเออ... ข้า.... ข้ากำลังหัดทำท่าออดอ้อนแบบพวกนางสนมของคิงเรนนะ เพื่อเขาจะได้ขับไล่นางสนมเหล่านั้นออกไปจากวังเสียที แหะๆ"


                                         สิ้นคำตอบของท่านพี่สะใภ้พระอนุชาแทบจะลมจับลงไปอีกรอบ... ให้ตาย... ช่างบ้าเหมือนกันทั้งคิงทั้งมเหสีเอก....




                   *******************************************************************************************************

                          3 วันถัดมา ...

                            

                           ยามเช้าที่แสนสดใสพร้อมกับการเตรียมงานเลี้ยงเฉลิมฉลองต้อนรับการปรากฏตัวของพระขนิษฐาที่อยู่ก็ปรากฏตัวขึ้นมาโดยไม่มีใบสูติบัตรและไม่มีอะไรบ่งบอกเลยว่าเป็น ‘น้องสาว’ ของคิงเรน และเป็น ‘พี่สาว’ ของพระอนุชาปอม แต่ที่แน่ๆ คิงเรนกลับเอ่ยปากจัดงานเลี้ยงฉลองซะเฉยๆแบบไม่มีมูลเหตุ แต่ทุกคนรู้กันว่าบุรุษผู้นี้โปรดปรานงานเลี้ยงเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้ว อีกทั้งไม่มีใครกล้าเอ่ยปากขัดหากว่าคิงหนุ่มผู้นี้เอ่ยปาก...



                             สวนหน้าวังถูกประดับตกแต่งด้วยไฟหลากสี โถงทางเดินปูด้วยพรมสีแดงจนสุดปลายทางเดิน ผนังสองฟากฝั่งตกแต่งด้วยผ้าโทนสีอ่อนๆเพื่อความงดงามหรูหราของปราสาท นับว่าเป็นการตกแต่งและทำความสะอาดครั้งยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าตอนที่คิงเรนขึ้นรับบันลังก์เสียอีก แต่ส่วนหนึ่งที่ถูกยกเว้นไว้ก็คือ สวนส่วนตัวของคิงเรนที่มีน้ำพุเลือด มันยังคงอยู่ที่เดิมเพราะคิงเรนไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปทำความสะอาดหรือแก้ไขอะไรทั้งสิ้น เนื่องด้วยคิงเรนยึดหลัก ‘หากกลิ่นเปลี่ยนแปลงมันก็จะไม่เคยชิน’ ดังนั้นมันจึงถูกยกเว้นโดยสิ้นเชิง



                                  เมื่อยามเย็นมาถึงต่างคนก็ต่างหยุดมือจากงานที่ทำและหนีไปอาบน้ำแต่งตัวให้เต็มยศ แต่งานนี้คงต้องยกเว้นราชบุตรและราชธิดาบางคนเอาไว้ที่ท่านพ่อผู้แสนดีทอดทิ้งไว้ที่แห่งใดแห่งหนึ่งนั้นเอง เมื่ออาทิตย์ตกน้ำพระจันทร์ก็ถูกเตะขึ้นมาแทนที มันส่องแสงสว่างเป็นสีเหลือนวลอ่อนๆ ขณะที่ท้องฟ้ามืดลงจนกลายเป็นทะเลดาวพาดผ่านเหนือท้องฟ้าแห่งแผ่นดินริ้ดเดิ้ล!! พร้อมกับขบวนแห่นางแมว เอ๊ย~! ขบวนแห่ของใครสักคนที่มาพร้อมกับความมืดมิด... ... และกองทัพที่มาพร้อมกลิ่นคาวเลือดที่โชยมาต้องโสตประสาทการรับรู้โดยเฉพาะกับคิงเรน บุรุษผู้หล่อเหลาทรมานใจสาว(มีคนอ้วกแตกไปตามๆกัน) พร้อมกับร่างระหงที่ปรากฏตัวขึ้นที่ชายป่าในอาภรณ์สีขาวสะอาดแต่ชายกระโปรงของนางเป็นสีแดงดุจหยาดโลหิต เส้นผมยาวสีดำยาวจรดแผ่นหลังสีดำขลับนัยน์สีเข้มดุจเดียวกับเรือนผม 



                                 งดงาม งดงามยิ่งนัก



                                คิงเรนเอ่ยในใจพร้อมกับกระดกดื่มของเหลวสีข้นในแก้วทรงสูงช้าๆด้วยความใจเย็นแล้วก็สำลักพรวดออกมาเป็นการใหญ่เมื่อมีใครอีกคนเดินตามนางผู้นั้นออกมา


                              ปอป้อ


                              เก๊กเซียม

 
                              โอ๋จี้


                               ลิลจี้


                                โอ้วว


                              ลูกๆของเขากลับมาครบเลย!!



                                 แล้วสติสตางค์ก็กลับมาครบถ้วนสมบูรณ์อีกครั้งเมื่อรังสีอำมหิตแผ่อาฆาตออกมาจากเหล่า’ลูกลิง’



                                    “ท่านพี่ หม่อนฉันนามว่าซีริน ซีริน ริ้ดเดิ้ล ผู้ที่เคยส่งจดหมายมาแจ้งข่าวการมาถึงให้ท่านทราบแล้วก่อนหน้านี้”นางเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่ประดับบนมุมปากเล็กน้อยก่อนเอ่ยต่อ “ข้าไม่เคยนึกฝันมาก่อนเลยว่าพี่ชายของข้าจะเป็นคิงผู้มีชื่อเสีย(ง)และรูปงาม(?)ขนาดนี้ อีกทั้งปราสาทหลังใหญ่ทั้งหรูหราและโอ่อ่า เต็มพร้อมไปด้วยข้าทาสและบริวาร”



                                  “ข้าดีใจเช่นกันที่เจอเจ้า”บุรุษผู้อยู่เหนือบันลังก์ทองเอ่ย “แต่ข้าจะแน่ใจได้เช่นไรว่าเจ้าเป็นน้องสาวต่างมารดาของข้าจริงๆ”



                                   “แน่นอน ข้าผู้ที่ท่านพ่อของพวกเราไม่เคยพูดให้ท่านฟังว่าข้ามีตัวตน ท่านย่อมไม่วางใจข้าเป็นธรรมดา แต่ว่า ข้ามี… สิ่งนี้”ว่าจบนางก็หยิบบางอย่างขึ้นมาจากทรวงอกด้วยความทุลักทุเลเล่นเอาคนที่รออยู่แทบจะหลับไปต่อหน้าต่อตา ไม่ช้าสิ่งของชิ้นแปลกตาสีแดงสดก็ปรากฏขึ้นในมือของนาง มันเหมือนกับหินหยกสีแดงสดดุจเดียวกับโลหิต



                                     “นั้นมัน…”คิงเรนเปรยขึ้นเบาๆ นัยน์ตาสีแดงเข้มดูตื่นตระหนกและท่าทีกระวนกระวายผิดแปลกชอบกล


                                       “ของสิ่งนี้มีเพียงบุตรและธิดาของคิงองค์ก่อนเท่านั้นที่จะมีไว้ในครอบครอง และนี้คือหลักฐาน”หญิงสาวเอ่ยช้าๆก่อนที่พระอนุชาจะหยิบสมบัติที่ท่านพ่อมอบให้ขึ้นมาดู ซึ่งมันก็ไม่ได้ต่างกันเท่าไร…


                                        “แล้วท่านละคิงเรน…หยกสีแดงเลือดของท่านอยู่ที่ไหน….”ซีรินเปรยถามถึงสมบัติชิ้นสำคัญขณะที่คนถูกถามทำท่าลุกลี้ลุกลนสองมือจับต้องไปตามมลำตัวเหมือนพยายามควานหาอะไรบางอย่างที่หายไป
“ท่านพี่…”พระอนุชาปอมที่เคียงข้างกายกระซิบขึ้นเบาๆเหมือนเป็นการเตือนว่าตอนนี้แขกผู้มีเกียรติเบื้องหน้ายืนฟังคำตอบอยู่


                                         “ขะ…ข้า… นะ…. นางเป็นขโมย!!!”คิงเรนเอ่ยตะกุกตะกักก่อนตะโกนพลางชี้นิ้วไปที่สตรีผู้มาใหม่ “นางขโมยหินหยกของข้าไปแล้วแอบอ้างตัวเป็นพี่น้องกับเรา!!!”


                                        “สมบัติชิ้นสำคัญแบบนี้ท่านสมควรเก็บติดตัวมิใช่รึ ข้าจะไปขโมยของๆท่านได้ยังไงกัน”



                                       ใช่



                                       สมบัติชิ้นสำคัญที่บุตรและธิดาในคิงองค์ก่อนเท่านั้นที่จะมีไว้ในครอบครองได้ นอกเสียจากว่า…บุรุษผู้นี้มิได้เป็นบุตรและธิดาของพระองค์!!


                                       บุรุษหนุ่มหน้าซีดเผือดราวกับคนเป็นไข้ไม่ก็โดนเชือกรัดคอจนหายใจไม่ออก สีหน้าเลิ่กลั่กก่อนจะรีบชิงหนีไปก่อนชาวบ้าน ร้อนถึงพระอนุชาปอมที่รีบโกยอ้าวไปทวงถามถึงความจริงที่เขาเชื่อมาตลอดมาบุรุษตรงหน้านี้คือพี่ชายของเขาจริงๆ


                            …..


                            ครั้งแรก…


                              นี้เป็นครั้งแรกที่เขามาถึงที่วังแห่งนี้ หลังจากที่มีนายทหารมากมายไปบุกล้อมที่บ้านของเขาพร้อมกับสาส์นบางอย่างที่เรียกตัวให้เขาเข้าวังทันที นั้นเป็นครั้งแรกที่เขารู้ว่าตนเป็นบุตรชายของคิงในเวลานั้น  เขาคือกษัตริย์ผู้มีสนมในวังเป็นร้อยยังไม่พอ ยังเที่ยวไปหาเศษหาเลยนอกวังอีก หลังจากเข้ามาที่วังแล้ว เขาก็พบเด็กชายอีกคนที่น่าจะอายุมากกว่าเขาสัก ห้าหรือหกปีได้ กษัตริย์ผู้นั้นบอกว่า ‘นี้คือท่านพี่ของเจ้า เขาจะเป็นคิง เป็นกษัตริย์ที่อยู่เหนือบันลังก์นี่ในอนาคต เจ้าต้องอยู่ช่วยเหลือพี่เขานะ’


                              ใช่



                              เขามั่นใจว่าคนที่ท่านพ่อบอกในตอนนั้นคือบุรุษที่ออยู่เหนือบันลังก์ทองในเวลานี้ แต่ทำไมนะ ตอนที่ซีรินพูดเรื่องหินนั้น ท่านพี่ของเขาถึงได้ดูร้อนอกร้อนใจแบบนั้น…



                            ฝีเท้าหนักย้ำไปตามทางเดินที่คิงเรนย้ำผ่านด้วยความร้อนใจก่อนจะเปิดประตูบานใหญ่อันเป็นที่พำนักของคิงเรนทันที… ภายในห้องเงียบเฉียบไร้แสงไฟที่ส่องเป็นประกายแต่เขาก็รู้ว่าท่านพี่อยู่ในนี้ เพราะเงาของบุรุษกับเครื่องประดับตามตัวที่แม้จะไม่มีแสงไฟส่องสะท้อนมันก็ยังเจิดจรัสได้ในยามต้องแสงจันทร์



                              “ท่านพี่”พระอนุชาเปรยขึ้นเพื่อเรียกสติใครอีกคน

        

                               อย่าพูดท่านพี่ ข้าเข้าใจ ถึงเราจะไม่ใช่พี่น้องกันแต่ท่านก็ดูแลข้ามาตลอด แล้วข้าก็รัก(มั้ง?)และนับถือท่าน(มั้ง?)มาตลอด เพราะงั้นข้าเข้าใจท่าน ไม่ต้องห่วงนะท่านพี่ ซีริน ผู้หญิงคนนั้นข้าจะไม่ยอมให้เข้าใกล้ท่านพี่เด็ดขาด!!”พระอนุชาปอมว่าจบรวดเดียวโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกคนได้พูดอะไรก่อนจะสะบัดผ้าคลุมเดินออกไปจากห้องทิ้งให้ใครอีกคนนั่งอึ้งตะลึงอยู่บนพื้นโดยไม่อาจได้เอ่ยปากอะไรสักคำเดียว


                                    **********************************


                                  “ซีริน ข้ามีเรื่องจะพูดกับท่านเป็นการส่วนตัวพระอนุชาปอมเอ่ยพลางเชื้อเชิญสตรีผู้มาใหม่เข้าไปด้านในเป็นการส่วนตัว นางขยับยิ้มหวานก่อนจะเดินนำเจ้าบ้านเข้าไปด้านใน

                                    “เจ้ามาที่นี่เพราะต้องการอะไรกันแน่พระอนุชาปอมเอ่ยเปิดบทสนทนาขึ้นทันที

                                     “ข้ามาเพราะท่านพ่อของเราเคยสั่งเอาไว้ให้มานางตอบอย่างใจเย็นพร้อมกับยิ้มออกมาเล็กน้อยทำให้พระอนุชาปอมสังเกตเห็นเขี้ยวสีขาวที่มุมปาก บอกให้รู้ว่านางไม่ใช่มนุษย์แบบที่เขาและพี่ชายของเขาเป็น !! ทำไมพ่อของเขาถึงชอบสะสมสนมหลากหลายประเภทแบบเดียวกับพี่ชายของเขานะ อย่างว่า ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น


                                                          แต่ เดี๋ยวนะ

ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นเรอะ?? ในเมื่อคิงเรนนิสัยเหมือนกับพ่อของเขาไม่มีผิดเพี้ยนแล้วเขาจะไม่ใช่พี่ชายตัวจริงของเขาได้ยังไงกัน?? นึกได้ดังนั้นชายหนุ่มก็รีบสาวเท้าไปจากห้องโดยเร็วโดยไม่ลืมกำชับสั่งนางไว้สั้นๆ


                                  “รอที่นี่สักครู่ และหวังว่าท่านคงจะไม่แตะต้องเครื่องดื่มที่ท่านพี่ของเราโปรดปรานนะชายหนุ่มสั่งเหมือนรู้ทันเมื่อหญิงสาวสัมผัสขวดทรงสูงที่ด้านในบรรจุของเหลวสีแดงข้น!!


                                                             พระอนุชาปอมกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับไปที่ห้องของคิงเรน ทันทีที่ประตูเปิดเขาก็แทบจะอยากตายให้ได้เมื่อบัดนี้คนที่ควรจะนั่งอยู่ในห้องนี้กลับหายตัวไป


                                                           โอ้ว ไม่นะ พี่ชายปลอมๆของเขาสำนึกผิดจนหนีออกจากวังไปแล้วเรอะ ไม่นะท่านพี่ ท่านคงไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นคิงจริงๆงั้นเรอะ กะอีแค่ก้อนหินอันเดียวทำให้ท่านหนีข้า ละทิ้งราชวงศ์และแม้แต่ศรีภรรยาได้เชียวหรือ

 
                                       “ทหาร!! “สิ้นเสียงเรียกของพระอนุชานายทหารหลายนายก็เข้ามายืนเรียงกันเป็นแถวรอรับคำสั่งจากพระอนุชาของคิงเรน อะออกตามหาคิงเรน!!!”สิ้นเสียงคำสั่งนายทหารทั้งหมดก็วิ่งกรูกันออกไปเพื่อออกตามหา บุรุษหนุ่มขี้น้อยใจ คิงเรน


                                                              ท่านพี่

                                                                ข้าจะฆ่าท่าน

                                                               พระอนุชาปอมคาดโทษไว้ในใจสำหรับบุรุษที่หนีหายไปไหนก็ไม่รู้ แถมยังทิ้งปัญหาที่กองท่วมหัวท่วมตัวไว้ให้เค้าอีก

                                                             ตลอดวันที่ผ่านพ้นไปเชื่องช้า ทหารทั่วเมืองก็ออกตามหาคิงกันเสียให้วุ่นราวกับดักจับนักโทษเดนตายอะไรทำนองนั้น ปิดกั้นแม้แต่ประตูเมืองที่เคยเปิดรับให้คนเข้าออกอย่างอิสระ ค้นหาในทุกซอกมุมตามหลืบและแม้แต่ในถังขยะ

! แต่ถึงกระนั้นก็นังไม่มีแม้เงาของคนที่ตามหา พระอนุชาปอมเดินเหนื่อยหน่ายทั่ววังด้วยความกลุ้มอกกลุ้มใจโดยมีพี่น้องสยองเลือดสิชาและรีริสอาร์เดินตามอยู่ด้านหลัง

                                  “เอาไงดี พวกทหารนั้นก็หาท่านพี่ไม่เจอพระอนุชาพูดขึ้น ข้าก็ค้นทั่วทั้งวังก็ไม่เจอ ไม่เจอ ไม่เจอเลย

                                     “ใจเย็นไว้ปอมมี่ เจ้ารู้หรือเปล่าละว่าคิงเรนโปรดปรานที่ไหนมั้งพี่น้องสยองเลือดผู้พี่รีริสอาร์เอ่ยปากถาม

                                      “ข้าไปดูหมดทุกที่แล้ว ตั้งที่ห้องนอนคิงไซต์ สวนเลือดหลังวัง ในห้องสมุดที่มีของสะสมเป็นเครื่องทรมาน ข้าลงไปหาถึงคุกใต้ดินที่มีนักโทษมากมายถามด้วยซ้ำว่าพวกนั้นเห็นคิงบ้างหรือไม่ แถมยังไปหาที่ถังขยะใหญ่ท้ายวังด้วย

                                     “ปอม ทำไมเจ้าถึงไปหาคิงเรนที่ถังขยะใหญ่ท้ายวัง??”สิชาถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ

                                        “ก็ข้าเดินผ่านตรงนั้นพอดีเลยแวะดูหน่อยเผื่อท่านพี่อยากเปลี่ยนบรรยากาศสิ้นคำตอบสองศรีพี่น้องก็ได้แต่เอาเท้ากายหน้าผากนึกอยากให้คิงเรนมาได้ยินคำนี้ให้รู้แล้วรู้รอด

                                          “แล้วเราจะเอาไงดี??”สิชาเอ่ยถามขึ้นมาอีกครั้ง

                                         “เจ้าถามข้า ข้าถามพระอนุชาปอม และพระอนุชาปอมจะถามใครรีริสอาร์ตอบเสียงดัง

                                      “ถามข้าไง

                                                                 แล้วใครบางคนก็ปรากฏตัวออกมาพร้อมกับงูเขียวหางไหม้


                                                        ควีนโวลเดอร์มอต์


                                 “ท่านรู้เรอะว่าท่านพี่ของข้าอยู่ที่ไหนพระอนุชาปอมถามอย่างร้อนรน

                                 “ไม่ควีนหน่มตอบสั้นๆ เขาไม่ได้เข้าไปหาข้าที่ห้องหลายคืนแล้ว ข้าจะไปรู้ได้ยังไงกัน

                                 “เออ งั้นก็ไม่เป็นไร ไว้ข้าหาท่านพี่เจอแล้วจะบอกเขาว่าให้ไปหาท่านบ้างดีไหม?”พระอนุชาปอมเอ่ย

                                 “ดี ฝากด้วยนะว่าจบควีนหนุ่มก็เดินจากไปทิ้งให้บุคคลทั้งสามยืนเอ๋ออยู่ตรงนั้นชั่วคราว

                                  “เอาไงดีอะปอมมี่ ถ้าหาคิงเรนไม่เจอเราต้องโดนควีนโวลจัง ท่านศรีภรรยาและเหล่านางสนมฆ่าตายแหง๋ๆสิชชี่เอ่ยขึ้นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

                                   “แยกย้ายกันหาอีกรอบ เราต้องพะ-ยา-ยามว่าจบพระอนุชาปอมก็สาวเดินออกไปอย่างรวดเร็วทิ้งให้พี่น้องสยองเลือดยืนมองนิ่งเพราะนอกจากปราสาทหลังนี้จะใหญ่แล้วยังกินอาณาบริเวณทั้งบนพื้นและบนฟ้าเสียมากมาย แล้วไหนในเมืองที่เป็นเมืองใหญ่มีผู้คนอยู่มากมายอีก!!

               
                                                 พูดยังกะสามารถหาคิงเรนเจอได้ๆงั้นแหละ

 

                                                       พระอนุชาปอมเดินเตร่ไปตามทางเดินก่อนจะตัดสินใจเลี้ยวกลับเข้าไปที่ห้องทำงานของคิงเรนอีกครั้ง บุรุษหนามสำรวจรอบห้องห้องอย่างเชื่องช้า


                                                      ไฟไม่เปิด ห้องเงียบผิดปกติ ผ้าม่านก็ปิดเอาไว้ แต่แอร์เปิด


                                                     พระอนุชาปอมบอกกับตัวเองในใจก่อนจะเดินอ้อมไปที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่ของผู้เป็นพี่


                                                        ให้ตาย

                                                         ให้ตายเหอะ

                                                         ทำให้คนอื่นเดือดร้อนเสียทั่ววังแต่ตัวเองมาแอบนอนอยู่ใต้โต๊ะ

                                                         มันเป็นดังที่พระอนุชาปอมว่าเมื่อบัดนี้ผู้มีศักดิ์เป็นถึงคิงกำลังหนุนนอนหมอนอยู่ใต้โต๊ะทำงานโดยมีผ้าห่มอีกผืนคลุมทับ นัยน์ตาทั้งสองข้างปิดสนิท ริมฝีปากหนาขยับยิ้มออกมาเล็กน้อยเหมือนกำลังฝันดี เมื่อเห็นดังนั้นชายหนุ่มก็หยิบบางอย่างขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อด้านในของตนเอง มันคือหินหยกสีแดงสด สัญลักษณ์ที่รัชทายาทของคิงองค์ก่อนต้องมีไว้ในครอบครองทุกคนก่อนจะเกี่ยวมันไว้กับขอบใต้โต๊ะอย่างแผ่วเบา

                      
                                                     แบบนี้ท่านพี่ก็เป็นคิงอย่างสมบูรณ์แบบ เพราะซีรินคงไม่คิดหรอกว่าเราจะยกหินหยกของเราเอามาให้ท่านพี่แบบนี้ เอาละ

 
                                                      หลับฝันดีครับท่านพี่

                                    ==========



รู้สึกตอนนี้จะจบซึ้งเกินไปรึป่าวหว่า-__-a

 

!!!
!!

!!

!!
??


                                                            ให้ตาย

1,061 ความคิดเห็น