คัดลอกลิงก์เเล้ว

【FIC KHR/AU】 New born New way

โดย HaKuRaI

ชีวิตตอนเด็กๆไม่มีอะไรดีสักอย่าง แถมตายอนาถอีก เพราะงั้น เกิดใหม่ทั้งที ขอชั่วร้ายแบบให้คนเกลียดไปทั้งโลกจะดีซะกว่า!!

ยอดวิวรวม

560

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


560

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


17
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  7 เม.ย. 60 / 01:38 น.
นิยาย 【FIC KHR/AU】 New born New way

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

New born New way




"ฉันน่ะ... ไม่เคยคิดเลยนะว่า เกิดใหม่แล้วจะต้องมา...อ่า... หึหึ... ช่างมันเถอะ อ่านเอาเองก็แล้วกันนะ"


________________________________________

เปิด : 6/4/2560
ปิด : 6/4/2560

________________________________________

คำเตือน

1.เรื่องนี้ตัดจบน่าเกลียดมาก55555 ทำใจก่อนอ่าน
2.นางเอกอาจแสดงออกไม่ร้าย แต่ถ้าดูดีๆอาจจะร้าย(?)
3.ตัดฉากเยอะเพื่อความกระชับ แค่นี้ก็ยาวจะตายแล้วพี่ชาย
4.ใครเกลียดภาษาการพูดแบบฝรั่งหน่อยๆอาจลำไยเล็กๆตอนท้าย
5.มีส่วนให้คิดเยอะ แล้วแต่จะพิจารณา
6.ยาวโคตร อ่านกันตาแฉะ ;-;
(c)  Chess theme

เนื้อเรื่อง อัปเดต 7 เม.ย. 60 / 01:38


     'ไยไหม' เด็กสาวชาวไทยที่มีสีผมผิดปกติที่ควรที่จะเป็นสีดำ กลับกลายเป็นสีแดงนั้น เธออยู่บนระเบียงบ้านชั้นสอง ตรงที่โต๊ะริมระเบียง บนโต๊ะมีโน๊ตบุ๊คเครื่องหนึ่ง ที่เปิดหน้าจอที่มีการ์ตูนเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องโปรดของหล่อนเล่นอยู่บนหน้าจอ 'Katekyo Hitman Reborn!' และในมือของเธอมีขวดกระปุกยาสีขาวทรงกระบอกป้อมๆอยู่ในมือ เธอถือมันเล่นไปมาระหว่างดูการ์ตูน สาวเจ้ามีดวงตาเลื่อนลอยเล็กน้อยระหว่างดู

      แอ๊ด...

     เสียงประตูไม้ราคาหรูระยิบได้ดังขึ้น หญิงสาวได้มองไปตามเสียงจากระเบียงชั้นสอง... มือที่ยุ่งพัลวันกับขวดยาติดฉลากสีขาวสะอาด
ก็ต้องวางลงอย่างอดไม่ได้

     "ใยไหม" เสียงเพรียกจากชายวัยกลางคนดังขึ้น "มานี่สิ"

     หญิงสาวเจ้าของเรือนผมบ็อบสีแดงได้หันมามองผู้เป็นพ่อของตนเอง ที่ตอนนี้เขากำลังยืนอยู่กับหญิงสาววัยกลางคนที่หน้าตาสะสวยอีกคน ร่างบางจ้ำอ้าวลงมาจากระเบียงชั้นสองพร้อมเอียงคอมองคนที่มาใหม่ สายตาสีเดียวกับผมของเธอฉายแววไปด้วยความไม่เข้าใจในตัวอีกฝ่าย พ่อของเธอเหมือนจะรู้จึงได้ผายมือไปหาหญิงสาววัยกลางคน

     "พ่อรู้ว่าแกสงสัย... นี่คือภรรยาใหม่ของฉัน"

     "...ห-หา?..."

     "เธอมีลูกสาวติดมาด้วย หวังว่าลูกจะทำตัวดีๆกับทั้งสองคนนะ"

     หน้าตาของไยไหมเริ่มแปลกออกไป จากดีๆเริ่มบิดเบี้ยวแปลกๆ

     "แต่พ่อเพิ่งเลิกกับแม่ไปได้ไม่นานเองนะ" เจ้าของเรือนผมสีแดงนั้นทำสีหน้าเหยเกด้วยความรู้สึกที่มีทั้งโกรธ ทั้งสับสน และทั้งอึ้งและตกใจ พ่อของเธอถอนหายใจออกมาเบาๆ สาวเจ้าจึงยิ่งขมวดคิ้วหนักจนแทบเป็นปมใหญ่ "อย่าบอกนะว่า พ่อคบกับผู้หญิงคนนี้ตั้งแต่แรกแล้ว..."

     "ลูก... คือ..."

     "ไม่!!! ไม่!! ไม่!!! ไม่!!!!! หนูไม่ต้องการแม่ใหม่ แค่มีพ่อกับหนูก็พอไม่ใช่เหรอ!!! หนูไม่ต้องการใครทั้งนั้น!!!"

     หญิงสาววิ่งออกมาจากประตูบ้านโดยที่วิ่งและกระแทกไหล่ชายและหญิงสาววัยกลางคนที่ยืนคู่กัน โดยที่มีเสียงเรียกจากชายผู้เป็นพ่อไล่หลังมาแต่สติของหญิงสาวไม่ได้กลับมาเลย...

.
.
.
.


     เอี๊ยดดดดดดดดดดดดดดดดดด!!!!!

     โครมมมมมม

     รถบรรทุกสิบล้อคันยักษ์ได้วิ่งเสียหลักจากการเบรกแตก วิ่งผ่านมาอย่างรวดเร็วและได้ชนปะทะเข้ากับเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีแดง ทันทีที่ทุกอย่างปะทะเข้าด้วยกัน ของเหลวสีแดงเข้มได้กระจายไปทั่วทุกพื้นที่ เสียงกระดูกที่แตกสลายและเนื้อก็ได้กระจายไปทั่ว ลูกตากลมๆลูกหนึ่งของเจ้าตัวได้กลิ้งขลุกขลักไปชนฟุตบาธอย่างน่าสยดสยอง หัวใจที่ขาดออกจากร่างยังคงไว้ซึ่งการเต้นอยู่ เลือดเริ่มนองอย่างน่ากลัว เสียงกรีดร้องของคนในพื้นที่ดังขึ้น

     มันเร็วจนเธอแทบไม่ได้ตั้งตัวเลย...

.
.
.
.
.
.
.

     อึก...

     เจ็บ...

     ไยไหมหลับตาแน่น ในใจกลัวเต็มที่แต่ก็ลืมตาไม่ไหว แต่รู้สึกได้แค่ว่ามีบางอย่างเหนียวเหนอะหนะและหายใจไม่ค่อยออกเท่าไหร่ แต่รู้สึกไม่สบายตัวเลย เธอก็เลยทำได้แค่ร้องออกมา ไม่ชอบแบบนี้เลย!

     "เด็กร้องแล้วค่ะหมอ"

     ...เอ๊ะ?

.
.
.
.

     "ผมสีแดง!?" ชายหนุ่มหน้าตาดีที่ถือขวดไวนราคาแตะหนึ่งพัน ได้ตะโกนออกมาอย่างดังทันทีที่เห็นผมปอยแรกของลูกสาวตนเอง เด็กสาวที่นั่งฟังในวัยแค่ 4 เดือนก็ได้เพียงแค่มองหน้าคนที่ตะโกนอย่างไม่สบอารมณ์นัก เธอกลอกตาไปมาและคลานไปหยิบหมอนที่อยู่มุมเปลของตนมาเล่น "เรจิน่า เธอนอกใจฉันหรือไงกัน! ทำไมเด็กนี่ถึงมีผมสีแดง!"

     "เปล่านะคะ! เด็กคนนี้อาจจะมีสิ่งผิดปกติทางพันธุกรรมก็ได้..."

     "ยังไงก็แล้วแต่..." เขาผ่อนเสียงลงและวางขวดไวน์แอปเปิลหรูระยิบลงบนโต๊ะไม้สีขาว เด็กสาวในเปลลหันมามองอย่างรู้ว่าอีกคนเดินมาหาตน เขาเลิกคิ้วนิดหน่อยในสายตาของเด็กน้อยที่ดูหยิ่งผยองกว่าเด็กทารกทั่วไป ดูก็รู้ว่ามันเป้นการแสดงออกที่หยิ่งผยองมากๆ "เด็กคนนี้มีพันธุกรรมหายากอย่างผมสีแดงอยู่..."

     "คุณหมายความว่ายังไง"

     "อาจจะขาย-"

     ตุ๊บ!

    หมอนข้างเล็กๆสีขาวทรงยาวได้ถูกปาไปติดที่หน้าของชายหนุ่ม เขามองไปที่ลูกสาวของเขาด้วยสีหน้าโกรธและไม่พอใจอย่างยิ่ง แน่นอนว่าเด็กสาวเองก็ทำสีหน้าไม่พอใจไม่แพ้กัน

     "..."

.
.
.
.
.

     ตุบ ตุบ ตุบ

     เสียงรองเท้ากระทบกับกระพื้นหินได้ดังขึ้นเป็นระยะๆ เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีแดงได้วิ่งตรงไปตามทางเดินเรื่อยๆพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ แน่นอน เด็กสาววัยเพียง 8 ปีกำลังหนีออกจากบ้าน เพียงเพราะเบื่อในชีวิตที่ต้องทนอยู่กับความบัดซบของโลก เธอเดินไปมาตามถนนและสังเกตุเห็นใครบางอย่างที่หน้าคุ้นๆเข้า

     ไม่ใช่เพราะว่าเขาเคยรู้จักเธอหรือว่าอะไร แต่ว่า เขาเป็นตัวละครตัวหนึ่งที่เธอรู้จักในการ์ตูนที่เธอจะดูก่อนตายเมื่อชาติที่แล้ว อา... เป็นอะไรที่บังเอิญเสียเหลือเกินนะ เธอเริ่มปักใจเชื่ออะไรหลายๆอย่าง แค่มาเกิดใหม่ก็เชื่อทุกอย่างได้ง่ายๆแล้วล่ะ โดยเฉพาะเรื่องที่มาเกิดในการ์ตูนที่ชอบแบบนี้

     "คุณน่ะ" เธอเดินไปหาเขา 'รุ่นที่ 9' หันมามองเด็กสาวผมแดงที่มองหน้าเขาอย่างดูมั่นอกมั่นใจ

     "?" เขามองเธออีกครั้งและย่อเข่าลงเพื่อให้ตัวเองเสมอกับเด็กสาว ให้ตายเถอะ รู้สึกเตี้ยชะมัด "มีอะไรหรือเปล่าสาวน้อย?"

     "คุณคือรุ่นที่ 9 สินะ" เด็กสาวผมแดงเขี่ยเท้าลงกับพื้นไปมา ก่อนที่จะเอ่ยพูดขึ้นอีกครั้ง "หนูมีอะไรอยากจะบอกกับคุณ"

     "อะไรเหรอหนูน้อย?"

     "หนูอยากจะเตือน... ว่าแต่วันนี้วันที่... อืม" เธอหันไปมองนาฬิกาที่มุมตึกหนึ่งและมองตรงไปที่ปฏิทินที่ร้านขายเสื้อ ก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเบาๆ "คุณจะเจอเรื่องร้าย ถ้าคุณรับเด็กผู้ชายคนหนึ่งมาเลี้ยง เขาคนนั้นจะทำให้ชีวิตของคุณวุ่นวายมากๆ... แต่คุณมีอีกทางเลือกนะ คือไม่เชื่อว่าสิ่งที่หนูเตือนมันเป็นเรื่องจริง"

     "โอ้... เด็กที่รับมาเลี้ยงเหรอ..." เขาทำสีหน้าลำบากใจ แต่ไม่อาจปดหมดให้อีกคนไม่รับรู้

     "เขาชื่อว่าซันซัส ผมสีดำ ดวงตาสีโกเมน..."

     "!!!" เขามีสีหน้าตกใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่จะพยายามครุ่นคิดบางอย่าง และเขาก็ยืนขึ้น

     "หนูรู้ว่าคนคนนั้นเขาจะเติบโตมาอย่างไร" เธอกล่าวพร้อมทำสีหน้าจริงจัง ไม่ได้แสดงทีท่ามีพิรุธอะไรเพราะสิ่งที่พูดนั้นเป็นเรื่องจริง เธอเอามือแตะไปที่เหนืออกของตนเองด้วยความตั้งมั่นว่าไม่ได้โกหกหรือหลอกลวงอะไรชายแก่ตรงหน้าเลย "แต่ถ้าให้เป็นไปตามเนื้อเรื่องอาจจะไม่เป็นอะไร... มั้ง"

     "เธอเห็นอนาคตหรือว่าอะไรกันเหรอ สาวน้อย?"

     "...จะคิดอย่างนั้นก็ได้ค่ะ"

     "เธอชื่ออะไร พ่อแม่เธออยู่ไหนล่ะ?"    

     "หนูเหรอ... นั่นสินะ พ่อแม่ไม่ได้ตั้งชื่อให้น่ะค่ะ ตลกดีนะ ว่ามั้ย?" เธอเค่นหัวเราะออกมา มันเป็นการหัวเราะที่ตลกร้าย รุ่นที่ 9 รู้สึกว่าเด็กคนนี้มีความน่าสนใจอย่างยิ่งยวด ทั้งการพูด การทำนายที่ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงไหม แม้กระทั่งเรื่องที่ว่าพ่อแม่ไม่ได้ตั้งชื่อให้นี่มันก็น่าสงสัยมากๆด้วย

     "ทำไมล่ะ?"

     "ตั้งแต่ไม่กี่เดือนตอนผมขึ้น ผมหนูก็เป็นสีแดงต่างจากคนในครอบครัวที่เป็นสีบลอนด์" เธอพูดพลางลูบศรีษะตัวเองเบาๆ

     "เหตุผลแค่นั้นเองเหรอ? ว่าแต่เธออายุเท่าไหร่กันแน่นะ ทำไมถึงพูดจาฉะฉานได้ขนาดนี้..." รุ่นที่ 9 ครุ่นคิดว่านี่อาจจะเป็นการหลอกตาก็ได้ บางทีหล่อนอาจอายุปาไป 15-16 ปีแต่ยังมีร่างกายที่เล็กจิ๋วอยู่ด้วยโรคบางอย่างก็ได้

     "8 ปีน่ะค่ะ"

     "...อา นี่มันเป็นเรื่องจริงเหรอเนี่ย... ฉันไม่รู้จะพูดยังไงเลย"

     "ให้หนูได้ไปอยู่กับคุณเถอะค่ะ ฐานะอะไรก็ได้หนูไม่เกี่ยงทั้งนั้น แต่อย่าไปในฐานะลูกก็พอ... ส่วนเรื่องพ่อแม่ก็ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ พวกเขาไม่ได้รักหนูหรอก ที่หนูออกมาตอนนี้เพราะหนีออกจากบ้านมา" เธอกล่าวอย่างฉะฉานทำให้รุ่นที่ 9 ยิ่งมั่นใจว่าเด็กคนน้อาจไม่ใช่แค่เด็กมีปัญหาหรอก แต่เป็นอะไรที่พิเศษมากกว่านั้น เป็นอัจฉริยะ หรืออะไรประมาณนั้น

     "...งั้นก็ ยินดีต้อนรับสู่ครอบครัว(แฟมมิลี่)ของพวกเราก็แล้วกันนะ...เธอ...อ่า ไม่มีชื่อนี่นา"

     "งั้น เรียกหนูว่า เน็นเต้(ไม่มีอะไรเลย) ก็แล้วกันค่ะ :)"

.
.
.
.
.

     "เธอเป็นใคร?" เสียงของเด็กชายวัย 11 ปีกล่าวขึ้นเมื่อเห็นว่าผู้เป็นพ่อบุญธรรมของตนนั้นกำลังเดินลงมาจากรถลีมูซีนสีดำคันหรูระยิบพร้อมๆกับเด็กสาวผมสีแดงหน้าใหม่ สายตาของเขานั้นเย่อหยิ่งและดูไม่พอใจในทุกๆสิ่ง  ในขณะที่รุ่นที่ 9 กำลังจะเอ่ยตอบ เด็กสาวที่มีท่าทางก้าวร้าวไม่แพ้กันก็ตอบแทน
  
     "ฉันชื่อเน็นเต้ ฉันมาเพื่อดูแลนาย"

     "ดูแลฉัน? ฉันไม่ต้องการคนใช้เป็นเด็กกะโปโลอย่างเธอหรอกนะ!"

     "เดี๋ยวก็รู้ว่าใครกะโปโลกว่ากัน" เจ้าของเรือนผมสีแดงกอดอกมองเขาอย่างผู้ชนะ รุ่นที่ 9 ถอนหายใจเบาๆเพราะแค่วันแรกก็ทะเลาะกันซะแล้ว โดยเฉพาะฝ่ายเน็นเต้ที่ดูกร้านโลกเสียเหลือเกิน

     "หึ สวะ"

     "ซันซัส..." รุ่นที่ 9 พูดชื่อเขาเบาๆเป็นเชิงปรามเด็กหนุ่มที่พูดคำหยาบคายใส่เด็กผู้หญิงที่เด็กกว่าเขาตั้ง 3 ปี

     "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันรู้ว่านั่นจะเป็นคำพูดติดปากเขา" เด็กสาวผมแดงหลับตาพลางยกยิ้มเบาๆ ราวกับไม่สะทกสะท้านอะไร นั่นทำให้เด็กชายเรือนผมสีถ่านดำต้องโมโห แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร

.
.
.
.

     ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วที่เน็นเต้ หรือว่าไยไหมนั้นเป็นคนที่มีความคิดแปลกๆในหัวตลอดเวลา ทั้งคิดแผนชั่วร้ายต่างๆนานาแต่ก็ไม่ได้ลงมือทำอะไรเพราะเกรงกลัวกฏหมาย พอมาเกิดใหม่เป็นเน็นเต้ โดยที่อยู่ในความดูแลของคนที่อยู่หนือกฏหมายก็ไม่น่าจะผิดอะไร และเน็นเต้ก็เริ่มสังเกตุอะไรบางอย่างเข้า ในโลกอนิเมะหรือมังงะของรีบอร์นนั้น ซันซัสเป็นคนกร้านโลกและหยิ่งทระนง เพราะเกิดมาในสังคมที่มีผู้ชายและต้องเหนือกว่าผู้อื่นในฐานะลุกชาย(ไม่แท้)ของรุ่นที่ 9 และเขาก็คิดแผนกบฏต่างๆด้วยตัวเอง เรียกได้ว่าเลวบริสุทธิ์

     แต่ว่า พอมีเธอมาอยู่ เหมือนเขาจะลดความเกรี้ยวกราดลงบ้าง แต่ก็ไม่ทั้งหมด เหมือนเขาจะมีความอ่อนโยนขึ้นมาบ้าง นั่นทำให้เธอรู้สึกว่ามันแปลกๆ

     ไม่สนุกเอาซะเลย

     เกิดใหม่ทั้งที กลับไม่มีเรื่องราวอะไรให้น่าตื่นเต้นแม้แต่นิดเดียว อุตส่าห์ได้เกิดในโลกของอนิเมะที่ชอบทั้งทีน่าจะมีอะไรน่าตื่นเต้นมากกว่านี้! ควรจะมีอะไรมากกว่านี้! เพราะถ้าซันซัสเริ่มมีความอ่อนโยนในใจขึ้นมาเล็กน้อย นั่นก็แสดงว่าจะไม่มีเหตุการณ์ที่ต้องชิงแหวนกัน เพราะซันซัสไม่มีความเคลือบแคลงในตัวรุ่นที่ 9 เลย... แถมก็เลยวันที่จัดงานเลี้ยงที่สควอโล่ต้องหลงไหลในความโกรธและความเกรี้ยวกราดของซันซัสไปซะแล้ว แม้เขาจะทำตัวน่ากลัวอยู่บ้าง แต่มันอาจไม่มากพอ

     เธอรู้สึกอยากจะเล่นกับความรู้สึกของเขา เธอเริ่มอยากทำอะไรบางอย่างเพื่อเพิ่มรสชาติ อยากทำอะไรสักอย่างทำให้เรื่องราวนี้มันโหดร้ายมากกว่าเดิม...

     "ซันซัส" เน็ตเต้กล่าวขึ้นหน้าโต๊ะทำงานของคนถูกเรียก เขาเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือ

     "อะไร?"

     "นายจำตอนที่รุ่นที่เก้าล้อเล่นว่าฉันทำนายอนาคตได้มะ" สาวเจ้าลากเก้าอี้ที่อยู่ข้างๆโต๊ะทำงานซันซัสมาตรงยังฝั่งตรงข้ามก่อนที่จะนั่งลงพลางทำสีหน้าจริงจังผดปกติ ซันซัสเลิกคิ้วขึ้น "จำได้ ทำไม?"

     "มันเป็นเรื่องจริง" หญิงสาวก้มหน้ามองนิ้วมือของตัวเองไปพลาง พลางคิดอะไรเล่นๆขึ้นมาได้ เธออยากจะลองบดความรู้สึกของผู้ชายคนนี้ดู ให้ความรู้สึกที่เป็นเศษแก้วนั้นแตกละเอียด "ฉันน่ะ มีเรื่องที่ฉันมองเห็นมาโดยตลอด ฉันเห็นมาโดยตลอดเลย... ว่าบัลลังก์รุ่นที่ 10 น่ะ ไม่ใช่ของนาย"

     กึก


    "ฉันมีแผน..."

.
.
.
.
.

     ศึกชิงแหวน

     ศึกชิงแหวนอะไรของเธอ?

    ถึงแม้จะพูดอย่างนั้น แต่ว่าชายหนุ่มก็ยังเก็บไปขบคิดกับข้อเสนอนั้น...

.
.
.
.

     "โกร่ามอสก้า? มันคืออะไร?..."

     "นี่..."

     หญิงสาวยื่นเอกสารให้ซันซัส

     "อย่าลืมให้พวกวาเรียดูด้วยล่ะ งานนี้มันต้องทำเป็นทีม.... และมีจุดเสี่ยงเยอะมากๆ แต่ฉันสัญญา ว่าฉันจะไม่ทำให้นายผิดหวังกับผลลัพธ์ที่ได้เลย..." หญิงสาวกล่าวพร้อมยิ้มออกมา ไม่แน่ใจว่ามันเป็นรอยยิ้มประเภทใด แต่มันน่ากลัวมากๆ น่ากลัวเหลือเกิน "ฉันรู้ว่ามันอันตรายต่อตัวนายและเสี่ยงมากกับคุกวินดีเช่ แต่...ฉันมองเห็นแล้วว่าการดำเนินไปมันจะต้องเพอร์เฟ็คท์"

     "...."

     "แผนฉันเขียนไว้ด้านหลังเอกสารนะ ประมาณสองสามหน้า ไปล่ะ"

     "เดี๋ยว ฉันเชื่อใจเธอได้แค่ไหน..."

     "ก็ เชื่อแค่ไหนก็เชื่อแค่นั้นเถอะ เพราะยังไง บางทีก็ต้องแตกหักสักวันแหละ" หญิงสาวยักไหล่อย่างไม่ยี่หระพลางหมุนตัวเดินออกไป แต่ซันซัสก็ถามไล่หลังมา...

     "หมายความว่ายังไง?..."

.
.
.
.
.

     เน็ตเต้กำลังนอนอยู่ในห้องเพียงคนเดียว

     บนร่างกายของสาวเจ้ามีเพียงบราและกางเกงชั้นในบางเบาปกคลุมร่างอันเปลือยเปล่าเอาไว้เท่านั้น แสงจันทราสาดส่องผ่านหน้าต่างอาบร่างกายของหญิงสาวเอาไว้ เธอขบคิดเรื่องราวต่างๆของชาติที่แล้วก่อนตาย ทั้งการเป็นโรคทางจิต แม่เลี้ยงลูกติดและสิ่งที่เธอต้องการในครอบครัวของตนเอง

     แม่ของเธอเป็นผู้หญิงที่เก่งมากๆ พึ่งพาได้ในหลายๆเรื่อง แถมยังเอาการเอางาน เก่งสุดยอด แต่ว่าพ่อของเธอนั้นมักจะทะเละกับแม่และเผลอลงไม้ลงมือเป็นประจำ และบางทีที่เธออาจจะโดนหางเลขไปด้วย

     พอเลิกรากันไปไม่นาน พ่อก็สัญญากับเธอว่าจะดูแลเธอได้ เป็นครอบครัวสุขสันต์ที่มีแค่เธอกับเขาก็พอ แต่ว่าดันพาหญิงสาวที่มีลูกติดมาเป็นแม่เลี้ยง มันทำให้เน็ตเต้เคลือบแคลงในตัวพ่อเป็นอย่างมาก...

     เพราะงั้นก็มีทั้งปมและโรคทางจิตพ่วงมาในชาตินี้ทั้งๆที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกต่อไปแล้ว...

.
.
.
.
.

     แผนทุกอย่างถูกดำเนินไปเรื่อยตามที่เธอคาดหวัง การล็อคคู่แพ้-ชนะในศึกนั้นเป็นไปตามที่เธอวางเอาไว้แต่แรกเพราะว่าเธอได้ทำการให้เนื้อเรื่องดำเนินต่อไปอย่างที่มันควรจะเป็น

     เนื้อเรื่องอย่างที่ควรจะเป็นงั้นเหรอ?...

     บนดาดฟ้าโรงเรียนนามิโมริ ศึกแห่งนภาได้ดำเนินมาจนเกือบจะถึงจุดจบ สควอโล่กำลังพูดสาธยายเรื่องราวที่เขารู้และรู้สึกเข้าใจในตัวของซันซัส ในขณะนั้นเองเธอก็ขบคิดในเรื่องของการดำเนินเนื้ออย่างที่มันควรจะเป็น แต่ตอนนี้ฝ่ายที่เพลี้ยงพล้ำไม่ใช่ซันซัสแต่สึนะซึ่งแทนที่จพมีสภาพสะบักสะบอมทั้งคู่ สึนะกลับหนักมากๆ แผลที่วองโกเล่ริงปฏิเสธซันซัสยังไม่สาหัสเท่า มันทำให้เธอฉุกคิดว่าต้องเปลี่ยนแปลงให้เนื้อเรื่องเดินตามครรลองของมัน

     เธอหยิบธนูขึ้นมาก่อนที่จะเหนี่ยวคันศรออกไปปักกลางหลังของซันซัส เขาล้มลงท่ามกลางเสียงตกใจของเหล่าผู้พิทักษ์และผู้ชมในกรงนอกสนาม รวมถึงหน่วยวาเรียทั้งหมด

     "อั๊ก!!"

     ชิ้ง

     จอมอนิเตอร์ได้ดับลงก่อนที่จะติดขึ้นอีกครั้งเป็นจอสีแดงที่มีสัญลักษณ์ของวองโกเล่อยู่ตรงกลาง โดยที่มีภาพถ่ายทอดสดสนามต่อสู้จากมุมสูงที่กำลังซูมไปที่ซันซัส เขานอนลงราบกับพื้นในขณะที่เลือดสีแดงไหลออกมาจากแผลกลางหลัง มันเป็นภาพเล็กๆติดมุมจอ ก่อนที่เสียงหวานที่น่ากลัวแปลกๆก็ดังขึ้นผ่านไมค์ แน่นอนเธอทำการต่อสายไปถึงพวกที่ปรึกษานอกแก็งค์ให้รับชมด้วย

     "นี่ไม่ใช่อุบัติเหตุ แต่สิ่งนี้มันจะเกิดขึ้นมาก็ต่อเมื่อเราเชื่อใครสักคนเหลือเกิน" เธอกล่าว ลมบนดาดฟ้าพัดเรือนผมสีแดงของเธอโบกสะบัดราวกับธงที่ต้องลม "รุ่นที่ 9 ของพวกเรานั้นมีความทะเยอะทะยานและต้องการสันติภาพเพื่อปกป้องเหล่าประชาชนตามคำเดิมของจิอ๊อตโต้ แล้ว ดูสิว่าเจอกับอะไร... การต่อสู้เพื่อแย่งชิงแหวนโดยที่ไม่ได้รับการยินยอมแบบโดยดีจากรุ่นที่ 9 แสดงถึงความก้าวร้าวเกินขอบเขตของซันซัส... คุณคิดเหรอว่าเรื่องราวเหล่านี้มันจะจบลงโดยที่ทุกคนลืมไปว่าประวัติศาสตร์หน้านึงของวองโกเล่ เคยถูกปกครองโดยริคาร์โดมาก่อน เรื่องของความสามัคคีมันเปราะมากจนเห็นได้ชัด ขนาดคนในแฟมมิลี่ยังต้องมาฆ่ากันเองเพื่อแย่งการสืบทอด... ฉันถามเลยก็แล้วกัน ถ้ากระสุนถูกยิงเข้าหาคุณ คุณจะเชื่อใจใครได้มากที่สุด...."

     "ยัยผมแดงนั่น..." เบลเหงื่อตก

     "ใครกันนั่นน่ะ!" โกคุเดระ ฮายาโตะร้องถาม

     "ถ้าถามว่าฉันเป็นใคร ฉันไม่สำคัญกับการดำเนินเรื่องในแบบที่ควรจะเป็นหรอก... เพราะงั้น ฉันคือความผิดพลาดของโลกใบนี้ และฉันต้องน้อมรับโทษประหารแต่โดยดี ในข้อหาทรยศแฟมมิลี่และชักจูงแผนกบฏของเหล่าวาเรีย..." เธอกล่าวพลางยกมือขึ้นเหนือหัว ในระหว่างเดียวกันที่เฮลิคอปเตอร์ได้บินตรงเข้ามาจอดเทียบที่ดาดฟ้า เหล่าชายในชุดสูทและแว่นสีดำเข้ามารวบตัวเน็ตเต้เอาไว้ แต่เธอก็กล่าวกับพวกเขา "ให้ฉันได้พูดอีกสักสองสามประโยคหน่อยนะ..."

     "ฉันรู้ว่าพวกคุณคิดว่าสิ่งที่ฉันพูดมันจะไม่มีทางเป็นจริงหากเชื่อใจกันและกัน แต่ว่าอยากให้เก็บไปคิดในสิ่งที่พูดหน่อยนะว่าความสามัคคีมันเปราะบางมาก ดังคำพูดที่ว่า หากจักรวรรดินั้นถูกรุกรานจากภายนอกย่อมสร้างขึ้นมาใหม่ได้ แต่ถ้าหากแตกร้าวมาจากภายใน นั่นคือล่มสลายตลอดกาล..."    

     และเหล่าชายชุดดำก็ล็อคเธอขึ้นเครื่องฮอ.ไป

     "แผนทั้งหมด เป็นฝีมือของเด็กคนนั้นสินะ ที่ชักจูงวาเรียและสร้างแผนทรยศรุ่นที่ 9 น่ะ" รีบอร์นกล่าวเบาๆพร้อมเสียงปลดล็อคเซ็นเซอร์ที่นั่งคนดูออก เขาเดินออกมาก่อนที่จะตรงไปหาลูกศิษย์ของเขาทันที ในขณะที่เหล่าคนของวองโกเล่ในชุดสูทกำลังช่วยกันปฐมพยาบาลซันซัสและหามขึ้นเปลผู้ป่วยขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปพร้อมๆกับสมาชิกในหน่วยวาเรีย

     "แต่ว่า...นั่นน่ะ ที่พูดมามันหมายความว่ายังไงกัน แถมยังยอมรับผิดง่ายๆอีก..." ชามาลกล่าวด้วยความรู้สึกงุนงงกับเด็กสาวคนนั้น

     "มันมีอะไรไม่ชอบมาพากล..."

      "แต่ว่าชนะก็ดีแล้วขอรับ..." บาจิลกล่าว ทุกคนเห็นด้วยและวิ่งตรงไปยังสึนะเพื่อช่วยพยุงทันที

.
.
.
.
.

     ลานประหารชีวิต

     เด็กสาวเจ้าของผมสีแดงในชุดสีขาวขาดๆของนักโทษนั้นได้เดินไปเรื่อยๆตามทาง โดยที่รอบกายของเธอมีชายหลายคนในชุดพร้อมรบกับปืนอีกคนละกระบอกจี้หลังเธอให้เดินไปเรื่อยๆเพื่อที่จะนั่งเก้าอี้บนลางเลื่อนที่เตรียมไว้สำหรับเธอ สาวเจ้านั่งลงไปที่มันและได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่พูดกับเธอ

     "คุณมีสิทธิ์สั่งเสียหรือพูดอะไรก็ได้ก่อนตายนะ..."

     "..." หญิงสาวก้มหน้า ใบหน้าของเธอมีเหล็กยักษ์ปิดปากอยู่ แต่ก็ยังพูดได้แค่ขยับหัวและปากลำบากเล็กน้อย "ฉันอยากจะเกิดใหม่ โดยที่ไม่ต้องรู้เรื่องอะไรเลย... :)"

     ...

     กริ๊ก...

     ครืด...

     ลางเลื่อนได้เคลื่อนตัว เก้าอี้ได้นั่งหันหลังให้กับเครื่องทุบขนาดยักษ์ที่มีเหล็กยักษ์หนักกว่าหลายสิบตันง้างและทุบจนสั่นสะเทือนไปทั่วบริเวณ สาวเจ้ากลอกตามองพื้นที่รอบๆแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนของการทุบที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ และเงามือก็ได้ปกคลุมทั่วร่างของเธอ

     ตึง!!!!!!!!

     เหล็กหนักขนาดยักษ์ได้ทับร่างกายเธออย่างจัง มันทั้งกะทันหันแต่ไม่รู้สึกเจ็บปวดมาก แค่ตอนแรกเจ็บหัวจนแทบกรี๊ดเฉยๆ....

     ในที่สุด... ก็ได้เกิดใหม่แบบไม่ต้องรู้เรื่องราวในอดีตชาติแล้วแหละ...


 THE END
(c)  Chess theme

ผลงานอื่นๆ ของ HaKuRaI

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 MintChayaTasuwan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 16:36
    .......... อย่างงี้ก็ได้หรอ........
    #2
    0
  2. วันที่ 7 เมษายน 2560 / 11:50
    นางเป็นโรคจิตสินะ = =
    เนื้อเรื่องสนุกมากค่ะ เหมาะแก่การทำเป็นเรื่องยาว
    #1
    0