แหวนมิติ

ตอนที่ 8 : หนังสือทำมือ!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,460
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 844 ครั้ง
    18 ส.ค. 61



"นี่มัน..." หลางหลินตกตะลึง เขาไม่นึกเลยว่านิยายเพียงแค่ตอนเดียว จะมีคนเข้ามาคอมเมนต์เยอะขนาดนี้ ต้องรู้ก่อนนะว่า ช่วงเวลาที่เขากินบะหมี่กับกระต่ายน้อยใช้เวลาเพียงแค่ 15 นาทีเท่านั้น 

ตอนนี้มีคอมเมนต์ถึง 150 คอมเมนต์!

มันเป็นจำนวนที่มาก สำหรับนิยายแค่ตอนเดียว!

"อึก...สมกับเป็นนิยายที่แจ้งเกิดฉิงเหว่ย เขาเป็นอัจฉริยะจริงๆ" ช่วยไม่ได้ที่หลางหลินจะชื่นชม เพราะนิยายแค่ตอนเดียวมันบอกไม่ได้ว่าสนุกหรือไม่สนุก แต่นิยายของฉิงเหว่ยได้บอกเขาแล้วว่ามันทำได้!

"ไหนมาดูหน่อยซิ ว่าพวกเขาเมนต์ว่าอะไรกัน" หลางหลินเลื่อนอ่านดูคอมเมนต์ 

ซักผ้าหยอดตา "นี่มันอะไรกัน! นิยายเรื่องนี้ทำไมถึงได้สะกดวิญญาณของฉันอย่างนี้!"

ผีผ้าแฟชั่น "ฉันไม่ได้อ่านอะไรที่สนุกแบบนี้มานานแล้วสิ"

รถเข็นเด็กโง่ๆ "นี่ไรท์! รีบๆ ลงตอนต่อไปเลยนะ ไม่งั้นฉันจะไปเผาบ้านคุณ!"

จรวดยางรัดผม "ฮือๆ เพียงแค่เกริ่นนำ ก็น่าอ่านขนาดนี้แล้ว ฮ่องเต้ที่แบดบอยอย่างนี้ ฉันละชอบจริงๆ"

หนีเมียมาเล่น "ผมไม่ได้เข้ามาในหมวดนี้เท่าไร เพราะนิยายแนวนี้ไม่ใช่แนวของผม แต่ว่าเรื่องนี้มันอะไรกัน! ผมไม่เคยอ่านอะไรที่สุดยอดมาก่อนเลย รีบๆ ลงตอนต่อไปนะไรท์!"

คนสวนในรถยนต์ "เพียงแค่นามปากกาของคุณก็เย่อหยิ่งขนาดนี้แล้ว ดาบผ่าสวรรค์! ตัวอักษรแต่ละตัวในนิยายของคุณ เหมือนกับคมดาบที่แหลมคม ตอนนี้มันได้กรีดหัวใจของผมแล้วรู้มั้ย! อะหือ ผมรู้ได้เลยว่าตัวเองจะต้องเสียเลือดให้นิยายเรื่องนี้อีกมากแน่!"

แม่ครัวหัวขนมหวาน "ฉันหวังว่ามันจะไม่เศร้าไปกว่านี้นะคะ ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ฉันคงจะเสียน้ำตาจนหมดตัวแน่เลย แค่ตอนแรกก็เศร้าปานจะขาดใจ!"

มดตัวเล็กอยู่ในโพรงจมูกอักเสบ "รีบๆ มาลงต่อเลยนะคุณดาบผ่าสวรรค์ ไม่อย่างนั้นล่ะก็ผมจะไปสิงในรูจมูกคุณ คุณรู้ใช่มั้ยว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อมีมด ทำรังอยู่ในโพรงจมูก ฮ่าฮ่า!"

คอมเมนต์ยังคงเพิ่มเรื่อยๆ หลางหลินนิ้วมือสั่นระริก ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง เขาไม่นึกเลยว่ามันจะเกินกว่าที่คิดไว้

เช้าวันต่อมา ยังคงเป็นเช่นเดิมเมื่อเขาลงตอนใหม่ โดยเฉพาะสาวๆ ที่เป็นแฟนคลับของนิยายเรื่องนี้ มีมากเป็นแสนคน เพียงแค่เวลาสองวัน!

หลางหลินขดริมฝีปากเป็นรอยยิ้ม เขาไม่คิดเลยว่าการเปิดประตูมิติครั้งนี้ จะได้สิ่งที่ดีสุดๆ เพียงแค่ผลงานเดียวไม่กี่ตอน ก็มีคนแห่เข้ามาคอมเมนต์อย่างถล่มทลาย 

นี่แสดงให้เห็นเลยว่าเขาจะประสบความสำเร็จในงานนักเขียนอย่างแน่นอน

เขาจะไม่ใช่นักเขียนไส้แห้ง!

ถึงเขาจะไม่ค่อยรู้เรื่องนิยายเท่าไร แต่นั่นก็ทำให้เขาเป็นเทพนักเขียนได้ นั่นเพราะเขามีนิยายจากต่างมิติอีกเป็นกอง!

และนิยายทั้งหมดอยู่ในชั้นแนะนำและชั้นขายดี คิดดูสิว่าผลมันจะเป็นเช่นไร!

ตั้งแต่หลางหลินเห็นหนังสือพวกนั้นในมิติ เขาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะนำมันออกมา หนังสือนั้นมีมูลค่าสูงในเนื้อหาของมันเอง และเมื่อมีหญิงสาวคนนั้นบอกหนังสืออะไรดีบ้าง มันก็ทำให้ดวงตาเขาลุกเป็นไฟ และตัดสินใจเก็บเกี่ยวตัังแต่ตอนนั้น

ผลลัพธ์ที่ได้นับว่ายอดเยี่ยม

วันต่อมา เขาได้รับข้อความฉบับหนึ่ง เป็นสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งสนใจนิยายเรื่องนี้ นี่มันทำให้เขาประหลาดใจอย่างมาก นิยายเพียงแค่ไม่กี่ตอนกลับมาติดต่อซะแล้ว?

แต่เมื่อเขาเห็นคอมเมนต์เหล่านั้น เขาก็รู้ได้ทันทีว่ามันเพราะอะไร

หลางหลินไม่ได้ตอบตกลง เขาเลือกที่จะปฏิเสธสำนักพิมพ์นั้นไป เพราะเขามีตัวเลือกอยู่ในใจเเล้ว

หลางหลินเลือกที่จะพิมพ์เอง จัดส่งเองแบบพรีออเดอร์ แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายย่อมสูง และต้องมีฐานแฟนคลับที่หนาแน่น ไม่อย่างนั้นแล้วอย่าคิดพิมพ์เชียว
เพราะมันจะเป็นการขาดทุนหากดันทุรัง ส่วนการพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ มันไม่มีความเสี่ยงใดๆ เงินที่จะได้รับย่อมรู้ตั้งแต่เซ็นสัญญา แต่หนังสือทำมือนั้น ต้องแบกรับความเสี่ยงนี้ไว้!

หลางหลินรู้ข้อดีข้อเสียนี้ดีจากเพื่อนของเขา ข้อดีของตีพิมพ์ก็คือได้รับเงินก้อนและไม่มีความเสี่ยงที่จะขาดทุน ส่วนข้อเสียต้องแบ่งรายได้ให้เขา ซึ่งมันต่างจากหนังสือทำมือที่เม็ดเงินจะได้รับล้วนเป็นของเราทั้งหมด 
ส่วนเรื่องการจะไม่ผ่านการพิจารณาจากสำนักพิมพ์ก็เป็นอีกเรื่องเหมือนกัน 

   หลางหลินไม่เก็บเอาไปคิด เพราะตอนนี้มีสำนักพิมพ์มากมายต้องการผลงานเขา แล้วทำไมเขาจะต้องกลัวว่ามันจะขาดทุนด้วยละหากตีพิมพ์เอง?

หลางหลินมีข้อมูลอยู่ เขาเคยช่วยหยูหย่าเฟยในการทำรูปเล่ม และติดต่อโรงพิมพ์ช่วยเธอจัดส่ง หยูหย่าเฟยเป็นคนใจดีอย่างมาก ตลอดระยะเวลาที่เขาช่วยเธอ ก็จะให้ค่าแรง ซึ่งหลางหลินเองก็ไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ นั่นเพราะเขาจน ทำไมต้องทะนงตนด้วยการไม่เอาเงินด้วยล่ะ?

เขาไม่ใช่พระเอกในนิยาย แต่เป็นแค่คนธรรมดา!

กลับมาที่ปัจจุบันหลางหลินไม่ได้ลงนิยายต่อแล้ว เขาลงไปไม่ถึง 16 ตอนด้วยซ้ำ ผลตอบรับนั้นดีเกินคาด ทำให้เขาเริ่มที่จะทำหนังสือขายแล้ว

 เขาสมัครเวย์ปั๋วในชื่อดาบผ่าสวรรค์! และไม่ลืมที่จะแจ้งคนในเว็บไซต์นิยาย เขาโพสต์ลงไปว่านิยายบัลลังก์สีเลือดมีทั้งหมด 3 เล่มจบ และจะเริ่มเปิดขายแล้ว 

โดยในการจัดทำแต่ละครั้งจะต้องมียอดถึง 500 เล่ม
ซึ่งผลที่ได้ก็เกินคาด มีผู้คนสนใจหลายแสนคน และในอนาคตก็ต้องมากอีกเรื่อยๆ

หลางหลินไม่สามารถที่จะทำได้มากกว่า 500 เล่มอยู่แล้ว เพราะตัวเขาคนเดียวแค่ 500 ไหนจะส่งของและรับเช็คยอดเงินของทุกคนอีก แค่นี้ก็นับว่าปวดหัวเป็นอย่างมาก

หลางหลินจึงโพสต์ไปว่า "ตอนนี้ครบยอดที่กำหนดแล้ว ผมขอปิดการจองครั้งนี้ ส่วนครั้งต่อไปที่จะพิมพ์จะมีอีกไม่นานครับ"

แน่นอนว่ามีคนโวยวาย เหมือนกับว่าพ่อแม่ของพวกเขาโดนฆ่าซะอย่างนั้น หลางหลินมองคนเหล่านั้นเถียงกันด้วยรอยยิ้มขม

มันก็เหมือนกับว่า มีเงินอยู่ข้างหน้าแต่ไม่สามารถแบกมันกลับบ้านได้  ได้แต่มองดูมันอยู่ตรงนั้น

เขาค่อนข้างที่จะเศร้า!

ราคาหนังสือทำมือเขาตั้งไว้ที่ 80หยวน รวมกับค่าส่งอีกก็เป็น 95 หยวน ซึ่งมันเป็นราคาที่แพงกว่าหนังสือตีพิมพ์เป็นอย่างมาก 

หลางหลินไม่ต้องกังวลเรื่องเงินที่จะต้องจ่ายโรงพิมพ์เลย เพราะการเปิดจองคนที่ได้ทันเวลา เขาก็จะให้โอนเงินมาในบัญชีของเขา จากนั้นเขาก็จะนำเงินไปจ้างโรงพิมพ์อีกที

ตอนนี้หลางหลินยังไม่ได้ไปโรงพิมพ์ แต่ก็รู้ราคาของมันคร่าวๆ จากหยูหย่าเฟย และอีกเหตุผลก็คือเขารู้จักโรงพิมพ์ดีๆ ในเมืองนี้มันเป็นโรงพิมพ์เก่า พ่อบุญธรรมเขาเป็นเพื่อนที่สนิทกัน และหลางหลินก็คิดจะใช้บริการโรงพิมพ์นี้ เพราะมันอาจจะได้ส่วนลดพิเศษเนื่องจากรู้จักกัน 

สองวันต่อมาหลางหลินไปที่ตู้กดเงิน ใบหน้าของเขาดูซูบ ดวงตาเหมือนกับหมีแพนด้า เพราะตลอดคืนเขาต้องทำไฟล์ PDF และเช็คยอดเงินของลูกค้าแต่ละราย ด้วยตัวคนเดียวทำให้เขาเหนื่อยเป็นอย่างมาก

เขาได้โพสต์ปกของหนังสือตั้งแต่เมื่อวานแล้ว โดยถ่ายจากหนังสือต้นฉบับ และเปลี่ยนแปลงชื่อของผู้เขียนให้เป็นของเขา

ปกนี้ดูสวยเป็นอย่างมากทันทีที่โพสต์ คนที่ไม่ทันการสั่งจอง ต่างรีบถามทันทีว่าจะเปิดรับออเดอร์อีกเมื่อไร หลางหลินจึงตอบไปว่า "รอให้ส่งรอบนี้เสร็จก่อน แล้วจะเปิดรอบต่อไป"

ด้วยเหตุนี้ จึงทำให้พวกเขาสงบลงไปบ้าง ไม่อย่างนั้นเวย์ปั๋วของเขาคงถูกถล่มเละ!

หลางหลินกดเงินออกมาทั้งหมด เงินที่เขาได้ในครั้งนี้คือ 47500 หยวน!

กลับการขายนิยายห้าร้อยเล่ม ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนเงินที่มาก แต่ถ้าหักจากค่าที่เขาต้องไปจ้างโรงพิมพ์แล้ว ก็ยังนับว่าได้กำไรอยู่

หลังจากเก็บเงินเข้ากระเป๋าด้วยรอยยิ้ม หลางหลินก็โบกรถแท็กซี่ก่อนจะไปโรงพิมพ์

ตอนนี้เขามีเงินจำนวนมากไม่กังวลเลยกับการนั่งแท๊กซี่ หากเป็นก่อนหน้าที่หลางหลินจะทำเงินได้จากการขายนิยาย เขาก็คงไม่นั่งมัน เพราะเป็นอะไรที่สิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์ เขาจะเก็บเงินไว้กินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเท่านั้น!

แต่ในตอนนี้ หลางหลินสามารถกินอาหารหรูได้หลายสิบมื้อเลยทีเดียว

แอ๊ด...รถเบรคที่หน้าโรงพิมพ์ พร้อมกับชายคนหนึ่งก้าวออกมาจากรถ เขาเป็นชายหนุ่มหน้าตาธรรมดา ไม่มีอะไรโดดเด่น อีกทั้งขาข้างหนึ่งยังงองุ้มผิดปกติ

"นี่เงิน!" หลางหลินให้เงินกับคนขับ ก่อนจะสาวเท้าไปที่หน้าโรงพิมพ์

"มันดูเก่าเป็นอย่างมาก....พวกเขายังเปิดบริการอยู่หรือเปล่านะ?" หลางหลินยิ้มขม ด้านหน้าเขาเคยเป็นโรงพิมพ์ที่โดดเด่น แต่ในเวลานี้ มันกลับเป็นแค่โรงพิมพ์เก่าๆ ป้ายหน้าร้านเองก็หายไปไหนก็ไม่รู้ บางทีพวกเขาอาจจะเลิกกิจการ และนั่นเป็นสิ่งที่เขากังวล

หลางหลินเดินเข้าไปโรงพิมพ์ยังไม่ได้ปิดประตู นั่นก็แสดงให้เห็นว่ามันยังเปิดอยู่ เขามองไปรอบๆ ที่นี่ไม่มีคนมีโปสเตอร์เก่าๆ แปะบนผนัง มันเป็นดาราคนหนึ่งซึ่งดังในอดีตมาเนิ่นนานแล้ว

"มาทำอะไรงั้นเหรอ?" ขณะนั้นเองชายอ้วนคนหนึ่งก็เดินเข้ามา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แก้มของเขาดูอวบอิ่มจนมองแทบไม่เห็นดวงตา เขาคืออู๋ซีเฉินเจ้าของโรงพิมพ์!! 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 844 ครั้ง

528 ความคิดเห็น

  1. #207 poick90 (@poick90) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 22:03
    ท่านเกงจริงๆสุดยอด การตั้งชื่อมิใช่เรื่องง่าย
    #207
    0
  2. #205 DeathCodeX (@Dechawut) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 19:13
    'เขาไม่ใช่พระเอกในนิยาย แต่เขาเป็นแค่คนธรรมดา!' ตอนนี้เอ็งเป็นพระเอกนิยายแล้วนะ! และอีกเดี๋ยวก็คงไม่ธรรมดา!
    #205
    0
  3. #149 Ragnarzero (@Ragnarzero) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 19:22
    สนุกมากครับ
    #149
    0