แหวนมิติ

ตอนที่ 59 : แก๊งวูดง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,058
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 317 ครั้ง
    13 ต.ค. 61



 "ยินดีที่ได้รู้จักครับ ว่าแต่ชื่อของคุณนี่เหมือนไม่ใช่คนจีน?" ใบหน้าของเธอคมคาย ซึ่งต่างจากคนจีนอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งสำเนียงก็ออกจะแปลกและชื่อเองก็เช่นกัน

"อ๋อ ฉันเป็นคนไทยน่ะคะ พอดีมาเรียนต่อที่จีน" พลอยตอบ

"อย่างนี้นี่เอง แล้วคุณสนใจทำงานกับผมมั้ย..."

"อะแฮ่ม" อู๋ซีเฉินไอขัดจังหวะ หลางหลินขมวดคิ้ว เขาไม่เข้าใจว่าอู๋ซีเฉินทำแบบนี้ทำไม

"อาหลินมาคุยกับลุงหน่อยสิ" อู๋ซีเฉินนำหลางหลินออกจากห้อง
หลางหลินไม่เคยเห็นอู๋ซีเฉินเป็นแบบนี้ มันค่อนข้างประหลาดเหมือนกับว่าเขากลัวผู้หญิงคนนั้น 

"มีอะไรเหรอครับลุง ทำไมต้องทำลับๆล่อๆ ด้วย?" 

"ก็ผู้หญิงที่ชื่อพลอยน่ะสิ" อู๋ซีเฉินเอามือก่ายหน้าผาก

"พลอย? เธอทำอะไรให้ลุงไม่พอใจงั้นเหรอ" หลางหลินขมวดคิ้วแน่น แล้วพลอยทำให้อู๋ซีเฉินไม่พอใจ แต่ทำไมกันล่ะ?

"เปล่า...ลุงแค่อยากจะบอกเธอว่า อย่ารับพลอยเข้าทำงานเด็ดขาด" อู๋ซีเฉินพูดเสียงเบาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

หลางหลินขมวดคิ้วมุ่น ผู้หญิงคนนี้เป็นตัวปัญหางั้นเหรอ? "ขอเหตุผลหน่อยครับ" 

อู๋ซีเฉินหันไปมองรอบๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครจึงกระซิบข้างหู "เพราะเธอไปมีเรื่องกับแก๊งวูดงเข้าน่ะสิ ตอนนี้เธอเลยออกจากที่เรียนและหาที่ทำงานเพื่อหลบจากพวกมัน"

"ลุงรู้ได้ยังไง?" ชายหนุ่มสงสัย

"ก็จากการสัมภาษณ์งานน่ะสิ ตอนแรกลุงก็คิดจะรับเธอนะ เพราะเธอเป็นผู้หญิงที่น่ารักคนหนึ่ง มันจะทำให้โรงพิมพ์ของลุงน่าอยู่ขึ้นจะได้มีดอกไม้งามซะบ้าง ไม่ใช่มีแต่ผู้ชายที่มีแต่กลิ่นเหงื่อ" เขาถอนหายใจครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ "แต่เธอก็ค่อนข้างประหลาดเมื่อลุงถามหาบัตร เธอไม่มีบัตรติดตัวเลย และไม่มีแม้แต่เงินซึ่งมันก็น่าแปลกเข้าไปอีก เมื่อลุงถามออกไปอีก เธอก็ร้องไห้ก่อนจะเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง ลูกชายของแก๊งวูดงต้องการตัวเธอ พวกมันเข้ามาดักที่หอและที่มหาวิทยาลัยในเมือง"

"แล้วทำไมเธอถึงไม่ไปแจ้งความ?" หลางหลินค่อนข้างสงสัย ถึงแม้พวกมันจะเป็นมาเฟีย แต่ตำรวจก็จะไม่อยู่เฉยแน่เมื่อประชาชนร้องทุกข์

"เธอบอกว่าเธอแจ้งแล้ว แต่ด้วยอำนาจของแก๊งวูดงแม้แต่ตำรวจส่วนหนึ่งก็เป็นพวกของมัน เธอเกือบจะถูกตำรวจคนนั้นจับตัวไปให้นายน้อยวู โชคดีที่เธอหนีมาได้เเละก็เป็นอย่างที่เห็น เธอไม่มีที่ไปและไม่สามารถกลับไปเรียนหรือหอได้ เพราะมีคนของแก๊งวูดงเฝ้าอยู่ตลอดเวลา เพราะงั้นอาหลินถ้าเธอรับพลอยเข้าทำงานแล้วล่ะก็ มันจะกระทบต่อการทำงานของเธอนะ และธุรกิจของลุงด้วย" อู๋ซีเฉินถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ไม่ใช่ว่าเขาไม่สงสารพลอยนะ แต่เพราะแก๊งวูดงนั้นอันตรายเกินไป ถ้าหากรับเธอแล้วพวกมันรู้เข้า ปัญหาคงไม่จบที่การพูดคุย แต่โรงพิมพ์ของเขาคงถูกพวกมันทำลายอย่างแน่นอน อู๋ซีเฉินไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนั้น เขาจึงต้องเตือนหลางหลินด้วยความห่วงใย

"โอเค ผมรู้เรื่องทุกอย่างแล้วผมจะรับเธอไปเอง" 

"อาหลินแต่ว่า..." อู๋ซีเฉินพูดด้วยความเป็นห่วง แต่หลางหลินก็ยกมือขึ้นขัดซะก่อน

"บ้านของผมอยู่ท้ายหมู่บ้าน และงานของเธอก็แค่ช่วยผมแพ็คของในการส่งแต่ละครั้ง และเช็คเวย์ปั๋วเท่านั้น อีกทั้งรถไปรษณีย์ก็มารับพัสดุถึงบ้าน ผมว่ามันปลอดภัยนะครับเพราะเธอจะไม่ได้ออกไปไหนเลย และแบบนี้พวกมันก็จะไม่มีทางได้เจอเธอ" ชายหนุ่มอธิบาย 

"แต่.." ที่หลางหลินพูดก็ไม่ผิดนัก แต่อู๋ซีเฉินก็อดเป็นห่วงไม่ได้อยู่ดี ถ้าหากหลางหลินเป็นอะไรไปแล้วล่ะก็ ธุรกิจโรงพิมพ์ที่เพิ่งฟื้นตัวของเขา ก็อาจจะกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อน อู๋ซีเฉินไม่อยากให้เกิดเรื่องน่าเศร้าแบบนั้น

หลางหลินวางมือบนไหล่ของอู๋ซีเฉิน "ไม่ต้องกังวลนะครับลุง ผมเข้าใจในสิ่งที่ลุงคิดดี ผมจะไม่ให้มันกระทบต่อธุรกิจของเราเด็ดขาด"

อู๋ซีเฉินถอยหายใจยาวครั้งหนึ่ง ก่อนจะตอบว่า "ถ้างั้นก็แล้วแต่เธอก็แล้วกัน"

หลางหลินยิ้ม ถ้าหากเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่มีทางรับพลอยอย่างเด็ดขาด ถึงแม้ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงในสเปคเขาก็ตาม แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว เขากำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ และเงินเองก็เช่นกัน ส่วนแก๊งหัวกระโหลกมันก็ยังไม่พร้อมที่จะปะทะกับแก๊งวูดง เพราะเพิ่งก่อตั้งได้ไม่นาน ตอนนี้ควรที่จะมุ่งเน้นไปที่แก๊งเฉียง

แต่อย่างไรก็ตาม หลางหลินไม่ได้กังวลกับแก๊งนัก ตอนนี้เขาแข็งแกร่งและไม่เห็นแก๊งมาเฟียพวกนี้ อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย

หลางหลินกลับเข้ามาในห้องและเห็นพลอยเพิ่งจะนั่งลงบนเก้าอี้ เมื่อกี้ที่เขาคุยกับอู๋ซีเฉินเขารู้ว่าเธอแอบฟังที่หน้าประตูเพราะจิตสัมผัสของเขาที่กว้างถึง 4 เมตร เขารู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของพลอยได้อย่างง่ายดาย

"คุณพลอย..." หลางหลินนั่งลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ดูเหมือนอู๋ซีเฉินจะยกห้องนี้ให้หลางหลินคุยกับเธอ และตัวเขาก็เลิกที่จะสนใจ ก่อนจะหันไปเช็คงานที่ลูกน้องทำ

"คุณจะไปทำงานกับผมมั้ย ค่าแรงที่คุณจะได้สองพันหยวนต่อเดือน" หลางหลินนั่งไขว่พร้อมกับยกยิ้มที่มุมปาก เขารู้ว่าพลอยจะต้องรับงานนี้แน่เพราะเธอไม่มีที่ไป เงินสองพันหยวนไม่ใช่เงินน้อยๆ เมื่อเทียบกับการทำงานที่ไม่ได้ทำอะไรในแต่ละวัน งานจะยุ่งเฉพาะวันเช็คยอดเงินและจัดส่งในแต่ละสัปดาห์เท่านั้น เพราะงั้นช่วงอื่นเธอจะไม่ได้ทำอะไรเลย เงินจำนวนนี้นับว่าสมเหตุสมผลแล้ว

"ค่ะ ฉันไปกับคุณบอส" พลอยตอบด้วยรอยยิ้ม ตอนแรกเมื่อเห็นหลางหลินเข้ามาเธอนึกว่าเขาเป็นพวกบ้ากาม ที่ต้องการเธอไปทำงานด้วยซะอีก แต่เมื่อแอบฟังก็รู้ได้ว่าเขาเป็นคนที่ไว้ใจได้ และทำให้โรงพิมพ์แห่งนี้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง อีกทั้งเขายังเขียนหนังสือคนแบบนี้ไม่มีทางทำไม่ดีกับเธออย่างเด็ดขาด เพราะงั้นพลอยถึงได้ตอบตกลง

"ฮ่าฮ่า เรียกผมว่าคุณหลินก็ได้ เรียกบอสแล้วมันฟังดูแปลกๆ" หลางหลินโกหก คำว่าบอสเป็นคำที่เขาชอบมาก เขาอยากจะให้ลูกน้องเรียกเขาแบบนี้ทุกคน แต่กับพลอยแล้วเขาคิดว่า คำว่าบอสมันฟังดูห่างเหินเกินไป ให้เรียกว่าคุณหลินก็แล้วกัน

"ได้ค่ะคุณหลิน แล้วเราจะไปกันหรือยังคะ ฉันเองก็ไม่ได้มีสัมภาระอะไร สามารถไปกับคุณได้เลย" พลอยไม่มีอะไรต้องปิดบัง เพราะหลางหลินก็ได้ฟังทุกอย่างมาจากอู๋ซีเฉินแล้ว มันจะแปลกถ้าเธอบอกต้องกลับไปเอากระเป๋า

"ไปสิ แต่บ้านผมอยู่ไกลนะ" หลางหลินหัวเราะ เขาเอามือขวาไปข้างหลังเพื่อนำหมวกออกมาจากแหวนมิติ หมวกใบนี้เขาซื้อมาตอนไปภูเขาหนิวหนิวไว้ใช้ แต่ก็ไม่ได้ใช้จึงให้พลอยใส่เพื่อปิดบังใบหน้า

"ใส่หมวกนี่ซะ" พลอยรับมาใส่และไม่ได้ถามว่าเขาเอามันออกมาจากไหน หลางหลินใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวและมันค่อนข้างรัดรูป ทำให้เห็นมัดกล้ามอย่างชัดเจน มันไม่มีทางเลยที่เขาจะซ่อนหมวกไว้ได้ หรือเขาเป็นนักมายากลกันนะ? พลอยได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจก่อนจะตามหลางหลินออกจากโรงพิมพ์

หลางหลินโบกรถแท็กซี่กลับบ้าน เนื่องจากพลอยเป็นแค่คนธรรมดา ถ้าหากให้เธอวิ่งเหมือนกับที่เขาทำกับจางเปาล่ะก็ เธอคงจะสลบก่อนไปถึงบ้านแน่

หลังจากขึ้นรถเพื่อไม่ให้บรรยากาศน่าอึดอัดเกินไป หลางหลินจึงเริ่มการสนทนา
"คุณทำอาหารเป็นหรือเปล่า?" ถ้าหากพลอยทำอาหารเป็นล่ะก็  จะช่วยเขาได้มากเลย กระต่ายน้อยเดี๋ยวนี้ชักจะเรื่องมาก มันไม่พอใจอาหารที่หลางหลินทำอีกแล้ว เมื่อได้กินฝีมือจางเปาทุกวัน มันต้องการอาหารอร่อยไม่แพ้ที่จางเปาทำ

"ทำเป็นสิคะ ฉันทำอาหารผัด ทอด แกง ต้มฯ ได้ทุกอย่างแม้แต่แกงจืดฉันก็ทำได้นะคะ" พลอยยิ้มเมื่อพูดถึงเรื่องอาหาร เธอชอบทำอาหารกับแม่ตั้งแต่ยังเด็กแล้ว และโตมาก็มักจะทำอาหารกินเองบ่อยๆ แต่เมื่อมาอยู่จีนเธอก็ต้องซื้อข้าวกล่องกินเพราะราคาถูกกว่าอาหารที่ทำเอง มันจะไม่คุ้มเพราะเธอกินคนเดียว และเนื้อกับผักก็จะเสียซะเปล่าๆ พลอยจึงซื้อข้าวราคา 5 หยวนกินเท่านั้น

"แกงจืด?" หลางหลินขมวดคิ้ว แกงจืดคือแกงอะไร? ทำไมถึงไม่เคยได้ยิน

พลอยหัวเราะคิกคักก่อนจะตอบ "แกงจืดเป็นอาหารไทยค่ะ เพราะงั้นคุณหลินถึงได้ไม่รู้จัก"

"เอ๋อย่างงั้นเหรอ ถ้างั้นเย็นนี้ทำให้ผมทานหน่อยก็แล้วกัน"

"ได้เลยค่ะ" พลอยตอบด้วยความมั่นใจ อาหารที่เธอทำมักจะได้รับคำชมจากแม่เสมอ เธอเชื่อมั่นในฝีมือทำอาหารของตัวเองอย่างมาก ว่าหลางหลินจะต้องชอบ

ระหว่างทางกลับหลางหลินบอกให้คนขับแวะร้านอาหารสดเพื่อซื้อเนื้อและผัก เนื่องจากเนื้อในตู้เย็นถูกจางเปาเอาไปทำอาหารกินหมดแล้ว มันจะไม่มีอะไรกินเลยในตอนเย็น ถ้าเขาไม่ได้ซื้อของกลับไปทำ

หลางหลินบอกให้พลอยซื้อเนื้อและผักได้ตามใจ ส่วนเขามีหน้าที่แค่จ่ายเงินเท่านั้น 
พลอยเลือกเนื้อด้วยการมองสีและลายของเนื้อ ส่วนผักก็ดูจากสีว่าสดมั้ยก่อนจะใส่ตะกร้าและจ่ายเงิน 
ตอนแรกพลอยจะซื้อแค่ 500 หยวน แต่หลางหลินก็บอกว่าเขาไม่ได้ออกมาข้างนอกบ่อยๆ ซื้อเยอะๆ ไปเลยก็แล้วกัน พลอยก็เลยหยิบเนื้อและผักมาอีกรวมเป็นเงิน 1000 หยวน 

ซึ่งหลางหลินก็ไม่ได้พูดอะไร พลอยเป็นแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ กินไม่เยอะ เขาและกระต่ายน้อยก็ไม่ได้กินเยอะ และตัวตะกละก็กลับบ้านไปแล้ว เงินจำนวน 1000 หยวน ซื้ออาหารนับว่าเพียงพอต่อคนในบ้าน ถ้าหากซื้อมากกว่านี้แล้วอาหารก็จะเน่าเสียซะเปล่าๆ หลังจากซื้อของเสร็จ ก็กลับขึ้นรถก่อนจะขับเข้าหมู่บ้าน 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 317 ครั้ง

473 ความคิดเห็น

  1. #436 SuriyanJurat (@SuriyanJurat) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 22:21
    เชียร์พลอย
    #436
    0