แหวนมิติ

ตอนที่ 4 : กินข้าว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,972
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 756 ครั้ง
    14 ส.ค. 61



หลางหลินเดินออกมาจากประตูมิติ พร้อมกับอุ้มกระต่ายน้อยในมือ ส่วนมีดทำครัวที่เต็มไปด้วยสนิมนั้น เขาเก็บมันไว้ในแหวนมิติ

การใช้งานมันไม่ยากเลย เนื่องจากในตอนที่เขาเชื่อมต่อกับแหวนมิติอย่างสมบูรณ์ การใช้งานของมันก็ไหลเข้าสู่สมองแล้ว

เสมือนว่าเขาเคยผ่านการใช้งานมานับครั้งไม่ถ้วน

นั่นเพราะเป็นการยิงข้อมูลสู่สมองโดยตรง หากอ่านเอาจากหนังสือล่ะก็จำเป็นจะต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ 

แต่ข้อมูลที่เข้าสู่หัวสมองนั้น ทำให้เขาเชี่ยวชาญมันได้อย่างง่ายดาย แต่หากในวันหน้าเขาพบทักษะสำหรับร่างกายแล้วต้องการเรียนรู้ เขาจำเป็นจะต้องปรับสภาพร่างกายด้วย เนื่องจากว่าตอนนี้ร่างกายเขาอ่อนแอกว่าคนธรรมดาเป็นอย่างมา

มิ้ว! 'ทำไมที่นี่ถึงมีฉีเบาบางเช่นนี้ อีกทั้งยังร้อนเป็นอย่างมาก กระต่ายน้อยไม่ชอบเลย"

กระต่ายน้อยคิดอยู่ในใจ ในโลกนี้ฉีเบาบางเป็นอย่างมาก ทำให้มันค่อนข้างไม่พอใจนัก แต่ที่แย่กว่านั้นคือมันร้อน!

ที่นี่ร้อนเป็นอย่างมาก กระต่ายน้อยรู้สึกแย่!

"เป็นอะไรไป ท่าทางของแกดูไม่ดีเลยนี่" หลางหลินรู้สึกว่ามันเเปลกไป ดวงตาที่กลมโตของกระต่ายน้อยหดเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด

ขนที่เคยฟูฟ่องกับแฟบเหมือนกับถูกรถเหยียบแบน

สภาพของมันตอนนี้ไม่น่าดูนัก

"หรือมันจะไม่คุ้นกับสภาพอากาศในประเทศจีน?" หลางหลินได้แต่คิดถึงความเป็นไปได้นี้ เนื่องจากที่ที่มันจากมาเป็นน้ำแข็ง ถึงแม้อุณหภูมิของที่นั่นจะไม่สูงก็ตาม แต่อย่างน้อยมันก็เย็นเหมือนกับอยู่ในตู้แช่ 

และอากาศที่นี่ก็ค่อนข้างร้อนเป็นอย่างมาก แม้แต่เขาเองก็รู้สึกหน้ามืดเล็กน้อยเพราะการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างกระทันหัน

ร่างกายของเขาอ่อนแอ การไปยังมิติเมื่อครู่ก็เหมือนกับเขาอยู่ในตู้แช่เป็นเวลานาน ในตอนนี้เขาอยากที่จะแช่น้ำร้อนเพื่อผ่อนคลาย

แต่อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้บ้านหลังนี้ไม่มีคนอยู่มาเป็นปี น้ำและไฟเป็นธรรมดาที่ถูกตัด เขาจำเป็นจะต้องไปการไฟฟ้าและประปาเพื่อดำเนินการ ไม่อย่างนั้นล่ะก็เขาไม่มีทางที่จะอาบน้ำอุ่นได้เลยนอกซะจากว่า 

ก่อไฟต้มน้ำเอง

แต่ในตอนนี้เขาไม่ควรจะกังวลเรื่องนั้น สิ่งที่ทำให้กังวลก็คือกระต่ายตัวเล็กตัวนี้ 

มันเป็นสัตว์ตัวแรกที่เขาเอาออกมาจากมิติอื่น หากมันตายไปในตอนนี้ เขาจะรู้สึกแย่มาก

"บางที....น้ำด้านหลังก็อาจจะช่วยแกได้?" ด้านหลังของบ้านเขาติดกับภูเขา แถวๆ นั้นหลางหลินเคยไปเล่นบ่อยครั้งยังเด็ก ที่นั่นมีบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่บริสุทธิ์ และมันค่อนข้างเย็นเพราะอยู่ในภูเขา

เมื่อคิดถึงน้ำที่เคยไปเล่นตอนเด็กๆ เขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะเดินออกไปตามเส้นทางที่จำได้ ถึงแม้เขาอยากจะวิ่งเพียงใดก็ตาม 

แต่นั่นก็เป็นไปไม่ได้เพราะขาอีกข้างของเขาพิการ แค่ใช้มันเดินในตอนนี้ได้ก็ดีถมเถเเล้ว

มิ้ว! 'เจ้ามนุษย์นี่จะพากระต่ายน้อยไปไหนกันนะ อีกทั้งที่ที่มันกำลังเดินไป รู้สึกถึงความเย็นอันสดชื่นได้เลย" กระต่ายน้อยเริ่มรู้สึกดีขึ้นเมื่อเข้ามาที่ด้านล่างภูเขา 

ที่นี่เต็มไปด้วยธรรมชาติงดงาม และแน่นอนว่ามันก็เต็มไปด้วยอันตราย 

แต่หลางหลินก็ไม่จำเป็นต้องกังวล ตลอดเวลาที่เขาเคยเล่นในนี้ ไม่มีสักครั้งเลยว่าจะเจอเสือหรือหมี พวกมันค่อนข้างที่จะอยู่ลึก และที่ที่เขาจะไปก็ไมได้อยู่ไกลถึงขนาดนั้น

ตึกตึก... เสียงย่ำเท้าบนดินดังให้ได้ยิน พร้อมกับมีชายหนุ่มคนหนึ่งมีใบหน้าหมองคล้ำผมสีน้ำตาล ใบหน้าเขาดูธรรมดาไม่มีความหล่อหรือสิ่งใดที่น่าจดจำเลย 

นอกซะจากดวงตาคู่นั้นของเขาที่ดูไม่ย่อท้อ มันเป็นแววตาของคนที่มุ่งมัน! นั่นคือหลางหลิน

"ถึงแล้ว" หลางหลินเช็ดเหงื่อบนใบหน้า เขามองไปที่บ่อน้ำแล้วพยักหน้าเล็กน้อย "ที่นี่ดูไม่เปลี่ยนไปเลย แม้จะผ่านมาหลายปีก็ตาม" 

มิ้ว! กระต่ายน้อยกระโดดลงมาจากเขา มันใช้ขาเล็กๆ ของมันเดินไปยังบ่อน้ำด้วยรอยยิ้ม เท้าของมันค่อยๆ แช่ลงไป พร้อมกับขนของมันที่กลับมาฟูฟ่องดั่งเดิม

ภาพนี้ทำให้หลางหลินประหลาดใจไปชั่วขณะ แต่เมื่อเขาคิดว่ามันเป็นตัวตนอีกมิติ และเรื่องของแหวนมิติลึกลับอีก เขาจึงไม่ประหลาดใจเท่าไรนัก

"แกชอบที่นี่งั้นเหรอ" หลางหลินเดินเข้ามา พร้อมกับถอนรองเท้า และแช่เท้าเปล่าลงไปในบ่อน้ำ

มิ้ว! 'ถึงแม้ว่าน้ำนี่จะเย็นไม่มาก แต่มันก็ดีกับกระต่ายน้อยเป็นอย่างมากเลยเจ้ามนุษย์ ถึงแม้ว่าหน้าตาเจ้าจะดูโง่ๆ แต่นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะรู้ว่ากระต่ายน้อยต้องการความเย็น กระต่ายน้อยต้องมองเจ้าใหม่ซะแล้วสิ นอกจากเจ้าจะพิการแล้ว เจ้าก็ยังพอมีสมองอันชาญฉลาดอยู่บ้าง แต่มันก็เทียบไม่ได้กับกระต่ายน้อยหรอกนะ'

กระต่ายน้อยใช้ขาเล็กๆ ส่ายไปมาด้วยอารมณ์ดี ในตอนนี้มันได้ลืมไปหมดแล้วว่าได้จากโลกใบเดิมมา เพราะตอนนี้มันกำลังสนุกอยู่กับบ่อน้ำ

"ฉันดีใจนะที่แกชอบ" หลางหลินส่ายหัวไปมาด้วยรอยยิ้ม การแช่น้ำอย่างนี้มันทำให้เขาหายเหนื่อยได้ระดับหนึ่ง แต่เมื่อพบว่าตัวเองคุยกับกระต่ายเหมือนคน เขาก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ปกติเท่าไหร่ 

จะมีคนบ้าที่ไหนคุยกับสัตว์คนเดียวล่ะ?

แต่อย่างน้อยมันก็ช่วยให้เขาแก้เหงาได้ หลางหลินนำเงินในกระเป๋าออกมาดู ตอนนี้เขามีเงิน 2900 หยวน หลังจากหักค่าแท๊กซี่ตัวเขาก็มีเงินติดตัวแค่นี้

พรุ่งนี้เขาจะต้องไปจัดการเรื่องไฟและน้ำอีก คาดว่าเงินคงเหลือแค่นิดหน่อย ดังนั้นตอนนี้เขาจึงค่อนข้างเครียด 

เงินในตอนนี้สำคัญสำหรับเขาเป็นอย่างมาก เขาไม่สามารถไปทำงานได้เพราะร่างกายที่พิการ ขาของเขามันงองุ้ม

ไม่มีใครหรอกที่อยากจะจ้างคนพิการ 

เขาดูเหมือนตัวตลก

หลางหลินเคยคิดที่จะฆ่าตัวตายเมื่อรู้ว่าพ่อบุญธรรมได้ตายอีกทั้งเขายังเป็นคนพิการ แต่เมื่อนึกย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่ชายคนนั้นเก็บเขามาเลี้ยงเหมือนกับลูกแท้ๆ มันก็ทำให้เขาเลิกคิดเรื่องฆ่าตัวตาย 

ชีวิตที่ชายคนนั้นมอบให้ เขาไม่มีวันทำร้ายตัวเอง จนทำให้ชายคนนั้นเสียใจอยู่บนสวรรค์หรอก

แน่นอนว่าชายคนนั้นคือพ่อบุญธรรมที่เก็บเขามา

หลางหลินถอนหายใจ เขาเลิกที่จะสนใจทุกสิ่งแล้วมองแหวนบนนิ้วมือ ตอนนี้สำหรับเขาสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกท้าทายก็คือแหวนวงนี้

แหวนมิติ!

วันนี้เขาได้รับประสบการณ์จากการข้ามมิติไปยังอีกโลกแล้ว ถึงแม้ว่าโลกนั้นเขาจะไม่ได้พบอะไรเลย นอกจากกระต่ายตัวเล็กก็ตาม แต่มันก็ทำให้เขารู้ว่า เขาสามารถเปิดประตูข้ามมิติได้จริง ดั่งที่แหวนมิติบอก

หลางหลินไม่รู้ว่าแหวนนี้มาอยู่ในมือเขาได้ไง แต่นั่นมันไม่สำคัญ เขาไม่สนว่ามันจะมายังไง เพราะในตอนนี้ชีวิตของเขากำลังจะเปลี่ยนไปเพราะมัน

เพราะมีแหวนนี้ หลางหลินเชื่อว่าเขาสามารถพัฒนาตนเองจนหายพิการได้ นั่นคือการเก็บแต้มประสบการณ์ให้ได้มาก หรือไม่ก็หาวิธีจากมิติที่ลึกลับเหล่านั้น

เขาไม่เชื่อหรอกว่ามันจะไม่มีทางได้พบกับแสงสว่าง

สำหรับความพยายามต่อสิ่งใดๆ แล้วได้สิ่งนั้นมา เรื่องนี้ก็เป็นความจริงอยู่ส่วนหนึ่ง แต่ส่วนหนึ่งก็คือโชคชะตา ตอนนี้เขารู้ได้เลยว่าโชคชะตาของเขาจะต้องเปลี่ยนไปอย่างแน่นอน

ตะวันเริ่มลับขอบฟ้า หลางหลินและกระต่ายน้อยกลับมาบ้านแล้ว กระต่ายตอนนี้มันเริ่มปรับสภาพร่างกายให้คุ้นชินกับโลกนี้แล้วส่วนหนึ่ง ถึงแม้มันจะยังร้อนอยู่บ้างแต่ก็พออยู่ได้

หลางหลินวางมันไว้ในบ้านก่อนจะเดินไปที่ครัว ตอนนี้ค่อนข้างมืด เขาจึงนำโทรศัพท์มาเปิดไฟ แสงจากไฟดวงเล็กๆ ส่องสว่าง จะมองเห็นพื้นที่เต็มไปด้วยสิ่งสกปรกและใยแมงมุมยั้วเยี้ย

"ชิ... สกปรกเป็นบ้าเลย รู้อย่างนี้รีบกลับมาทำความสะอาดซะก็ดีหรอก" หลางหลินได้แต่บ่นเท่านั้น เพราะถึงอย่างไรก็ตามเขาก็ต้องทำความสะอาดอยู่ดี 
ตอนนี้สิ่งที่เขาจะทำก็คือหุงข้าว ข้าวในถังที่เปิดออกมามันมีหนูอยู่ด้วย หลางหลินไล่หนูออกไปและกลิ่นของข้าวก็เต็มไปด้วยกลิ่นเหม็น เขาไม่มีทางที่จะฆ่าหนูได้เลย เพราะมันเร็วมากและเขาก็พิการจึงปล่อยมันไป

ถึงแม้มันจะดูสกปรกแต่เขาก็ไม่ได้รังเกียจมันเลย เขาเปิดชั้นวางและหาชามที่สะอาดมาตักข้าวไปหนึ่งชามใหญ่

ตอนนี้หม้อหุงข้าวใช้ไม่ได้เพราะไม่มีไฟฟ้า แต่ถึงแม้มันจะมีไฟใช้เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหม้อไฟฟ้ามันยังใช้ได้อยู่มั้ย

โชคดีที่ครัวมีเตาสำหรับก่อไฟฟืนอยู่ด้วย ทำให้เขาหุงข้าวได้โดยที่ไม่ใช้หม้อไฟฟ้า น้ำสำหรับหุงข้าวเขาใช้น้ำจากขวดจากการเดินทาง

มิ้ว! เสียงของกระต่ายดังขึ้น ถึงแม้มันจะค่อนข้างมืดสำหรับเขา แต่สำหรับกระต่ายน้อยความมืดแค่นี้ นับว่าไม่มีผลต่อสายตาของมันเลย

'เจ้ามนุษย์หน้าโง่นี่ทำลังทำอะไรอยู่กันนะ' กระต่ายน้อยเต็มไปด้วยความสงสัย มันได้กลิ่นของข้าวที่หุงจึงตามมาดู ไม่นึกเลยว่าจะเห็นหลางหลินยืนทำอะไรแปลกๆ มันดูตลกสำหรับกระต่ายน้อย

"แกได้กลิ่นล่ะสิถึงมา" หลางหลินมองไปที่กระต่ายน้อยด้วยรอยยิ้ม "มาลองกินนี่สิ ฉันไม่รู้หรอกนะว่าในโลกนั้นแกกินอะไร แต่นี่คือข้าวและเป็นอาหารอย่างเดียวที่ฉันมีอยู่ตอนนี้" 

ข้าวสุกแล้ว เขาตักข้าวใส่ถ้วยของตัวเองและกระต่ายน้อยก่อนจะไปวางไว้ที่โต๊ะ

แสงจากโทรศัพท์ถูกเปิดไว้ ทำให้เห็นคนและกระต่ายนั่งอยู่คนละด้านอย่างชัดเจน 

ด้านหน้าของพวกเขาเป็นข้าวเปล่า ซึ่งเวลานี้มันกำลังส่งกลิ่นหอมๆออกมา และมันเป็นอาหารอย่างเดียวที่เขามีอยู่

"ทานล่ะนะครับ" หลางหลินใช้ตะเกียบตักข้าวใส่ปากโดยไม่สนใจสายตาของกระต่ายน้อยเลยแม้แต่นิดเดียว...









 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 756 ครั้ง

473 ความคิดเห็น

  1. #232 l2ainniez1 (@Phonmujiyd19) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 09:16
    นิยายพรรณนาไปเรื่อย ยังไม่ไปไหนเลย
    #232
    1
  2. #43 0921894287 (@0921894287) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 00:24
    หื้ยยยสงสารง่าา
    #43
    0