แหวนมิติ

ตอนที่ 164 : สังหารสิ้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 884
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    21 ม.ค. 62

       "อื้ม อื้ม...เดี๋ยวก่อนสิ พอก่อน...ก็บอกให้พอไงเล่า!" ซายะถอนริมฝีปากออกมา ใบหน้าสั่นเครือด้วยความโกรธ แต่ก็ยังมีความเอียงอายเล็กน้อยซ่อนอยู่ จ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยความงงงวย "ทำ....ทำไมถึงจูบซายะ อยู่ๆ เกิดหื่นอะไรขึ้นมากับตุ๊กตาอย่างซายะ!"

       "ทำไมงั้นเหรอ? อาจจะเพราะฉันชอบเด็กอย่างเธอล่ะมั้ง" หลางหลินตอบก่อนจะเดินเข้าไปในป่าสีขาวโพลน

       "บ้าไปแล้ว พี่ชายบ้าไปแล้วแน่ๆ คิดยังไงถึงมาชอบตุ๊กตา ซายะไม่ใช่มนุษย์นะ" ซายะร่องลอยตามชายหนุ่มอย่างห่างๆ แก้มขาวนวลขึ้นสีเลือดฝาดเล็กน้อย ดูแล้วช่างน่าประหลาดใจนัก ที่ตุ๊กตามีเลือดคล้ายกับมนุษย์

       "มันไม่สำคัญหรอกว่าจะเป็นมนุษย์หรือปีศาจ ยังไงซะ...ฉันก็ไม่ได้สนใจ สิ่งที่ฉันสนใจคือจิตใจต่างหาก" เขาตอบณะเดินช้าๆ

       "จิตใจงั้นเหรอ?" ซายะทวนคำ "แต่ว่า จิตใจของซายะก็ไม่ดีสักหน่อย ซายะต้องกินไส้ของมนุษย์นะ...พี่ชายจะรับได้งั้นเหรอ..?"

       "ได้สิ" เขาผงกศีรษะ  "ฉันเดินไปในเส้นทางที่แตกต่างจากมนุษย์ธรรมดานะ ถ้าหากว่าฉันรับไม่ได้สิคงแปลก...อีกอย่างหนึ่งฉันก็ต้องการเธอนะ...ซายะ" หลางหลินยังเดินไปข้างหน้า ขณะตุ๊กตาลอยอยู่ด้านหลัง

        น้ำเสียงของเขาไร้ซึ่งความลังเล

       "ระวังเถอะจะถูกซายะกินเข้าสักวัน!" ถึงแม้ว่าปากจะพูดเช่นนั้น แต่จากที่เขาสัมผัสได้ซายะไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้นเลย หลางหลินแย้มมุมปาก เด็กก็คือเด็กแหละนะปากไม่ตรงกับใจ

       "ซายะเองก็เหมือนกัน ระวังจะถูก..." หลางหลินยกยิ้มมุมปาก

       "ระวังจะถูกอะไร...?" ซายะบุ้ยปาก

       "ปล่าว...หึหึ เอาล่ะน่าจะเป็นตรงนี้แหละนะ"  น้ำเสียงของชายหนุ่มสร้างความอยากรู้ให้กับซายะ เขาพูดจาเหมือนกับตาลุงโรคจิต ซายะส่ายหน้าก่อนจะร่อนลงที่พื้นหิมะสีขาวโพลน ใช้มือน้อยๆ จับหิมะขึ้นมาเล่นอย่างสนุกสนาน นานแล้วนะที่ไม่ได้เล่นหิมะ ในมิติที่เธอจากมา 
        เธอไม่ได้เล่นนัก ที่นั่นเต็มไปด้วยสารพิษในอากาศ ก่อนจะออกจากบ้านต้องสวมที่ปิดปากอย่างแน่นหนา ไม่เช่นนั้นก็อาจจะติดสารพิษในอากาศได้ บ้านทุกหลังต้องมีที่กรองอากาศ และบ้านของเธอเองก็เช่นกัน

        ซายะสัมผัสได้ถึงอากาศสดชื่นของที่นี่ มันทำให้เธอลืมเกี่ยวกับเรื่องในมิติที่จากมา

       "เอาล่ะไปกันเถอะ" หลางหลินในที่สุดก็หาเส้นทางเจอ นี่เป็นเส้นทางที่เจิ้งเต๋อหม่าใช้ในการพาเขาเข้ามาที่นี่ และเป็นทางที่พาไปยังคุกใต้ดิน

       "พี่ชายนี่จะไปไหนกันคะ" ซายะใช้มือน้อยๆ ขว้างบอลหิมะออกไป ก่อนจะลอยตัวเข้าไปในช่องทางลับที่มืดมิด ที่นี่ค่อนข้างชื้นเเละเย็น แต่ก็ดีกว่าข้างนอกเป็นอย่างมาก ซายะไม่ได้รับผลกระทบนั้น เธอไม่ใช่มนุษย์แต่เป็นแค่วิญญาณในร่างตุ๊กตา

       "จะพาเธอไปหาของกินสักหน่อย" หลางหลินตอบด้วยรอยยิ้มขณะเดินไปช้าๆ

       "เอ๋...กินไส้ของมนุษย์งั้นเหรอ?" ซายะถาม

       "ใช่...เธอไม่ต้องฆ่าล่ะ เดี๋ยวฉันจะจัดการเอง" ซายะในตอนนี้ฆ่าได้เป้าหมายเดียว เขาจึงต้องทำหน้าที่ในการฆ่าคนเหล่านั้นเพื่อเพิ่มพลังให้เธอ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นวิธีการที่โหดร้าย แต่พวกมันก็สมควรได้รับความรู้สึกนั้นแล้ว พวกมันสวมควรตาย ไม่สินิกายหลอมสร้างต่างหากที่ไม่สมควรมีใครรอดชีวิต!

        "ค่ะ..." ซายะตอบด้วยเสียงน้อยๆ เธอไม่เข้าใจนักกับสิ่งที่เขาจะทำ แต่ว่ามันก็เป็นผลดีกับเธอ เมื่อเธอมีพลังมากขึ้น เธอก็จะไม่ติดคูลดาวน์ อีกทั้งยังมีความรู้สึกที่เหมือนกับมนุษย์มากขึ้นด้วย

          รวมทั้งร่างกายและขนาดของตุ๊กตาด้วยเช่นกัน!

         ไม่นานนัก ทั้งสองก็เข้ามาถึงด้านในคุก ที่นี่ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แตกต่างแค่ครั้งนี้เขามากับซายะเท่านั้น ทุกคนยังเหมือนเดิม สีหน้าบอกบุญไม่รับ ฉี่แตกและขี้เต็มพื้น มันเหม็นและเหมาะที่จะเป็นที่เลี้ยงหมู

          หลางหลินยังไม่ได้ฆ่าใคร เขาหันไปรอบๆ เพื่อหาผู้อาวุโสมี่เถา ไม่นานเขาก็พบกับชายคนนั้น หลังคร่อม ไว้หนวดเคราแพะ ใบหน้าเปื้อนไปด้วยคราบสกปรก ร่างกายเต็มไปด้วยกลิ่นไม่พึงประสงค์ มันเหมือนกับมี่จื่อถงบอกเป๊ะ 

          หลางหลินเดินมาหยุดที่ตรงหน้า ผู้อาวุโสมี่เถายังคงนิ่งงันถึงแม้จะมีคนมายืนอยู่ตรงนี้ จิตใจของมันดูเหมือนล่องลอย 
ไม่มีคำพูดใดๆ ทั้งสิ้น พลังจิตของชายหนุ่มพุ่งเข้าสู่สมองของชายแก่ทันที              ซึ่งไม่นานนักมันก็ระเบิดแตกเป็นลูกแตงโม หลางหลินมีพลังจิตอยู่ร้อยหน่วย ตอนนี้ใช้มันดูความทรงจำของผู้อาวุโสมี่เถาด้วยความรุนแรงต่างจากทุกครั้ง จึงทำให้หัวของชายแก่ที่ไร้พลังป้องกันของพลังฉีในร่างกาย แตกเป็นชิ้นๆ

          ภาพสยดสยองของหัวมนุษย์ที่ระเบิดแตก เลือดกระจายเป็นวงกว้าง สร้างความรื่นรมย์ให้กับซายะได้เป็นอย่างดี

        "กินสิ"  เสียงของเขาค่อนข้างดำมืด

        "อ่า...ถ้าพี่ชายว่าอย่างนั้นล่ะก็ หนูจะไม่เกรงใจแล้วนะ" ถึงแม้ว่าชายแก่จะสกปรก แต่มันก็เป็นผู้บม่เพาะพลัง ด้วยไส้ของมันจะช่วยให้ซายะมีพลังเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังช่วยพัฒนาร่างกายให้เติบโตขึ้นด้วยเช่นกัน

        "อร่อย..ว่ะ" ซายะเริ่มกินไส้ของผู้อาวุโสมี่เถาที่ตายไป ริมฝีปากของเธอแดงเรื่อ มันดูน่าสยดสยอง แต่สำหรับหลางหลินแล้ว เขาชินกับภาพเช่นนี้แล้วแหละ

        "เอาล่ะ ไหนมาดูพลังของอาวุธเวทมนตร์ชิ้นนี้กันหน่อย ดูซิว่าจะมีพลังมากขนาดไหน" พัดกระเรียนผยองถูกนำออกมา ตอนนี้เขาเชื่อมต่อมันด้วยรูนระดับ 4 แล้ว จึงทำให้สามารถใช้พลังของมันได้อย่างเต็มที่ ตัวพัดเป็นสีขาว ขนฟูฟ่องคล้ายกับขนของสัตว์อสูร 

         โครงสร้างถูกทำมาจากกระดูกชิ้นเล็กที่ผสานเข้ากันอย่างลงตัว หลางหลินชื่นชมพัดในมือ คนที่สร้างผลงานชิ้นนี้จะต้องเก่งเป็นอย่างมาก มันทั้งงดงามและประณีต ให้ความรู้สึกสวยงาม หรูหรา แพง แต่ซ่อนไว้ซึ่งหนามแหลมภายใต้สิ่งลวงตา

        ชายหนุ่มบีบอัดพลังฉีที่มหาศาลของตัวเองเข้าไปในพัด กรีก!! ตัวพัดอยู่ๆ ก็มีลมเย็นสบายออกมา พร้อมกับกรงเล็บเล็กที่ยื่นออก มันคล้ายกับเล็บของเหยี่ยว!

        ด้วยการสบัดพัดในมือ กรงเล็บที่ว่านั้นก็แผ่พุ่งไปทุกทิศทาง ประหนึ่งคืออาวุธสังหารที่โหดร้าย จู่โจมไปที่ลำคอของทุกคนในพริบตา หลังจากนั้นกรงเล็บที่ว่าก็ค่อยๆ สลายหายไปจากลำคอ ก่อนจะกลับมาอยู่ในพัดอีกครั้ง

        "ของดี"  ถึงแม้ว่านี่จะเป็นอาวุธเวทมนตร์ระดับหนึ่ง แต่ทว่ามันก็มีพลังมาก เพียงแค่ความสามารถในการจู่โจมรอบทิศทางก็เกินพอแล้ว ถึงแม้ว่ากรงเล็บนี้จะไม่เหมือนกับชื่อของอาวุธก็ตาม แต่เขาจะมองข้ามๆ มันไปซะ

         หลางหลินฆ่าคนทั้งหมดในคุก ไม่สิต้องบอกว่าสังหารให้สิ้นสิถึงจะถูก ด้วยการสะบัดพัดในมือ ลำคอของทุกคนก็ขาดครึ่ง!

         มันง่ายเสียยิ่งกว่าการใช้มีดหั่นศพ!

         ซายะหัวเราะคิกคักและเริ่มกินอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกครั้ง!

        "กลิ่นอะไรเนี่ย? ยังกับกลิ่นเลือด.." เสียงเปิดประตูจากด้านนอกเข้ามาพร้อมกับหอบลมหนาวพัดมาด้านใน หลางหลินจำเสียงนี้ได้ มันเป็นชางโป ไม่มีแม้แต่การกล่าวทักทายใดๆ พัดในมือสะบัดเบาๆ สายลมหนาวแผ่พุ่งออกไป ลำคอของชางโปก็ถูกกรงเล็บสีขาวแทงทะลุลำคอ ชางโปไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้ตัวอีกทีก็เห็นร่างไร้หัวของตัวเองแล้ว

        "ซายะ ถ้ากินเสร็จแล้วตามขึ้นไปข้างบนนะ" หลางหลินบอกและรีบออกจากที่นี่ เขาไม่ชอบกลิ่นของที่นี่ ถึงแม้เมื่อก่อนจะจน แต่ก็ไม่เคยอยู่ในที่ๆ สกปรกแบบนี้หรอกนะ มันทำให้เขาพะอืดพะอมอยากจะอาเจียน

        "ค่ะ" ซายะตอบและเริ่มกินไส้อีกครั้ง ที่นี่มีคนประมาณสามสิบคน ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือเด็กเล็ก ก็กลายเป็นอาหารอันแสนหวานให้กับซายะทั้งหมด!

        "อ้าวชางโป ทำไมถึงขุนอาหารพวกนั้นเร็วจังวะ" ยามเฝ้าที่นี่อีกคนเอ่ยทัก เขาไม่ได้หันไปมองจึงไม่รู้ว่าไม่ใช่ชางโป แต่เป็นคนอื่น

          หลางหลินไม่เสียเวลา เพียงแค่ขยับมือเล็กน้อย ลำคอของชายหนุ่มคนนี้ก็แหลกละเอียดคามือ ตอนนี้เขารู้ถึงความสามารถของพัดกระเรียนผยองมาพอแล้ว จึงเก็บออมพลังไว้ ใช้ออกด้วยกำลังธรรมดา สิ่งมีชีวิตน้อยๆ ตรงหน้าก็ตกตายอย่างง่ายดาย

         "เปราะบางนัก...มนุษย์" หลางหลินถอนหายใจก่อนจะปล่อยร่างของชายคนนี้ลงพื้น ถ้าหากเปลี่ยนเป็นเมื่อก่อน เขาไม่แม้แต่จะฆ่าคนด้วยมือข้างเดียวได้ แต่ตอนนี้นับว่าง่ายดายนัก เพียงขยับมือเล็กน้อยคอก็หักแล้ว ประหนึ่งมนุษย์เป็นแค่สิ่งมีชีวิตอ่อนแอ ไม่ต่างจากแมลงตัวเล็กๆ ไร้ค่าในสายตา

          หลางหลินไม่ได้ปลอมตัวลอบเข้าไปเหมือนครั้งก่อน ตอนนี้เขาไม่ได้มาช่วยใครที่นี่ สิ่งที่ต้องทำเลยคือเก็บกวาดที่นี่ให้สะอาด  หลางหลินได้เตรียมตัวมาแล้ว น้ำมันถูกนำออกมาจากแหวนมิติ ราดมันไปรอบๆ จากนั้นก็จุดไฟ

         เพียงเท่านี้แม้แต่ผืนป่าที่เกาะกุมด้วยหิมะ ก็ถึงกับมอดไหม้ด้วยน้ำมันที่เตรียมไว้เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เพลิงมอดไหม้เป็นวงกว้าง เพลิงขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ไม่นานก็ยากจะควบคุม เพลิงล้อมรอบไม่ให้ใครหน้าไหนหนีออกมาได้ มีชายคนหนุ่มหนึ่งเดินออกมาจากกองเพลิง มีตุ๊กตาตัวหนึ่งกำลังยิ้มลอยอยู่ข้างๆ เขา

         ทั้งสองราวกับปีศาจร้าย เพียงแค่มองก็สะท้านไปถึงวิญญาณ!

        "ศัตรูบุก ศัตรูบุก!" ไม่รู้ว่านั่นเป็นเสียงของใคร แต่หลังจากที่มันพูดออกมา หัวของมันก็ถูกเจาะเป็นหลุมลึก ก่อนจะนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น
ไม่มีการเอ่ยเตือนหรือใดๆ ร่มทมิฬในมือถูกยิงออกไปทันที ตอนนี้ต่างจากครั้งก่อนมีคนอยู่ที่ลานไม่มากนัก แต่ไม่ใช่ไม่มีเลย คนเหล่านี้ตกตายลงง่ายดาย เพียงพริบตาเดียวลานกว้างก็ย้อมไปด้วยเลือดสด!

          หลังจากจัดการกับคนที่นั่น หลางหลินก็บรรลุมาถึงตำหนักเล็ก ซึ่งเป็นตำแหน่งที่อยู่ของมี่จื่อถง...มียามสาวสี่คนเช่นเคยที่นี่ ชายหนุ่มไม่ได้กล่าวอะไร ร่มในมือก็ฟาดเข้าที่ชายโครงของพวกเธอ ก่อนจะส่งร่างที่บิดงอลอยละลิ่วเข้าไปที่ตำหนัก

          "เกิดอะไรขึ้น...?" มี่จื่อถงตื่นตกใจ เมื่อเห็นยามสาวสี่คนทะลุเข้ามาในตำหนัก

          "สวัสดี จำฉันได้หรือเปล่าสามีของเธอไง...จื่อถงที่รัก!" เสียงของชายหนุ่มเย็นชา ลอดเข้ามาในตำหนัก

           ถิ่งเอ๋อกระชับมีดในมือแน่น ยืนอยู่ด้านหน้าของประมุขน้อยด้วยความเป็นห่วง 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

473 ความคิดเห็น