แหวนมิติ

ตอนที่ 11 : สุสานบรรพกาล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,289
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 747 ครั้ง
    21 ส.ค. 61



หลางหลินเลิกที่จะสนใจ เขาปิดแล็ปท็อปแล้วลูบแหวนบนนิ้วมือ "นี่ก็ได้เวลาแล้ว หากจางเปามาเห็นเข้าคงแย่แน่" 

นี่เป็นความลับของเขา หากคนอื่นรู้เข้าต้องแย่แน่ ในตอนนี้มีคนที่รู้เพียงกระต่ายน้อยเท่านั้น

เนื่องจากมันเป็นสัตว์ เขาจึงไม่กังวลแต่ถ้าหากเป็นคนล่ะก็....

ไว้ค่อยคิดอีกที

หลางหลินเดินไปหลังบ้าน เขาเลือกที่ลับตา ก่อนจะมองแหวนหัวกระโหลกบนนิ้วมือ มันยังคงเย็นเยียบอยู่ตลอดเวลา

พรัอมกับดวงตาสีแดงฉานของมัน!

ไม่รู้ว่าทำไม ครั้งก่อนหลังจากออกมาจากประตูมิติ ดวงตาของมันถึงมืดบอด แต่พอผ่านไปอีก 3วัน ดวงตาก็กลับมาเป็นสีแดงปกติ

ทำให้เขารู้ว่า เมื่อดวงตาสีแดงแสดงว่ามันมีพลังที่จะเปิดประตูมิติ แต่เมื่อเปิดแล้วแสงในดวงตาหาย นั่นเพราะมันใช้พลังในการเปิดแล้ว เหตุผลที่ต้องรอสามวัน ก็เพราะรอให้แหวนสะสมพลังงานในการเปิดประตูมิติอีกครั้ง

"คราวนี้ฉันจะได้อะไรนะ" หลางหลินเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ครั้งที่แล้วเขาได้นิยายติดมือมาจนเต็มแหวนมิติ

ครั้งนี้เขาก็หวังเหลือเกินว่าจะได้อะไรที่ดีขึ้นอีก 

ประตูมิติปรากฏแล้ว พร้อมกับความรู้สึกเย็นเยียบแผ่ไปโดยรอบ

หลางหลินไม่ได้รับผลกระทบนั้น เพราะเขาเป็นผู้เชื่อมต่อกับแหวนมิติ

เช่นเคย ในมือเขามีมีดทำครัวขึ้นสนิมเล่มเดิม พร้อมกับใบหน้าที่จริงจัง ก่อนจะก้าวผ่านประตูไป...


×××××××

อีกมิติ ในสุสานบรรพกาล 
มีทีมสำรวจสุสานอยู่หลายทีม พวกเขาเพิ่งเปิดสุสานวันนี้ และก็เช่นเคย การฆ่ากันเพื่อแย่งทรัพยากรในสุสาน

สุสานนี้เป็นสุสานบรรพกาลของจักรพรรดิไอเหริน!

เขาเป็นจักรพรรดิที่ยิ่งใหญ่ ทุกคนในยุคนนั้นต่างก้มกราบแทบเท้าของจักรพรรดิไอเหริน!

เพียงแค่ดาบของเขา ก็สามารถผ่าเมืองทั้งเมืองให้แยกออก ในยุคสมัยนั้นนับว่าเขาเป็นคนที่แกร่งกล้าที่สุด ไม่มีใครเลยที่จะเอาชนะเขาได้!

เขาเป็นตำนานที่ถูกจารึกชื่อในประวัติศาสตร์

กลุ่มของหลวงอี้คง มีคนทั้งหมดสี่คน แต่ละคนล้วนเป็นผู้เยาว์ อายุน้อยสุดก็ 16 ปี แต่อย่าได้ไปดูถูกพวกเขาเชียว

ถึงแม้พวกเขาจะเป็นเด็ก แต่พละกำลังของพวกเขานั้นสามารถที่จะล้มเสือได้อย่างง่ายดาย

นั่นไม่ต้องพูดถึงมนุษย์ธรรมดาเลย เมื่อเจอหมัดของพวกเขาจะเป็นยังไง!

"จางหยางหรุย ที่นี่เป็นทางที่จะพาพวกเราไปห้องสมบัติจริงๆเหรอ" หญิงสาวที่มีใบหน้าซีดเผือดพูด 

จางหยางหรุยเป็นชายที่มีเครายาว ดูเหมือนคนแก่อายุ 50 ปี แต่จริงๆแล้วอายุเขาเพียง17ปีเท่านั้น ถึงแม้จะอายุน้อยแต่ที่เขาเหมือนกับคนแก่ นั่นเพราะเผ่าพันธุ์ของเขา จึงทำให้เขาดูเหมือนคนแก่

จางหยางหรุยหยุดเดิน ก่อนจะจับเข็มทิศอันเก่าออกมาดู มันมีอักษรรูนที่เก่าแก่ เข็มทิศกำลังสั่นไปทิศทางหนึ่ง "ไม่ผิดแน่ เข็มทิศนี้ไม่เคยโกหกข้า นี่มันเป็นสมบัติเวทมนต์ระดับสองเชียวนะ"

เข็มทิศคลื่นสมบัติของเขา เป็นสมบัติเวทมนต์ระดับสอง มันสามารถค้นหาขุมทรัพย์ได้หากอยู่ในระยะที่กำหนด ระยะของมันเพียง 1 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะที่สั้น 

แต่หากมาใช้ในสุสานที่มี่ขุมทรัพย์แล้วล่ะก็ มันจะช่วยย่นเวลาในการหาได้อย่างดีเลย

"ไปต่อกันเถอะ" หลวงอี้คงหันหน้าไปทางมืดๆ พร้อมกับชักกระบี่ออกมาจากฝัก แล้วย่างเก้าเข้าไปเป็นคนแรก

"อืมม์" หญิงสาวผงกศีรษะ ก่อนจะเดินตามเข้าไป

ภายในนั้นเหมือนกับโพรงของสัตว์อสูร เพราะมันเหม็นและมีเมือกสีเขียวเต็มไปหมด

แต่โชคดีที่มันยาวเพียง 200 เมตรเท่านั้น ถ้าหากระยะทางไกลกว่านี้ล่ะก็ พวกเขาคิดว่าอาจจะขาดอากาศหายใจได้ เพราะทนต่อกลิ่นไม่ไหว

เคร้ง เคร้ง!

ข้างหน้ามีเสียงบางอย่าง คล้ายกับอาวุธกำลังกวัดแกว่งปะทะกัน 

"หยุดก่อน ข้างหน้าดูเหมือนว่าจะมีการต่อสู้!" หลวงอี้คงจ้องไปยังฉากด้านหน้าด้วยความระมัดระวัง

ในตอนนี้กลุ่มของเขาหลบอยู่ข้างหลังก้อนหินขนาดใหญ่ มันใหญ่พอที่จะปิดบังร่างของทั้ง 4 คน

"นั่นมันชุดของนักพรต!"

"อืมม์ พวกเขาเป็นนักพรต และอีกฝ่ายที่ต่อสู้ด้วยดูเหมือนจะเป็นคนของจักรวรรดิมังกรดำ!" หลวงอี้คงพูดเสียงสั่น กลุ่มด้านหน้าพวกเขาเป็นกลุ่มที่ไม่อาจไปล่วงเกินได้ ไม่งั้นต่อให้เขามีสักสิบชีวิตก็คงไม่พอที่จะต่อสู้

"แล้วเราจะเอายังไงกันดี? การเดินทางเข้ามาในสุสานครั้งนี้ล้วนไม่อาจผิดพลาดได้ อย่างน้อยๆ พวกเราก็ต้องได้สมบัติกลับไปบ้าง" ชายอ้วนที่อยู่ในกลุ่มเพิ่งพูดออกมา ตลอดทางเขาเงียบมาตลอด แต่เมื่อเห็นกลุ่มคนด้านหน้าช่วยไม่ได้ที่เขาจะหวาดกลัว

"จางหยางหรุย เจ้าพอจะหาทางอ้อมไปได้มั้ย?" หลวงอี้คงถามจางหยางหรุย ในกลุ่มของเขา จางหยางหนุยมีทักษะดีเลิศในการค้นหาทางในเขาวงกต ถึงแม้มันจะไม่มีประโยชน์เวลาต่อสู้ แต่ในเวลานี้เขาเป็นคนที่สามารถพึ่งพาได้

จางหยางหรุยขมวดคิ้วจนเป็นปมแน่น นิ้วมือประสานไปที่กลางหน้าผาก จนเกิดเป็นแสงสีแดงดวงเล็กๆพุ่งออมาจากดวงตา

การค้นหาเส้นทางด้วยวิธีของเขานั้นจำเป็นต้องใช้พลังฉีเป็นจำนวนมาก และยิ่งคนต่อสู้กันอยู่ด้านหน้าด้วยแล้ว เขาก็ต้องทำมันอย่างระมัดระวัง

"เจอแล้ว ตามข้ามา!" จางหยางหรุยตอนนี้ใบหน้าเขาขาวซีด เม็ดเหงื่อเต็มหน้าผาก แต่รอยยิ้มไม่ได้จางหายแม้แต่น้อย

เขาได้ใช้พลังฉีในการค้นหาเส้นทาง ซึ่งก็ทำให้เขาอยู่ในสภาพแย่เป็นอย่างมาก แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น เขาก็ดีใจยิ่งที่พบทางที่ไปต่อ ไม่อย่างนั้นล่ะก็การเดินทางมาครั้งนี้ เท่ากับเป็นการเสียเปล่า

กลุ่มของพวกเขาใช้ช่องทางลับที่ถูกพบโดยจางหยางหรุย และกำลังจะออกไปจากพื้นที่ต่อสู้ แต่ในขณะนั้นเอง กระบี่ยาวเล่มหนึ่งก็พุ่งมา พร้อมกับแทงทะลุหัวของชายอ้วน

ฉึก!!!

เขาเสียชีวิตในทันที!!

กรี๊ด!!

ช่วยไม่ได้ที่หญิงสาวในกลุ่มจะกรีดร้อง เเละวิ่งเข้าเส้นทางลับอย่างไม่สนใจใคร

จางหยางหรุยและหลวงอี้คงต่างใบหน้าซีด ยิ่งจางหยางหรุยในตอนนี้ สภาพเขายิ่งเหมือนกับศพ!

"คิดจะอาศัยจังหวะที่พวกเราต่อสู้กับนักพรต แล้วเข้าไปเอาสมบัติงั้นเหรอ? เหอะเหอะ!" ดูเหมือนว่านักพรตพวกนั้นจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ เพราะตอนนี้คนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าพวกเขา เป็นคนของจักรวรรดิมังกรดำ!

ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยเลือด และกลิ่นอายเย็นเยียบที่แผ่ออกมาจากร่างกาย

เขาเป็นคนเดียวที่เหลือรอดจากการต่อสู้ครั้งนี้ และนั่นก็หมายความว่าเขาแกร่งที่สุด!

"พี่ชาย ตอนนี้ท่านก็จัดการกับพวกมันทั้งหมดแล้ว เหลือเพียงแค่พวกเราเท่านั้น มันจะไม่ดีกว่าเหรอหากพวกเราแบ่งสมบัติกัน? หรือว่าพี่ชายจะ..." จางหยางหรุยถึงจะหวาดกลัว แต่เมื่อมองเห็นกระดูกที่เปิดออกมาจากบาดแผลของชายคนนั้น ก็ทำให้เขารู้เลยว่า อีกฝ่ายจะไม่ต่อสู้กับพวกเขาทั้ง 2 เป็นอย่างแน่ 

ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ผลลัพธ์มันจะไม่ดีสำหรับตัวเขา

ชายคนนั้นต้องการสับจางหยางหรุยเป็นชิ้นๆ กล้าที่จะพูดแบบนั้นกับเขา ที่เป็นคนของจักรวรรดิมังกรดำงั้นเรอะ!!

แต่เมื่อมองไปยังบาดแผลเหล่านั้นของตัวเองก็เหมือนกับคิดได้ ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังอ่อนแอ ถึงแม้พวกมันสองคนด้านหน้าจะอ่อนแอ แต่ถ้าหากสู้กัน เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองจะรอดชีวิตออกไปมั้ย 

นี่ยังไม่รวมถึงผู้หญิงอีกคนที่วิ่งออกไปนะ!

เมื่อคิดถึงความเป็นไปได้เขาก็แสร้งยิ้ม "อย่างงั้นก็ได้ เมื่อกี้ใครใช้ให้เจ้าอ้วนนั่นหนีกันล่ะกระบี่ของข้าไม่มีตา ข้าก็แค่ขว้างไปขวางทางเข้าเท่านั้น ไม่นึกเลยว่าจะโดนเขา นี่เป็นแค่อุบัติเหตุเท่านั้น!"

"อย่างนี้นี่เอง ถ้างั้นเราเดินทางกันต่อเถอะพี่ชาย" จางหยางหรุยขบริมฝีปากแน่น สำหรับเขาตอนนี้เจ้าอ้วนถึงแม้จะตายไปแล้วยังไง? เขามาที่นี่เพื่อสมบัติ ตอนนี้ทำไมเขาจะต้องฆ่าอีกฝ่ายเพียงเพราะเพื่อนด้วยล่ะ?

หลวงอี้คงเองก็คิดเช่นเดียวกับจางหยางหรุย ส่วนคำพูดที่ชายคนนั้นบอก ทำให้เขามือไม้สั่นกลับบอกว่า กระบี่ไม่มีตางั้นเรอะ! บิดามันเถอะ กระบี่ไม่มีตาอะไรจะแม่นยำถึงขนาดนั้น 

แต่หลวงอี้คงก็ต้องเก็บความรู้สึกไว้ พร้อมกับความคิดที่หมนุนวนอยู่ในหัว ไม่นานใบหน้าเขาก็คลายเป็นรอยยิ้มอันแปลกประหลาด

และแล้วพวกเขาก็เดินทางต่อ โดยชายจากจักรวรรดิมังกรดำเดินอยู่ด้านหลัง 

ตลอดทางมักจะมีแมงมุมยักษ์โจมตี มันเป็นสัตว์อสูรระดับหนึ่ง ซึ่งแข็งแกร่งกว่าพวกเขาเป็นอย่างมาก

พวกเขาอย่างมากก็อยู่ในรวบรวมฉีระดับกลาง ซึ่งเป็นขั้นกลางของการรวบรวมฉี แต่ชายของจักรวรรดิมังกรดำ เขาอยู่ในขั้นสูงสุดซึ่งทำให้มีพลังมากกว่าทั้งสองคนในระดับหนึ่ง

ไม่นานนัก พวกเขาก็เห็นหญิงสาวคนนั้น ในตอนนี้ร่างกายของเธอแห้งเหี่ยวเหมือนกับซอมบี้ ไม่หลงเหลือร่องรอยของความงามแต่อย่างใด

 "ร่างกายของเธอถูกพวกแมงมุมดูดเลือดออกจากร่าง พวกเรารีบไปกันต่อเถอะ" หลวงอี้คงถอนหายใจออกมา แมงมุมยักษ์พวกนี้แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ขนาดพวกเขาเองก็ต้องรุมมันถึงจะชนะ แล้วเธอที่วิ่งเข้ามาคนเดียวล่ะ นั่นไม่เท่ากับการฆ่าตัวตายงั้นเหรอ?


 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 747 ครั้ง

472 ความคิดเห็น

  1. #101 lullaby-(นกน้อย) (@c2345) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 20:37

    ติดตามรั่วๆ
    #101
    0
  2. #10 Busaba2006 (@Busaba2006) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 11:52

    สนุกจ้า ติดตาม มาบ่อยๆเลยค่า อย่าทิ้งนะจ้ะ

    #10
    1
    • #10-1 skyling2 (@skyling) (จากตอนที่ 11)
      24 สิงหาคม 2561 / 15:01
      ขอบคุณค่ะ
      #10-1
  3. #9 1ive (@1ive) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 19:25

    ขอบคุณครับ

    #9
    1
    • #9-1 skyling2 (@skyling) (จากตอนที่ 11)
      21 สิงหาคม 2561 / 21:06

      ......
      #9-1