แหวนมิติ

ตอนที่ 1 : แหวนมิติ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,521
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 999 ครั้ง
    11 ส.ค. 61




เมืองเซิ่นจง เมืองที่มีประชากรเป็นจำนวนมากแห่งหนึ่งในประเทศจีน มีโรงงานมากมาย ณ เมืองแห่งนี้ ผู้คนล้วนต้องใช้ไหวพริบในการไต่เต้าตำแหน่งหน้าที่การงาน ประชากรส่วนใหญ่ที่นี่ล้วนมีความฝันว่าจะเป็นคนร่ำรวย พวกเขาส่วนมากเป็นคนจากที่อื่นที่มาตามความฝัน 

อากาศเดือนนี้ค่อนข้างร้อน ใบไม้ผลิเป็นสีแดงตามรายทาง ผู้คนเดินสวนทางกันเหมือนกับคนแปลกหน้า ในซอกตึกแห่งหนึ่งมีคนถูกทำร้าย แต่ถึงอย่างนั้นคนเดินผ่านไปผ่านมาก็ไม่เข้าไปช่วย 

นั่นเพราะมันไม่ใช่เรื่องของพวกเขา การปล้นกลางวันแสกๆ มีให้เห็นเป็นปกติ ถึงแม้เมืองนี้เศรษฐกิจจะดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีพวกมิจฉาชีพ

บริษัทการค้าเจิ่งไต้ ชายวัยกลางคนมองไปที่ชายหนุ่มด้านหน้าแล้วตะคอก "หลางหลิน ยอดขายเดือนนี้ของแกไม่เป็นตามเป้าเลยนะ บริษัทของเราไม่ได้มีไว้ให้คนไม่ได้เรื่องแบบแก"

หลางหลินเป็นชายหนุ่มผิวสีแทน ใบหน้าเขาดูธรรมดาไม่หล่อ และไม่มีเสน่ห์ เขาเป็นนักศึกษาจที่เรียนไม่จบ งานนี้เป็นงานแรกที่เขาหาได้ในตลอดช่วงที่เขาพิการ 

เขาพิการมาได้หนึ่งปีแล้ว เนื่องจากอุบัติเหตุรถชน ทำให้ขาของเขาผิดรูป มันงองุ้มเหมือนกับไม่ใช่ขาของมนุษย์ 

และคนที่ชนเขาป่านนี้ก็ยังจับมันไม่ได้เพราะมันเป็นลูกของผู้มีอำนาจ 

ตำรวจไม่มีอำนาจอะไรที่จะทำได้ต่อหน้าตระกูลใหญ่!

คนมักมองเขาเหมือนตัวประหลาด เขาหางานมาหลายที่แต่ก็ไม่มีสักที่เดียวที่รับเขา นอกจากบริษัทเล็กๆ นี่เท่านั้น 

บริษัทนี้มีคนอยู่ไม่กี่คน และไม่กี่วันก่อนก็มีผู้หญิงมาเข้าทำงานที่นี่ เธอเป็นคนสวยและมักจะอยู่กับผู้จัดการคนนี้บ่อยๆ

ไม่บอกก็รู้ว่าหมายความว่าไง

" ผู้จัดการ ผมรับลองเลยว่าเดือนหน้าผมจะทำให้ดีกว่านี้ " หลางหลินพูดด้วยรอยยิ้ม ถึงแม้ผู้จัดการด้านหน้าเขาจะหัวเราะก็ตาม

"ไม่มีเดือนหน้า! แกเก็บข้าวของแล้วรีบออกไปดีกว่า" เสียงของผู้จัดการฟังดูเย็นชา ด้านข้างเขามีผู้หญิงคนหนึ่ง เธอเป็นคนที่เพิ่งเข้ามาทำงาน และแน่นอนว่าสายตาที่เธอมองมายังหลางหลิน มันเป็นสายตาที่รังเกียจ เหมือนกับมองไปที่ขยะชิ้นหนึ่ง 

"ชิ! มัวมองอะไรอยู่ล่ะไอ้หน้าโง่ นี่เขาไล่แกไปขนาดนี้แล้วยังยืนบื้ออยู่อีก" เธอเดินเข้ามาพร้อมกับผลักหลางหลินให้ล้มลง 

หลางหลินไม่มีทางที่จะขัดขืนได้เลย เพราะแค่ยืนก็ลำบากแล้ว 

เขารู้ได้เลยว่าเขาถูกไล่ออกเพราะอะไร มันเป็นเพราะผู้หญิงคนนี้ เจียงหนิง! นังผู้หญิงสารเลวที่ใช้ร่างกายเข้าแรกเพื่องาน

ที่จริงแล้วไม่ใช่ว่าหลางหลินทำยอดขายไม่ได้ ลูกค้าของหลางหลินส่วนมากจะเป็นผู้หญิงที่ไร้เดียงสา พวกเธอเป็นประเภทขี้สงสารและใจอ่อน หากจะบอกว่าพวกเธอโลกสวยนั้นก็เป็นคำหยาบไป ต้องบอกว่า พวกเธอเป็นคนที่มีจิตใจดีถึงได้ช่วยเขาเพราะเป็นคนพิการ

ยอดขายของหลางหลินมักจะทะลุเป้า แต่อย่างไรก็ดี เพียงเพราะผู้หญิงอย่างเจียงหนิงเข้ามา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

"แน่ละ.... เธอมีร่างกายเข้าแรกนี่น่า" หลางหลินคิดในใจ พร้อมกับค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วเดินออกไป ใบหน้าเขาไม่ได้แสดงความโกรธอะไร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่รู้สึก

"ฮึ! ไปได้สักทีนะไอ้ตัวน่ารังเกียจ" เสียงของเจียงหนิงดังขึ้นเย้ยหยัน ร่างของหลางหลินสันชั่วครู่ ก่อนจะเดินไปเก็บของแล้วออกจากบริษัท

"จบแล้วสินะชีวิตของฉัน สงสัยคงต้องกลับบ้านไปเลี้ยงเป็ดไก่.." หลางหลินถอนหายใจ ก่อนจะสะพายกระเป๋าออกไป 

ของใช้ของเขาไม่มีอะไรมาก มีเพียงเสื้อผ้าแค่ไม่กี่ชุดเท่านั้น เนื่องจากว่าเขาเป็นเด็กกำพร้า อาศัยอยู่กับคนที่เก็บเขามาเลี้ยงเท่านั้น หากจะบอกว่าเป็นพ่อบุญธรรมก็ไม่ผิดนัก 

แต่อย่างไรก็ตาม โชคของหลางหลินเหมือนจะไม่ดีนัก เพราะตอนที่เขาประสบอุบัติเหตุ พ่อบุญธรรมก็เกิดป่วยตายขึ้นมา 

ทำให้หลางหลินตอนนี้เหมือนกับว่าโลกใบนี้ ไม่มีใครให้เขาได้กลับไปหา นอกจากบ้านเล็กๆ หลังหนึ่ง

"ไปเมืองหลี่หมิงเท่าไร" หลินโบกรถแท็กซี่ก่อนจะถาม

"หนึ่งร้อยหยวนน่ะพี่ชาย" ชายคนนี้ตอบ เขามีใบหน้าอ้วนกลมเหมือนกับลูกชิ้น รูปร่างเขาหากจะบอกว่าเป็นลูกบอลก็ไม่ผิดนัก อีกทั้งกลิ่นตัวของเขาก็เหม็นเปรี้ยว ยังกับว่าไม่ได้อาบน้ำมาหลายสัปดาห์

หลางหลินมองเงินในกระเป๋า ตอนนี้เขามีเงินอยู่ 3000 หยวน เป็นจำนวนเงินที่เขาเหลือจากการทำงานและใช้ไปกับค่ายาแก้ปวด ถึงแม้เขาจะออกจากโรงพยาบาลก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ได้ปวดขา 

ขาเขายังคงปวดตลอดเวลา และเมื่อมันปวดมากๆ หากเขาไม่ได้ทานยาแล้ว มันก็เหมือนกับตกอยู่ในนรกเลย 

"โอเค งั้นไปเลยครับ" ถึงแม้เงินจำนวน 100 หยวน จะมากสำหรับเขา แต่เขาก็ไม่มีทางเลือก เพราะนอกจากรถแท็กซี่ รถบัสนั้นเป็นตัวเลือกที่ไม่ฉลาด เพราะมันทั้งแออัดด้วยผู้คน อีกทั้งขาของเขายังไม่ดีทำให้ขึ้นลงลำบาก ขึ้นแท๊กซี่จึงจะง่ายกว่า 

บรื้น--!

เสียงของเครื่องยนต์ดังขึ้น ตามมาด้วยควันดำที่ออกจากท่อไอเสีย รถแท็กซี่ค่อนข้างเก่าแล่นบนถนนด้วยความเร็ว 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

หลางหลินเปิดกระจกรับลม สำหรับเขาเมืองนี้มีเรื่องราวต่างๆ เกิดขึ้นกับเขามากมาย มีทั้งแฟนและเพื่อนอยู่ที่นี่ แต่เมื่อเขาประสบอุบัติเหตุคนพวกนี้ก็ทิ้งเขาให้อยู่คนเดียว

แม้แต่ตอนที่เขาออกจากโรงพยาบาล พวกมันก็ไม่มีสักคนเลยที่มารับเขา 

"ผู้คนในเมือง ล้วนมีแต่คนหลอกลวง" หลางหลินส่ายหน้าก่อนจะปิดกระจก เขาหลับตาและรอให้เวลาถึงเมืองหลี่หมิง

ระยะทางระหว่างเมืองทั้งสองประมาณ 200 กิโลเมตร 

และรถค่อนข้างที่จะขับช้า กว่าเขาจะถึงเมืองก็ใช้เวลาไปหลายชั่วโมง

"ถึงแล้วนะพี่ชาย" เสียงของชายอ้วนดังขึ้น ทำให้หลางหลินตื่นขึ้นมา

"ขอบคุณ" หลางหลินจ่ายเงินก่อนจะก้าวลงจากรถ กระเป๋าของเขาไม่ใหญ่นัก แต่ถึงอย่างไรก็ตามมันก็ยังหนักอยู่ดีเนื่องจากขาของเขาที่พิการ

"เมืองนี้ดูเปลี่ยนไปมาก" เมื่อก่อนเมืองหลี่หมิงค่อนข้างที่จะเงียบเหงา แต่ในตอนนี้ผ่านมาเพียงสิบปีมันก็เต็มไปด้วยร้านค้ามากมายและมีโรงแรมต่างๆ

เมืองหลี่หมิงมีภูเขาล้อมรอบเต็มไปด้วยหมอกหนาเย็นๆ ทัศนียภาพงดงามเมื่อมองในตอนเช้า เมืองนี้มีนักท่องเที่ยวเป็นคนต่างถิ่นและชาวต่างชาติมากมาย 

"ยังกับว่าฉันมาผิดเมืองซะงั้น" หลางหลินส่ายหัวก่อนจะสาวเท้ายาวๆของเขา การเดินของเขามันช่างเรียกเสียงหัวเราะให้กับผู้คนที่พบเห็นได้อย่างดี

แต่ถึงอย่างไรก็ตาม หลางหลินค่อนข้างที่จะชินแล้ว 

บ้านของหลางหลินอยู่ที่หมู่บ้านกั้วกั้ว เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ในเมือง และค่อนข้างที่จะติดกับภูเขา บ้านของหลางหลินเป็นบ้านหลังสุดท้ายในหมู่บ้าน มีระยะทาง 10 กิโลเมตรเห็นจะได้

หลางหลินเดินเป็นระยะเวลานานกว่าจะถึงบ้าน ใบหน้าเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ ตลอดทางไม่มีเพื่อนบ้านมาทักทายเขาสักคน ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่อยากทัก แต่เพราะหลางหลินออกจากหมู่บ้านนี้ไปเป็น 10 ปี ผู้คนจึงลืมเขาไปหมดแล้ว 

มีน้อยคนนักที่จำเขาได้

"ถึงซะที" หลางหลินปาดเหงื่อบนใบหน้าด้วยรอยยิ้ม บ้านด้านหน้าเขาค่อนข่างทรุดโทรม  แต่ถึงอย่างไรก็ตามมันดูไม่เปลี่ยนไปเลย บรรยากาศเก่าๆ ยังคงเหมือนเดิม

แอ๊ด..

หลางหลินเปิดประตูรั้วเข้าไป มันไม่มีกุญแจล็อค บางทีมันอาจจะมีคนเข้ามาในนี้แล้วขโมยของก็ได้
แต่กลางหลินก็ไม่ได้กังวล เพราะเขารู้ดีว่าที่นี่นอกจากบ้านแล้วก็ไม่มีของมีค่าอะไรอีก

เมื่อหลางหลินเข้ามาในบ้าน มันก็เต็มไปด้วยฝุ่นควันและหยากไย่เต็มไปหมด 

"คงต้องทำความสะอาดชุดใหญ่เลยสิ" ใบหน้าเขาค่อนข้างดูไม่ดีนัก เพราะกว่าจะเดินมาถึงก็ใช้เวลาและกำลังไปมากโข หากจะให้ทำความสะอาดตอนนี้คงไม่ไหวหรอก 

และที่เขาไม่ให้คนขับรถมาส่งถึงที่นี่ก็ไม่ใช่อะไร เพราะทางของที่นี่ยังเป็นดินและบ่อโคลน ถนนค่อนข้างขรุขระ รถแท็กซี่ที่โหลดต่ำไม่มีทางเลยที่จะขับเข้ามาได้ 

หลางหลินออกมาจากด้านหลังบ้าน ที่นี่เต็มไปด้วยหญ้าหนาๆ และบรรยากาศมันก็ค่อนข้างดีกว่าในบ้านเป็นอย่างมาก 

เขาเดินไปตามทางด้านหลัง ที่นั่นมีป้ายหลุมศพอยู่ ชื่อที่สลักบนป้ายคือ ฉีเจียนไท๋ 

ถึงแม้เขาจะไม่ได้มางานศพของฉีเจียนไท๋เพราะนอนอยู่โรงพยาบาล แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะไม่มีคนโทรบอกเขาถึงที่ฝังศพ 

กึก! เสียงของเขาคุกเข่าดังขึ้นให้ได้ยิน 

"ท่านพ่อบุญธรรม ผมกลับมาแล้วนะ ขอโทษด้วยที่ลูกคนนี้มันไม่ได้เรื่อง แม้แต่ในงานศพของท่านผมก็ยังไม่ได้มาดูแล" หลางหลินโขกศีรษะลงบนพื้นสามครั้งพร้อมกับน้ำตาไหลริน สำหรับเขาถึงแม้ชายคนนี้จะไม่ใช่พ่อแท้ๆ แต่ก็ดีกับเขาเหมือนลูกแท้ๆ เขาส่งหลางหลินเรียนและสอนสิ่งต่างๆ ตั้งแต่ยังเล็ก 

หลางหลินจึงตั้งใจเรียนเป็นอย่างมาก เพื่อที่สักวันจะตอบแทนพ่อบุญธรรม แต่ก็ไม่นึกเลยว่าโชคชะตามักจะเล่นตลก สำหรับเขาชีวิตนี้นอกจากพ่อบุญธรรมแล้ว เขาก็ไม่มีอะไรอีกแล้ว มันเหมือนกับว่าทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีความหมายเลย 

"คุณจะยอมรับแหวนมิติหรือไม่" ขณะที่เขากำลังร้องไห้ เสียงดั่งวิญญาณก็ดังก้องอยู่ในหัว!!




 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 999 ครั้ง

473 ความคิดเห็น

  1. #279 Mr.kongkang (@kangproject2) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 07:01
    ขอบคุณครับ
    #279
    0
  2. #226 Sweet dreaM (@sugar-brown) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 19:24
    รับลอง > รับรอง เข้าแรก > เข้าแลก นะคะ สู้ๆค่า สนุกดี
    #226
    0
  3. #199 flukhwirocn (@flukhwirocn) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 12:06
    ท่านพ่อบุญธรรม ใช้เเค่คำว่าพ่อก็พอเเล้วมั้งครับมันดูห่างเหินกันทั้งที่อยู่ด้วยกันมานาน
    #199
    0
  4. #183 bluecomsc (@bluecomsc) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 22:24
    รับรอง แบบนี้ แล้วก็พิการขาผิดรูป แต่เดินมาบ้านตั้ง10กิโล เก่งมากกก
    #183
    0
  5. #182 sartion170 (@sartion170) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 21:28
    ขา ผิดรูปยังไงคิดไม่ออก
    #182
    0
  6. #148 Ragnarzero (@Ragnarzero) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 18:57
    น่าสนุกคับ
    #148
    0
  7. #76 prasitkai (@prasitkai) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 17:35
    น่าสนใจครับ
    #76
    0