กำเนิดเทพเจ้าปีศาจที่ต่างโลก(นิยายแต่ง)

ตอนที่ 171 : ฝาแฝดวิปลาส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 690
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    28 มี.ค. 61

สำหรับหยางเฟย การเดินทางครั้งนี้ก็เหมือนกับการเดินเล่นในสวนหลังบ้าน ระยะเวลาเพียงแค่หนึ่งวัน กับสามารถมาถึงเส้นทางที่ทางทุกสายมาบรรจบกัน นั่นหมายความว่าพวกเขามาได้ครึ่งทางแล้ว 

แต่หากเป็นคนอื่น คงจะใช้เวลาในการมาถึงหลายวัน เพราะแต่ละเส้นทางนั้น ต่างเต็มไปด้วยค่ายกลพิศดารมากมาย
 
หากไม่ใช่หยางเฟยสั่งให้พวกอันเดธคอยจัดการอีกเเรงล่ะก็ ลำพังแค่พลังของพวกหลางตงหยุน คงใช้เวลาสองวัน ถึงจะมาถึงเส้นทางส่วนกลาง

เมื่อออกจากอุโมงค์ จะเห็นโลกที่แตกต่าง มันไม่ใช่อุโมงค์เล็กๆ แต่มันคือโลกโลกหนึ่งเลยก็ว่าได้ 

พลังฟ้าดินเนืองแน่น เสียงนกโบราณร้องขับขาน ตามมาด้วยเสียงฟ้าร้องและสายฝน มีภูเขาลาวาขนาดยักษ์ คล้ายกับมือที่แบกท้องฟ้า

ท้องฟ้าเป็นสีฟ้าสดใส มีแถบรุ้งส่องแสงไปทั่วชั้นฟ้า มองดูน่าอัศจรรย์

" นี่คือส่วนกลางของเส้นทาง มันช่างงดงามยิ่งนัก " หลางตงหยุนเช็ดหน้าผาก ที่เต็มไปด้วยเหงื่อ ในการต่อสู้ที่ผ่านมา หากไม่มีอันเดธของหยางเฟยช่วยไว้ล่ะก็ แม้แต่ตัวเขาก็แย่เช่นกัน

" ลองสูดอากาศที่นี่ดูสิ มันช่างแตกต่างกับด้านนอกอย่างเห็นได้ชัด " เหรินอี้อี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม

" อื้ม มันเหมือนกับความหวานอันสดใหม่เลยทีเดียว รสชาติอากาศดั่งน้ำบริสุทธิ์อันวิเศษ ข้าไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน มันรู้สึกสบายตัว ตัวของข้าเบาหวิวราวกับปุยนุ่น " หลางหนิงเออร์ถูกดึงดูดด้วยความสดชื่น ในทุกๆ ครั้งที่นางสูดอากาศ แก้มจะเป็นสีชมพูอันสดใส มองดูช่างน่ารักน่าเอ็นดู

" ที่อากาศมันเป็นเช่นนี้ นั่นเพราะพลังฟ้าดินของที่นี่มันแน่นหนากว่าข้างนอกเป็นอย่างมาก เพียงแค่เราบ่มเพราะพลังที่นี่ มันจะให้ผลที่ดีกว่าข้างนอกถึงสิบเท่าเลยทีเดียว " หยางเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม เขาเองก็รู้สึกได้เลยว่า รูขุมขนทุกส่วนในร่างกายกำลังขยายออกอย่างดีใจ เมื่อได้สัมผัสกับพลังงานฟ้าดินที่เข้มข้น มันเหมือนไปกระตุ้นต่อมอยากอาหาร สำหรับผู้ฝึกตน พลังงานฟ้าดินที่หนาแน่น ก็เหมือนกับอาหารที่แสนอร่อย แล้วแบบนี้พวกเขาจะไม่ชอบได้เช่นไรล่ะ 

" เป็นเช่นนี้นี่เอง หากพวกเราฝึกอยู่ที่นี่สักปี พลังจะพุ่งทะยานขนาดไหนกันนะ " เกี้ยวตงเผ่ยเผยใบหน้าครุ่นคิด

" ทำเช่นนั้นไม่ได้ "

" ทำไมล่ะ ที่นี่ดีออก และการที่จะเข้ามาก็ยากด้วยเช่นกัน " เกี้ยวตงเผ่ยถามด้วยความสงสัย

" นี่เจ้าลืมเวลาที่ราชันย์ปีศาจบอกแล้วงั้นรึ? กำหนดเวลาที่สามารถเข้ามาในนี้ได้คือหกวัน หากเลยหกวันเเล้ว คนที่อยู่ด้านในจะถูกเตะออกมา และประตูทุกบานที่เข้าและออกก็จะปิด " หลางตงหยุนกล่าวด้วยรอยยิ้ม

เกี้ยวตงเผ่ยครุ่นคิดสักครู่ จึงกล่าวอย่างไม่เห็นด้วย " เดี๋ยวก่อนนะ ข้าจำได้ว่านางบอกว่าหกวัน แต่เลยหกวันแล้วจะถูกเตะออกไป นี่ข้าไม่เห็นได้ยิน?"

พวกหลางหนิงเออร์ล้วนพยักหน้า

หลางตงหยุนคิดสักครู่จึงกล่าว " อืมม์ นางไม่ได้บอกจริงๆ ด้วยเเฮะ แต่ว่า จากที่ท่านพ่อข้าบอกมา ในทุกๆครั้งหลังจากจบ คนที่ไม่สามารถออกมาได้ภายในระยะเวลานััน ต่างก็ถูกเตะออกมา เพราะงั้นเรื่องนี้ไม่น่าจะผิดพลาด แต่ที่ผิดคือราชันย์ปีศาจต่างหาก ที่ลืมบอกรายละเอียด "

" อ๊า อย่างนี้ก็แย่เลย คิดว่าพลังของข้าจะพุ่งทะยานดั่งมังกรเสียอีก" เกี้ยวตงเผ่ย เผยใบหน้าผิดหวัง

" มันก็ต้องเป็นอย่างหลางตงหยุนบอกอยู่แล้ว หากมันไม่เตะคนออกไป และยังหลงเหลือคนอยู่ในที่นี่ ระยะเวลาห้าร้อยปีฟังดูเหมือนยาวนานแต่จริงๆแล้ว มันช่างแสนสั้น และเมื่ออีกห้าร้อยปีประตูมันเปิดออก เมื่อนั้นก็บอกได้เลยว่าจะมีคนที่มีระดับเทพสงคราม ปรากฏตัวขึ้นอย่างแน่นอน  ราชันย์ปีศาจไม่มีทางเปิดอุทยานแห้งนี้แน่ ถ้ามันไม่เตะคนออกไป เพราะจะทำให้สมดุลของพลังทั้งหมดเสีย พวกเขาจะสูญเสียการปกครอง และหากเป็นเช่นนั้น บัลลังก์ของราชันย์ปีศาจก็จะไม่มั่นคง และหากประตูมันเปิดตลอดเวลา พวกเขาก็คงจะไม่มีทาง ให้ใครเข้ามาแย่งผลประโยชน์อย่างเด็ดขาด และมันจะทำให้พลังของพวกเขาแข็งแกร่งได้เท่ากับเทพบนสรวงสวรรค์เลยก็ว่าได้ " หยางเฟยได้กล่าวออกมา เรื่องนี้สำหรับเขามันไม่ซับซ้อนเลยแม้แต่น้อย เพราะหากมันเปิดตลอดเวลา ใครล่ะจะยอมเสียผลประโยชน์ให้คนอื่นจริงมั้ย? แต่นี่มันเปิดเพียงแค่หกวันในทุกๆห้าร้อยปี พวกเขาจึงทำตัวเป็นคนใจกว้างเพื่อผลประโยชน์ที่แอบแฝง นั่นคือพื้นที่ลึกลับ

พวกเกี้ยวตงเผ่ยเมื่อได้ยินคำอธิบายของหยางเฟยก็เข้าใจอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะหลางตงหยุน เขาเข้าใจเสียยิ่งกว่าใคร นั่นเพราะเขาเป็นคนตระกูลหลาง

" เอาล่ะ ในที่นี้มันจะต้องมีสมบัติจิตวิญญาณมากอย่างแน่นอน เเละพวกเราก็เข้ามากลุ่มแรก หากเรามัวมาคุยกันเสียอย่างนี้ จะเป็นการเสียเวลาโดยเปล่าปรโยชน์ สมบัติจิตวิญญาณสามารถที่จะเพิ่มพลังของตันเถียรได้ เพราะงั้นเราควรที่จะแยกกันออกค้นหา แน่นอนว่าจะไม่มีการปล้นในหมู่พวกเรา  และมันจะเป็นการดีกว่า หากพวกเราแยกกันออกไป " หยางเฟยกล่าวจบก็นำยันต์สื่อสาร มามอบให้กับทุกๆคน

" นี่คือยันต์สื่อสารพิเศษที่ข้าทำขึ้นมา มันสามารถใช้ได้ในระยะห้าแสนลี้ แต่หากไกลเกินกว่านี้จะไม่สามารถใช้ได้ " หยางเฟยหยุดหันไปหาหลางตงหยุน แล้วกล่าวต่อ " เจ้าเองก็จงทำในสิ่งที่ได้รับมอบหมายมาเถอะ หากข้าพบที่ที่ว่า ข้าจะติดต่อไปหาพวกเจ้าทุกคนเอง จำไว้ว่าพวกเจ้าห้ามตายโดยเด็ดขาด แยกย้าย!" 

หลางตงหยุนมองหยางเฟยด้วยความลึกล้ำ ก่อนจะจากไปพร้อมกับเหรินอี้อี้

เกี้ยวตงเผ่ยเองก็รีบจากไป เนื่องจากที่นี่มีสมบัติมากมายให้เก็บเกี่ยว นางจะพลาดโอกาสที่จะไล่ตามหยางเฟยไปได้ไงล่ะ นางไม่อยากที่จะเป็นตัวถ่วงเขา นางรู้ดีจากการต่อสู้ที่ป่าสีแดง ว่าระดับพลังของนางและเขาต่างกันเป็นอย่างมาก มีทางเดียวที่จะได้ยืนเคียงข้างเขา นั่นคือความแข็งแกร่ง ถึงแม้นางจะชมชอบสตรี แต่ทว่าตอนนี้หัวใจของนางได้เป็นของเขาแล้ว 

เกี้ยวตงเผ่ยมองด้วยรอยยิ้มครั้งหนึ่ง ก่อนจะขึ้นพัดขนาดยักษ์จากไป

หลางหนิงเออร์เองก็รู้ว่าตนเองยังอ่อนแอนัก จากการต่อสู้ภายในอุโมงค์ หากไม่มีพวกอันเดธเข้าช่วย นางคงแย่ 
นางไม่ลังเลเลยที่จะบินออกไป นางคล้ายกับนกยามเหินบิน   และสวยงาม ก่อนลับไปจากสายตา นางมองหยางเฟยด้วยแววตาหวานย้อย ก่อนจะหายลับไป

"หวังว่าพวกเจ้าคงจะประสบโชคที่ดีนะ  เอาล่ะ ข้าก็ต้องไปเช่นกัน " หยางเฟยนำเรือบินเก็บลงในแหวนมิติ นั่นเพราะมันจะสะดวกกว่า เมื่อสัมผัสพลังโดยตรงกับธรมมชาติ และใช้ดวงตาของพระเจ้าหารอยแยกของมิติลึกลับ ในเมื่อมันได้ชื่อว่าเป็นพื้นที่ลึกลับ มันก็ควรจะอยู่ในมิติที่แตกต่าง 

หยางเฟยบินช้าๆ ไปทางป่าไม้ซึ่งเป็นทิศทางแตกต่างจากคนอื่น มองเห็นน้ำตกร่วงหล่นลงมาจากท้องฟ้า มีสายน้ำเป็นประกายและสายรุ้งซ้อนทับกัน

ซ่า ซ่า เสียงของน้ำและบรรยากาศทำให้ทุกๆ อย่างดูสงบ มันเหมือนกับดินแดนของสวรรค์ มีนกร้องและมีแมลงตัวเล็กๆบินไปมา

หยางเฟยร่อนลงบนพื้น เข้ามาใกล้กับน้ำตกมากขึ้นเรื่อยๆ 

" ใครกัน!" ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงของหญิงสาวสองคน พวกนางพูดออกมาพร้อมกัน ราวกับพวกนางคือคนคนเดียวกัน

หยางเฟยหันไปยังต้นเสียง เนื่องจากเขารู้ว่ามีคนอยู่จึงลงมาดู และไม่ได้อำพรางพลังแต่อย่างใด สำหรับเขาที่มีอาติเฟคระดับพระเจ้า ซึ่งทำให้ใช้พลังเวทระดับพระเจ้าได้ จึงไม่ได้กลัวสิ่งใดจนต้องอำพรางพลัง และอีกอย่างนี่เป็นเพียงการแข่งสำหรับเด็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้อยู่ในสายตาเขาตั้งแต่แรก 

" โอ้ ฝาแฝดนี่งดงาม พวกเจ้ามาทำอะไรกันที่นี่ล่ะ " หยางเฟยเอ่ยด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย

เพราะที่เขาเห็นเป็นฝาแฝดงดงามทั้งสอง ใบหน้าและร่างกายช่างบริสุทธิ์ เหมือนดั่งหยกที่ออกมาจากภาพวาด ถึงแม้จะมีละอองน้ำปกปิดปทุมถันอันงดงาม แต่ก็ไม่สามารถปกปิดความงามของพวกนางได้ มันช่างเป็นฉากที่ยั่วตัณหาเสียจริง

พวกนางทั้งสองคือ หลางเซียนหยู หลางเซียนหยิง ลูกสาวของราชันย์ปีศาจ ด้วยการที่เป็นลูกของราชันย์ปีศาจ ระดับพลังย่อมเหนื่อกว่าขุมกำลังอื่นๆ ไม่เว้นแม้แต่ตระกูลสาขา เมื่อเป็นเช่นนี้พวกนาง จึงสามารถเข้ามาถึงเส้นทางตรงกลางได้อย่างรวดเร็ว

พวกนางรู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก ที่ถูกแอบดู สำหรับคนที่จะดูเรือนร่างของพวกนางได้ มีเพียงแค่บิดาเพียงคนเดียวเท่านั้น 

" ฆ่ามัน!"

" ไม่สิ ก่อนอื่นค่อยๆควักลูกตามันก่อน และค่อยกรีดร่างกายมันเป็นชิ้นๆ "

" อืมม์ ฟังดูน่าสนใจ งั้นข้าขอแขนมันข้างหนึ่งละกัน " 

" ตกลงตามนั้น รีบๆฉีกร่างกายของมันกันเถอะ " 

หญิงสาวทั้งสอง คำพูดของพวกนางในตอนนี้ ช่างแตกต่างกับรูปลักษณ์งดงาม และเวลาพูดกับบิดาอย่างสิ้นเชิง แววตาที่มองมายังหยางเฟย คล้ายกับคนวิปลาสยังไงยังงั้น อีกทั้งยังไม่ปกปิดเรือนร่างแต่อย่างใด กับหยิบกระบี่และโซ่ตรวนพุ่งเข้ามาทันใด

หยางเฟยหัวเราะมาทันใด " ฮ่าฮ่า ช่างน่าสนใจจริงๆ พวกเจ้าต้องการลูกตาและเเขนของข้าสินะ อ๊า...... นานเท่าไรแล้วนะที่ข้าไม่ได้ทำแบบนี้ คงจะตั้งแต่มีเว่ยหยาง รสชาติของเสียงร้องและความสุขทางสีหน้า มันช่างเป็นสิ่งที่เย้ายวน ให้เลือดข้าเดือดพล่านจริงๆ" เงียบไปแล้วจ้องมองเรือนร่างเปลือยเปล่า กล่าวด้วยเสียงกระซิบเบาๆ "  มาสิ เด็กน้อยทั้งสอง ข้ากำลังรอให้เจ้ามาเชือด!" 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

1,139 ความคิดเห็น