กำเนิดเทพเจ้าปีศาจที่ต่างโลก(นิยายแต่ง)

ตอนที่ 170 : การขัดแย้งเล็กๆของหญิงสาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 751
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    27 มี.ค. 61

หยางเฟยรับรู้ถึงสายตาของหลางกงจวิน ที่อยู่ไกลออกไป แต่อย่างไรก็ตาม เขาก็หาได้ใส่ใจ่ไม่
    สำหรับเขาการแข่งครั้งนี้ มันเป็นการแข่งสำหรับเด็กๆเท่านั้น ระดับพลังเฉลี่ยอยู่ที่ราชันย์สงคราม ถึงเขาจะไม่ใช้พลังเวท เด็กพวกนี้ก็ไม่ใช่คู่มือของเขาอยู่แล้ว เพียงพลังปราณอย่างเดียวก็เกินพอ  
 
เรือนแล่นผ่านประตูไป เมื่อผ่านเข้ามาจะเห็นทางคล้ายกับอุโมงค์ มีแสงสีแดงบนด้านบน หากมองดูดีๆแล้วจะเห็นเป็นแมลง ปีกของมันเป็นสีแดงคล้ายกับโลหิต พร้อมกับขาที่เหมือนกับใบมีด ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านี่คืออุปสรรคแรกของการเดินทาง

" นั่นคือแมลงปีกโลหิต พวกมันชื่นชอบอยู่กันเป็นกลุ่ม และยังชอบดื่มเลือดมนุษย์เป็นอย่างมาก " หลางหนิงเออร์ซึ่งนิ่งเงียบมานานได้กล่าวขึ้นมา

พวกเขาพยักหน้าอย่างเข้าใจ เหมือนกับพวกแมลงจะรับรู้ว่ามีคนเข้ามา ทันใดนั้นปีกของพวกมันก็กลางออก พร้อมกับเสียง หึ่ง หึ่ง ที่ถูกส่งออกมา จะเห็นคลื่นโลหิตมากมายจนนับไม่ถ้วน ทับถมกันจนแยกไม่ออกว่าคือสิ่งใด แต่แท้จริงแล้วคือแมลงปีกโลหิต

บรรยากาศช่างน่าขนลุกขนพอง!

" ดูเหมือนพวกมันจะรู้ตัวแล้วนะ เอาล่ะข้าจะเป็นคนจัดการก่อนแล้วกัน ด้วยทักษะลมของข้า มันจะเป็นการประหยัดเวลาอย่างมาก เมื่อใช้กับพวกที่มีจำนวนเยอะแบบพวกมัน " เกี้ยวตงเผ่ยกล่าวอย่างมั่นใจ ในตอนนี้ใบหน้าของนางนั้นเหมือนกับคุณชายเจ้าสำราญ พร้อมกันนั้นก็โบกพัดในมือเบาๆ พลังก็ระเบิดออกไป คล้ายกับพัดขนาดยักษ์ มันเป็นรูปครึ่งวงกลม สีเขียวและดูอ่อนแอ แต่วินาทีที่พัดผ่าน จะก่อให้เกิดพายุและสายฟ้าฟาดออกมา 

พัดที่นางใช้เป็นพัดเล็กๆ ดูแล้วเหมือนกับพัดธรรมดา แต่ว่าพลังของมันที่แผ่ออกมา หาใช่ธรรมดาไม่ 

   นี่คืออาวุธราชันย์ของนาง พัดปีศาจเขียว ตัวพัดทำมาจากขนของปีศาจสายลม ส่วนด้ามจับทำมาจากกระดูกของผีเสื้อสายฟ้า เมื่อโบกพัดออกไป จะก่อให้เกิดลมและสายฟ้า เเละหากใช้คู่กับทักษะจำพวกลม พลานุภาพจะยิ่งแข็งแกร่ง มากกว่าเดิมอย่างน่าตระหนก!

เช่นกันพลังราชันย์สงคราม ถูกระเบิดออกไปสูงสุด! 

" สะบั้นนภา! " ปากของเกี้ยวตงเผ่ยเอ่ยเสียงเนิบช้า  ทันใดนั้น พัดขนาดยักษ์ก็ขยายใหญ่ขึ้นอีกเท่าตัว อาณุภาพสยบสี่ทิศ เสียงสายฟ้าระเบิดอย่างรุนแรง พร้อมกับสายลม

พวกแมลงไม่มีความรู้สึกกลัว จึงทะยานเข้าหาอย่างไม่ลังเล เมื่อพวกมันถูกพัด ก็จะถูกสายฟ้าผ่าจนไหม้ และร่างแหลกสลายเพราะสายลม พร้อมกับกลิ่นเหม็นไหม้ที่ส่งออกมา 

นี่คือทักษะระดับต้องห้าม ที่นางใช้ทักษะที่รุนแรงที่สุดนั่นเพราะไม่อยากเสียเวลา จัดการนานเกินไป 

มันเหมือนกับการเข่นฆ่าเพียงฝ่ายเดียว นั่นเพราะพวกแมลงไม่มีสติปัญญา จึงจัดการได้ง่าย แต่หากเป็นมนุษย์ที่มีสติปัญญา มันจะแตกต่างเป็นอย่างมาก
 
" ฝีมือดีนี่ มานี่สิข้าจะให้รางวัล " หยางเฟยหัวเราะ พร้อมกับยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

เกี้ยวตงเผ่ย เชิดคางน้อยๆ โบกพัดไปมา " เพ้ย ข้าหาได้ต้องการรางวัลไม่ ที่ข้าจัดการมันเพราะมันง่ายที่จะจัดการด้วยทักษะของข้าต่างหากล่ะ และข้าเองก็ไม่อยากจะเป็นตัวถ่วงของกลุ่ม จึงต้องแสดงความสามารถเสียหน่อย " 

เกี้ยวตงเผ่ยบรรจงเน้นคำว่า'ตัวถ่วง' และหันไปมองใบหน้าของหลางหนิงเออร์ด้วยรอยยิ้ม " ฮึ คิดว่าข้าไม่รู้งั้นรึ ว่าสายตาที่เจ้ามองข้าและเขาเป็นเช่นไร " นี่เป็นเพียงแค่การคิดของนางในใจเท่านั้น

แต่หลางหนิงเออร์ก็รู้ได้เลยว่า คำพูดของเกี้ยวตงเผ่ยเอ่ยถึงนางแน่นอน นางอยากจะเอ่ยปากพูดแต่ก็ต้องเก็บเอาไว้ เพราะด้านหลังจู่ๆ ก็มีคลื่นน้ำทะเลโผล่มาจากที่ไหนก็ไม่รู้

หยางเฟยเห็นเช่นนั้นจึงกล่าว " แล่นเรือเต็มกำลัง หากมีอะไรที่ขวางทาง พวกเจ้าก็รีบๆจัดการก็แล้วกัน "

พวกหลางกงจวินผงกศีรษะอย่างเชื่อฟัง นั่นเพราะพวกเขารู้พลังของหยางเฟยดี การแข่งขันครั้งนี้สำหรับหยางเฟย เป็นเพียงการกระทำที่น่าเบื่อเท่านั้น

ต้นหนที่เป็นอันเดธควบคุมเรือ เมื่อได้รับคำสั่งก็โบกสะบัดธง เหล่าอันเดธที่ประจำตำแหน่งก็กลางใบเรือรับลมเต็มกำลัง

พร้อมกันนั้น สายลมก็ยิ่งรุนแรงขึ้น เหมือนกับมีพลังอัดกระแทกไปที่ใบเรือ ทำให้มันพุ่งไปด้านหน้าด้วยความเร็วสูง

คลื่นทะเลด้านหลังถูกทิ้งห่าง เหมือนกับมันจะโกรธเกรี้ยว ทันใดนั้นก็เปลี่ยนร่างเป็นเงือกน้ำ ถือหอกในมือ โต้คลื่นตามมาด้วยความเร็วสูง มันยิ่งเร็วขึ้นเป็นอย่างมากเมื่อเปลี่ยนร่างเป็นเงือกน้ำ ดวงตาไร้แสงสี..... แต่กับดูน่าขนลุกอย่างบอกไม่ถูก

ทุกที่ที่เคลื่อนผ่าน จะแผ่ความเย็นออกมา จนแช่แข็งอุโมงค์มาเรื่อยๆ...

เมื่อเข้ามาใกล้เรื่อยๆ  หอกของพวกมันก็ถูกซัดออกมาโดยไม่พูดจา จะมองเห็นเพียงแสงสีเงินกระพริบด้วยความเร็วสูง

พร้อมกับเสียงคล้ายกับกระจกแตก ตลอดการเคลื่อนผ่านอากาศ

หลางหนิงเออร์เห็นเช่นนั้นจึงกล่าว " เห็นทีคราวนี้จะเป็นตาของข้า ไม่ต้องห่วงเกี้ยวตงเผ่ย เรื่องนี้ข้าจะจัดการเอง " 

เกี้ยวตงเผ่ยได้แต่ทำเสียงฮึดฮัด อย่างไม่สบอารมณ์ พลางมองนางล้มเหลวด้วยความคาดหวัง

หลางหนิงเออร์เชิดอกที่ใหญ่กว่า เมื่อก้าวเท้าออกไป มันก็สั่นไหว นั่นเพราะนางจงใจให้เป็นเช่นนั้นเอง เกี้ยวตงเผ่ยรู้สึกพ่ายแพ้ขึ้นมาทันใด 

หลางหนิงเออร์ไม่เล่นจนเกินไป เมื่อมองไปด้านหลัง จะมองเห็นหอกหลายสายพุ่งเข้ามา จนเกือบจะถึงเรือแล้ว นางยังสัมผัสได้ถึงความเย็น ที่ชอนไชมาใต้ผิวหนัง

" ผลาญสวรรค์ " เสียงของนางดังก้องไปสี่ทิศ อากาศเริ่มบิดเบี้ยวทันใด และเมื่อนั้นเพลิงสีน้ำเงินได้ปรากฏออกมา
เมื่อเพลิงน้ำเงินปรากฏ อากาศก็ยิ่งบิดเบี้ยวยิ่งขึ้น อุโมงค์ยิ่งมืดทะมึน ความรู้สึกหนาวเหน็บแผ่ออกมา...

เพลิงสีน้ำเงินเริ่มบิดเบี้ยวคล้ายกับงู ทุกครั้งที่พวกมันบิดตัว จะตามมาด้วยเสียงระเบิดดังกึกก้อง มันดังอู้อึงราวกับอยู่ในหัว มันค่อยๆ......บิดร่างไปมา 

 มันก่อรูปขึ้นเป็นยักษ์ ตัวใหญ่กว่าห้าพันเมตร!

ชั่วเวลานั้นดูเหมือนนาน แต่แท้จริงไม่ถึงสองลมหายใจด้วยซ้ำ

ยักษ์ตนนี้เปลือยกาย แต่ในมือกลับถือกระจกสีน้ำเงิน มีเพลิงคล้ายกงล้อหมุนรอบๆ พร้อมกับเสียงกัมปนาทเมื่อมันขยับขา ราวกับจะสามารถทำลายได้ทั้งขุนเขา

นี่คือทักษะต้องห้าม ผลาญสวรรค์ ยักษ์ตนนี้คือหนึ่งในปีศาจที่อยู่บนจุดสูงสุด เนิ่นนานแล้วได้เข่นฆ่าเทพมากมาย จนในที่สุดก็ถูกพระเจ้าฆ่าตาย

   การสร้างทักษะนี้ใช้เวลาหลายหมื่นปี จากการศึกษาจากเศษชิ้นส่วนของยักษ์ ที่ร่วงหล่นจากสรวงสวรรค์ 
 และมังก็ยังไม่สมบูรณ์ 
เนื่องจากหลางหนิงเออร์อยู่ตระกูลสาขา การที่ได้ครอบครองทักษะนี้ นับได้ว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ถึงแม้ว่ามันจะไม่สมบูรณ์ แต่พลานุภาพที่แผ่ออกมา หาได้ธรรมดาไม่

หอกยิ่งใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เมื่อนั้นหลางหนิงเออร์ก็สะบัดแขนหนึ่งครั้ง ยักษ์ตนนั้นก็ขยับแขน หมัดถูกกำไว้แน่น จากนั้นชกออกไป จนเกิดการระเบิดดังตูม 

มองเห็นหอกพวกนั้นถูกทำลายลง แต่ทว่าคลื่นกับยังไม่หายไป กับเป็นเพียงรูโหว่ขนาดใหญ่ และพวกเงือกน้ำที่ได้รับความเสียหาย ก็กลับมาเหมือนเดิมเพียงไม่กี่ลมหายใจ

หยางเฟยเพียงมองดู ก็รู้ได้ทันทีว่ามันเป็นพลังของค่ายกลบางอย่าง การจะทำลายมันนั้นง่ายนิดเดียว นั่นคือการทำลายทั้งหมดในครั้งเดียว แต่เขาก็ไม่บอกหลางหนิงเออร์ นั่นเพราะว่านี่เป็นโอกาสดี ที่นางจะได้ขัดเกลาฝีมือของตนเอง การจะก้าวไปข้างหน้า จำเป็นต้องพึ่งตนเอง หากจะรอให้คนอื่นยื่นมือมาช่วยเหลือเสมอ เช่นนั้นก็จะทำได้เพียงยืนอยู่ที่เดิม...

หลางหนิงเออร์ยังคงโจมตีด้วยหมัดของยักษ์ แต่ว่ามันก็ซ่อมแซมตัวเองเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว 

" พวกมันเป็นอมตะงั้นรึ?" หลางหนิงเออร์ ปาดเหงื่อบนหน้าผากพลางครุ่นคิด 

" ให้ข้าช่วยมั้ย ไม่งั้นเจ้าจะต้องพักฟื้นอีกนานนะ " เกี้ยวตงเผ่ยได้โอกาส กล่าวด้วยเสียงหัวเราะอันสดใส แต่หลางหนิงเออร์กับได้ยินคำๆ นี้เป็นเสียงเย้ยหยัน

" ฮึ่ม!" หลางหนิงเออร์รู้สึกเลือดขึ้นหน้า ระเบิดพลังทั้งหมดออกมาทั่วร่าง ยักษ์ก็คำรามจนอากาศปริแตก

กระจกน้ำเงินในมือพลันบินออกไป..

เหมือนกับเสียงระเบิดดังตลอดทาง ตัวกระจกหมุนวนคล้ายกับกรงจักขนาดยักษ์ มันแผ่เพลิงสีน้ำเงินลุกท่วมอุโมงค์ มองดูเห็นเพียงแสงสีน้ำเงิน ตามมาด้วยการระเบิดขนาดใหญ่ 

ถึงกับทำให้ตัวอุโมงค์สั่นเบาๆ 

ร่างของยักษ์ค่อยๆสลายไป พร้อมกับฝุ่นควันและไอน้ำ 
เมื่อไอน้ำพวกนั้นหายไป ก็จะเห็นหลุมลึกหลายพันเมตร เต็มไปหมดในอุโมงค์

   และคลื่นขนาดยักษ์เองก็ถูกทำลายลง ราวกับว่ามันไม่เคยมีมาก่อน ตัวอุโมงค์ซ่อมแซมตนเอง คล้ายกับว่าไม่เคยเกิดการต่อสู้มาก่อน 

หลางหนิงเออร์ปาดเหงื่อ ด้วยความเลือดขึ้นหน้า จึงจัดการด้วยพลังสูงสุด ไม่นึกเลยว่าจะเป็นการทำลายจุดอ่อนของมันได้ เชิ่ดหน้าอกหันไปมองเกี้ยวตงเผ่ยด้วยรอยยิ้ม 

เกี้ยวตงเผ่ยสะบัดพัด หมุนกายจากไปด้วยความหงุดหงิด 

หยางเฟยรู้ว่าคนทั้งสองไม่ถูกกันเพราะตน แต่เขาก็ไม่เอ่ยปาก เพียงมองผู้หญิงสองคนเงียบๆ มันขึ้นอยู่กับเรื่องของเวลาเท่านั้น... ....ที่จะให้หลางหนิงเออร์เป็นผู้หญิงของเขา 










 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

1,139 ความคิดเห็น