กำเนิดเทพเจ้าปีศาจที่ต่างโลก(นิยายแต่ง)

ตอนที่ 169 : สายตามุ่งร้าย!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 745
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    26 มี.ค. 61

พวกกิ้งก่าต่างระเบิดพลังออกมาจากร่าง สำหรับคนที่กล้าฆ่าสหายของพวกมัน แน่นอนว่าต้องเสียชีวิต ภายใต้คมดาบของพวกมัน

หลางตงหยุนไม่ไดัเกรงกลัว ผิวปากครั้งหนึ่ง จรเข้ยักษ์สีชาดก็ปรากฏตัวออกมา เขาขึ้นบนหลังมัน เอ่ยด้วยเสียงเนิบช้า " ไปกันเจ้าเพื่อนยาก พวกเราไปล่ากิ้งก่ากันเถอะ " 

จระเข้ยักษ์คำรามเสียงต่ำ ก่อนที่ทั้งคนและสัตว์จะห้อทะยานเข้าไป พลังระดับราชันย์สงครามถูกระเบิดออกมา เกิดเสียงอื้ออึง ตามด้วยคลื่นระเบิด จะมองเห็นเพียงร่างของจรเข้ยักษ์ที่ทะยานไป พร้อมกับคนแนบชิดลงบนหลังของมัน

นภากาศเกิดปริแตก ด้วยพลังระดับราชันย์สงคราม ของพวกกิ้งก่าที่ระเบิดพลังออกมา 
มันเหมือนกับเป็นคลื่นยักษ์ซัดโหมมา
ในขณะหลางตงหยุนเหมือนกับปลาตัวเล็กๆ ที่แหวกว่ายในคลื่นนั้น 

ยากที่จะต้านทานได้!

" ฮ่าฮ่า เข้ามาเล่นเจ้าพวกกิ้งก่า ข้าจะแล่เนื้อของพวกเจ้าเอามาเสียบไม้อย่างกิน รสชาติคงไม่เลวละมั้ง?" หลางตงหยุนกล่าวด้วยรอยยิ้มพลางเลียริมฝีปาก

" ฮึ่ม เจ้าเด็กกระโปก ริอาจจะกินเนื้อพวกข้างั้นรึ อย่าได้ฝันไปหน่อยเลย ด้วยตัวของเจ้าคนเดียว ยังจะกล้ามาสู้กับพวกข้าอีก ช่างโง่เง่าเสียจริง ถึงแม้เลือดและเนื้อของพวกข้าจะอุดมสมบรูณ์ มันก็ไม่ใช่สิ่งที่คนเช่นเจ้าจะกินได้ " กิ้งก่าตนหนึ่งตะโกนด้วยความโกรธแค้น กิ้งก่าตนอื่นๆก็ไม่ต่างกัน

" เอ๋ เมื่อกี้เจ้าว่าอะไรนะ? ข้าว่าพวกเจ้าไม่เห็นจะเท่าไรเลย อย่าบอกนะมาเมื่อครู่นี้ พวกเจ้าไม่เห็นว่าสหายของพวกเจ้าโดนข้ากระซวกท้องซะพรุน? เห็นมั้ยว่าการจะฆ่าพวกเจ้าแล้วแล่เเนื้อน่ะ มันง่ายนิดเดียว " หลางตงหยุนยังคงยั่วยุพวกมัน สำหรับเขานี่มันก็เหมือนกับการฝึกฝีมือ 

" บัดซบ เด็กกระโปก จงตายเสีย " กิ้งก่าตัวหนึ่งคำรามลั่น ดาบในมือสะบัดไปมา คลื่นสีเขียวถูกยิงออกมา

จระเข้ยักษ์พลันเปิดปาก เผยให้เห็นฟันแหลมคม บรรยากาศน่าคลั่นคล้ามเมื่อปากมันเปิด ทันใดนั้นคลื่นสีเขียวก็ถูกมันกลืนเข้าไป 'เอิ้ก'ควั่นสีเขียวลอยออกมาจากปาก ตามด้วยเสียงเลอของมัน

" ฮ่าฮ่า นี่นี่นี่ มันคือทักษะของพวกเจ้างั้นรึ? ข้าว่าทักษะของพวกเจ้าน่ะ ไม่เหมาะที่จะมาสู้รบหรอกนะ แต่มันเหมาะที่จะทำอาหารเสียมากกว่า ดูสิจระเข้ของข้าถึงกับเลอเลยเชียว เเสดงว่ารสชาติของมันต้องยอดเยี่ยมมากแน่ๆ ใช่มั้ย? " หลางตงหยุนอดหัวเราะออกมาไม่ได้ ทำให้เขาเกือบจะลืมไปว่ากำลังต่อสู้กับพวกมัน

" ไอ้เด็กนี่!!" เหล่ากิ้งก่าต่างคำรามอย่างกราดเกรี้ยว เสียงคำรามของพวกมันทรงพลังเป็นอย่างมาก ไม่นานก็ดึงดูดกลุ่มอื่นๆให้หันมามอง

" เอ๋ ไม่ต้องรีบร้อนที่จะเสนอตัว มาทำอาหารให้ข้าหรอกนะ เพราะตอนนี้ข้ายังไม่ต้องการที่จะเลี้ยงกิ้งก่าน่ะ ฮ่าฮ่า " เป็นอีกครั้งที่เขาหัวเราะออกมา 

เหล่ากิ้งก่าต่างโกรธจนขาดสติ เมื่อนัันก็เสียรูปขบวน หลางตงหยุนอาศัยจังหวะนััน ระเบิดพลังทั้งคนทั้งจระเข้ บุกทะลวงเข้าไปเข่นฆ่า สร้างความสูญเสียให้พวกกิ้งก่าเป็นอย่างมาก 

หยางเฟยมองไปที่หลางตงหยุนด้วยความประหลาดใจ เขานึกว่าหลางตงหยุนเป็นคนที่เงียบขรึม ไม่นึกว่าจะเป็นคนกวนประสาทเช่นนี้  อดที่จะเอ่ยไม่ได้ " นี่ นิสัยจริงๆเขาเป็นเช่นนี้?" 

เหรินอี้อี้ตอบด้วยความเอียงอาย ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี " ฮิฮิ ในเวลาปกติเขามักจะเป็นคนเช่นนั้น แต่เมื่อเขาต่อสู้ เขามักจะมีนิสัยเช่นนี้แหละ "

หยางเฟยพยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาไม่ได้ถามต่อ เพียงมองการต่อสู้อย่างไม่ใส่ใจเท่านั้น
.....

กิ้งก่าตัวหนึ่งดูเหมือนจะเป็นหัวหน้า ตะโกนด้วยเสียงอันดัง " รีบถอยกลับไปยังภูเขาก่อน ไอ้เด็กนี่มันช่างเจ้าเล่ห์นัก ด้วยคำพูดของมัน กับทำให้พวกข้าเสียรูปขบวนไปเสียได้ "

ขณะที่พวกกิ้งก่าถอยร่นไปยังภูเขา หลางตงหยุนยังคงเข่นฆ่าพวกมัน เลือดสีเขียวสาดกระจายไปทั่วเมื่อหางของจระเข้ยักษ์ฟาด ร่างถึงกับแยกออกจากกันราวกับถูกมีดฟันยังไงยังงั้น 

ส่วนหลางตงหยุนปล่อยหมัดออกไปเป็นระลอกคลื่น พลังของราชันย์สงครามนั้นไม่ใช่อะไรที่จะดูถูกได้เลย อากาศดังเปรี้ยๆ ตลอดเวลาที่หมัดถูกชกออกไป

อาวุธระดับต่ำ ล้วนไม่อาจปัดป้องหมัดของเขาได้  มันแตกกระจายเหมือนเศษกระจก 

เมื่อเข้ามาใกล้ภูเขาของพวกกิ้งก่า เขาก็ต้องหยุดลง มองไปเบื้องหน้า เห็นค่ายกลป้องกันของพวกมันถูกเปิดใช้งานทั้งภูเขา 

ภูเขาเคลื่อนที่ของพวกมันขณะนี้กับเป็นเเสงสีเขียว มันส่องแสงขึ้นไปชั้นบน เหมือนกับเถาวัลย์ขนาดยักษ์!

" ไม่นึกเลยว่าพวกไร้อารยธรรมพวกนี้ จะมีค่ายกลที่น่าสนใจเช่นนี้ด้วย " หลางตงหยุนมองด้วยแววตาสนใจ

" ฮ่าฮ่า เป็นอย่างไรบ้างล่ะ เจ้าเด็กกระโปก ทีนี้คิดว่าเจ้าจะทำอะไรได้ นี่คือค่ายกลป้องกันเเละโจมตี ระดับพลังเช่นเจ้าเกรงว่าจะทำได้เพียงยืนมองดู " พวกกิ้งก่าต่างหัวเราะอย่างสนุกสนาน เมื่อมองดูสีหน้าของหลางตงหยุน พวกมันก็ยิ่งลำพองใจ ระเบิดเสียงที่ดังขึ้นกว่าเดิม 

หลางตงหยุนเชิดคางขึ้น เอ่ยปากเนิบช้า " บิดาเจ้าน่ะสิ ใครบอกว่าข้าจัดการไม่ได้ ที่ข้ายังไม่จัดการเพียงเพราะข้าอยากจะใหัพวกเจ้าได้มี เวลาทำอาหารให้ข้าทานเท่านั้น "

เป็นอีกครั้งที่เขาทำให้พวกกิ้งก่าโกรธ ขณะนัันหลางตงหยุนได้ท่องบทสวดบางอย่าง จระเข้ยักษ์พลันขยายใหญ่ขึ้น หนึ่งพันเมตร สองพันเมตร.....ห้าพันเมตร แปดพันเมตร 

ร่างจึงค่อยๆหยุดที่แปดหันเมตร ตัวของมันในตอนนี้ ดูน่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิมเป็นอย่างมาก และปราณที่แผ่ออกมาทั่วร่างก็ยิ่งน่าหวั่นเกรง

นี่คือทักษะขยายขอบเขต ซึ่งใช้ได้กับสัตว์อสูรที่ทำสัญญาเลือดแล้วเท่านััน พวกเขาเชื่อมต่อกันด้วยเลือด พลังและเลือดเนื้อ ล้วนเชื่อมต่อถึงกันเพราะงั้นอาวุธสำหรับหลางตงหยุนถึงไม่จำเป็น เขาแค่มีจระเข้ยักษ์ก็เพียงพอแล้ว

และทักษะขยายขอบเขต ก็เป็นทักษะระดับต้องห้าม มันช่วยเพิ่มขนาดและพลังของสัตว์อสูร สมกับที่เป็นชื่อขยายขอบเขต ด้วยรูปลักษณ์ของมันและพลังในตอนนี้เกือบที่จะทะลวงฝ่าไปถึงจักรพรรดิสงครามเลยทีเดียว

พวกกิ้งก่าพากันสูดหายใจเข้าลึก จ้องมองจระเข้ยักษ์ตรงหน้าด้วยความหวาดระเเวง
ในเวลานั้นพลันได้ยินเสียงไม่แยเเส ซึ่งต่างจากเสียงก่อนหน้านี้ชัดเจน " โจมตี!" หลางตงหยุนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ 

จระเข้ยักษ์ก็อ้าปากกว้าง สูดเถาวัลย์สีเขียวมากมายเข้ามา ปากของมันเหมือนกับมีพลังของหลุมดำ มันดูดเถาวัลย์พวกนั้นอย่างไม่ยากเย็น มีเถาวัลย์ที่พยามจะแทงและรัดมัน แต่ด้วยหลุมดำในปากนััน คล้ายกับสะกดการเคลื่อนไหวชั่วขณะ จึงยากที่จะขัดขืน และถูกมันกลืนกินลงไป 

หลางตงหยุนไม่ต้องการทำลายค่ายกลทัังหมดอยู่แล้ว เมื่อเห็นค่ายกลสั่นคลอนจากการกินของจระเข้ยักษ์ ก็พูดอีกว่า  " สวนกลับ " 

จระเข้พลันปิดปากทันที แววตาสีชาดของมันเปล่งประกายเหี้ยมเกรียม และขณะที่ปิดปากไปนััน เถาวัลย์จำนวนมากก็ฟาดลงมา หมายจะใช้ช่วงเวลานี้สั่งสอนจระเข้ยักษ์ 

แต่แล้วจระเข้ยักษ์พลันเปิดปากขึ้นอีกครา แต่ในครั้งนี้ มันไม่ได้กินเถาวัลย์พวกนั้น กลับยิงแสงสีเขียวพุ่งออกจากปาก มันดูเหมือนอ้วก แต่ไม่ใช่ หากมองดีๆจะรู้ได้เลยว่าเป็นเถาวัลย์ แต่ในตอนนี้มันคล้ายกับกระบี่ขนาดยักษ์ พุ่งทะลวงเข้าไปยังค่ายกล 

เสียงอากาศปริแตกดังออกมาให้ได้ยิน เถาวัลย์ที่หมายจะโจมตีกับถูกฟันจนขาด ภายใต้พลังของราชันย์สงครามระดับเก้า เถาวัลย์กระบี่นั้นไม่ใช่อะไรที่จะหยุดง่ายๆ บวกกับพลังที่ดูดกลืนจากเถาวัลย์นั่นอีก พลังจึงยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีก 

เสียงดังตูม จะเห็นกระบี่พุ่งผ่านภูเขา! ทำให้ภูเขาแยกออกจากกัน มีกิ้งก่าจำนวนไม่น้อยที่ร่างถูกสับขาด แขนขาต่างกระชัดกระจายไปคนละทิศละทาง

" รีบเข้าไปยังประตูเร็ว " กิ้งก่าที่เป็นหัวหน้าเมื่อเห็นสถานการณ์แย่จนเกินไป จึงรีบเข้าไปในประตู อาศัยช่วงเวลาที่ภูเขาแยกออกจากกันหลบหนีเข้าไป 

แต่มีหรือที่หลางตงหยุนจะปล่อยไป เขากัดนิ้วมือจนเลือดออก สะบัดไปด้านหน้า จระเข้ก็เขมือบเลือดหยดนั้นเข้าไปในปาก เมื่อนั้นร่างของมันก็ร้อนยิ่งขึ้น ดวงตากลับเป็นสีแดงก่ำ พละกำลังเพิ่มขึ้นมหาศาล เส้นเลือดปูดโปน ช่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก 

   และเมื่อเปิดปากออกมาก็มีไอน้ำพวยพุ่งออกมา จะเห็นลูกบอลสีเลือดที่ถูกขายใหญ่ด้วยทักษะ ขยายขอบเขตที่ออกมาจากปาก 

นี่คือเลือดของตระกูลราชันย์ปีศาจ พลานุภาพย่อมมิอาจดูถูกได้ ยามเมื่อสัมผัสกับอากาศ  คล้ายกับได้ยินเสียงหึ่งๆ ดังออกมา ไอน้ำยิ่งพวยพุ่ง ลูกบอลเลือดกลับยิ่งหมุนจนเกิดประกายสายฟ้าสีน้ำเงิน 

พวกกิ้งก่ารู้สึกว่าไม่ดีแน่ รีบขับเคลื่อนภูเขาให้เร็วยิ่งขึ้น แต่ภูเขานั้นเสียหายหนัก จึงทำให้ความเร็วที่ควรจะเร็ว กลับลดไปหลายส่วน

และแล้ว.....บอลเลือดก็ถูกยิงออกมา ทุกอย่างที่ขวางหน้ามันล้วนดับสูญ อากาศกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง เมื่อกระทบกับภูเขาของพวกกิ้งก่า......ก็ระเบิดขึ้น

เสียงดังกึกก้อง แผ่ขยายไปสิบทิศ ผู้เข้าร่วมคนอื่นๆล้วนกระอักโลหิต ต่างมีสีหน้าซีดเผือด และหวาดกลัวไปตามๆกัน 

หลางตงหยุนมีสีหน้าภูมิใจ มองดูระเบิดสีเลือดอย่างภาคภูมิ ก่อนจะกล่าวกับหยางเฟยด้วยรอยยิ้ม " เป็นอย่างไรบ้างท่านพี่เขย การต่อสู้ของข้าพอจะทำให้ท่านพอใจมั้ย "

" เจ้าจำเป็นต้องระเบิดพลังขนาดนี้มั้ย? แค่จัดการกับกิ้งก่า "

หลางตงหยุนโบกมือไปมา " ฮ่าฮ่า ที่จริงไม่ต้องขนาดนี้หรอก แต่ว่านี่คือการแข่งขันผู้เยาว์ที่นานๆ มีครั้ง และข้าก็ต้องการเป็นจุดสนใจ เมื่อนั้นทุกๆ คนก็จะยิ่งมุ่งเป้ามาที่ข้า เมื่อนั้นข้าก็จะได้จัดการในครั้งเดียว ข้าจะกลายเป็นตำนาน สร้างชื่อเสียงให้คนรุ่นหลังยกย่อง  แต่หากมันเยอะเกินไปล่ะก็ ถึงเวลานั้นก็ต้องรบกวนท่านพี่เขยแล้วแหละ "

หยางเฟยถึงกับสำลักเหล้าในปาก ไม่นึกว่าหลางตงหยุนจะไร้ยางอายเช่นนี้ " ดูเหมือนใบหน้าของเจ้าจะหนาใช่ย่อย " 

" ใครๆ เขาบอกข้าเช่นนั้น " 

หยางเฟยไม่พูดต่อ และทำเป็นไม่ได้ยินในคำพูดไร้ยางอาย เรือยังเเล่นผ่านประตูไปอย่างไร้เรื่องราว เมื่อได้เห็นพลังเช่นนั้น ย่อมไม่มีใครกล้าขวางทางอีกต่อไป

ขณะนั้นมีสายตาเย็นชาจ้องมองมา เขาคือ หลางกงจวิน " หลางตงหยุน และผู้ชายคนนั้นคนที่แย่งหลางเว่ยหยางไปจากข้า ในตอนนั้นข้าปิดด่านฝึกตน ไม่เช่นนั้นคนเช่นเจ้ารึจะได้แต่งงานกับนาง? แน่นอนว่าไม่ และนี่มันจะไม่ถือเป็นโอกาสที่ข้า จะได้ฆ่าเจ้างั้นรึ จากนั้นข้าก็จะเอานางมาเป็นของๆข้า เมื่อแผนการของท่านพ่อได้สำเร็จ แม้แต่ตระกูลของนางก็ต้องก้มหัว เมื่ออยู่ต่อหน้าข้า และลูกของนางข้าก็จะเอามาเป็นเมียเช่นกัน หึ!" 

ไม่แปลกเลยที่หลางกงจวิน จะรู้ว่าหยางเฟยคือใคร เรื่องของเขานั้นโด่งดังเป็นอย่างมาก นั่นเพราะขุมกำลังอันเดธของเขานั่นเอง 

และทูตของตระกูลหลางกงจวิน ก็ได้ไปงานนั้นเช่นกัน เขากำหมัดแน่น " รอก่อนเถอะ หลังจากที่ข้าพบพื้นที่ลึกลับ ข้าจะรีบกลับมาฆ่าเจ้า " 







 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

1,139 ความคิดเห็น