กำเนิดเทพเจ้าปีศาจที่ต่างโลก(นิยายแต่ง)

ตอนที่ 165 : ความมืดในจิตใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 904
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    25 ก.พ. 61

ดาบจันทร์เสี้ยวหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง มันเปล่งเสียงคำรามพร้อมกับปล่อยเพลิงสีน้ำเงินออกมา  

" หยางเฟย!!" หลางเว่ยหยางร้องเรียกด้วยความเป็นห่วง

หยางเฟยจ้องมองอย่างเฉื่อยชา ทันใดนั้นตาซ้ายพลันระเบิดวงเวทสีทอง

  วงเวทสีทองครอบคลุมไปทั่วทั้งปราสาท 

" ไม่ต้องกังวลไปน่าเว่ยหยาง ถึงอย่างไรเขาก็เป็นพ่อตาข้า ข้าจะไม่ทำให้เขาตายหรอก อีกอย่างวงเวทที่ปล่อยออกไปเมื่อสักครู่เป็นเวทกักขังเท่านั้น ภายในนี้ทุกคนจะไม่สามารถออกไปได้ ด้านนอกเองก็ไม่สามารถเข้ามาได้และยังกันการรับรู้ของพลังได้อย่างดีเลยทีเดียว " หยางเฟยจิบชาพร้อมกับนั่งไขว้รอการโจมตีของคมดาบอย่างสบายอารมณ์

" ข้ารู้ว่าเจ้านั้นน่ะเเข็งแกร่ง แต่เจ้าคิดจริงๆรึว่าจะกวาดล้างตระกูลหลางได้ ตระกูลที่ปกครองนรกมาช้านานน่ะ ไม่ได้มีดีแค่ชื่อหรอกนะ!" หลางอวิ๋นเทียนปลดปล่อยดาบจันทร์เสี้ยวออกไปทางหยางเฟย

ดาบจันทร์เสี้ยวมีลักษณะเหมือนกับจันทร์ครึ่งดวง ตัวดาบไม่มีด้ามจับ มันเรียวบางเเละคมกริบ มีเพลิงสีน้ำเงินลุกไหม้ตลอดเวลา  

พลังเทพสงครามระดับสี่ถูกปล่อยออกมาทันที ตัวดาบขยายใหญ่ขึ้น พร้อมกับเสียงคำรามของภูติผีจากตัวดาบ 

เคร้งๆ! เสียงโลหะกระทบกัน หากมองดีๆแล้วจะเห็นหอกสีทองปะทะกับดาบจันทร์เสี้ยว นั่นคือหอกแห่งเทรียม

 ในตอนนี้หยางเฟยใช้พลังออกไม่ถึงหนึ่งส่วนด้วยซ้ำ แต่กลับสามารถต้านการโจมตีของเทพสงครามระดับสี่ได้ 

นี่คืออาติเฟคระดับพระเจ้า และผู้ใช้เองก็มีพลังเวทระดับพระเจ้า การโจมตีด้วยอาวุธระดับจักรพรรดินั้นเป็นเหมือนกับกระบี่ไม้ดาษๆทั่วไปเลยก็ว่าได้เมื่ออยู่ต่อหน้ามัน

หลางอวิ๋นเทียนกระอักโลหิตมาคำหนึ่ง " แข็งแกร่งมาก ไม่นึกเลยว่าจะสามารถป้องกันการโจมตีของข้าได้ด้วยการนั่งเฉยๆโดยไม่ขยับ งั้นลองนี่หน่อยเป็นไง "

ทันใดนั้นหลางอวิ๋นเทียนทำสัญลักษณ์มือ ดาบจันทร์เสี้ยวก็ยิ่งขยายขนาดขึ้น เพลิงสีน้ำเงินเองก็แผ่ความร้อนที่สามารถทำลายทุกสิ่ง ให้เป็นเถ้าถ่านได้อย่างง่ายดาย

ดาบจันทร์เสี้ยวเริ่มมีหลายอัน และมากขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนนี่จะเป็นทักษะของหลางอวิ๋นเทียน 

" นภาจันทร์เพลิงผลาญ!" นี่คือทักษะสุดยอดของหลางอวิ๋ยเทียน มันคือทักษะระดับพิภพ 

ดูเหมือนเขาตั้งใจจะใช้การโจมตีที่รุนแรงที่สุดจบการต่อสู้ 

หลางทรวงฮวาสร้างม่านพลังปล้องกันคลื่นพลังที่หลางอวิ๋นเทียนปลดปล่อยออกมา ด้านหลังมีหลางเว่ยหยางและหลางตงหยุน จ้องมองการต่อสู้ด้วยตาที่ไม่กระพริบ

ไม่นานดาบจันทร์เสี้ยวก็มีหลายพันชิ้น พวกมันมีเพลิงสีน้ำเงินที่ลุกไหม้ กลิ่นอายบรรพกาลถูกระเบิดออกมา เกิดเป็นคลื่นดาบสีน้ำเงิน อากาศถูกฉีกกระชากและระเบิดออก

หลางอวิ๋นเทียนคำรามพร้อมกับทำสัญลักษณ์มืออย่างต่อเนื่อง ทันใดนั้นดาบจันทร์เสี้ยวก็ปล่อยคลื่นเพลิงออกไป 

คลื่นเพลิงสีน้ำเงินนั้นเป็นรูปลักษณ์ของจันทร์เสี้ยว!

หยางเฟยยังคงนั่งอย่างสบาย เขารู้สึกอุณหภูมิในห้องมันร้อนขึ้นเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามเขาก็จ้องมองต่อการโจมตีอย่างไม่แยเเส

หอกแห่งเทรียมทั้งสามถูกเรียกออกมา มันประกอบเป็นรูปสามเหลี่ยมและเชื่อมต่อกันด้วยพลังเวท เป็นเกราะป้องกัน

บรึ้ม บรึ้ม บรึ้ม ! เกิดการระเบิดขึ้นทันใด เสียงของระเบิดสะท้านฟ้าสะเทือนดิน ปราสาทจ้าวนรกถล่มทลายลงในทันที

แต่อย่างไรก็ตาม ม่านพลังเวทที่ป้องกันกับไม่สั่นไหวเลยแม้แต่น้อย หากไม่มีมันล่ะก็บอกได้เลยว่านอกจากปราสาทจ้าวนรกแล้วนั้น อาณาเขตจ้าวนรกจะต้องถูกทำลายหายไปอย่างแน่นอน 

แน่นอนว่าบ่าวรับใช้ในปราสาทต่างตกตายอย่างไม่รู้เรื่องราว 

หลางทรวงฮวามีโลหิตที่มุมปาก ถึงพลังนั้นจะไม่โจมตีมาที่นาง แต่อย่างไรก็ตามนั่นพลังระดับจ้าวนรกเลยนะ การโจมตีย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้ว

หลางอวิ๋นเทียนมีสีหน้าเหเก เมื่อมองเห็นหยางเฟยนั่งอย่างปลอดภัย " อะไรกัน พลังระดับพระเจ้าถึงขนาดนี้เชียวรึ? "

หยางเฟยไม่อยากจะทำร้ายเขาไปมากกว่านี้เเล้ว แต่ก็ยังคงสีหน้าเย็นชา " ว่ายังไง การโจมตีระดับเทพสงครามทำได้แค่นี้? หากว่าเป็นเช่นนี้ล่ะก็ ก็บอกได้เลยว่าตระกูลหลางจะต้องหายไปอย่างแน่นอน "

หลางอวิ๋นเทียนคำราม " บัดซบ! หยางเฟยเจ้าจะทำจริงๆงั้นรึ นี่เจ้าไม่กลัวว่าหยางเอ๋อจะเสียใจ?"

หยางเฟยระบายลมจากปาก ส่ายหน้าคราหนึ่ง " เฮ้อ แน่นอนว่าข้าจะทำจริง แต่เดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่งโกรธหรือโจมตีอีก มันจะทำให้ท่านเจ็บตัวโดยปล่าวประโยชน์ ในอดีตตระกูลหลางนั้นกวาดล้างตระกูลถังจริง แต่นั่นก็เป็นตระกูลหลัก เพราะงั้นที่ข้าบอกจะกวาดล้างก็เพียงแค่ตระกูลหลักเท่านั้น ส่วนตระกูลสาขาของท่านข้าจะผลักดันให้เป็นตระกูลหลักแทนเอง ว่าอย่างไรข้อเสนอนี้ฟังดูดีมั้ย?"

หลางอวิ๋นเทียนเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก็ระบายลมจากปากด้วยความโล่งอก แน่นอนว่าข้อเสนอของหยางเฟยนั้นน่าดึงดูด มันเหมือนกับน้ำผึ้งที่แสนอร่อย 

เขาดูแลตระกูลสาขานั้นต้องส่งเครื่องบรรณาการให้ตระกูลหลักทุกๆปี และทรัพยากรก็ยิ่งน้อยลงเรื่อยๆเนื่องจากการใช้จ่ายที่มหาศาลของตระกูลหลัก เครื่องบรรณาการเองก็มีคำสั่งให้เพิ่มจำนวนที่มากขึ้น และภาระหนักก็มาตกที่เขา 

และที่แห่งนี้ถึงจะมีพลังปราณที่เข้มข้น แต่อย่างไรก็ดีมันเทียบไม่ได้กับตำหนักราชันย์ปีศาจ หากเขาตกลงกับหยางเฟยแล้วล่ะก็ ที่ตรงนั้นจะกลายเป็นของเขา และเขาก็จะไม่ใช่เเค่ตระกูลสาขา แต่เป็นตระกูลหลัก!

เมื่อนั้นเขาจะมีอำนาจขนาดไหนกัน? 

แน่นอนหยางเฟยย่อมรู้ถึงความมืดในจิตใจ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์'ปีศาจ'เทพสวรรค์' ทุกๆคนย่อมมีความมืดกันทั้งนั้น และความมืดในแต่ละคนก็ต่างกันออกไป หลางอวิ๋นเทียนเองก็มีความมืดในจิตใจ นั่นคือความทะเยอทะยานในอำนาจและพลัง

ในตอนนี้หยางเฟยมีพลังที่สามารถจัดการกับราชันย์ปีศาจ แล้วทำไมเขาจะไม่ยอมตกลงล่ะ? ถึงแม้จะเป็นสายเลือดเดียวกันก็ตาม ความทะเยอทะยานของคนเรานั้นมันไม่มีคำว่าพี่น้องมาขวางกั้นแม้แต่น้อย พวกเขาจะไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อยหากมีโอกาสที่จะฆ่าและครอบครองมาไว้ในกำมือ 

หลางอวิ๋นเทียนเงยหน้าขึ้นมา ดวงตายิ่งเปล่งประกาย " ฮ่าฮ่า เจ้าลูกเขยทำไมไม่พูดให้เร็วกว่านี้ แน่นอนว่าข้าย่อมตกลง หากเจ้าพูดให้เร็วกว่านี้ล่ะก็ ข้าก็คงไม่ต้องระเบิดพลังถึงขนาดที่ปราสาทของข้าพังลงหรอก และบ่าวรับใช้ภายในปราสาทก็เช่นกัน "

ถึงหลางอวิ๋นเทียนจะพูดเช่นนั้น แต่เขาก็ไม่สนใจชีวิตของบ่าวรับใช้อันไร้ค่าเลยแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้อำนาจกำลังจะอยู่ในมือเขาแล้ว ทำไมเขาจะต้องสนใจชีวิตมดปลวกพวกนั้นด้วยล่ะ? 

หยางเฟยยิ้ม " มันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือที่เราสู้กัน มันทำให้ท่านได้รู้จักพลังของข้าด้วยว่าแข็งแกร่งขนาดไหน การสู้กับเทพสงครามสำหรับข้ามันเป็นแค่เรื่องเล็กน้อยเท่านั้น และการต่อสู้ครั้งนี้ มันจะทำให้ท่านมั่นใจด้วยว่าข้าสามารถโค่นล้มราชันย์ปีศาจลงได้ "

หลางอวิ๋นเทียนผงกศีรษะอย่างเข้าใจ

หยางเฟยไดัคาดการณ์ไว้ก่อนแล้วว่าผลลัพธ์มันจะเป็นเช่นนี้ เขาไม่ได้ตำหนิหลางอวิ๋นเทียนที่กระหายในอำนาจด้วยการฆ่าล้างสายเลือดเดียวกัน นั่นเพราะตัวเขาเองก็กระหายมันเช่นกัน!









 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

1,139 ความคิดเห็น