กำเนิดเทพเจ้าปีศาจที่ต่างโลก(นิยายแต่ง)

ตอนที่ 164 : หลางอวิ๋นเทียนระเบิดพลัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 927
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    24 ก.พ. 61

หลังจากจบงานแต่ง ทุกๆคนต่างสงสัยในกองกำลังอันเดธที่ลึกลับ ไม่มีใครรู้เลยว่านี่คือกองทัพที่กวาดล้างตระกูลและเผ่าพันธุ์ต่างๆอย่างลับๆ การกวาดล้างให้ตระกูลถังนั้น ในแต่ละครั้งจะฆ่าทั้งหมดและชิงทรัพยากรทั้งหมดมา   การกระทำเหล่านี้เป็นการกระทำอย่างหมดจด ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ได้
 
ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็สงสัยว่าพวกอันเดธมากจากตระกูลเกี้ยวตงหรือไม่ แต่ก็ต้องสลัดความคิดนั้นทิ้งไป เพราะหากตระกูลเกี้ยวตงมีขุมพลังอย่างนี้อยู่ล่ะก็ พวกเขาคงจะจัดการกับพวกที่มาวุ่นวายเหมืองได้อย่างง่ายดาย และในตอนนี้เอง พวกคนที่คิดจะฮุบเอาเหมืองก็คงจะต้องคิดใหม่ เพราะกองทัพอันเดธนั้นแกร่งมาก หากพวกเขาโจมตี จะต้องเกิดการนองเลือดจำนวนมาก มันไม่คุ้มค่าที่จะต้องมาสูญเสียผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากเพราะเหมืองเล็กๆของตระกูลเกี้ยวตง

ณ ปราสาทจ้าวนรกหลางอวิ๋นเทียน 

โต๊ะน้ำชามีคนระดับจ้าวนรกนั่งอยู่ พร้อมกับภรรยาและลูกๆ 

ก่อนหน้านี้หลางเว่ยหยางเเละหลางอวิ๋นเทียนและคนอื่นๆนั้น หลังจากเห็นหยางเฟยกลับมาจากด้านนอก ก็รู้สึกได้ว่าเขาไม่เหมือนเดิม แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแตกต่างจากเดิมเช่นไร อย่างที่ดูง่ายๆเลยก็รูปลักษณ์ที่เปลี่ยนไปเป็นคนละคน

และพลังเองก็เช่นกัน ในตอนนี้พวกเขานั่งอยู่ที่ตรงนี้เพราะหยางเฟยมีเรื่องจะพูดคุยหลังจากเสร็จงานแต่งสองวัน

 หลางตงหยุนเองก็เข้าร่วมด้วย เพราะอย่างไรเสีย เขาก็เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลหลาง แต่ว่าคนรักของเขานั้นเป็นคนนอกจึงไม่ได้ร่วมอยู่ในนี้

" เจ้ามีเรื่องอะไรงั้นรึ ถึงได้บอกใหัมารวมตัวกัน หากไม่ใช่เรื่องใหญ่แล้วล่ะก็ ด้วยนิสัยของเจ้าคงจะไม่เรียกมาพูดเรื่องไร้สาระหรอกจริงมั้ย " หลางทรวงฮวาเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม

" นั่นสิหยางเฟย เหตุใดเจ้าถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้ หลังจากออกไปกับหลางหนิงเออร์ มันเป็นช่วงเวลาไม่นานแต่ในตอนนี้ ตัวเจ้าดูสูงศักดิ์อย่างบอกไม่ถูก ก่อนหน้านี้ด้วยการแต่งงานของเราที่กระชั้นชิดข้าจึงยังไม่มีโอกาสได้ถาม เจ้าบอกข้าหน่อยได้มั้ย?" หลางเว่ยหยางถามด้วยรอยยิ้มอันสดใส

" หยางเฟยในตอนนี้เราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน ข้าได้รู้มาแล้วว่าเจ้าเดินทางไปยังป่าสีแดงกับหลางหนิงเออร์ ซึ่งมันได้เกิดการต่อสู้ขึ้นที่นั่น พื้นที่โดยรอบถูกทำลายลง หากข้าคาดเดาไม่ผิดมันก็คงจะเกิดจากการต่อสู้ของเจ้าและเทพสงคราม เจ้านั้นเป็นระดับสัตว์ประหลาดเลยก็ว่าได้ มีพลังเพียงราชันย์สงคราม แต่กับเอาชนะเทพสงคราม เรื่องเช่นนี้คงมีเพียงเจ้าเท่านัันที่ทำได้ ต่อให้เป็นคนของตระกูลหลางสาขาหลัก ก็ไม่มีทางทำแบบนั้นไดั เจ้าเป็นคนรุ่นเยาว์ที่มหัศจรรย์มาก " หลางอวิ๋นเทียนกล่ามชมด้วยรอยยิ้ม

หลางตงหยุนที่ได้ฟังถึงกับร่างกายสั่นสะท้าน ระดับราชันย์สงครามกับชนะเทพสงครามได้ เรื่องเช่นนี้หากคนอื่นเอามาเล่าให้ฟังล่ะก็ เขาคงไม่เชื่ออย่างเด็ดขาด เพราะระดับทัังสองนั้นแตกต่างกันเป็นอย่างมาก มันเหมือนกับมหาสมุทรที่กว้างใหญ่กับหนองน้ำเล็กๆ มันต่างกันเกินไป เขาเป็นต้องรอบหันไปมองหยางเฟยด้วยความชื่นชม ในตอนนี้เขามองหยางเฟยต่างจากในคราแรกอย่างสิ้นเชิง 

" แต่อย่างไรก็ดี ในตอนนั้นมีพลังที่มากกว่าเทพสงครามปรากฏออกมาจากทิศทางนั้น มันคือพลังในระดับพระเจ้า!
  ซึ่งไม่ใช่พลังปราณอย่างแน่นอน และข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันว่ามันคือพลังอะไร

    หากข้าเดาไม่ผิด พลังนั้นจะต้องเป็นของเจ้าอย่างแน่นอน เพราะในจุดๆนั้นเจ้าดันอยู่ที่นั่นพอดี และหลังจากที่เจ้ากลับมา รูปลักษณ์ของเจ้าก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง นี่ทำให้ข้าแน่ใจว่าจะต้องเป็นเจ้า!" หลางอวิ๋นเทียนในตอนนี้เขากล่าวไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง

ทั้งหลางเว่ยหยางเเละคนอีกสองคนต่างตกใจ เพราะในเวลานั้นพวกเขาเองก็สัมผัสถึงพลังนั้นได้ และยิ่งได้ยินหลางอวิ๋นเทียนกล่าวเช่นนี้แล้ว ยิ่งอยากรู้เข้าไปใหญ่ พวกหลางเว่ยหยางต่างมองหยางเฟยด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็น

หยางเฟยจ้องมองไปที่คนทั้งสี่ ยิ้มแล้วกล่าวว่า " ดูเหมือนการคาดเดาของท่านจะถูกนะ สมแล้วที่ได้ตำแหน่งจ้าวนรกมาไว้ในกำมือ "

พวกหลางเว่ยหยางที่ได้ยินเช่นนี้ถึงกับแข็งค้างไปในทันที แต่ไม่กี่ลมหายใจ หลางอวิ๋นเทียนก็เป็นคนยืนขึ้นแล้วตะโกน " ยอดเยี่ยม นี่มันช่างยอดเยี่ยมจริงๆ ในตอนนี้ข้ามีลูกเขยที่มีพลังระดับพระเจ้า ถึงแม่ข้าจะไม่รู้ว่ามันคือพลังอะไรก็เถอะ แต่ว่ามันช่างวิเศษจริงๆ " 

หยางเฟยยิ้มบาง ในตอนนี้เขาไม่มีอะไรต้องปิดบัง ด้วยดวงตาพระเจ้าที่เชื่อมต่ออย่างสมบูรณ์ ทำให้เขาใช้พลังเวทมนตร์ออกมาอย่างเต็มที่ได้โดยไม่ต้องกลัวร่างกายจะระเบิดแตก 

พลังเวทของเขานั้นคือจิตวิญญาณ และที่เขาต้องทำให้พลังปราณอยู่ในระดับสูงนั้นเพื่อจะรองรับพลังเวทนั่นเอง และเมื่อมีพลังทั้งสองสายในร่างๆเดียว ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันน่าหวาดกลัวขนาดไหน 

" เอาล่ะเรื่องนี้มันช่างน่ายินดีจริงๆ แต่ข้าก็มีข่าวบางอย่างจะบอกเจ้าเช่นกัน " หลางอวิ๋นกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง

หยางเฟยจ้องมองด้วยรอยยิ้ม " ข่าวอะไรงั้นรึที่จะบอกข้า ไม่ว่าจะเป็นข่าวร้ายหรือข่าวดี ข้าก็ไม่สนใจทั้งนั้น " 

น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง แต่อย่างไรก็ตามไม่มีใครตำหนิเขา เพราะด้วยพลังของเขานั้นการที่จะมีลักษณะเช่นนี้ถือเป็นเรื่องธรรมดา

" เรื่องนี้สำหรับเจ้าที่มีพลังระดับพระเจ้านั้น อาจจะไม่เห็นเรื่องนี้อยู่ในสายตาก็จริงแต่ข้าก็ต้องบอก ในตอนนี้ข้าทราบข่าวมาว่า ราชันย์ปีศาจส่งคนไปตรวจสอบป่าสีแดง เพื่อหาคนคนหนึ่ง ซึ่งข้าคิดว่าคนคนนั้นจะต้องเป็นเจ้าแน่นอน นางเองก็คงรับรู้ถึงพลังระดับพระเจ้าได้ ตัวนางที่เป็นถึงราชันย์ปีศาจ ปกครองเผ่าพันธุ์ปีศาจในพิภพนรกมากมายนับล้านล้านชีวิต เป็นต้องตื่นตัวตลอดเวลา 
  และนางเองก็คงรู้สึกไม่ปลอดภัยเป็นแน่ และช่วงนี้ก็เกิดเหตุการณ์แปลกๆขึ้นมาติดๆ เผ่าพันธุ์ต่างๆที่ข้าสืบทราบมาที่ในอดีตเข้าร่วมกับตระกูลหลาง ทำการกวาดล้างตระกูลถัง ต่างค่อยๆถูกลบออกไปจากพิภพนรก เรื่องนี้กับเรื่องป่าสีแดงเกิดขึ้นในเวลาไล่เรี่ยกัน ราชันย์ปีศาจรู้สึกไม่ดีกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก นางเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัยของตำหนักถึงขีดสุด และนี่เองก็เป็นข่าวที่ข้าอยากบอกเจ้า " หลางอวิ๋นเทียนเอ่ยพร้อมกับมองไปที่หยางเฟย

หยางเฟยไม่ได้หลบสายตานั้น " หื้ม...ดูเหมือนราชันย์ปีศาจจะแวงน่าดู แต่อย่างไรก็ดีเรื่องที่ท่านพูดมา มันก็สอดคล้องกับที่ข้าเรียกมารวมตัวกันในตอนนี้ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลามาเข้าเรื่องกันเถอะ เรื่องการกวาดล้างตระกูลและเผ่าพันธุ์แมลงอันน่ารังเกียจนั่นน่ะ เป็นข้าเองที่ลงมือ ทุกคนคงจะสงสัยกันสินะ ว่าทำไมข้าถึงทำเช่นนั้น ข้าจะบอกตามตรงก็แล้วกัน เพราะว่าเมื่อก่อนนั้นตระกูลพวกนั้นได้ทำการกวาดล้างตระกูลถัง และข้าได้อาวุธจากพวกเขามา เพื่อเป็นการตอบแทนข้าได้ให้สัญญากับพวกเขาไว้ว่าจะช่วยฟื้นฟูตระกูลถัง และทำการกวาดล้างตระกูลต่างๆ....รวมทั้งตระกูลหลางด้วย "

เมื่อคนทั้งสี่ในห้องได้ยินเช่นนั้นก็ตกตะลึงไปตามๆกัน 
หลางอวิ๋นเทียนนำอาวุธออกมา เป็นดาบจันทร์เสี้ยว อาวุธระดับจักรพรรดิ พลังนะดับเทพสงครามระเบิดออกมาทั่วทั้งห้อง

หลางเว่ยหยางตะโกนด้วยความตื่นตระหนก " ท่านพ่อนี่ท่านนำอาวุธออกมาทำไม "

" เจ้าเด็กโง่ เจ้าก็ได้ยินเเล้วไม่ใช่รึว่าสามีของเจ้าจะกวาดล้างตระกูลหลาง เขาในตอนนี้อันตรายเกินไป " หลางอวิ๋นเทียนจ้องมองหยางเฟยด้วยความระมัดระวัง ดาบจันทร์เสี้ยวของเขาหมุนวงอยู่เหนือศีรษะพร้อมกับปล่อยพลังกดดันออกมาอย่างต่อเนื่อง

หยางเฟยมีท่าทีไม่ทุกข์ร้อน ในตอนนี้เขานั่งอย่างสบายอารมณ์ " ดูเหมือนจะไม่ชอบพูดกันอย่างง่ายๆงั้นสินะ ก็ดีเหมือนกัน ข้าจะทำให้รู้ซะบ้างว่าการที่หันคมดาบมาที่ข้าจะเป็นเช่นไร   และถึงแม้ท่านจะเป็นพ่อของเว่ยหยางก็ตาม!" 








 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

1,139 ความคิดเห็น

  1. #1083 pichitfeepakpor (@pichitfeepakpor) (จากตอนที่ 164)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:41
    ขอบคุณค้าบ
    #1083
    0