กำเนิดเทพเจ้าปีศาจที่ต่างโลก(นิยายแต่ง)

ตอนที่ 161 : ตัดมิติ!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,040
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    14 ก.พ. 61

การกวาดล้างตระกูลยังคงดำเนินต่อไป ราชันย์ปีศาจทราบเรื่องราว แต่ทว่าก็ไม่ใส่ใจนัก ในตอนนี้นางสนเพียงเรื่องป่าสีแดงเท่านั้น

ถึงแม้ตระกูลพวกนั้นจะรู้จักกับนาง แต่นั่นมันก็เป็นความสัมพันธ์เหินห่าง ตั้งแต่ราชันย์ปีศาจคนก่อนๆ ความสัมพันธ์ก็ยิ่งลดน้อยลงเรื่อยๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลยว่านางจะสนใจเมื่อตระกูลพวกนั้นหายไป

" ทำไมป่านนี้แล้วยังไม่ได้ข่าวอะไรนะ หลางหลี่หยูมัวทำอะไรกัน? แต่ไหนแต่ไรมา นางไม่เคยทำงานชักข้าขนาดนี้นี่ " หลางหลิ่งหลินเดินวนไปมาในตำหนักด้วยความกระวนกระวายใจ เพราะนี่มันก็หลายวันแล้ว แต่ข่าวจากหลางหลี่หยูก็ยังไม่มี ทำให้นางนั้นร้อนใจอย่างมาก 

อีกด้านหนึ่ง ตำหนักเทพอัสนี ที่ตั้งของตระกูล อู๋ พวกเขาเป็นเผ่าปักษา มีจงอยปากเหมือนนก เท้าเหมือนเหยี่ยวขนาดใหญ่ มีปีกสีดำด้านหลัง ดวงตาสีเหลือง พวกเขาเกิดมาพร้อมกับธาตุสายฟ้า ทุกๆคนในเผ่าล้วนมีธาตุสายฟ้าพิเศษ 

แน่นอนด้วยธาตุสายฟ้าพิเศษ พลังในการบินย่อมเพิ่มขึ้น ความเร็วของพวกเขานั้นรวดเร็วไม่เป็นสองรองใคร 

ถังหมินเจิ้นรีบกล่าว " ด้านหน้าคือตำหนักเทพอัสนี พวกมันคือเผ่าปักษาตระกูล อู๋ ขึ้นชื่อในเรื่องของความเร็ว พวกมันมีกรงเล็บที่สามารถฉีกกระชากเหยื่อให้ตกตายได้อย่างง่ายได้ ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว! " 

หยางเฟยชำเลืองมองถังหมินเจิ้น " เจ้าแน่ใจนะว่าแค่นี้ "

" ขอรับ ส่วนมากพวกมันจะใช้กรงเล็บของพวกมันโจมตี " ถังหมินเจิ้งต้องปาดเหงื่อแล้วพูดออกมา 

หยางเฟยกล่าว " ดี แต่หากพวกมันใช้วิธีสกปรกอย่างที่เคยเป็นล่ะก็ เจ้ารู้นะว่าจะเกิดอะไรขึ้น! เมื่อกลับไป "

ถังหมินเจิ้นประสานมือ เขานั้นไม่กล้าโกหกใดๆ พร้อมกับนำกำลังของตระกูลบุกเข้าไป ในตอนนี้หยางเฟยไม่ได้ให้หวินหนานเทียนเข้าไปก่อน แต่ให้คนของตระกูลถัง นั่นเพราะเขาอยากจะให้คนพวกนี้ได้สัมผัสกับคาวเลือดซะบ้าง 

พวกเขานั้นห่างการต่อสู้มานาน หากวันใดหยางเฟยออกไปจากพิภพนรก พวกเขาคงจะอยู่อย่างน่าสมเพชเช่นเดิม หยางเฟยจึงใช้โอกาสนี้ในการขัดเกลาสัญชาตญาณของคาวเลือดเพื่อหล่อหลอมให้แข็งแกร่ง

หยางเฟยย่อมไม่อยากให้มีคนตาย เขาจึงส่งหวินหนานเทียนเข้าไปด้วย และตัวเขาเองก็เข้าไปเช่นกัน 

คนของตระกูลถัง ร่างกายของพวกเขานั้นพิเศษ โดยเฉพาะแต่ละคนที่มีเขา เพศชายจะมีสองเขาแต่เพศหญิงนั้นจะมีเพียงเขาเดียว แน่นอนมันไม่ได้มีไว้ประดับ

หากบอกว่าเผ่าปักษามีสายฟ้าพิเศษ เช่นนั้นเผ่ายักษ์ก็มีสายฟ่าวิเศษเช่นกัน

ถังหมินเจิ้นนำเหล่าคนหนุ่มสาวเข้าไป เขากุมดาบยักษ์พร้อมกับกวัดแกว่งออกไป ทุกๆการเคลื่อนไหวล้วนฟาดฟันสังหารจนโลหิตเปรอะเปื้อนอาภรณ์ ทันใดนั้นมีปักษาตนหนึ่งเข้ามาในระยะประชิด ปีกของปักษาโบกสะบัดสายฟ้า พลังของมันช่างรวดเร็ว จนมองแทบไม่เห็นการโจมตี

ถังหมินเจิ้งไม่ได้ใช้กระบี่ในการโจมตี หากแต่ใช้เขาของเขาเอง ซึ่งตอนนี้มันมีสายฟ้าสีแดงพุ่งออกไป

มันเหมือนกับดาบขนาดยักษ์!

ปักษาตนนั้นไม่สามารถหลบสายฟ้าสีแดงได้ ร่างของมันถูกสายฟ้าแทงทะลุร่าง พร้อมกับประกายไฟที่กำลังเผาไหม้ร่างเป็นเถ้าถ่าน

" เจ้าพวกตระกูลถัง ในครานั้นบรรพบุรุษของข้าได้กวาดล้างพวกเจ้าไปแล้ว แต่ไม่นึกเลยว่าเวลาผ่านไป พวกเจ้าจะยังคงอยู่ และยังกล้ามาที่นี่ ดูเหมือนพวกเจ้าจะเป็นเผ่ายักษ์ที่โง่เขลา คิดว่ากำลังเพียงน้อยนิดเช่นนี้จะจัดการกับเผ่าของข้าได้ทั้งหมดงั้นรึ! หึ แต่อย่างไรก็ดี ดูเหมือนวันนี้จะเป็นวันที่สูญสิ้นของเผ่ายักษ์แล้ว ตายซะเจ้าพวกตระกูลถังโง่เง่า " ปักษาขนาดใหญ่ปรากฏออกมา เขามีขนาดยี่สิบเมตร พร้อมด้วยแขนที่มีถึงสี่แขน ขนของเขานั้นต่างจากปักษาตนอื่นๆมันเป็นสีแดงเลือด ดูเหมือนเขาจะเป็นราชาของปักษา อู๋ซีเหล่ 

ดวงตาของเขาเป็นสีแดงทับทิม หน้าผากมีสามเหลี่ยมสีชาด ทันทีที่ขยับปีก สายฟ้าสีแดงเลือดก็ระเบิดออกมา พลังเทพสงครามระดับสี่!

ถังหมินเจิ้นกระอักโลหิตคำโต แน่นอนต่อตัวตนระดับนั้นเขาย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมัน 

เมื่อปักษาตนอื่นๆเห็นราชา ต่างก็คำรามพร้อมกับปล่อยสายฟ้าออกมา ทันใดนั้นพวกคนตระกูลถังก็ถูกกดดัน 

พวกเขาตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบในทันทีที่ราชาของพวกมันปรากฏตัว

อันเดธเข้ามามีส่วนช่วยอย่างมาก ถึงแม้จะมีจำนวนน้อย แต่ก็เต็มไปด้วยพลังงานมืด เมื่อเห็นคนของตระกูลถังถูกกดดัน หยางเฟยก็เปิดใช้งานพลังของตราพันธสัญญาในทันที

รูปแบบสังหารถูกเปิด!!

พลังงานมืด ปะทุออกมาจากร่างของอันเดธและคนตระกูลถัง แน่นอนว่าเขาย่อมตรีตราพันธสัญญาให้พวกมันตั้งแต่ช่วงแรกๆ และนี่เองก็เป็นครั้งแรกที่พวกคนตระกูลถังถูกเปิดใช้งาน 

ร่างของพวกเขารู้สึกมีพลังงานที่ออกมาจากตรา มันลามไปทั่วชั้นผิวหนัง กล้ามเนื้อ กระดูกเส้นเอ็น หัวใจยิ่งเต้นแรง ก่อนจะระเบิดเป็นพลังงานมืดออกมาจากร่าง 

ร่างของพวกเขาถูกปกคลุมด้วยพลังงานมืด!

ในตอนนี้พวกเขาดูเหมือนจะรู้สึกกระหายในการต่อสู้ เนื่องจากถูกกระตุ้นด้วยตราพันธสัญญา สัญชาตญาณที่หลับไหลค่อยๆถูกปลุกให้พวกเขาเป็นสัตว์ร้าย พวกเขาทะยานร่างเข้าฟาดฟันศัตรูโดยไม่เกรงกลัว กับกันพวกเขาอยากจะดื่มเลือดเนื้อของพวกมันยิ่งนัก

อู๋ซีเหล่รู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติ " พลังงานสีดำนั่นที่ออกมาจากร่างของพวกมัน เป็นทักษะมารอย่างงั้นรึ และด้วยทักษะนี้นี่เองที่อาจจะทำใหัพวกมันคิดว่ามีพลังสามารถแก้แค้น เฮอะ ช่างอ่อนต่อโลกยิ่งนัก เจ้าพวกยักษ์ไร้เดียงสา "

แน่นอนว่าพลังของรูปแบบสังหารไม่อาจทำอะไรอู๋ซีเหล่ได้ เพราะเขาเป็นถึงเทพสงคราม การจะจัดการด้วยรูปแบบสังหารนั้นย่อมไม่มีทาง แต่การจัดการกับปักษาตนอื่นๆนั้นไม่ยากเย็นอะไร

ตระกูลถังกลับกลายเป็นฝ่ายได้เปรียบทันที เมื่อเปิดรูปแบบสังหาร 

อู๋ซีเหล่ยิ่งเห็นคนของเขาตายไปมากมายเท่าไรก็ยิ่งคุ้มคลั่ง แต่อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถที่จะไปจัดการกับตัวบัดซบตระกูลถังได้ นั้นเพราะถูกหวินหนานเทียนตรึงไว้กับที่ ถึงแม้ระดับพลังจะต่างกันพอสมควร แต่เขาก็ไม่สามารถทำลายการป้องกันของหวินหนานเทียนได้

หวินหนานเทียนนั้นเป็นนักรบเกราะหนัก เขาเหมาะทั้งรุกทั้งรับยากที่จะจัดการด้วยเวลาอันสั้นได้ และตอนนี้เขาก็เป็นอันเดธ ทำให้มีพลังมากยิ่งกว่าเดิมเป็นเท่าตัว 

แต่อย่างไรระดับของทั้งสองก็ต่างกัน ไม่ช้าหวินหนานเทียนก็กระเด็นออกมา ร่างของเขามีบาดแผลจากกรงเล็บขนาดใหญ่

กรงเล็บพุ่งเข้ามา หวินหนานเทียนยกโล่ขึ้น เพ้ง' เสียงเหล็กปะทะกัน ร่างของหวินหนานเทียนกระเด็นอีกครั้ง เขาไม่สามารถรับแรงนั้นได้ทั้งหมด 

" ตายซะ! " อู๋ซีเหล่ คำรามพร้อมกับระดมหมัดปักษาทั้งสี่หมัดลงมา หมายจะบดขยี้หวินหนานทียนเป็นเนื้อบด 

แต่จู่ๆร่างของหวินหนานเทียนก็หายไป หมัดของเขาจึงชกเข้าเพียงอากาศเท่านั้น

ห่างออกไปไม่ไกล ร่างของหวินหนานเทียนปรากฏออกมา 
ด้านข้างเขาหยางเฟยกำลังยืนมองไปยังการต่อสู้ที่ดุเดือด

" ขอบคุณมากขอรับ องค์เหนือหัว หากเมื่อครู่ไม่ได้องค์เหนือหัวยื่นมือเข้ามาช่วย ชีวิตของข้าคงไม่อาจรักษาไว้ " หวินหนานเทียนรีบกล่าวขอบคุณ หากเมื่อครู่หยางเฟยไม่ได้เคลื่อนย้ายเขาออกมาทางรอยแยกมิติ เขาก็คงเละเป็นเศษเนื้อไปแล้ว

หยางเฟยผงกศีรษะ เขารู้ดียิ่งกว่าใครว่าหวินหนานเทียนแกร่ง แต่ครานี้คู่ต่อสู้นั้นแกร่งกว่า มันเป็นเรื่องยากหากจะจัดการให้ตกตาย

 หยางเฟยเริ่มลงมือ ตาซ้ายสีทองส่องแสง ร่างของเขาพลันหายไปในทันที 

" บัดซบ เจ้านี่อยู่ๆกับหายไปเฉยๆซะอย่างงั้น มันเกิดอะไรขึ้นกัน? " อู๋ซีเหล่คำรามอย่างหงุดหงิด ตอนนี้พื้นที่ที่เขาทำลายไป มันเป็นหลุมลึกเหมือนกับถูกทำลายด้วยอุกกาบาตยักษ์

" ข้าส่งเขาออกไปเองแหละ " ทันใดนั้นก็มีเสียงเย็นชาดังขึ้นมา ระลอกสีทองเหมือนกับมังกรคำรามพร้อมกับขย้ำอู๋ซีเหล่

อู๋ซีเหล่เค็นเสียงเย็น ใช้พลังของสายฟ้าออกไป สายฟ้าสีแดงเลือดเหมือนกับกรงเล็บพุ่งออกไป ปะทะกับมังกรทอง มังกรทองพลันสลายไปในทันที สายฟ้ายังคงรุงแรงมันพุ่งไปถึงหนึ่งแสนลี้ก่อนจะระเบิดสู่ท้องฟ้า

" เฮอะ นึกว่าจะแน่ ที่ไหนได้ก็แค่พวกมดปลวก " อู๋ซีเหล่ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจนัก เมื่อเห็นการโจมตีนั้นถูกทำลายลงง่ายดาย

" เช่นนั้นรึ!" ทันใดนั้นก็มีเสียงดังมาจากด้านหลัง อู๋ซีเหล่หันไปมองเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังจ้องมองด้วยความเหยียดหยาม 

อู๋ซีเหล่เค่นเสียงเย็น เขาอยากจะเงื้อกรงเล็บไปที่ลำคอ แต่ทว่า ร่างกายกับไม่ฟังคำสั่ง เขาเห็นโลกใบนี้มันเอียงๆแปลกๆ ก่อนจะหล่วงหล่นเเละเห็นลำคอของตนเองขาดออกจากกัน! เขาตกสู่ความงุนงงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตายเพราะอะไร ดวงตาเขาไม่หลับถึงแม้จะตาย นั่นเพราะเขาไม่ยินยอมต่อการตายเช่นนี้

และหากสังเกตดีๆล่ะก็ จะเห็นเส้นด้ายสีดำเล็กๆบนลำคอ 

มันคือการตัดของมิติ! 

ช่วงเวลาที่หยางเฟยใช้มังกรทองนั้น แท้จริงมันเป็นแค่ตัวหลอกเบี่ยงเบนความสนใจเท่านั้น และในขณะที่อู๋ซีเหล่คลายใจลงเมื่อคิดว่าจัดการกับศัตรูได้ หยางเฟยก็ออกมาจากรอยแยกของมิติและตัดลำคอมันอย่างรวดเร็วด้วยรอยแยกมิติเช่นกัน 

และเมื่อขาดราชาปักษาไป ปักษาตนอื่นๆก็เริ่มหาทางหลบหนีเหมือนผึ้งแตกรัง ในสนามรบเมื่อผู้บัญชาการตายย่อมทำให้ขวัญกำลังใจของทหารลดลงเป็นธรรมดา ไม่นานก็เกิดการสังเวยเลือด ปักษาทุกตนได้ถูกเปลี่ยนให้เป็นศิลานักปราชญ์ไป 

หยางเฟยปิดรูปแบบสังหาร เริ่มทำการกวาดทรัพย์สินของตระกูลอู๋ก่อนจะจากไป

เวลาเดียวกัน พิภพมนุษย์ หอคอยสวรรค์ชั้น 30 หญิงสาวใบหน้าเย็นชา ในมือกุมกระบี่น้ำแข็ง จ้องมองไปที่คนห้าสิบคนด้านหน้าอย่างไม่แยแส หยางเสี่ยวฉี ในตอนนี้นางอยู่ในหอคอยสวรรค์แล้ว

" แม่นาง ยอมแพ้เสียดีกว่าน่า หากเจ้าตามพวกเรากลับไปยังชั้นห้าสิบ พวกเรารับลองเลยว่าจะทำให้เจ้าได้อยู่ดีกินดี เพียงแค่เจ้ายอมอุ่นเตียงให้พวกเราทุกคืนเท่านั้น ฟังดูง่ายใช่มั้ยล่ะ เอาล่ะรีบๆตัดสินใจเสียสิ " หนึ่งในนั้นพูดขึ้นมา พวกเขาสวมชุดลายเมฆเหมือนๆกัน ดูเหมือนพวกเขาจะมาจากนิกายเดียวกัน และถูกใจหยางเสี่ยวฉีเข้า จึงกระทำการอุกอาจ หมายจะให้นางไปเป็นที่อุ่นเตียง!

หยางเฟยได้ส่งอันเดธมาเข้าหอคอยสวรรค์ก่อนแล้ว และหยางเสี่ยวฉีก็กำลังตามไปสบทบ แต่เผอิญเจอเข้ากับกลุ่มคนพวกนี้เข้าที่ชั้น 30 เสียก่อน 
 
หยางเสี่ยวฉีไม่พูดให้มากความ นางไม่อยากเสียเวลากับคนพวกนี้ กระบี่ในมือตวัดออกไป เกิดเป็นพายุน้ำแข็งในทันใด.....










 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

1,139 ความคิดเห็น

  1. #1078 pichitfeepakpor (@pichitfeepakpor) (จากตอนที่ 161)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:55
    ขอบคุณครับ
    #1078
    0