กำเนิดเทพเจ้าปีศาจที่ต่างโลก(นิยายแต่ง)

ตอนที่ 158 : ทุกอย่างอยู่ในกำมือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 962
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    11 ก.พ. 61

หยางเฟยปรับเปลี่ยนกำหนดการกลับปราสาทจ้าวนรก เขาติดต่อหาหลางเว่ยหยาง ว่าจะไปทำธุระที่อื่นก่อน เสร็จแล้วจะรีบกลับ
 
" บอกเส้นทางที่อยู่เผ่าเจ้ามาหน่อยสิ เวยเวย " หยางเฟยกล่าวขณะนั่งอยู่บนโต๊ะ มีผลไม้วางเรียงรายนานาชนิด ด้านหลังยืนไว้ด้วยอันเดธคอยปรนนิบัติ เขาหยิบผลโลหิตสีแดงชาดเข้าปาก ก่อนจะมีน้ำไหลออกมา มันช่างเป็นภาพเย้ายวนให้เคลิบเคลิ้มยิ่งนัก

" นี่จะไม่กลับเข้าไปในเมืองงั้นรึ ป่านนี้ท่านพ่อคงเป็นห่วงข้าแล้ว " เกี้ยวตงเผ่ยปลอกผลไม้เข้าปาก แล้วหันมากล่าวด้วยความกังวล

" ได้สิข้าจะบอกเส้นทางแก่เจ้าเอง ว่าแต่คุณหนู ไหนตอนนั้นข้าได้ยินว่าคุณหนูจะไม่ยอมกลับไปแล้วนี่เจ้าค่ะ ทำไมตอนนี้ถึงได้....อยากจะกลับไปนัก ไม่กลัวนายท่านกักบริเวณหรือ?" ถังเวยเวย กล่าวด้วยเสียงหัวเราะ ในตอนนี้นางอยู่ในร่างแท้จริง ไม่ปลอมแปลงแต่อย่างใด

" เพ้ย!! ใครจะอยากจะตามพวกเจ้าไปกัน ดูเรื่องที่พวกเจ้าคุยกันสิ นี่มันอันตรายเป็นอย่างมาก หากคนของตระกูลหลางมาได้ยิน เป็นต้องถูกฆ่าล้างตระกูลแน่นอน ไม่มีที่ที่จะให้พวกเราหนี พวกเราจะถูกฆ่าทั้งหมด อีกทั้ง ดีไม่ดีอาจถูกพวกมันย่ำยีก็ได้ใครจะรู้ ข้าไม่อยากจบชีวิตของตัวเองหรอกนะ " เกี้ยวตงเผ่ยปาผลไม้ทิ้ง ตวาดด้วยเสียงแข็งกร้าว

หยางเฟยเห็นเช่นนั้นจึงให้นางมานั่งบนตัก เกี้ยวตงเผ่ยทำตัวว่าง่ายในทันที นางเดินมานั่ง กลิ่นหอมของกายสาวช่างหอมหวาน เขาโอบกอดพร้อมกับล้วงเข้าไปยังหน้าอก ปากพูดว่า " ใจเย็น นี่มันไม่ได้มีอะไรน่ากลัวอย่างที่เจ้าคิด ในตอนนี้ข้ามีพลังระดับพระเจ้า ราชันย์ปีศาจที่มีเพียงระดับเทพสงครามไม่อาจจะฆ่าข้าได้อยู่แล้ว ทุกๆหย่อมหญ้าของนรกจะต้องคุกเข่าให้ข้า ไม่มีใครจะยืนเมื่อข้าเดิน และตระกูลของเจ้าเองก็จะยิ่งใหญ่ด้วยเช่นกัน นี่มันไม่ใช่สิ่งที่พ่อเจ้าหวังงันรึ "

หยางเฟยพูดจาหว่านล้อม เขาได้รู้เรื่องในตระกูลของนางมาพอสมควร การที่จะชักจูงด้วยผลประโยชน์นั้นมันไม่ยากจนเกินไป 

เกี้ยวตงเผ่ยมีสีหน้าเคลิบเคลิ้ม ตอนนี้นางรู้สึกร้อนรุ่มไปทั่วกาย " อืมม์ ข้าจะลองเชื่อเจ้าดูก็แล้วกัน แต่ว่า หากคิดว่าจัดการไม่ไหวก็ต้องถอยทันที ถึงแม้ว่าเมื่อก่อนข้าจะชอบผู้หญิง แต่ตอนนี้....ข้าเป็นของเจ้าแล้ว ข้าไม่อยากให้เจ้าเป็นอะไรไป "

ด้วยรูปลักษณ์ที่งดงามของหยางเฟย แม้แต่เกี้ยวตงเผ่ยที่ชมชอบสตรี ก็ยังต้องเปลี่ยนรสนิยม

ถังเวยเวย กัดฟันกรอดขณะมองคนทั้งสองกำลังกอดรัดกันเหมือนงู นางตวัดมือครั้งหนึ่ง แผนที่ที่ทำมาจากหนังของสัตว์บางอย่างก็วางอยู่บนโต๊ะ 

" นี่คือแผนที่ที่นำไปสู่เผ่าของข้าได้ เจ้ารีบเดินทางได้เเล้ว หากมัวแต่พอดรักกันเช่นนี้ เกรงว่าอีกหลายวันก็คงไม่ได้ออกเดินทาง "

หยางเฟยยิ้ม เขาจ้องไปยังม้วนแผนที่ แผนที่ค่อยๆลอยมาอยู่ตรงหน้าเขา " แผนที่นี้ละเอียดดีใช้ได้ แต่ถึงยังงั้นก็เถอะ ข้าก็ไม่อาจเข้าใจได้อยู่ดีเพราะไม่ใช่คนในพื้นที่ ข้าคิดว่าต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าแล้วล่ะ เวยเวย ข้ามอบตำแหน่งต้นหนเรือชั่วคราวให้กับเจ้าแล้วกัน ส่วนข้าจะไปนอนเล่นสักหน่อย ที่เหลือฝากด้วยล่ะ " 

หยางเฟยอุ้มเกี้ยวตงเผ่ยออกไป ก่อนออกไปเขาหันมากล่าว " อ้ออีกอย่าง ถ้าถึงแล้วก็มาตามข้าด้วยแล้วกัน "

ไม่รอให้ถังเวยเวยกล่าวสิ่งใด หยางเฟยชิงปิดประตูเข้าไปในห้อง

ถังเวยเวยกัดฟัน " ดี!! ข้าจะถือว่านี่เป็นช่วงเวลาของคุณหนูก็แล้วกัน อย่าให้ถึงทีข้าล่ะ " 

ถังเวยเวยกระทืบเท้าจากไปด้วยอารมณ์เดือดดาล 

เรือสีทองนั้นรวดเร็วเป็นอย่างมาก ไม่นานด้วยการนำทางของถังเวยเวย เรือก็ได้มาถึงหน้าผาแห่งหนึ่ง มันดูเหมือนผาอสรพิษ มีเถาวัลย์มากมาย หากมองจากด้านบนจะมองเห็นผืนป่าเขียวชอุ่ม เต็มไปด้วยผลไม้อุดมสมบูรณ์

หยางเฟยถูกถังเวยเวยตามตัว บอกเขาว่าเดินทางมาถึงแล้ว หยางเฟยจัดแจงเสื้อผ้าก่อนจะตามออกไป ส่วนเกี้ยวตงเผ่ยนอนสลบคาเตียงไม่ไหวติง 

ถังเวยเวยเห็นเช่นนั้นก็เค่นเสียงคราหนึ่ง ก่อนจะปิดประตูตามออกไป

หยางเฟยมองเห็นตำหนักหลายหลังได้อย่างชัดเจน ด้วยดวงตาพระเจ้า ข่ายอาคมลวงตาไม่สามารภรอดพ้นจากสายตาไปได้ จะมองเห็นคนของตระกูลถังหลายคนจ้องมองมาด้วยสายตาไม่เป็นมิตร พร้อมกับอาวุธในมือ พวกเขามีเขาสองเขากันทุกคน และผมสีเงิน ไม่ต้องบอกก็รู้นี่คือเผ่ายักษ์

" ดูเหมือนพวกเขาดูไม่เป็นมิตรเอาซะเลย " หยางเฟยหันไปหานาง

ถังเวยเวยนั้นรู้ว่าสายตาของหยางเฟยสามารถมองข่ายอาคมลวงตาออกได้อย่างง่ายดาย นางไม่เเปลกใจแต่อย่างใด เพราะนั่นมันมีพลังที่มากกว่าราชันย์ปีศาจ ข่ายอาคมแค่นี้จะสามารถซ่อนมันจากเขาได้เช่นไร

" ข้าจัดการเอง " ถังเวยเวยนำป้ายหยกออกมา ป้ายหยกเป็นสีทอง มันถูกแกะคำว่า 'ตำหนักเทพปีศาจ' ด้วยป้ายหยก ข่ายอาคมจึงถูกยกเลิกชั่วคราว ทุกๆคนของตระกูลถังรู้สึกประหลาดใจเมื่อข่ายอาคมถูกยกเลิก แต่เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังของป้ายหยกก็รู้ได้ทันที่ว่าคนในตระกูลกลับมา 

เมื่อทุกคนเห็นถังเวยเวยบนหัวเรือ ก็ลดอาวุธลง แต่เมื่อเห็นเหล่าอันเดธที่มีออร่าแห่งความตายด้วยนั้น มันก็ทำให้พวกเขากระชับอาวุธไว้แน่น หากถังเวยเวยโดนศัตรูจับแล้วเข้าโจมตีโดยที่พวกเขาลดการป้องกันลง เช่นนั้นคงแย่ และก่อนที่จะรู้เรื่องราวจำต้องระวังไว้ดีกว่า

ทุกๆคนตกอยู่ในความเครียด เหงื่อเริ่มออกทำให้อาวุธที่จับลื่นขึ้นมา

ท่ามกลางความเงียบ แสงสีเงินเส้นหนึ่งได้มาหยุดอยู่หน้าเรือ เขาเป็นชายวัยกลางคน ผมสีเงินยาวถึงเท้า เขาสองเขายาวเป็นอย่างมาก ใบหน้าแฝงไปด้วยความถือตนและอวดดี  

  ถังหมินเจิ้น เขาจ้องมองไปที่ถังเวยเวย " ถังเวยเวย นี่เจ้านำพากองกำลังใดมากับเจ้ากัน นี่เจ้าบ้าไปแล้วงั้นรึที่พาพวกมันมาแบบนี้ หากเผ่าของเราสูญสิ้นไปในวันนี้ มันก็เป็นเพราะเจ้า เจ้าลูกอกตัญญู!" 

" ดูเหมือนเขาจะเป็นพ่อของเจ้านะ " หยางเฟยหันไปมองถังเวยเวย

ถังเวยเวยพยักหน้า นางก้าวออกไปเล็กน้อย กวาดสายตาไปโดยรอบแล้วกล่าว " ท่านพ่อนี่ท่านทำอะไร ข้าไม่ได้จะพาใครมาทำลายเผ่ายักษ์ของเราเสียหน่อย เขาคือคนในคำทำนายไง ข้าพามาแล้ว ไม่เชื่อท่านสามารถพิสูจน์ได้นะ "

ถังหมินเจิ้นขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำกล่าวนั้น พร้อมกับสำรวจไปที่หยางเฟย ทันทีที่สบตา เขารู้สึกถึงพลังบางอย่างที่มหาศาลเกินจะหยั่ง  
   เขารีบถอนสายตาด้วยความหวาดกลัว หากเขามองนานกว่านี้ล่ะก็ เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะสูญสิ้นตัวตนหรือไม่  " หากที่นางพูดมาเป็นความจริงล่ะก็ การที่หันอาวุธหาเขาเช่นนี้ จะไม่เป็นการสร้างความบาดหมางโดยเปล่าประโยชน์งั้นรึ " เมื่อคิดได้เช่นนั้นเขาสั่งให้ทุกคนลดอาวุธลง

เขากล่าวด้วยน้ำเสียงที่แตกต่างไปจากเดิมเล็กน้อย " หากท่านคือคนในคำทำนายล่ะก็ โปรดแสดงหลักฐาณ "

มันไม่ผิดที่เขาอยากจะพิสูจน์ หากคนที่ถังเวยเวยพามาคือคนในคำทำนายจริงๆล่ะก็ เผ่าของเขาไม่สิตระกูลถังจะกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง

หยางเฟยกวาดสายตามองไปโดยรอบ จะเห็นคนของตระกูลถังราวๆสามพันคน พร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก " ดูเหมือนการมาครั้งนี้จะไม่เสียเปล่า พวกเจ้านั้นเป็นต้นกล้าอ่อนที่ยังไม่เติบใหญ่ ในระยะเวลาไม่นานข้าจะทำให้พวกเจ้าเป็นต้นกล้าเติบใหญ่และแข็งแกร่ง ยากที่จะโค่นลงได้ "
  เขานั้นคิดว่าหลักฐานที่ดีที่สุดในการโชว์ต่อไปนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว ทันใดนั้นหอกแห่งเทรียมทั้งหกได้พุ่งขึ้นฟ้า แสงสีทองของพระเจ้า ได้สาดส่องลงมายังเบื้องล่าง พวกมันฝ่าชั้นฟ้าจนเกิดการระเบิดของพลังเป็นอักษรเวทสีทองงดงาม ก่อนจะกลับมาลอยอยู่ที่ด้านหลังเขา

เมื่อคนตระกูลถังได้เห็นหอกแห่งเทรียมของตำนานที่เล่าขานกันมา  ต่างคุกเข่าให้กับเขา และด้วยอักษรเวทเช่นกันทำให้ตอนนี้พวกเขาเชื่ออย่างหมดใจ ว่าหยางเฟยคือคนในคำทำนาย 

ไม่เว้นแม้แต่ถังหมินเจิ้นเขาคุกเข่าพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา " ในที่สุดคำทำนายก็เป็นจริง ตระกูลถังจะกลับไปยิ่งใหญ่อีกครั้ง หลังจากผ่านเวลาทุกข์ยากมาอย่างยาวนาน " 

หยางเฟยพอใจกับภาพตรงหน้าเป็นอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตาม เขาไม่เคยไว้ใจใครอย่างหมดหัวใจอยู่แล้ว การที่คนพวกนี้ยอมก้มหัวให้ในตอนนี้เป็นเพราะเขาคือคนในคำทำนายเท่านั้น แต่หากถึงวันที่ตระกูลพวกเขากลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งล่ะ? มันไม่มีหลักประกันอะไรที่จะบอกว่าคนพวกนี้จะไม่ทรยศเขา 

หยางเฟยได้เตรียมการเรื่องนี้มาแล้ว จึงกล่าวด้วยรอยยิ้ม " เอาล่ะทุกคน ข้าได้ฟังเรื่องของคำทำนายมาจากเวยเวยแล้วล่ะนะ การที่ข้าช่วยจะฟื้นฟูตระกูลนั้นก็ได้อยู่ แต่ว่ามันก็มีเงื่อนไขอยู่เช่นกัน " 

ถังหมินเจิ้นจึงถามอย่างรวดเร็ว " เงื่อนไขอะไรงั้นรึ ไม่ว่าจะเป็นเงื่อนไขอะไรพวกเราก็รับได้ทั้งนั้น ขอแค่ท่านนำพาความรุ่งโรจน์กลับมาสู่ตระกูลและจัดการกับตระกูลเหล่านั้นได้ พวกเราพร้อมที่จะรับเงื่อนไขทุกอย่าง ไม่ว่าจะกี่เงื่อนไขก็ตาม " 

พวกเขานั้นไม่มีทางเลือกอะไร จึงจำต้องรับเงื่อนไขที่ไม่รู้ว่าคืออะไรอย่างช่วยไม่ได้ หากไม่ยอมรับหยางเฟยคงจะจากไป นั่นไม้ใช่สิ่งที่พวกเขาต้องการเห็น

หยางเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม " ไม่มีอะไรมาก ข้าแค่อยากลงตราประทับไว้กับทุกคนภายในตระกูลเท่านั้น ตรานี้มันจะเป็นหลักฐานว่าพวกเจ้าเป็นส่วนหนึ่งของข้า และในทางกลับกัน มันจะช่วยเพิ่มพลังของพวกเจ้าทั้งหมดเป็นอย่างดี หากข้าเปิดใช้งานล่ะก็ พวกเจ้าจะมีพลังมากกว่าเดิมหลายเท่า " 

พวกเขาทั้งหมดในตอนแรกเป็นกังวล แต่เมื่อได้ยินถึงประโยชน์เป็นต้องคลายใจและดีใจในเวลาเดียวกัน

แน่นอนว่าหยางเฟยไม่ได้บอกทั้งหมด มันสามารถเพิ่มพลังขึ้นได้จริงด้วยรูปแบบสังหารของตราพันธสัญญา เหมือนกับตอนที่เขาเปิดใช้งานมันโจมตีทหารของจักรพรรดิจิวหลง  
   หากแต่สังหารในเวลาเดียวกันก็ได้ มันคือพันธสัญญานายทาส ด้วยตรานี้เขาไม่ต้องเป็นกังวลเลยว่าคนพวกนี้จะทรยศ หากทรยศจริงเพียงแค่คิด พวกเขาก็จะตายอย่างง่ายดาย 

หยางเฟยยิ้มเมื่อเห็นว่าทุกคนไม่คัดค้าน เขาคิดในใจ " พวกโง่ นับแต่นี้ต่อไปชีวิตของพวกเจ้าจะเป็นของข้า และนรกเองก็เช่นกัน! "











 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

1,139 ความคิดเห็น

  1. #1072 pichitfeepakpor (@pichitfeepakpor) (จากตอนที่ 158)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:33
    ขอบคุณครับสนุกมาก
    #1072
    1