กำเนิดเทพเจ้าปีศาจที่ต่างโลก(นิยายแต่ง)

ตอนที่ 154 : ภาคที่4 บัลลังก์ทองคำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,022
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    7 ก.พ. 61

ณ ตำหนักราชันย์ปีศาจ ใบหน้าที่แสนเย็นชาได้ตื่นจากการหลับไหล เรื่อนร่างงดงาม องเอวเล็กเพียงหยิบมือ ผิวขาวราวกับหิมะ ริมฝีปากเหมือนกับผลเชอรี่สีแดง สวมชุดปักษาสีชาด ลุกขึ้นมาจากเตียง แววตาจ้องมองไปยังทิศทางของป่าสีแดง ปากเผยอจนเห็นเขี้ยวทรงเสน่ห์ 

" เกิดอะไรขึ้นกับป่าสีแดงกัน พลังเมื่อครู่มันไม่ใช่ระดับเทพสงครามเเล้ว พระเจ้าลงมายังพิภพนรกงั้นรึ? "

นางมีชื่อว่า หลางหลิ่งหลิน เป็นราชันย์ปีศาจ นางเองก็เป็นคนของตระกูลหลาง แต่นางนั้นแตกต่างจากพวกจ้าวนรกทั้งสาม เพราะถึงพวกเขาจะเป็นจ้าวนรก แต่ก็เป็นตระกูลสาขาเท่านั้น แต่นี่คือตระกูลหลัก ย่อมเทียบกันไม่ได้กับตระกูลสาขาแม้แต่น้อย

หลางหลิ่งหลิน สวมชุดคลุมสีน้ำเงิน นางเดินออกมาข้างนอกตำหนัก มีภูเขาล้อมรอบตำหนักของนาง หากจะพูดให้ถูกคือ ตำหนักของนางต้ั้งอยู่บนภูเขา

ภูเขาสูงเหมือนกับกระบี่ และตำหนักของนางเองก็ตั้งอยู่บนยอด และหากมองดูดีๆแล้ว จะเห็นตำหนักต่างๆอยู่ด้านล่างภูเขา แต่ถึงอย่างไร ความงามของตำหนักและพลังฟ้าดินก็เทียบกับยอดเขาไม่ได้

ขณะนั้น หลางหลิ่งหลินเอ่ยปากว่า " ส่งคนไปตรวจสอบพื้นที่ป่าสีแดง ยิ่งเร็วเท่าไรยิ่งดี และเมื่อได้ข่าวอะไรมา ให้รีบติดต่อข้ามาโดยเร็วที่สุด จำไว้! หากว่าเจอคนแปลกๆล่ะก็ ห้ามทำให้เขาโกรธเป็นอันขาด!"

นางเน้นย้ำกับคำหลังสุดเป็นอย่างมาก เพราะพลังที่นางสัมผัสได้ มันช่างน่าหวาดกลัวและเหมือนจะทำลายได้ทั้งพิภพนรกเลย

มีร่างๆหนึ่งคุกเข่าด้านหน้า สวมชุดรัดรูปสีแดง ด้านหลังมีสัญลักษณ์ของตระกูลหลาง ใบหน้าปกปิดด้วยผ้าบางๆสีแดง แต่ก็ไม่อาจที่จะซ่อนดวงตาอันทรงเสน่ห์นั้นได้ และชุดเองก็รัดเป็นอย่างมาก เมื่อนางอยู่ในท่าคุกเข่า ส่วนเว้าส่วนโค้งต่างๆมันยิ่งเด่นชัด และชุดก็แทบจะปริแตกเนื่องจากหน้าอกและบั้นท้ายที่ใหญ่จนเกินไป นางนั้นมีชื่อว่า หลางหลี่ยู่ เป็นหนึ่งในคนของตระกูลหลัก

หลางหลี่ยู่ประสานมือ " รับทราบเจ้าค่ะ โปรดรอฟังข่าวดีจากข้าได้เลย " กล่าวจบร่างของนางกลายเป็นผีเสื้อนับพันตัว กระจายไปทั่วท้องฟ้า ก่อนจะพุ่งทะยานไปยังป่าสีแดง

" หวังว่าคงจะไม่มีเรื่องร้ายแรงนะ " หลางหลิ่งหลินทอดถอนสายตากลับมา และจมอยู่กับความคิดชั่วขณะ ก่อนจะกลับเข้าไปในตำหนัก


ณ ป่าสีแดง ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยชั้นของแสงสีทอง บุรุษผู้มีผมสีทอง ดวงตาซ้ายนาฬิกาสีทอง ออร่าศักดิ์สิทธิ์ออกมาจากร่าง ทำให้ภาพของเขาเหมือนกับทวยเทพบนสวรรค์ยิ่งนัก!

หยางเฟยถอนสายตากลับมา ตอนนี้เขายกเลิกอาณาเขตเยือกแข็งแล้ว ชั้นน้ำแข็งเริ่มละลายลง บรรยากาศถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นที่ออกมาจากตัวเขา

หยางเฟยหันไปมองฟู๋หมี่เยว่และเกี้ยวตงเผ่ยที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ในสายตาเขาเกี้ยวตงเผ่ยนั้นไม่สลักสำคัญอะไรอยู่แล้ว แต่ฟู๋หมี่เยว่นั้นแตกต่าง หยางเฟยอยากจะถามนางถึงเรื่องของหอก แต่ก็พักไวัก่อน

เขาเดินมาเบื้องหน้าหญิงสาวทั้งสอง ก่อนจะใช้พลังของกฏแห่งแสงรักษาพวกนาง ด้วยตอนนี้เขาเชื่อมต่อกับอาติเฟคระดับพระเจ้า เขาจึงสามารถใช้พลังเวทระดับพระเจ้าได้ และพลังของกฏเองถึงแม้จะสร้างภาระให้กับร่างกายเขาอย่างมาก แต่ในตอนนี้เขามีอาติเฟคระดับพระเจ้า มันจึงช่วยแบ่งเบาภาระร่างกายอย่างดีเลยทีเดียว

ฟู๋หมี่เยว่รู้สึกอบอุ่น ร่างกายของนางตอนนี้ดูดีกว่าเก่ามาก และผิวพรรณก็เช่นกัน

หยางเฟยรักษาพวกนางทั้งสองเสร็จ จึงกล่าว " ขอบคุณเจ้ามากที่ช่วยข้าในช่วงสุดท้าย หากไม่ได้เจ้าช่วยไว้ล่ะก็ ข้าคงแย่เหมือนกัน "

หยางเฟยถึงแม้จะไม่ได้หอกแหงเทรียมจากนางช่วยไว้ เขาก็ยังคิดว่าตัวเขาเอง สามารถจัดการหวินหนานเทียนได้ด้วยพลังเวทในตอนนั้น เพราะนั่นคือความมันใจและเย่อหยิ่งของเขา

ฟู๋หมี่เยว่ยิ้มแล้วกล่าว " ยอดเยี่ยม ไม่นึกเลยว่าพลังจะขนาดนี้ ด้วยพลังขนาดนี้แม้แต่ราชันย์ปีศาจ คงไม่ใช่คู่ต้อสู้ของเจ้าแม้แต่น้อย "

หยางเฟยตอบกลับไปว่า " นั่นย่อมแน่นอน ในตอนนี้ข้าไม่สนใครหน้าไหนทั้งนั้นในพิภพนี้! เอาล่ะร่างกายของพวกเจ้าถึงแม้จะถูกข้ารักษาไปแล้ว แต่ก็ต้องการพักฟื้นอยู่ดี มากับข้าสิ "

หยางเฟยผายมือเชื้อเชิญหญิงสาวทั้งสองด้วยรอยยิ้ม นั่นไม่ใช่เพราะเขาหลงเสน่ห์ของพวกนางแต่อย่างใด แต่เพราะยังมีเรื่องต้องถามนั่นเอง

ฟู๋หมี่เยว่ไม่ลังเลแม้แต่น้อย แต่เกี้ยวตงเผ่ยนั้นกลับกล่าวว่า " ใครต้องการจับมือของเจ้ากัน เพ้ย! ข้าลุกขึ้นเองได้น่า "

ถึงปากจะกล่าวเช่นนั้น แต่เมื่อครู่เมื่อถูกมือของหยางเฟยรักษา นางเองก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดง เพราะรูปลักษณ์ของหยางเฟยในตอนนี้ แตกต่างกับก่อนหน้านี้เป็นอย่างมาก มันต่างกันราวฟ้ากับสวรรค์ แล้วจะมีรึที่หญิงสาวจะไม่สั่นไหว

หยางเฟยกล่าวขึ้นว่า " งั้นแล้วแต่เจ้าเถอะ! ตอนนี้พวกเราควรออกไปจากที่นี่ก่อน เพราะการต่อสู้ก่อนหน้านี้เองก็คงจะทำให้ขุมพลังรอบๆสงสัย และส่งกองกำลังมาตรวจดูอย่างแน่นอน "

ถึงแม้หยางเฟยจะได้ปลูกถ่ายดวงตาของพระเจ้าเเล้วก็ตาม แต่ว่ามันก็ต้องใช้เวลาในการค่อยๆเปลี่ยนสภาพของร่างกายมนุษย์ธรรมดาอย่างเขาเช่นกัน

ต้องไม่ลืมว่าก่อนหน้าที่หยางเฟยจะยึดร่างของหยางเฟยคนเก่ามา ร่างนั้นเป็นร่างที่อ่อนแอ และไม่ควรค่าแก่การบ่มเพราะแม้แต่น้อย หากไม่ใช่เพราะเขาคงไม่มีใครบ่มเพราะมาถึงระดับนี้ได้

สองสาวผงกศีระอย่างเข้าใจ

หยางเฟยชี้มือไปที่ท้องฟ้า แสงสีทองส่องประกายจากนิ้ว ด้วยพลังของกฏแห่งแสง เรือทองคำสัมฤทธิ์ถูกสร้างขึ้นมาอย่างง่ายดาย มันแตกต่างจากเรือที่มืดมนก่อนกน้านี้เป็นอย่างมาก เพราะมันเหมือนกับเรือศักดิ์สิทธิ์ของเทพก็มิปาน

ด้านในตัวเรือมีปราสาททองคำ มีรูปปั้นของปีศาจต่างๆอย่างงดงาม และมีธงสีดำ มีสัญลักษณ์ของกางเขนสีแดงกลับหัว มันให้ความรู้สึกหวาดกลัวเพียงแค่จ้องมอง

หยางเฟยไม่ลืมที่จะนำศพของหวินหนานเทียนกลับไปด้วย และกองทัพอันเดธที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่งก็ขึ้นเรือหลายลำที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ เนื่องจากลำเก่าถูกทำลายตอนสู้กับหวินหนานเทียน และเรือของหยางเฟยนั้นใหญ่ที่สุด และงดงามที่สุดเช่นกัน

เรือทองคำค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากป่า มุงหน้าสู่ปราสาทจ้าวนรก ในตอนนี้หยางเฟยไม่กั๊กขุมพลังของตนเองและไว้หน้าใครหน้าไหนทั้งนั้น! เขาพร้อมที่จะฆ่ามันทุกเมื่อ 

  และเมื่อนั่งอยู่บนบัลลังก์ทองคำ เขาพึมพำขึ้นว่า " การฆ่าแต่มนุษย์เพื่อสร้างศิลานักปราชญ์นัั้นจะไปสนุกอะไร ในตอนนี้การละเลงเลือดในพิภพนรกดูเหมือนจะน่าสนุก ไม่ใช่น้อย!"  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

1,139 ความคิดเห็น