กำเนิดเทพเจ้าปีศาจที่ต่างโลก(นิยายแต่ง)

ตอนที่ 125 : เดินทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,450
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    14 เม.ย. 60

หยางเฟยมองพวกเขาครานึงแล้วกล่าว " เอาล่ะ ในเมื่อพวกเจ้าตกลงกันได้แล้ว ข้าก็จะเริ่มออกเดินทาง "  

หยางหลินเต๋อกล่าวว่า "  เหนือหัวจะเดินทางไปในวันนี้เลยงั้นรึ ขอรับ?" 

หยางเฟยส่ายศีรษะ ระบายลมออกจากปากครานึงแล้วเอ่ย " ไม่ วันนี้ข้าจะพักผ่อนก่อน แล้วจะออกเดินทางไปวันพรุ่งนีั " เงียบไปแล้วเอ่ยสืบต่อ " อ้อ จริงสิ ข้าจะนำกองทัพที่เจ้านำมาทั้งหมดไปกับข้า

 " หยางหลินเต๋อมีสีหน้างงงวยถามว่า " ระดับการบ่มเพราะในตอนนี้ของเหนือหัวก็มากกว่าพวกมัน เหตุใดจึงต้องนำพวกมันไปด้วยรึขอรับ "  

ที่เขาถามไปเช่นนั้นเพราะว่า พวกโครงกระดูกตนอื่นๆในตอนนี้ มีระดับการบ่มเพราะอยู่ที่ 'เซียน' มันน้อยกว่าระดับ 'ราชันย์สงคราม' 

ซึ่งหากกล่าวตามตรง การนำพวกมันที่ระดับน้อยกว่าไปจะช่วยอะไรได้? ในเมื่อหยางเฟยในตอนนี้เพียงแค่สะบัดมือเบาๆ ระดับเซียนก็เละเป็นเนื้อบดได้อย่างง่ายดาย 

การนำพวกมันไปจึงเป็นแค่ภาระเปล่าๆในสายตาของหยางหลินเต๋อ พวกมันเป็นแค่ตัวถ่วงสำหรับหยางเฟยเท่านั้น

หยางเฟยยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า " เจ้ายังมิรู้ถึงความน่ากลัวของกองทัพพวกนี้ เจ้าคงจะรู้จักทักษะ 'รังสรรค์กระดูกชีพมรณะ' "

หยางหลินเต๋อผงกศีรษะกล่าวว่า " ขอรับ ข้าเคยใช้ทักษะนี้ในตอนที่กอบกู้ หมู่บ้านของพวกคางคก และคนที่มอบทักษะนี้ให้ก็คือเหนือหัว ทำไมงั้นรึขอรับ "

ในความคิดของหยางหลินเต๋อ เขาคิดว่าทักษะ รังสรรค์กระดูกชีพมรณะ เป็นเพียงทักษะที่พิเศษทักษะนึงเท่านั้นหาได้มีอะไรมากไปกว่าน้้นไม่

หยางเฟยยิ้มกว้างจนเห็นฟันเรียงเป็นแถวงดงามแล้วกล่าว " ทักษะ รังสรรค์กระดูกชีพมรณะ ไม่ใช่มีแต่เจ้าที่เป็น อันเดธ ใช้ได้คนเดียวหรอกนะ เพราะข้าที่เป็นคนสร้างทุกอย่างย่อมใช้ได้ 
   ด้วยทักษะนี้ มันจะช่วยในการไปของข้าในครั้งนี้ได้มากเลยละ หากเจอกับศัตรูที่มีระดับพลังมากกว่า มันถือเป็นตัวช่วยที่ข้าเห็นว่าดีที่สุดแล้ว
   แต่อย่างไรก็ตาม ทักษะที่มอบพลังให้มาก มันก็เป็นเหมือนกับดาบสองคมในเวลาเดียวกัน ยิ่งข้าใช้มันมากเท่าไร มันจะยิ่งทำร้ายข้ามากเท่านั้น 
  ข้าทำได้เพียงอวยพรให้กับตัวเอง ว่าอย่าได้เจอศัตรูที่แข็งแกร่งจนต้องใช้มัน "

หยางหลินเต๋อยังคงรู้สึกสับสน ในสิ่งที่หยางเฟยเพิ่งพูดออกมา 

หยางเฟยเดินมาตบบ่าเขาครานึงเเล้วเอ่ย " เอาละ เจ้าเดินทางมาไกล คงจะเหนื่อย ในตอนนี้ข้าได้จัดเตรียมที่พักไว้ให้แล้ว เจ้าไปพักผ่อนก่อนเถอะ "

เช่นนั้นแล้วหยางหลินเต๋อ จึงได้ล่าถอยไปพร้อมกับอาวุโสทั้งสามคน พวกเขาเดินใกล้ชิดกัน และไม่นานพวกเขาก็มาถึงที่พัก ที่หยางเฟยได้ใช้คนให้มาจัดเตรียมไว้ให้ 

หลังจากพวกหยางหลินเต๋อไป
   หลางเว่ยหยางแอบซบไหล่ของหยางเฟย ใบหน้าของนางประดับไปด้วยความกังวล เมื่อคิดถึงบิดามารดาของนาง ในตอนนี้ไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไร และจะโกรธหรือไม่เมือรู้ว่าตนเองมีลูกและสามีแล้ว

เพราะพวกเขารักเเละเอ็นดูนางอย่างมาก ตั้งแต่เกิดมานางนั้นมิเคยได้รับความรักจากใคร นอกจากบิดามารดา 
แต่ในตอนนี้ นางได้มีคนรักที่อยู่ข้างกายและรับรู้ถึงความอบอุ่น ความกังวลในใจของนางค่อยๆถูกแทนที่ด้วยความอบอุ่นนี้ 

หยางเฟยรับรู้ถึงความกังวลจากสีหน้านาง เขาโอบกอดนางอย่างแผ่วเบา พร้อมกับประทับจูบบนหน้าผากอย่างอ่อนโยน

หลางเว่ยหยางรับรู้ถึงความอบอุ่นที่แผ่ซ่านได้ มันทำให้จิตใจของนางผ่อนคลาย 

" มันจะไม่เป็นไร ข้าจะอยู่ข้างเจ้าเสมอ " 
หยางเฟยเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา พร้อมกับใช้มือสางผมของนาง มันให้ความรู้สึกนุ่มเมื่อสัมผัส ใบหน้าละเอียดอ่อนของหลางเว่ยหยางกอปรกับดอกไม้ที่บานสะพรั่ง มันช่างเป็นภาพของหญิงสาวอ่อนหวาน และน่าทนุถนอม

" ข้าก็หวังให้เป็นเช่นนั้น "
หลางเว่ยหยางกล่าว พร้อมกับประกบปากของหยางเฟย 
ปากของทั้งสองสอดประสานกันและกัน ลิ้นของทั้งสองกอดรัดกันและกัน ราวกับว่ามันจะมิยอมให้ใครมาแยกออก 

ภาพของทั้งสองในสวนดอกไม้ หนึ่งบุรษผู้ชิงชังโลก หนึ่งสตรีที่อ่อนไหว ทั้งสองเหมือนหยินและหยางที่แตกต่าง แต่กับประสานกันได้อย่างลงตัว


แสงแดดอันละเอียดอ่อนของเช้าวันต่อมา 
ทำให้หลางเว่ยหยางที่เปลือยเปล่าขยี้ตาครานึงแล้วจ้องไปยังหน้าของชายคนรักที่นอนอยู่ด้านข้าง นี่จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากหยางเฟย 

 หลางเว่ยหยางใช้มือเล่นผมของเขา พลางจูบลงบนแก้มด้วยใบหน้าร้อนผ่าว ในตอนนั้นมีมือหนาจับอยู่ที่แขน เมื่อนางมองไปที่หยางเฟย พบว่าตอนนี้เขาตื่นและกำลังจ้องมองนางด้วยสายตาลามก ทันใดนั้นนางมีใบหน้าเขินอายจนต้องกล่าวว่า " นี่ท่าน ตื่นตั้งแต่เมื่อไร "

หยางเฟยหัวเราะครานึ่งเเล้วกล่าว " สักพักแล้ว หากข้าตื่นช้ากว่านี้ ยัยมิใช่โดนเจ้าลวนลาม จนข้าต้องกลายเป็นภรรยา " 

หลางเว่ยหยางค้อนมันวงหนึ่งเเล้วกล่าว " คนบ้า ใครคิดจะลวนลามท่านกัน นี่มันก็เช้าแล้ว คงจะได้เวลาที่พวกเราจะเดินทางแล้ว "

หยางเฟยกอดร่างนางมาแนบชิด พร้อมทั้งจูบไปครานึงแล้วกล่าว " ไม่ต้องเปลี่ยนเรื่อง หากไม่คิดจะลวนลามแล้วคิดจะทำอะไร? แม่จิ้งจอกน้อย "

หลางเว่ยหยางมีสีหน้าเขินอาย กล่าวไปว่า " มิพูดด้วยแล้ว ข้าพเจ้าจะไปอาบน้ำก่อน "

หยางเฟยทำหน้ากระหยิ่ม จ้องมองเรือนร่างนางแล้วกล่าวว่า " งั้นดีเลย ข้าก็กำลังจะไปอาบน้ำ เหตุใดจึงไม่อาบด้วยกันละ " 

หลางเว่ยหยางลุกขึ้น นางหยิบผ้าน้อยชิ้นมาปิดบังส่วนลับ ด้วยผ้าที่น้อยนิดเช่นนั้น มันช่างยั่วยวนหยางเฟยยิ่งนัก 
ส่วนเว้าส่วนโค้งตรงไหนนูนตรงไหนอวบรัด ด้วยผ้าที่ปิดไม่มิดเช่นนี้ มันเป็นการยั่วยวนเขาชัดๆ นางมีเจตนายั่วยวนง้้นรึ! 

หลางเว่ยหยางยกยิ้มที่มุมปาก เมื่อมองหยางเฟย นางกล่าวว่า " งั้นข้าไปอาบก่อนละนะ " 

ร่างของนางเดินผ่านไป ทุกวินาทีที่เดิน มันจะเผยให้เห็นตะโพกที่ส่ายไปมา และอกคู่นั้น ร่างกายของหยางเฟยรู้สึกเร่าร้อนเมื่อมองภาพตรงหน้า ทันใดนั้นเขาก็กระโจนเข้าห้องอาบน้ำพร้อมกับนาง 

เสียงจากห้องอาบน้ำมันเป็นเสียงการกระเพื่อมของน้ำและเสียงร้องแห่งความสุข ทั้งสองบรรเลงบทรักอย่างดูดดื่ม ภายในนั้นจนถึงยามบ่าย จึงได้ขึ้นมายังเรือบินที่รออยู่เหนือวิหาร 

หยางหลินเต๋อมิได้มาส่ง ไม่มีใครรู้ว่าเขาทำอะไร รู้เพียงแค่ว่า ในที่พักของเขานั้น มีควันหนาแน่นลอยออกมาจนบดบังทุกสิ่งทุกอย่าง ยังมี เสียงกระเส่าที่แตกต่างกันถึงสามเสียง มันคือเสียงของอาวุโส ปงฟานจี ปงฟานหยู ปงฟานผิง ทั้งสาม ภายในนั้น มิมีใครรู้ว่าเสียงเหล่านั้นเกิดจากอะไร หากอยากรู้คงต้องฝ่าควันเข้าไปเท่านั้น 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

1,139 ความคิดเห็น

  1. #953 zeddcandyman (@zeddcandyman) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 07:46
    ขอบทลูกของหยางเฟยหน่อยสิครับ++++
    #953
    0
  2. #952 pichitfeepakpor (@pichitfeepakpor) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 15 เมษายน 2560 / 16:33
    55ขอบคุณครับ
    #952
    0
  3. #951 joelamtan (@joelamtan) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 09:05
    ขอบคุณครับ
    สาวๆตกเป็นทาส บ้องไปละสิ
    #951
    0
  4. #950 FreedomOOO (@Newronnapop) (จากตอนที่ 125)
    วันที่ 14 เมษายน 2560 / 03:52
    ฝันดีครับ
    #950
    0