[OS/SF] ภายใต้จักรวาลของเรา NIELONG

ตอนที่ 3 : SF | you are my sunshine (2/3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    3 มิ.ย. 62

3 เดือนผ่านไป


          “พี่ซองอูตื่นได้แล้วครับ” แดเนียลหรือแดนพยายามที่จะปลุกลูกแมวขี้เซาที่เอาแต่นอนมุดผ้าห่มเพื่อที่จะหลบความหนาวเย็นจากแอร์เครื่องใหญ่ด้วยการลูบหัวอีกคนเบาๆ


          พอไม่เห็นปฏิกิริยาจากคนตัวบางแดเนียลก็ปล่อยเลยตามเลยด้วยการให้ลูกแมวได้นอนต่อไปส่วนเขาก็เลือกที่จะใช้เวลาเพื่อนั่งมองใบหน้าหวานของอีกคนพร้อมกับรอยยิ้มอ่อนโยนที่มีเพียงแค่องซองอูเท่านั้นที่ได้ไปครอบครอง
พี่ซองอูย้ายมาอยู่กับเขาที่คอนโดได้สามเดือนแล้วครับโดยที่เราตกลงกันไว้ว่าเขาจะต้องส่งเงินให้แม่ของพี่ซองอูทุกๆปลายเดือนเพื่อแลกกับการที่เขาจะสามารถพาพี่ซองอูไปหาพี่หมอและเขาก็สามารถดูแลพี่ซองอูได้อย่างเต็มที่ถ้าถาม



          เขาว่ามันคุ้มค่ากับเงินที่เสียไปรึป่าว?


          เขาคงบอกกลับไปโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดว่าคุ้มสิคุ้มมากๆเลยด้วย


          เพราะหลังจากที่พี่ซองอูย้ายมาอยู่กับเขาพี่ซองอูก็ดูสดใสขึ้นเยอะมากมากเสียจนเขาต้องเสียอาการให้คนคนนี้ทุกๆเช้ากลางวันเย็น...พี่ซองอูน่ารักมากครับหัวใจดวงน้อยๆของแดเนียลจะสามารถทนกับความน่ารักของอีกคนได้อีกนานแค่ไหนก็ไม่ทราบได้แต่หวังว่าเขาจะทนได้นานนะไม่งั้นมันต้องแย่แน่ๆครับ


          มือใหญ่ค่อยๆไล้ไปตามกรอบหน้าเล็กอย่างทะนุถนอมราวกับว่าหากเขาลงแรงไปเพียงสักนิดคนตรงหน้าก็อาจจะแตกสลายคามือของเขาก็เป็นไปได้(ได้โปรดอย่าอ่านแบบคนอวดผี!!)และเหมือนว่าการที่เขาเล่นกับใบหน้าหวานจะทำให้แมวตัวน้อยๆเริ่มรู้สึกตัวลุกขึ้นมานั่งขยี้ตาอยู่บนเตียงนุ่มแทน...บอกกี่ครั้งแล้วเนี่ยว่าอย่าขยี้ตา!


          “พี่ซองอูแดนเคยบอกว่าไงครับ?” แดเนียลจับมือเล็กขององซองอูไว้หลวมๆเพื่อหยุดอีกคนไม่ให้ขยี้ตาไปมากกว่านี้


          “อย่าขยี้ตา” คนตัวบางตอบกลับมาด้วยเสียงงัวเงียคล้ายกับคนที่เพิ่งตื่น...อ่าก็พี่ซองอูเพิ่งตื่นจริงๆนี่นา55


          “ครับเพราะงั้นไปล้างหน้าสะนะครับ”


          “....”


          “เดี๋ยวแดนไปทำข้าวให้นะ”


          “ข้าวผัดกุ้งได้ไหม”


          “ตามบัญชาครับหนูน้อยของแดน” แดเนียลประทับจูบลงบนกลุ่มผมนิ่มก่อนจะส่งยิ้มที่ซองอูคิดว่ามันเป็นยิ้มที่อบอุ่นและน่าหลงใหล...ยิ้มแบบคุณซามอยด์แบบที่องซองอูชอบไม่สิคงต้องเรียกว่ารักละมั้ง?


          ซองอูปล่อยให้คนตัวโตเล่นหัวตนเองจนพอใจแล้วก็แยกย้ายกันไปทำตามหน้าที่ของตนเอง


องซองอูเดินเข้าห้องน้ำไปส่วนคังแดเนียลก็ไปทำอาหารเช้าถึงแม้ว่าทั้งคู่จะไม่เคยบอกรักกันแบบจริงๆจังๆสักทีแต่เขาทั้งสองคนต่างก็รู้ดีว่าอีกคนคิดอย่างไงและแน่นอนเขาจะไม่มีทางยอมให้อีกฝ่ายหายไป


          มีแดเนียลก็ต้องมีซองอู


          สำหรับซองอูแดเนียลเป็นเหมือนแสงแดดที่คอยหลอมละลายหัวใจที่ถูกแช่แข็งของเขาถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้ละลายอย่างรวดเร็วนักแต่เขากลับชอบแบบนี้มากกว่าแบบที่ค่อยๆเป็นค่อยๆไปอาจจะเป็นเพราะตัวเขาต้องการรักษาแดเนียลไปนานๆมั้งครับ


          ตั้งแต่รู้จักแดเนียลมาแดเนียลไม่เคยขัดใจเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียวและยังดูแลเขาดีมากๆจนบางทีเขาก็คิดว่าถ้าเขาไม่มีเด็กคนนี้เขาจะได้รับการดูแลและเอาใจใส่แบบนี้รึป่าว?เขาจะได้รับความรักใช่ไหม


          ถึงอย่างนั้นมันก็มีหลายต่อหลายครั้งที่แดเนียลมองเขาด้วยสายตาเจ็บปวดนั่นก็คือตอนที่เขาจับคัตเตอร์หรือของมีคม


          ใช่เขาเคยทำร้ายตัวเองต่อหน้าเด็กคนนี้...ในวันนั้นเขาเลือกที่จะกรีดแขนตัวเองอีกครั้งสาเหตุก็มักจะเกิดจากเรื่องเดิมๆเสมอแต่ในตอนนั้นเขาไม่ได้กรีดเพราะแม่ด่าหรือทำร้ายร่างกายเขา


          แต่เขากรีดเพราะแม่ด่าและดูถูกแดเนียลและเขาก็โกรธที่ตัวเองไม่สามารถปกป้องคนรักของตนเองได้แม้แต่ขยับปากพูดเขายังทำไม่ได้เลย...เขาไม่สมควรได้รับความรักจากคนคนนี้ด้วยซ้ำถึงอย่างนั้นแดเนียลก็เลือกที่จะหันหลังกลับมาดึงเขาเข้าไปในอ้อมกอดและบอกเขาด้วยเสียงนุ่มว่าตัวเองไม่เป็นไร


          ถ้าคุณต้องมาเจออะไรแบบนี้คุณคงจะหนีผมไปใช่ไหมล่ะครับ?


          ถ้าคุณต้องมานั่งมองคนที่ตัวเองรักค่อยๆกดใบมีดคมลงบนผิวที่คุณพยายามจะรักษาไว้แทบตาย


          คุณคงจะรีบเข้ามากระชากมันออกจากมือผมใช่ไหม?


          แต่เด็กคนนี้ไม่ใช่


          แดเนียลมองเขาด้วยสายตาเจ็บปวดเกินกว่าที่จะสามารถคาดเดาได้หรือบางทีใจของเด็กคนนี้อาจจะกำลังกรีดร้องว่าทรมานเหลือเกินแต่แดเนียลก็เลือกที่จะมองเขาไม่ยอมขยับไปไหน


          แต่พอเลือดสีสดไหลลงไปจนถึงข้อศอกของเขาแดเนียลจะรีบวิ่งไปหยิบผ้าสีขาวสะอาดมาเช็ดเลือดออกให้พร้อมกับกอดเขาไว้จากทางด้านหลังแทน


          ‘พี่จะกรีดต่อก็ได้ครับแต่แดนขอกอดพี่อยู่แบบนี้ได้ไหม’


          ‘ไม่ห้ามหรอ?’


          ‘แดนเชื่อว่าต่อให้แดนห้ามสุดท้ายมันก็จะจบลงตรงที่เราทะเลาะกันเพราะอย่างงั้นแดนจะกอดพี่ไว้แบบนี้’


          ‘....’


          ‘อย่างน้อยๆมันอาจจะทำให้พี่รู้สึกได้ว่าพี่ยังมีแดนอยู่ข้างๆและแดนก็อยู่ด้วยความเต็มใจ’


          คังแดเนียลกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นเพื่อยืนยันว่าตนเองจะนั่งอยู่ตรงนี้จริงๆถึงแม้ว่าตอนนี้เขาจะอยากร้องไห้ออกมามากแค่ไหนก็ต้องพยายามอดทนไว้เพราะถ้าหากเขาอ่อนแอแล้วใครจะเป็นคนปลอบพี่ซองอูล่ะ


          ดังนั้นเขาจะอ่อนแอไม่ได้ไม่ใช่เพื่อเขาแต่เพื่อพี่ซองอู


          ซองอูมองคนที่เอาแต่มุดหน้าเขากับลาดไหล่ของตนเองก็นึกขำขึ้นมาเสียดื้อๆบอกจะอยู่ข้างๆแต่กลับพยายามกลั้นน้ำตาเนี่ยนะ?ใช่เขารู้ว่าแดเนียลกำลังเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสแต่ถึงอย่างนั้นก็พยายามที่จะเข้มแข็งเพื่อมาเป็นที่พึ่งให้คนอ่อนแอแบบเขา


          น่ารักจริงๆเลยนะคัง แดเนียลเนี่ย


          ‘ไม่ทำแล้ว’


          ‘พี่ซองอู?’


          ‘ไม่ทำแล้วครับ’


          ได้ยินดังนั้นแดเนียบก็รีบเงยหน้ามาส่งยิ้มกว้างให้เขา...อ่ารอยยิ้มของแดเนียลนี่อบอุ่นมากจริงๆด้วยแหะถ้าเขาอยากจะรักษารอยยิ้มนี้ไม่ให้หายไปไหนเขาควรทำอย่างไงนะ?


          ‘ขอบคุณนะครับขอบคุณจริงๆ’


          พี่ต่างหากล่ะที่ต้องขอบคุณไม่ใช่เราเสียหน่อยแต่เขาไม่ได้พูดออกไปหรอกเพราะแดเนียลรีบลุกพรวดแล้ววิ่งไปหยิบอุปกรณ์ทำแผลมาทำแผลให้เขาอย่างเบามือ


          มือก็ทำแผลไปส่วนปากก็บ่นงุบงิบ...ไอ้เด็กนี่มันแสบครับองซองอูมั่นใจ



          “คิดอะไรอยู่ครับ?” ซองอูสะดุ้งโหยงทันทีที่คนเด็กกว่าเข้ามากอดเขาจากด้านหลังก่อนที่จะเอาคางแหลมมาเกยไหล่เขาอย่างที่ชอบทำเป็นประจำ


          “พี่แค่คิดถึงเรื่องก่อนหน้านี้นิดหน่อย” ซองอูตอบยิ้มๆพรางลูบมือที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดเล่น


          “คิดถึงทำไมครับ?ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นแล้วใช่ไหม?” แดเนียลจับเขาหันหน้าเขาหาตัวแล้วมองสำรวจไปทั่วร่างราวกับว่ากำลังตรวจหาแผลจากตัวของเขา...คังแดเนียลน่ะคิดมากกว่าที่แสดงออกเรื่องนี้ซองอูรู้ดี


          “ไม่หรอกพี่ก็ไปหาหมอแล้วไงจะหายแล้วเนี่ย”


          “แล้วไปครับ” แดเนียบถอนหายใจอย่างโล่งอก...ถึงพี่ซองอูจะมีฝันร้ายตอนกลางคืนจนเขาต้องมานั่งปลอบมีตัดพ้อบ้างแต่อย่างน้อยตอนนี้พี่ซองอูก็ไม่ได้คิดจะจากโลกนี้ไปแล้วละนะ


          พี่หมอมินฮยอนก็บอกแล้วว่ามันเป็นสัญญาณที่ดีเพราะอีกไม่นานพี่ซองอูอาจจะหายจากโรคซึมเศร้าได้แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องยังต้องระวังไม่ให้อะไรมากระทบจิตใจของพี่เขาอีกเป็นอันขาดไม่อย่างนั้นทุกอย่างที่พยายามทำมามันอาจจะสูญเปล่า...ถึงไม่ต้องบอกก็ตัองดูแลอยู่แล้วครับก็พี่ซองอูเป็นดวงดาวของเขานี่นา


          “ไปกินข้าวกันเถอะพี่หิวแล้ว~”


          ซองอูจูงมือใหญ่ของแดเนียลให้เดินตามตนเองออกมาจากห้องนอนเพื่อที่จะไปกินข้าวผัดที่เขาเพิ่งค้นพบว่ามันอร่อยมากๆทั้งๆที่แต่ก่อนมันแทบจะไม่มีรสชาติเลยด้วยซ้ำจนบางทีเขาก็คิดว่าตนเองอาจจะแค่ชอบที่ได้นั่งกินข้าวกับแดเนียลแค่นั้นเอง


          นี่เป็นครั้งแรกที่ซองอูรู้สึกว่า อยากจะอยู่มองคนคนนี้ไปนานๆเท่าที่อายุขัยของเขาจะอยู่ได้


.
          6 เดือนผ่านไป


          d.dan : ดูแลตัวเองด้วยนะครับพี่ซองอู


รู้แล้ววว :


          d.dan : ล็อกประตูห้องด้วยนะครับ

                    : อย่าออกไปไหนมาไหนคนเดียว

                    : แล้วก็แดนทำข้าวผัดไว้ให้ในตู้เย็นนะ

                    : อ้อแล้วก็ถ้ามีอะไรให้ตะโกนหาพี่เจบีนะ


ค้าบบบบ :

แดนจะเป็นห่วงพี่เกินไปแล้วนะ :

ตั้งใจเรียนซี่ว่าที่คุณหมอ! :


          d.dan : ก็คนมันเป็นห่วงนี่


โอเคๆ :

เอาเป็นว่าพี่จะไม่ออกไปไหน :

จะล็อกห้องไว้อย่างดีเลยโอเคไหม? :


          d.dan : ครับ

                    : แล้วแดนจะรีบกลับไปหานะ


อื้อ! :

แล้วจะรอนะ :


          d.dan : เก่งมากครับหนูน้อยของแดน:)


หงึ!! :


          องซองอูระบายรอยยิ้มเล็กๆตรงมุมปากเพราะว่าข้อความทุกข้อความของแดนได้แสดงออกมาอย่างชัดเจนเลยว่าแดนน่ะเป็นห่วงเขามากขนาดไหน


          หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมในบางครั้งเขาถึงเรียกแดนว่าแดเนียล...แดเนียลคือชื่อจริงของแดนครับส่วนชื่อเล่นคือดินแดนเพราะงั้นก็หายสงสัยกันแล้วเนอะ?


          ถ้าจะถามถึงความรู้สึกของผมในตอนนี้ผมสามารถตอบได้เลยครับว่ารู้สึกดีมากๆอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในทุกๆเช้าเขาจะตื่นขึ้นมาเพราะว่าแดนจะชอบลวนลามเขาผ่านทางสายตาอยู่เสมอแต่พอเขามองกลับแดนกลับใช้สายตาหมาบ้านธรรมดาๆมองเขา....อย่าให้เผลอเชียวหมาป่าในคราบของหมาบ้านกำลังจ้องจะขย้ำเขาอยู่แน่ๆ


          หึไม่ได้กินองซองอูคนนี้หรอก!!ไอ้หมาซามอยด์!!


          คิดได้ดังนั้นซองอูก็หัวเราะออกมาให้กับความคิดของตนเองเบาๆใช่ครับทุกคนได้ยินไม่ผิดหรอกถึงแม้จะฟังดูแปลกไปเสียหน่อยแต่เขากำลังหัวเราะอยู่จริงๆ


          พี่หมอมินบอกเขามาว่าเขากำลังจะหายแล้วเหลืออีกแค่ประมาณสองสามเดือนก็น่าจะหายขาด


          สิ่งที่ยืนยันความคิดของพี่หมอได้น่ะหรอ?


          ก็รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเขาไงล่ะครับแต่ใช่ว่าตลอดเวลาหกเดือนมันจะผ่านไปด้วยดีเสมอในบางครั้งเขาก็โดนแดนดุว่าทำไมไม่กินยาบ้างอะไรบ้างแต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาเพราะในทุกๆครั้งที่แดนดุแดนจะกอดเขาไปด้วย หึ ทำแบบนั้นแล้วใครจะไปรู้สึกแย่กัน


          องซองอูเดินยิ้มร่าเข้าไปหาข้าวผัดที่อีกคนทำไว้ให้ในตู้เย็นแต่แล้วเท้าเล็กก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเสียงของเจบีดังขึ้นหน้าบานประตู


          “ซองอูกูซื้อของที่มึงฝากมาให้แล้ว”


          สิ้นเสียงทุ้มมีเสน่ห์ของเจบีก็ทำให้องซองอูรีบวิ่งไปเปิดประตูให้กับเพื่อนของตนเองที่เพิ่งรู้จักได้ประมาณสามเดือน


          เจบีเป็นเพื่อนข้างห้องของแดนที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ถึงแม้ว่าภายนอกเจบีอาจจะดูน่ากลัวไปนิดหน่อยคงเป็นเพราะร่างกายที่สูงใหญ่และใบหน้าคมที่สามารถดึงดูดสาวๆทึกเพศทุกวัยให้มาหลงรักได้ไม่ยากแต่ถ้าถามว่าซองอูชอบส่วนไหนของใบหน้าเจบีมากที่สุด


          อืม...ก็คงเป็นไฝสองเม็ดบนเปลือกตาข้างขวานั่นแหละครับ


          “จะทำเค้กได้จริงๆหรอวะ” เสียงของเจบีดังขึ้นทำให้ซองอูต้องรีบเอื้อมมือไปหยิบถุงพลาสติกในมือของเจบีมาถือไว้


          “ต้องทำได้สิ..ก็มันเป็นวันเกิดแดนนี่นา” ใช่ครับวันนี้เป็นวันเกิดของแดนถึงเจ้าของสันเกิดอาจจะลืมไปแล้วว่าวันนี้เป็นวันอะไรแต่เขาจำได้และก็คิดที่จะทำเค้กให้อีกคนด้วย...แดนจะต้องดีใจมากแน่ๆ


          “เออๆมีอะไรให้ช่วยก็ตะโกนเรียกเอาละกัน”


          “อื้อขอบคุณนะ”


          “อืม”


          เจบีเดินกลับห้องของตนเองไปพอร่างบางเห็นว่าเพื่อนของตนเองเดินหายเข้าไปในห้องเป็นที่เรียบร้อยแล้วซองอูเดินตรงเข้าไปในห้องครัวอีกครั้งแต่ไม่ใช่เพราะข้าวผัดอีกต่อไปแล้ว


          แต่เพราะเขาต้องไปทำเค้กวันเกิดให้คัง แดเนียลต่างหาก


          ในระหว่างที่ซองอูกำลังรอให้เค้กขึ้นฟูก็มีเสียงกริ่งดังขึ้นแต่ร่างบางก็ไม่ได้เอะใจอะไรเพราะนึกว่าเป็นเจบีที่ลงไปซื้อนมมาเพิ่มให้จึงลุกออกจากโซฟาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม


          องซองอูรีบวิ่งไปเปิดประตูด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแต่ว่าใบหน้าหวานคงรอยยิ้มไว้ได้ไม่นานก็ต้องหุบยิ้มลงเมื่อเห็นใบหน้าของคนตรงหน้าชัดๆ


          “คุณเป็นใครครับ?” ไม่ใช่เจบี ไม่ใช่แดน คนตรงหน้าเป็นใคร???


          อีกฝ่ายไม่ตอบอะไรกลับมาแต่กลับค่อยๆก้าวเข้ามาในห้องอย่างสุขุมปล่อยให้เจ้าของห้องยืนงุนงงกับการกระทำของอีกฝ่าย


          “ฉันเป็นเจ้าหนี้แม่ของเธอ”


          “และตอนนี้แม่ของเธอก็โดนฆ่าไปแล้ว”


          สิ้นเสียงทุ้มองซองอูก็ทรุดลงไปกองกับพื้นและปล่อยให้อีกฝ่ายเดินสำรวจห้องอย่างถือวิสาสะ


          “ใครทำ”


          “ฉันก็ไม่รู้หรอกคงจะไปมีปากเสียงกับใครเข้ามั้ง”


          ซองอูรู้ดีว่าแม่ของเขาเป็นคนปากไวแต่มันต้องถึงกับฆ่ากันเลยหรอ?ใช่เขากำลังเสียใจหัวใจของเขากำลังร้องไห้อย่างบ้าคลั่งแต่ทำไมน้ำตามันถึงไม่ยอมไหลออกมากันนะ


          “แม่เธอฝากให้ฉันเอาจดหมายนี่มาให้เธอ” คนตรงหน้านั่งยองๆแล้วยื่นจดหมายฉบับหนึ่งมาให้เขา


          ซองอูยื่นมือไปรับจดหมายนั่นมาอย่างไม่ลังเลก่อนที่จะค่อยๆเปิดมันออก...ลายมือนี้ไม่ผิดแน่ลายมือของผู้ให้กำเนิดเขา


          ถึง ซองอูลูกรักของแม่


          ซองอูอ่า..ถ้าลูกได้รับจดหมายฉบับนี้ก็หมายความว่าแม่อาจจะไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้แล้วแต่แม่อยากจะขอให้ลูกมีความสุข อย่าโทษตัวเองไปเลยนะซองอู ลูกไม่ได้ทำอะไรผิดทั้งนั้นเรื่องทุกอย่างมันเกิดจากแม่เอง
ต่อจากนี้ไปก็ช่วยดูแลตัวเองดีๆแม่อาจจะไม่เคยพูดปลอบลูกเลยสักครั้งแต่รอบนี้แม่อยากจะบอกลูกว่า เหนื่อยมากใช่ไหมคะซองอูของแม่ไม่ว่าซองอูจะเหนื่อยขนาดไหนก็อย่าคิดที่จะจากโลกนี้ไปอีกเลย
เพราะถ้าซองอูไปคงจะมีคนใจสลายเป็นแน่เพราะฉะนั้นอยู่ต่อไปเถอะนะในบางวันมันอาจจะแย่ไปบ้างแต่ถึงอย่างนั้นซองอูก็ต้องยิ้มออกมานะคะ 


          รอยยิ้มของลูกแม่สดใสที่สุดเลยนะรู้ไหม?


          ช่วยยิ้มเยอะๆเถอะค่ะยิ้มเผื่อแม่ด้วยนะซองอูอ่าแม่จะคอยมองหาลูกแม่ตลอดไม่ว่าจากที่ไหน...แม่จะคอยมองซองอูจากตรงนี้ตลอดไปเลยนะคะ:)


รักจาก แม่คนนึง


          “แม่ครับ” ซองอูเม้มปากเข้าหากันแน่นพร้อมกับน้ำตาค่อยๆทะลักออกมาจากตาคู่สวยราวกับว่าหัวใจของเขาได้รับการปลดปล่อย...แม่ของเขาเปลี่ยนไปแล้วแต่เขากลับไม่เคยรู้เลย


          เขาปล่อยให้แม่ต้องอยู่คนเดียว


          แม่คงจะเหงามากใช่ไหมครับ?


          ถ้าซองอูอยากจะไปอยู่กับแม่อีกครั้งแม่จะผลักไสเขาไหม?


          องซองอูกำกระดาษจดหมายของแม่ที่เต็มไปด้วยน้ำตาแน่นก่อนที่จะลุกไปล็อกประตูห้องที่คนแปลกหน้าเปิดมันเอาไว้ตอนที่เขาเดินออกไป


          องซองอูร้องไห้เป็นเวลานานราวกับว่าต้องการไว้อาลัยให้กับแม่ของตนเองที่ลาจากไปโดนที่ไม่ได้กล่าวคำลาใดๆ หัวใจของเขามันค่อยๆกลับมาด้านชาอีกครั้ง


          ความเจ็บปวดค่อยๆถาโถมเข้ามาใส่เสียจนเขาล้มลง...ทั้งๆที่ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้นแล้วแท้ๆ ขอโทษนะแดนแต่พี่ขอไปอยู่กับแม่ของพี่ได้ไหม?


แดน :


          d.dan : ว่าไงครับ?


พี่รักแดนนะ :

รักมากๆเลยด้วย :

แต่ถ้าวันนึงพี่ไม่อยู่แล้ว :

แดนต้องดูแลตัวเองดีๆนะ :

          d.dan : พี่ซองอูทำไมพูดแบบนี้

                    : พี่ไม่ได้คิดจะทำอะไรใช่ไหมครับ


แดนครับ :

แดนคือแสงสว่างของพี่นะ :

และพี่ก็เชื่อว่าแดนต้องอยู่ต่อได้แน่ๆ :

ช่วยอยู่ดูโลกที่เปลี่ยนไปแทนพี่ด้วยนะครับ :

          d.dan : พี่ซองอูแดนขอร้อง

                    : อย่าทำแบบนี้

                    : ให้แดนกราบพี่เลยก็ได้แต่อย่าไปจากแดนเลยนะ

                    : อยู่กับแดนเถอะนะครับหัวใจของแดน

                    : อย่าไปไหนไกลเลย

                    : แดนอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีพี่

                    : ได้โปรดพี่ซองอู



รักตัวเองมากๆนะครับ :

ลาก่อนแสงสว่างของผม :


_______________________________________


ไรท์ : ตอนหน้าจบค่า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #4 Galaxy_Pcy (@Id0983346609) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 21:16
    น้องงลูกกกแง้แม่สงสารหนู
    #4
    0