[OS/SF] ภายใต้จักรวาลของเรา NIELONG

ตอนที่ 1 : SF | เรื่องเล่าของไซเรน (1/2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 47
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    3 มิ.ย. 62


D a n i e l  x  S e o n g w u
.

“พวกเจ้าเชื่อเรื่องเล่าของไซเรนหรือไม่?”


“หากเจ้าไม่เชื่อข้าจักเป็นคนเล่าให้เจ้าฟังเอง”


คำเตือน : ตอนนี้ยาวมากกกกกกกกกกกกกก ค่อยๆอ่านนะครับทุกคน เอนจอยรีดดิ้งครับ

.

.

.


          “ดานิคนี่เจ้าจะไปออกเรืออีกแล้วหรือ”


          “ข้าไม่ได้ไปไกลหรอก ไปแค่เกาะตรงข้ามนี่เท่านั้นอย่าได้ห่วงไปเลยท่านแม่”


          ดานิคนักเดินทางที่อายุน้อยที่สุดในหมู่บ้านแห่งนี้นักเดินทางส่วนมากจะมีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับท่านพ่อและท่านแม่ของเขา แต่เพราะความสามารถที่เกินตัวของนักล่องเรือหนุ่มทำให้ดานิคกลายเป็นที่รู้จักของใครหลายๆคนทั้งในด้านความสามารถและทางด้านความงามของหนุ่มน้อย


          ดานิคเป็นผู้ชายที่มีใบหน้างดงามราวกับพระเจ้าใช้เวลานานแรมปีในการสร้างมนุษย์ผู้นี้ขึ้นมาบนโลกสันจมูกโด่งรับกับริมฝีปากทรงกระจับสีชมพูอ่อนสุขภาพดี ผิวที่ขาวไม่แพ้หญิงสาวของดานิคเป็นอะไรที่ผู้คนต่างเอ่ยเสียงเดียวกันว่ามันสวยงาม 

          แต่สำหรับสิ่งที่ดึงดูดและมีเสน่ห์ที่สุดสำหรับคนที่ชื่อดานิคแล้วคงหนีไม่พ้นดวงตาคมคายคล้ายกับนักล่าที่มีดวงตาเฉียบแหลมอย่างนกเหยี่ยวที่มักมีให้เห็นบ่อยๆบนท้องฟ้า ดวงตาสีดำสนิทมีเสน่ห์ดึงดูดหญิงสาวและชายหนุ่มเหมือนกับแม่เหล็กขั้วตรงข้ามรับกันได้ดีกับกลุ่มผมสีดำสนิทยามพัดพลิ้วไปตามสายลมอ่อน


          “งั้นก็แล้วแต่เจ้าเถิด รักษาตัวให้ดีนะดานิค”


          ผู้เป็นแม่เหนื่อยอ่อนใจกับลูกชายคนดื้อของตัวเองอย่างมาก ดานิดมักจะชอบออกไปเดินเรือกับพวกพ่อๆและลุงของตัวเองแถมวันดีคืนดีก็หิ้วปลีกไปกับเจ้าอูจินน้องชายข้างบ้านนั่นอีก สองคนนี้เข้ากันได้ดีจนบางคนก็แอบถามว่าดานิคและอูจินเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดกันหรือแน่นอนหล่อนตอบคำถามพวกนั้นนับครั้งไม่ถ้วนเลยทีเดียว 


          “อะไรกันท่านแม่เหตุใดท่านถึงทำหน้าเช่นนี้เล่า”


          ลูกชายที่หลายคนต่างพากันชมว่าหล่อราวกับเทพเจ้ากรีกเดินมายืนหยุดตรงหน้าเธอพร้อมกับใช้มือใหญ่กุมเข้าที่มือเย็นชืดของหล่อนแล้วเอ่ยถาม


          “ก็แม่เป็นห่วงเจ้า”


          “ข้ารู้ว่าท่านเป็นห่วงข้าแต่ข้าก็เป็นชายเรื่องพวกนี้มันธรรมดาไม่ใช่หรอกหรือ”


          “....”


          “ท่านพ่อก็ออกเดินเรือกับข้าไหนจะสหายพัค อูจินของข้าอีกแล้วท่านลุงพัคก็ร่วมด้วย”


          “เห้อ”


          “ถ้าท่านยังคงทำสีหน้าเช่นนี้อยู่ข้าคงไม่สบายใจช่วยยิ้มให้ข้าทีได้หรือไม่ท่านแม่”


          ลูกชายของเธอกำลังออดอ้อนผู้เป็นแม่ราวกับดานิคเป็นเพียงเด็กชายสามขวบเท่านั้นพวกแม่ๆหลายคนมักจะวนเวียนกันมาเพื่อกล่าวคำยอชมลูกชายคนดีของหล่อนว่าดีนักดีหนาบางทีถึงขั้นเอ่ยปากยกลูกสาวในเรือนตัวเองให้มาเป็นสะใภ้ของตระกูลคังด้วยแต่เจ้าหล่อนนะปฏิเสธไปทุกรายเพราะตอนนี้ดานิคไม่ได้สนใจใครเป็นพิเศษเธออยากให้ลูกชายเพียงคนเดียวได้เลือกคู่ครองของตนเองเอง


          “แม่ยอมเจ้าแล้วดานิค เจ้าอยากไปก็ทำตามใจเจ้าเถิดดูแลตัวเองให้ดีนะลูกชาย”


          “ได้ตามความต้องการท่านแม่”


          ดานิคยิ้มกว้างจนเห็นฟันสองซี่หน้าที่บิ่นเล็กน้อยจนเหมือนกระต่ายให้กับมารดาของตนเอง เขาเข้าใจดีว่าท่านแม่จะเป็นห่วงก็ไม่แปลกเพราะช่วงนี้มีทั้งพายุและข่าวลือเรื่องเราของไซเรน 

          ทุกคนในหมู่บ้านต่างเล่าขานว่าช่วงนี้ใครที่ออกเดินเรือมักจะได้เห็นไซเรนอยู่ตามโขดหินบ่อยๆบ้างว่าไซเรนเป็นสัตว์ร้ายบ้างก็ว่าไซเรนเป็นเพียงเรื่องเล่าปรัมปราเท่านั้น


          “ท่านพี่ดานิค!!!ทำไมเจ้าช้าเช่นนี้เล่า!!ท่านปล่อยให้ข้ารอจนขาข้าจะหมดแรงแล้วนะ!!!!”


          ระหว่างที่ดานิคกำลังคุยกับท่านแม่ของตนอยู่นั้นเสียงตะโกนแหบทุ้มของน้องชายข้างบ้านอย่างพัค อูจินก็ดังขึ้นหน้าบ้านจนเขาเผลอสะดุ้งด้วยความตกใจ


          ไม่เคยรู้เลยว่าน้องชายเขาเสียงทรงพลังถึงเพียงนี้


          ข้าควรส่งเจ้าไปเป็นนักขับร้องตามเวทีดีหรือไม่อูจิน


          “ข้ากำลังไปแล้วรอประเดี๋ยว!!”


          ดานิคตะโกนตอบกลับน้องชายต่างสายเลือดของตัวเองด้วยเสียงทุ้มและแหบไม่แพ้กัน 


          “ข้าจะรักษาตัวให้ดี แล้วข้าจะกลับมาทานซุปฝีมือท่านนะท่านแม่”


          “แม่จะรอ ฝากดูแลท่านพ่อของเจ้าด้วยดานิค”


          “นั่นเป็นสิ่งที่ข้าต้องทำอยู่แล้วไม่ใช่หรือ”


          “จริงของเจ้า ไปเถิดเดี๋ยวน้องจะรอนาน”


          “ข้าลาหล่ะท่านแม่”


          “รักษาตัวให้ดีนะดานิค”


          “ตามที่ท่านร้องขอ”


          ดานิคสวมกอดผู้เป็นแม่ของตนเองเบาๆ มือกระชับห่ออาหารและเสื้อผ้าในมือให้แน่นขึ้นก่อนที่จะเดินออกจากบ้านที่รวบรวมความทรงจำที่แสนยาวนานที่กินเวลาเกือบยี่สิบห้าปี ทุกครั้งที่เขาต้องออกจากบ้านหลังน้อยก็แอบรู้สึกโหว่งในใจเล็กน้อยแต่พอได้ยืนรับลมทะเลบนเรือลำใหญ่แล้วก็สบายใจและร่มรื่นจนความกังวลพวกนั้นหายไปเสียหมดสิ้นจากจิตใจของดานิค


          “เหตุใดท่านถึงทำเยี่ยงนี้กับข้าเล่าท่านพี่”


          พัค อูจินเอ่ยเสียงตัดพ้อเมื่อคนพี่เดินมายืนหยุดอยู่ตรงหน้าทั้งๆที่อีกคนนัดเขาไว้เอาไว้ก่อนแท้ๆแต่กลับต้องให้เขามายืนรออยู่นานสองนานจนถ้าอูจินเป็นต้นไม้รากคงทะลุดินลึกเกือบสองเมตรเห็นจะได้แล้ว


          “อย่าน้อยใจข้าไปเลยอูจิน ท่านแม่ของข้าเขาเป็นห่วงข้ามาก”


          ดานิคเอ่ยตอบด้วยเสียงเอ็นดูน้องชายของตนอูจินเป็นเด็กผู้ชายอายุราวๆยี่สิบปีที่ชอบและรักการผจญภัยไปเจอสิ่งใหม่ๆอูจินมิได้หน้าตาหล่อน้อยไปกว่าเขาเลยใบหน้าขี้เล่นซุกซนของอูจินมักทำให้พวกพี่สาวใจละลายเสมอโดยเฉพาะเขี้ยวทั้งสองข้างของคนเด็กกว่ามันช่างดูดีมากสำหรับดานิค


          “ทำไมท่านแม่ข้าถึงไม่ห่วงข้าบ้างขอเพียงข้าเอ่ยปากขอก็ยอมให้มาเสียง่ายๆ”


          อูจินนึกน้อยใจแม่ของตนที่แทบจะถีบหัวส่งเขาให้ดานิคอยู่แล้วขอเพียงเอ่ยชื่อของพี่ดานิคแม่ของเขาก็จะตอบตกลงทันทีเพราะท่านคิดเสมอว่าถ้าอูจินไปกับดานิคคนพี่จะสามารถดูแลเขาได้คงด้วยชื่อเสียงและพรสวรรค์ของอีกคนด้วยกระมังแม่เขาถึงได้ไว้วางใจถึงเพียงนี้


          “ข้าว่าเจ้าดีใจเสียเถิด ถ้าท่านแม่ของเจ้าเป็นห่วงเจ้าจนไม่ยอมให้เจ้ามาเห็นทีว่าข้าคงต้องหาสหายคนใหม่”


          “ข้าไม่ยอมหรอก สหายของท่านมีแค่ข้าพัค อูจินผู้นี้เท่านั้นแหละ”


          “ฮ่าๆข้าเชื่อๆแล้วนี่ลุงพัคกับท่านพ่อของข้าหล่ะ”


          “เห็นบอกว่าจะไปรอเราที่ท่าเรือ ท่านมีอะไรต้องทำอีกหรือไม่ท่านพี่?”


          พ่อของดานิคหน่ะเป็นมนุษย์จำพวกชอบใช้ชีวิตอย่างอิสระจนหลายๆคนบอกว่าเขาได้พ่อมาเสียเต็มๆพวกเราทั้งคู่มักจะชอบทำอะไรที่ไม่เหมือนใครและทำตามใจตัวเองเป็นหลัก ช้าก่อนเขาไม่ได้อยู่ในพวกเอาแต่ใจตัวเองเพียงแต่ทำตามใจตนเองเท่านั้นถ้าอะไรที่มันไม่ดีหรือรบกวนคนอื่นเขากับพ่อก็จะไม่ทำ


          ส่วนลุงพัคหรือท่านพ่อของอูจินรายนี้เหมือนตัวตลกยังไงยังงั้นดานิคไม่ได้กำลังบอกว่าหน้าตาของพ่อของคนน้งขี้ริ้วขี้เหร่เพียงแต่ลุงพัคเป็นคนที่ชอบสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะให้คนรอบตัวเสมอเหมือนกับพัคคนน้องที่ชอบทำท่าทางตลกๆให้เขาขำอยู่เรื่อย


          สองพี่น้องพากันเดินมาที่ท่าเรือหน้าหมู่บ้านแล้วกล่าวทักทายกับบิดาทั้งสองคนอย่างสนิทสนมไม่ลืมที่จะโค้งตัวเคารพลูกเรือคนอื่นด้วยเพราะต้องร่วมเดินทางด้วยกันคงจะแสดงกริยาเสียมารยาทไม่ได้หลายคนยังอายุไม่มากนักบางคนดูเด็กกว่าอูจินเสียอีก 


          อูจินและดานิคพากันไปขนของขึ้นเรือไม่ว่าจะเป็นเสบียงอาหารหรือน้ำดื่มพวกเขาก็ต้องเตรียมไปทั้งหมดเผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินจะได้มีอาหารยาท้องยาไส้


          การเดินทางราบรื่นดีแม้จะมีคลื่นใต้น้ำบ้างแต่ก็ไม่ได้รุนแรงถึงขั้นต้องเปลี่ยนเส้นทางเพียงแค่ต้องทนคลื่นไส้เล็กน้อยเท่านั้น สายตาของดานิคเหม่อมองออกไปยังนกนางนวลสองสามตัวที่กำลังบินโลดแล่นอยู่บนท้องฟ้าสีครามที่ไร้ซึ่งเมฆบดบังแสงแดดยามบ่ายที่ส่องลงมาดานิคหลับตารับลมทะเลที่พัดเข้ามาเป็นช่วงๆความสบายใจและปลอดโปร่งทำให้ดานิคยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว


          “ยิ้มอะไรของลูกหน่ะดานิค”


          เสียงของคนมีอายุดังขึ้นข้างหลังของร่างสูงทำให้คนโดนทักสะดุ้งและหันไปหาแทบจะทันที ท่านพ่อของเขานี่เองผู้ชายอายุราวๆสี่สิบห้ากำลังยืนมองเขาด้วยท่าทีสงสัยดวงตาที่บางเฉียบเหมือนกับของเขากำลังจ้องมองมาที่คนลูกด้วยความงุนงงและต้องการคำตอบ


          “ข้าเพียงแค่อารมณ์ดีเท่านั้น”


          “อะไรกันที่ทำให้ลูกชายข้าอารมณ์ดีถึงเพียงนี้..หรือว่าเจ้ากำลังมีความรัก?”


          “ท่านพูดอะไรช่างน่าขำยิ่งนักอย่างข้าหน่ะหรือจะมีความรัก ข้าเพียงแค่ชอบบรรยากาศตอนนี้ก็เท่านั้น”


          ดานิคขำออกมาตอนที่ผู้เป็นพ่อทายผิดเข้าอย่างจังคนอย่างเขาหน่ะหรือจะมีความรัก?ตั้งแต่ใช้ชีวิตบนโลกนี้มาก็มีเพียงแต่คนในครอบครัวและพัค อูจินเท่านั้นที่ดานิคสามารถใช้คำว่ารักด้วยได้ 


          หญิงสาวพวกนั้นที่พากันกรูเข้ามาบอกรักเขาบ้างชมเชยกันบ้างแต่พวกนางหารู้ไม่ว่าการทำแบบนั้นไม่ได้ทำให้ดานิคอยากเลือกพวกนางมาใช้ชีวิตคู่ด้วยแม้แต่น้อย 


          ถ้าพวกนางไม่รู้จักสงวนท่าทีเช่นนี้แล้วถ้าเกิดหล่อนกำเนิดลูกสาวใครจะเป็นคนสอนให้ลูกของเขาสงวนท่าทีไม่กระโจนเข้าหาชายกันเล่าแล้วอีกเหตุผลหนึ่งก็คือพวกหล่อนเพียงแค่หลงใหลในหน้าตาของดานิคเท่านั้น


          “งั้นหรอกหรือ พ่อก็นึกว่าเจ้าจะมีคนรักแล้วเสียอีก”


          “มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกท่าน ข้ายังไม่รู้เลยเสียด้วยซ้ำว่าข้าจะรักใครได้อีกนอกจากพวกท่านหรือป่าว”


          “ดานิคนี่เจ้ารู้ความหมายของคำว่ารักจริงๆงั้นหรือ?”


          ดานิคแสดงท่าทีไม่เข้าใจในสิ่งที่บิดาของตนถามสำหรับเขารักก็คือการที่เรายอมเสียสละให้ได้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นชีวิตตัวเองแต่ความรักในอีกแง่มุมหนึ่งก็คือการครอบครองความเห็นแก่ตัวและการเอาชนะในโชคชะตา


          “ข้าไม่แน่ใจนักแต่ข้ารู้เพียงว่าข้ารักท่านทั้งสองและสหายของข้าอูจินเท่านั้น”


          “หากวันใดมีคนคนหนึ่งมาทำให้เจ้าไม่สามารถละสายตาไปไหนได้อีกเจ้าจักรู้เองไอ้ลูกชาย”


          “ละสายตา?”


          “ตอนพ่อเจอกับแม่ของเจ้าครั้งแรกข้าไม่สามารถละสายตาไปจากแม่เจ้าเลยหัวใจของข้ามันบอกข้าว่าคนนี้แหละคือคู่ชีวิตคนนี้นี่แหละที่ข้าจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่ด้วย”


          “ข้าหวังว่าจะมีสักวันที่ข้าเจอใครสักคนที่ทำให้ข้ารู้สึกแบบนั้นเหมือนกับท่านแล้วก็ท่านแม่”


          “เจ้าได้เจอแน่ดานิคเพียงแค่รอเวลาเท่านั้น”


          “ข้าก็หวังให้เป็นเช่นนั้น”


          ความรักเป็นสิ่งสวยงามและหอมหวานปานน้ำผึ้งป่าที่ยั่วยวนสัตว์ต่างๆในป่ากว้างแต่รังผึ้งนั้นอยู่สูงเกินกว่าสัตว์หลายชนิดจะคว้ามาเชยชมได้ เฉกเช่นเดียวกับดอกกุหลาบที่ทั้งมีสีสันสวยงามและกลิ่นหอมชวนน่าหลงใหลในความงามแต่หากใครไปจับที่ก้านมันโดยไม่ทันได้ระวังตัวก็จะโดนหนามของมันตำเอาเสียก็เหมือนกับความรักหากใครเอาแต่ลุ่มหลงจนไม่สนใจสิ่งรอบตัวหรืออะไรถูกและอะไรผิดก็อาจจะโดนหนามของความรักตำเอาได้
ความรักเป็นสิ่งที่มีค่าแต่ก็อันตราย


          ดวงอาทิตย์ค่อยๆเคลื่อนย้ายลงไปยังน่านน้ำทะเลมันคงเคลื่อนต่ำลงไปเรื่อยๆอย่างช้าๆเพื่อให้คนที่ขื่นชอบการเก็บบรรยากาศแบบอูจินและดานิคได้ชื่นชมความงามเอาไว้ท้องฟ้าที่เคยเป็นสีครามเปลี่ยนเป็นสีส้มเพราะพระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้า ฝูงนกนานาชนิดพากันบินข้ามขอบฟ้าสีสวยไปหลังจากกลับจากการหาอาหาร


          “อูจิน”


          “มีอะไรหรือท่านพี่”


          คนมีเขี้ยวหันไปมองหน้าเพียงครึ่งเสี้ยวของพี่ชายตัวเองที่ตอนนี้มันดูดีเอาเสียอยากจะเก็บภาพเอาไว้เพราะสันกรามที่คมราวกับมีดดาบและจมูกโด่งของพี่ดานิคมันกำลังถูกแสงอาทิตย์ยามเย็มตกกระทบอยู่จนเหมือนรูปปั้นของเทพเจ้ากรีกมากกว่าเดิมเสียอีก


          “เจ้าเคยมีความรักหรือป่าว”


          “ถามอะไรของท่านข้าอายุเพียงยี่สิบต้นๆเท่านั้น ข้ายังมิได้คิดที่จะมีคู่ครองตอนนี้หรอกนะ”


          “งั้นหรอกหรือ”


          “ท่านมีอะไรให้คิดงั้นหรือ ปกติท่านไม่เห็นจะถามข้าเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้”


          “ท่านพ่อบอกข้ามาว่าสักวันข้าจะต้องเจอคนที่ทำให้ข้าอยากใช้ชีวิตด้วย เจ้าว่าข้าจะเจอจริงๆหรอกหรือคนคนนั้ยหน่ะ”


          “เจอสิ ท่านได้เจอแน่เพียงแต่อาจจะยังไม่ถึงเวลา”


          ดานิคขำออกมาน้อยๆเพราะคนน้องพูดเหมือยพ่อเขาไม่มีผิดพัค อูจินที่เห็นว่าเขาขำก็โวยวายออกมาใหญ่ว่าทำไมเขาถึงขำทั้งๆที่น้องยังจริงจังอยู่แท้ๆแต่เขากับทำลายบรรยากาศเสียหมด


          “ท่านดานิค ท่านอูจินบิดาของพวกท่านให้มาตามไปดูเส้นทางเดินเรือครับ”


          เสียงของลูกเรือคนหนึ่งดังขึ้นทำให้ชายหนุ่มทั้งสองกลับมาเป็นคนที่จริงจังอีกคราหนึ่งหลังจากที่เมื่อครู่ทั้งสองพึ่งตีกันเหมือนเด็กอายุเพียงสิบขวบ เวลาทำงานหรือคุยแผนการเดินเรือทั้งดานิคและอูจินจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเพราะถ้าเขาไม่จริงจังชีวิตคนนับร้อยอาจจะต้องถูกสังเวยต่อท้องทะเลได้


          “เดี๋ยวเรือของเราจะแล่นผ่านแม่น้ำออร์เฟียสหลังจากผ่านน่านน้ำนี้ไปก็จะถึงเกาะที่เราคิดไว้”


          หลังจากที่ท่านพัคหรือหัวหน้าตระกูลพัคพูดจบก็วงสีแดงๆไว้จุดหนึ่งตรงที่ถูกเขียนไว้ว่าแม้น้ำออร์เฟียสในแผนที่ วงกลมวงนั้นสร้างความประหลาดใจให้กับคนอายุยี่สิบกว่าทั้งสองคนมาก ดานิคส่ายหัวให้กับอูจินที่หันมามองราวกับต้องการคำอธิบายว่าเหตุใดท่านพ่อถึงวงกลมไว้ตรงที่แม่น้ำสายนั้น 


          ดานิคเองก็ไม่รู้เช่นเดียวกับอูจินทั้งๆที่มันเป็นเพียงแค่แม่น้ำธรรมดาเท่านั้นเหตุใดถึงต้องวงแดงเอาไว้ด้วยสายตาคมกวาดมองไปรอบๆห้องก็บังเอิญเห็นสีหน้าท่าทางของลูกเรือที่แปลกไป หลบตาบ้างหน้าถอดสีบ้างหรือหนักสุดคงจะเป็นหาที่ยึดเพื่อไม่ให้ตัวเองล้มพับไป


          คนพวกนี้เป็นอะไรกัน?


          “เหตุใดท่านจึงต้องวงไว้ตรงจุดนี้ด้วยหรือท่านลุง”


          ดานิคที่ทนความสงสัยต่อไปไม่ไหวในที่สุดก็รวบรวมความกล้าเเละเอ่ยถามท่านลุงของตน เขาไม่ค่อยได้คุยกับลุงพัคบ่อยนักจะมีก็แค่เพียงเวลาที่ท่านพ่อชวนกันมาเมามายด้วยกันเท่านั้น


          “นั่นสิท่านพ่อเหตุใดท่านต้องวงเอาไว้ด้วยข้าไม่เห็นว่ามันจะมีสิ่งใดเลย”


          อูจินสบทบเข้ากับคำถามของดานิคอย่างทันควันเพราะตนเองก็อยากรู้ไม่น้อยไปกว่าผู้เป็นพี่


          “พวกเจ้ายังเด็กนักคงไม่รู้จักไซเรนใช่หรือไม่ดานิค อูจิน”


          “ข้าไม่ทราบ..ท่านพี่ท่านเกิดก่อนข้าท่านรู้จักหรือไม่?”


          พัค อูจินที่อายุเพียงยี่สิบปีบริบูรณ์ไม่รู้จักว่าสิ่งใดคือไซเรนจึงหวังที่จะพึ่งพาหัวสมองของคนข้างๆอีกครั้งหนึ่งเนื่องจากพี่ดานิคนั้นชอบอ่านหนังสือมาก ไปเล่นที่บ้านกี่ทีก็ไปนั่งดูท่านพี่อ่านหนังสือตลอดน้อยนักที่จะมาเล่นด้วยกันกับเขา


          “ไซเรน ท่านลุงกำลังหมายถึงปีศาจแห่งท้องทะเลงั้นหรอกหรือ?”


          “ถูกต้องแล้วหลานชายแต่พวกเจ้าไม่ต้องกังวลไปเสียข้าพกขี้ผึ้งมาให้พวกเจ้าทุกคนแล้ว”


          “ท่านพี่ปีศาจอะไรทำไมข้าไม่รู้จัก”


          ดานิคส่งสายตาปรามคนน้องที่เอาแต่เซ้าซี้เขาระหว่างการประชุมจนอูจินนั่งหน้างอเพราะความอยากรู้ดานิคสัญญาเอาไว้แล้วว่าหลังจากจบการประชุมเขาจะเล่าให้คนน้องฟังการประชุมผ่านไปเกือบสองชั่วโมงแล้วก็จบลงในไม่ช้า ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อนรวมถึงเขากับน้องชายช่างสงสัยคนนี้ด้วย


          “ท่านพี่อะไรคือไซเรนช่วยบอกข้าที”


          อูจินยิงคำถามใส่ผู้เป็นพี่ทันทีที่เขาปิดประตูห้องแล้วดานิคที่กำลังเปลี่ยนผ้าหันมามองเขานิ่งๆก่อนที่จะคลี่ยิ้มในเวลาถัดมา ดานิคไม่ได้ตอบแต่ทำเพียงสวมเสื้อนอนแทนที่เสื้อสีขาวเท่านั้น


          “ท่านพี่!!”


          “ข้ารู้แล้วไปเปลี่ยนชุดเสียก่อน แล้วข้าจะเล่าให้ฟัง”


          “สัญญากับข้าสิถ้าท่านผิดสัญญาข้าจะโกรธท่าน”


          “ฮ่าๆข้าสัญญา”


          “งั้นท่านรอข้าก่อนนะข้าจะรีบเปลี่ยน”


          ดานิคนั่งขำให้กับพัค อูจินที่กำลังเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างเร่งรีบดานิคนั่งเรียบเรียงเรื่องราวที่เขาอ่านมาจากหนังสืออยู่บนเตียงเพื่อเตรียมเล่าให้คนเด็กกว่าฟังอูจินใช้เวลาไม่นานในการเปลี่ยนผ้า อูจินในชุดนอนสีกรมเดินลงมานั่งขัดสมาธิข้างๆดานิคที่นั่งอยู่บนเตียงก่อนแล้ว


          “เจ้าพร้อมจะฟังแล้วงั้นหรือ?”


          “ข้าว่าท่านรู้คำตอบอยู่แล้วนะรีบเล่าเสียที”


          “ตามที่เจ้าขอตั้งใจฟังดีๆหล่ะเรื่องของไซเรนหน่ะ”


          ไซเรนหรือสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในท้องทะเลกว้างแห่งนี้โดยที่ไซเรนจะอาศัยอยู่ที่แม่น้ำออร์เฟียสโดยไซเรนถูกเล่าขานกันครั้งแรกในตำนานเรื่องเจสันและเรืออาร์โกโดยที่ว่าไซเรนมีลักษณะของสัตว์ผสมกันอยู่สามอย่างนั่นคือมีลักษณะคล้ายนางเงือก มีปีกและเสียงเหมือนนกแต่บางตำนานก็เล่าว่ามีลักษณะเหมือนมนุษย์


          เสียงของไซเรนไพเราะกว่าเสียงของเครื่องดนตรีใดๆในโลกเสียอีกหากนักเดินเรือคนไหนได้ยินเสียงขับร้องของไซเรนก็จะโดนสะกดจิตให้หลงใหลในเสียงของเธอและสุดท้ายก็จะโดนฆ่าและตายในที่สุดหลายคนเล่าว่าไม่เคยมีใครรอดพ้นจากเสียงหวานของไซเรนเลยแม้แต่คนเดียวแต่ว่าถ้ามีใครรอดไปพวกนางก็จะกลายเป็นหินไป


          “ท่านเชื่อเรื่องราวพวกนี้หรือไม่ท่านพี่?”


          อูจินถามขึ้นหลังจากที่พี่ของตนเราจนจบแล้วก็ดานิคที่เขารู้จักหน่ะไม่เชื่อในสิ่งที่ตนไม่รู้หรือเห็นด้วยตาของตัวเองเป็นอย่างที่คาดดานิคส่ายหัวให้เขาอย่างช้าๆ


          “มันเป็นเพียงแค่นิทานนะน้องข้า ข้ามิอาจปักใจเชื่อในสิ่งที่ข้าไม่เห็นด้วยตาตัวเองได้หรอก”


          “ข้าคิดไว้อยู่แล้วว่าท่านต้องพูดแบบนี้”



          “สมแล้วที่เป็นน้องและสหายของข้า”

          ดานิคเอ่ยชมและยีหัวของอูจินจนยุ่งเหยิงไปหมดอูจินเบปากคนคว่ำแล้วก็ปัดมือเขาออกจากหัวของตัวเองแล้วกระโดดไปที่เตียงตรงข้ามของดานิคทันที


          “เจ้าจะนอนแล้วหรืออูจิน”


          “ข้าจะนอนแล้วข้าง่วง”


          “งั้นเจ้าก็นอนเถิดข้าจะไปรับลมข้างนอกหน่อย”


          “ระวังตัวด้วย”


          “ข้ารู้น่า ราตรีสวัสดิ์”


          “เช่นกันท่านพี่”


          ดานิคค่อยๆเดินออกมาข้างนอกห้องหลังจากที่อูจินหลับไปแล้วเขาค่อยๆปิดประตูเพื่อไม่ให้เสียงมันดังจนทำให้คนที่หลับอยู่ตื่นดานิคยืนเกาะอยู่ที่ราวเหล็กกั้นของหัวเรือเหมือนที่เขาชอบยืนอยู่ประจำ ท้องฟ้าตอนกลางคืนไม่ได้สวยน้อยไปกว่าเวลากลางวันเลยดวงอาทิตย์ถูกแทนที่ด้วยดวงจันทร์แสงของดวงจันทร์มิได้ร้อนอบอ้าวเหมือนดวงตะวันแต่นุ่มนวลต่อสายตาผู้มองมากกว่า ดาวดวงน้อยหลายพันดวงถูกต่อเติมบนท้องฟ้าที่มืดสนิท


          “เย็นดีจัง”


          ดานิคพึมพำกับตัวเองแล้วหลับตาคู่สวยลงเบาๆหมายจะซึมซาบความรู้สึกนี้เอาไว้ในหัว สายลมอ่อนพัดกลิ่นหอมของบางสิ่งให้โชยมาทางคนที่หลับตาอยู่คิ้วของดานิคขมวดกันเล็กน้อยเพราะความสงสัย


          เหตุใดสายลมถึงมีกลิ่นเช่นนี้เล่า


          กลิ่นของดอกไม้ป่าที่ทำให้ดานิคสงบลงอย่างแปลกประหลาด


          ดานิคค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นเพื่อหาต้นตอของกลิ่นดังกล่าวสายตาเหยี่ยวกวาดไปทั่วบริเวณรอบข้าง ก่อนที่จะไปหยุดสายตาไว้ที่คนคนหนึ่งที่กำลังพยุงตัวเองให้ลอยน้ำเอาไว้


          “เจ้า!!เหตุใดเจ้าจึงไปลอยคออยู่เช่นนั้นเล่า!!”


          ดานิครีบเดินเข้าไปใกล้คนคนนั้นมากขึ้นด้วยความตกใจเพราะเวลานี้น้ำในทะเลมันหนาวมากไม่ว่าใครก็ไม่ควรลงไปแหวกว่ายอยู่เช่นเดียวกับคนคนนี้ 


          คนคนนั้นหันมาตามเสียงเรียกของดานิคใบหน้าสวยเหมือนกับตัวละครในเทพนิยายที่ดานิคเคยได้อ่านบ่อยๆในตอนที่ตัวเองยังเป็นเด็ก ดวงตากลมสวยสีดำสนิทที่เหมือนมีดวงดาวหลายร้อยดวงอยู่ในนั้นริมฝีปากบางเฉียบของอีกคนที่เป็นสีชมพูอ่อนและดวงดาวสามดวงที่ถูกแต้มอยู่บนแก้มกลม ผมสีดำสนิทที่เปียกน้ำทำให้ใจของดานิคเต้นรัวแสงจันทร์กำลังสาดส่องมาที่ร่างของคนในน้ำ 


          ภาพตรงหน้าสวยงามเหลือเกินเหมือนกับภาพวาดในเทพนิยายในหนังสือเก่าๆไม่ผิดดานิครู้สึกแปลกๆในจิตใจรู้สึกเหมือนหัวใจของเขากำลังเต้นแรงจนจะหลุดออกให้ได้เสียอย่างนั้น


          ไม่สามารถละสายตาไปจากใบหน้านี้ได้เลยเขาเหมือนโดนดวงตาคู่นี้สะกดไว้อย่างไงอย่างงั้น


          “ขะข้า..เจ้าไปเสียเถิดเจ้ามนุษย์อย่ามายุ่งกับข้า”


          เสียงหวานเอื้อนเอยออกมาเหมือนกับเวทย์มนต์คอยสะกดดานิคเอาไว้ใจเขาอยากจะกระโดดลงไปหาคนที่อยู่ในน้ำเสียตอนนี้ ทั้งเสียงที่หวานหยดย้อยเหมือนน้ำผึ้งและใบหน้าที่งดงามจนดานิคอยากจะครอบครองมันทุกอย่างของคนคนนั้นกำลังดึงดูดเขาอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน


          “เจ้าขึ้นมาก่อนเถิด ข้าไม่ทำอันตรายเจ้าหรอก”


          “ข้า..ข้าขึ้นไปมิได้หรอก”


          “เหตุใดกันเล่าในน้ำมันไม่หนาวหรอกหรือ”ดานิคเอ่ยถามทั้งๆที่รู้คำตอบอยู่ในใจ


          “ไม่หนาวข้าไม่หนาว”


          ชอบเหลือเกินเวลาที่เสียงหวานเอ่ยตอบเขา


          “งั้นข้าจะลงไปหาเจ้าเอง”


          “หยุดเลยนะ!!!ถ้าเจ้าลงมาข้าจักฆ่าเจ้าเสียเจ้ามนุษย์”


          ดานิคที่กำลังจะปีนราวกั้นลงไปในแม่น้ำหยุดชะงักก่อนที่จะเอ่ยถามอีกคนเพราะคนสวยเอาแต่พูดว่าเจ้ามนุษย์ราวกับตัวเองไม่ใช่มนุษย์เหมือนเขา


          “เจ้าจะทำอะไรข้าได้ ถึงเจ้าจะเป็นชายแต่ร่างกายของเจ้ามันบอบบางกว่าข้านัก”


          ใช่ คนที่อยู่ในน้ำดูอ่อนแอกว่าเขามากถึงจะเป็นชายเหมือนกันแต่เขานั้นดูแข็งแรงกว่าเยอะ คนเดิมปากง้ำงอไปเสียแล้วตอนนี้ใบหน้างิกงอนั้นสร้างความเอ็นดูให้ดานิคไม่น้อย


          “เจ้ารู้จักไซเรนหรือไม่เจ้ามนุษย์”


          “...”


          “หากข้าบอกว่าข้าเป็นไซเรนเจ้าจะยังอยากกระโดดมาหาข้าอยู่งั้นหรอกหรือเจ้ามนุษย์”









skkys :  นิยายเรื่องนี้จะมีไรต์สองคนนะคะจะผลัดกันอัพนะคะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านกันนะคะมีอะไรติชมเม้นไว้นะคะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

7 ความคิดเห็น

  1. #2 Galaxy_Pcy (@Id0983346609) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 21:12
    สู้ๆนะงับคุณไรท์
    #2
    0
  2. #1 Galaxy_Pcy (@Id0983346609) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2562 / 21:12
    หนูองคือไซเรนเป็นปีศาจใช่ไหมลูกแม่จะได้เสียสละตัวแม่ให้หนูฆ่าแก้เบื่อ
    #1
    0