いただきます. {naruto fiction}

ตอนที่ 8 : ないしょ | narusasu

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 569
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    8 ม.ค. 59


ないしょ

naru x sasu | sxxxxx | sisirxes

 



 

ผมค่อนข้างเกลียดเวลาที่ตัวเองกลายเป็นจุดสนใจ หลายครั้งที่ผมพยายามจะซ่อนตัวเองภายใต้หน้ากากอนามัยสีขาวแต่ก็ไม่เป็นผลเสียเท่าไหร่ บางครั้งพวกคนที่ชอบจุ้นจ้านก็มักจะมาดึงมันออก ไงล่ะ เห็นหรือยัง สิ่งที่พวกนายพยายามจะยุ่งกับมัน

“Damn…”

“…” ผมนั่งนิ่ง มือสองข้างกำขากางเกงแน่นไม่ค่อยชอบสายตาของหมอนี่เลย อะไรวะ จ้องอยู่ได้ ออกไปได้แล้ว!” ผมผลักเขาเบาๆก่อนจะลุกหนีออกไปไหนสักที่ ตอนนี้ออดคาบบ่ายใกล้จะดังแล้ว ที่ๆผมคิดได้อย่างเดียวในตอนนี้คือห้องน้ำ

 




ผมกวักน้ำสาดหน้าตัวเองหวังจะล้างอารมณ์ขุ่นมัวทั้งๆที่รู้ว่ามันไม่ช่วยอะไร ตัวผมทรุดนั่งบนซิงค์ตัวยาว ยังไม่ทันระบายอารมณ์ได้เท่าไหร่จู่ๆก็มีคนเดินเข้ามาล้างมือ หมอนี่...

ไง เขาเอ่ยทัก หมอนี่เป็นเพื่อนร่วมห้องที่ผมคุยด้วยแทบจะน้อยที่สุด เขาสดใสร่าเริงและเจิดจ้าจนบางครั้งผมรู้สึกรำคาญ มีอะไรกับฉันอีกล่ะ...ผมพึมพำเพราะรู้สึกไม่ค่อยชอบใจที่ไม่ว่าจะไปที่ไหน ทำอะไรก็ถูกจุ้นจานไปเสียหมด

ใจ

ห้ะ ?” ผมหันขวับ ไม่แน่ใจว่าตัวเองหูเฝื่อนเองหรือว่าหมอนี่หัวฟาดพื้นมาถึงได้พูดอะไรไม่รู้เรื่องแบบนี้ นายว่าไงนะ ?” ผมหันไปหาเขา หมอนั่นยกยิ้มก่อนจะดีดน้ำในมือใส่หน้าผมเบาๆก็ถามเองไม่ใช่หรอว่ามีอะไรกับนาย

ก็ใช่...แต่...

สำหรับตอนนี้ ถ้าถามว่ามีอะไรกับนายก็คงจะมี...หมอนั่นวางมือที่ยังชื้นเล็กน้อยลงบนศีรษะของผมแล้วโยกเบาๆ ใจ

“…!!” ผมเบิกตากว้าง เขากำลังพูดเรื่องบ้าอะไรวะ...

ผมกลืนน้ำลายเอือกใหญ่อย่างยากลำบาก เขายังไม่ยอมเอามือออกไปจากหัวของผม มืออีกข้างก็ยกขึ้นเกลี่ยที่แก้มของผมเบาๆเพื่อเช็ดน้ำที่เขาสะบัดใส่ออกไป ใบหน้าของเขาเลื่อนลงมาอยู่ในระดับเดียวกับผมก่อนจะเอ่ย ความลับนะ

 

 

 


           

            เพราะเหตุการณ์เมื่อวานทำให้ผมประหม่าและทำตัวไม่ถูก วันนี้ผมจึงพยายามที่จะนั่งหลบมุมทั้งๆที่ตัวเองก็นั่งอยู่มุมหลังห้องอยู่แล้ว ผมหยิบกัมมี่แบร์ในกระเป๋าเสื้อมาโยนเข้าปากแล้วก้มจดสิ่งที่อาจารย์พูดไปเรื่อยๆแต่จู่ๆคนที่นั่งอยู่ตรงแถวข้างหน้าก็หันมาสะกิดผม ให้ตาย หมอนั่นมันย้ายมานั่งตรงนี้ทำไมวะ

            อะไร...

ใส่แมสก์แบบนั้นไม่ร้อนเหรอ

เรื่องของฉัน หะ..หุบปากแล้วก็หันไปซะผมกล้าๆกลัวๆตะคอกเขาออกไปเบาๆ พอเห็นหน้าหมอนี่ทีไรก็พาลนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อวาน ในใจผมสั่นไหวเพราะนั่นเป็นครั้งแรกที่มีคนมาอ่อนโยนด้วย แต่ก็แค่เผลอไผลไปนิดเดียวเท่านั้นแหละน่า!

เอ หรือจะไม่สบายจริงๆเขาถือวิสาสะแตะลงบนหน้าผากของผมแล้วอยู่ๆก็ยกมือขึ้นขณะที่อาจารย์กำลังสอน

อาจารย์คาคาชิครับ มีเพื่อนป่วย ผมขออนุญาตพาไปห้องพยาบาลนะครับ

ไม่!...เอ่อ...ผมตะโกนลั่น ทั้งเพื่อนทั้งอาจารย์หันมาอย่างสนใจ เวรเอ้ย กลายเป็นจุดสนใจอีกแล้ว คือผมไม่เป็นอะระ...

แต่นายหน้าแดงนะ เป็นไข้แน่ๆเลยหัวหน้าห้องพูดขึ้นแทรก ผมแทบอยากจะเดินผ่ากลางไปสอยเขาหงายคาโต๊ะ ไม่ต้องสนับสนุนไอ้หัวทองนี่ทุกเรื่องจะได้ไหมล่ะ งั้นไปเถอะอาจารย์คาคาชิพูดด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง ผมจึงอดไม่ได้ที่จะก้มหัวแล้วเดินไปตามแรงฉุดของหมอนั่น

 

นาย...ทำแบบนี้ทำไม

ก็แค่เบื่อเขาตอบแบบไม่ยี่หร่ะ ยักไหล่แล้วก็ฉุดดึงข้อมือผมให้ตามไปเรื่อยๆ ผมถอนหายใจ ดึงแมสก์ลงเล็กน้อยเผยแค่ส่วนตาถึงจมูก แล้ว...?”

แล้วก็แค่อยากออกมากับนาย

พอทีเถอะ นายคิดจะทำอะไรกันแน่วะ!” ผมสะบัดข้อมือแต่หมอนั่นไม่ปล่อย เขาดึงผมตามไปเรื่อยๆถึงห้องพยาบาล พอเข้าไปแล้วไม่พบใครผมถึงได้ครางอ๋อในใจออกมาทันที มาที่นี่ตอนนี้ก็เพราะอาจารย์ห้องพยาบาลจะเริ่มพักตอนสิบเอ็ดโมงถึงเที่ยง

...ผมนิ่งแม้ว่าจะรู้ทันความคิดเขา หมอนั่นดึงผมนั่งลงที่เตียงฝั่งขวาแล้วถือวิสาสะดึงแมสก์ออก เฮ้!” เขายกนิ้วทำปากชู่ว์ ร้อนจะตาย ถอดออกบ้างเถอะน่า

แล้วนายมายุ่งอะไรด้วยล่ะ

ก็อย่างน้อย อยู่ต่อหน้าฉัน นายจะได้ถอดแมสก์ออกได้แบบสบายใจไง ฉันไม่แคร์หรอกเขาว่า ผมจึงพยักหน้าตามเบาๆ แน่สิ ก็เมื่อวานเขาเห็นตอนผมไม่ใส่แมสก์ตั้งนานสองนาน ยังไม่เห็นจะทักท้วงอะไรแบบคนอื่นเลย แล้วเรามาที่นี่...?”

นอนเขาว่าแล้วทรุดตัวลงนอนกับเตียงที่ผมนั่งอยู่ ไม่นานนักเขาก็หลับเหมือนไม่ได้สนใจเลยว่ามีผมนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ จะมาหลับแล้วจะลากฉันออกมาทำไมวะ...

ชู่ว์เขาทำเสียงให้ผมเงียบ ผมกลอกตาสองสามทีก่อนจะลงไปนั่งที่พื้นแล้วเท้าคางมองเขาหลับ แน่สิ ผมไม่มีอะไรทำนี่หว่า แล้วก็ไม่ได้ง่วงด้วย

อยากกลับไปเรียนหรือเปล่าหมอนั่นถามขณะที่ยังหลับตาอยู่ ผมถอนหายใจ ไม่ล่ะ เดี๋ยวก็พักเที่ยงแล้วเขายื่นมือมาขยี้หัวผมเบาๆแล้วไล้มือลงมาที่ข้างแก้ม ผมไม่ได้ขัดขืนอะไรเพราะไม่รู้จะขัดขืนไปทำไม เป็นผู้หญิงก็ไม่ใช่

อย่าถอดแมสก์ให้ใครเห็นอีกล่ะเขาพึมพำพร้อมกับลูบแก้มผมไปด้วย ผมครางอือเบาๆเพราะไอ้เรื่องไม่ถอดแมสก์มันเป็นเรื่องที่ไม่ต้องมีใครบังคับผมก็ทำอยู่แล้ว เขาพึมพำอะไรต่อไปอีกนิดหน่อยเหมือนผมจะจับใจความได้ว่าเย็นนี้มีแข่งเคนโด้ ขี้เกียจชะมัด อยากเล่นเกมส์ และนู่นนี่ที่ผมฟังไม่ค่อยได้ศัพท์ สุดท้ายเขาก็หลับทั้งๆที่มือยังวางอยู่ใต้คางของผม ผมลงน้ำหนักคางทับลงบนมือนั่น มือใหญ่ชะมัด

 

 

 



เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ อย่าลืมกลับไปทำการบ้านที่สั่งมาด้วย เลิกได้อาจารย์คุเรไนสั่งก่อนจะรีบเดินดุ่มๆออกไป ผมเก็บของ ลุกขึ้นบิดขี้เกียจนิดหน่อย เรากลับมาจากห้องพยาบาลหลังจากพักกลางวัน ผมขอแยกกับเขาเพราะอยากกินปังเมล่อนที่แคนทีน ส่วนหมอนั่นต้องเข้าชมรมไปทำธุระนิดหน่อยซึ่งผมไม่ได้สนใจเท่าไหร่

ผมเดินไปเรื่อยๆพลางคิดไปด้วยว่าจะแวะซื้อขนมที่ร้านประจำก่อนกลับบ้านดีไหม แต่ยังไม่ทันได้ออกพ้นเขตโรงเรียนก็ได้ยินพวกเพื่อนๆคุยกันว่าเย็นนี้มีแข่งเคนโด้ที่ยิม แถมเพื่อนในห้อง อุซึมากิ นารูโตะก็เป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันด้วย อ่า... เหมือนจะเป็นชื่อหมอนั่นหรือเปล่า ผมจำไม่ค่อยได้

ช่างเถอะผมพึมพำ ตอนกำลังจะเดินออกจากประตูโรงเรียนไป แสงที่สาดมาจนเงาผมตกกระทบทำให้ต้องหันไปดูพระอาทิตย์ของเย็นวันนี้ ผมมองมันสักครู่นึงก็รู้สึกแสบตาแต่ยังไม่ทันได้หันกลับมาผมก็เห็นหมอนั่นยืนอยู่ตรงหน้าต่างของห้อง เขามองมาที่ผมอย่างตั้งใจ

อะไรน่ะ ท่าทางแบบนั้นผมหัวเราะเบาๆให้กับท่าทางการยกนิ้วโป้งมาทางผม ผมไม่ได้โต้ตอบภาษามืออะไรกลับไป ได้แต่พยักหน้าเพราะไม่แน่ใจในความหมายที่เขาอยากจะบอก เหมือนเขาจะกำลังยิ้มถ้าผมมองไม่ผิด แล้วก็แค่นั้น ผมหันหลังกลับเมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังแสบตามากแล้ว

 

 

 



เช้าวันถัดมา ผมเดินผ่านบอร์ดหน้าโรงเรียน หมอนั่นแข่งเคนโด้ชนะโรงเรียนอื่นจึงมีป้ายประกาศแปะไว้ ผมปรายตามองนิดหน่อยก่อนจะเดินไปที่ล็อกเกอร์

ไงเขาที่เดินตามหลังมาทักผมในขณะที่กำลังถอดรองเท้า ผมหันไปไม่รู้จะทำหน้ายังไงแต่ยังไม่ทันจะได้ทักกลับ เพื่อนในห้องที่น่าจะชื่อ เอ่อ...คิบะ? ก็ลากเขาขึ้นห้องไป ผมมองตามนิดหน่อย เขายิ้มให้แล้วพึมพำที่ปากว่า มอร์นิ่ง

อืม...มอร์นิ่ง

 

ผมลากตัวเองขึ้นห้องได้ไม่นาน อาจารย์ก็เข้ามาพอดี ผมหยิบกัมมี่แบร์ใส่ปาก ฟังที่อาจารย์พูดไปเรื่อยๆ หมอนั่น เอ่อ นารูโตะ หันมาโยนกระดาษให้ผม ผมเอียงคอแทนคำถาม เขาบอกให้เปิด ผมจึงคลี่กระดาษออก

ตอนกลางวันกินข้าวด้วยกันหน่อยสิ

ผมช่างใจอยู่สองสามวิก่อนจะสะกิดเขาให้หันมา อืมผมตอบกลับพร้อมกับยัดกระดาษคืน เขาพยักหน้าแล้วเราก็ตั้งใจเรียนกันต่อ

หมอนี่... เพื่อนไม่คบแล้วหรือไง

 



 

อาจารย์ออกไปแล้ว เพื่อนๆก็ทยอยออกไปจากห้องแล้ว รวมถึงหมอนั่นด้วย ผมไม่ได้แคร์อะไรมากเพราะเขาคงจะลืมที่ตัวเองบอกไว้ ผมหยิบข้าวกล่องที่แม่ยัดเยียดมาให้ออกมาก่อนจะมุดลงไปอยู่ใต้โต๊ะเพราะกลัวว่าถ้ามีใครเดินผ่านมาจะเข้ามาทักว่าทำไมนั่งกินข้าวคนเดียว อันที่จริงผมแค่ขี้เกียจตอบคำถาม

ผมดึงแมสก์ลงมาไว้ใต้คาง สักพักก็ได้ยินเสียงเปิดประตูดังขึ้น ผมไม่ได้สนใจแต่สักพักเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ตรงหน้าก็ถูกเลื่อนออกไปแล้วเขาก็นั่งลงมาแทนที่ ไงเขาทักทายผมด้วยคำเดิมๆ หมอนั่นแกะปังเมล่อนกินก่อนจะมองผมที่กำลังเคี้ยวข้าวตุ้ยๆ อะไร ?”

ปกติเห็นกินแต่ปังเมล่อน ไม่ยักรู้ว่ากินข้าวเป็นด้วย

เป็นสิ นายล่ะ อิ่มหรอผมถามเขา เพราะถ้าเขาเป็นนักกีฬามันก็น่าจะต้องกินอะไรเพิ่มพลังไม่ใช่แค่ขนมปังอันเดียว เบื่อๆ แล้วก็ร้อนในนิดหน่อย เลยไม่ค่อยอยากกินข้าว

เอานี่ไหมผมคีบทงคัตสึจ่อปากเขา อย่างน้อยคนเป็นร้อนในคงไม่อยากกินอะไรเผ็ดๆ ให้กินหรอเขาถามอย่างไม่แน่ใจ

คงยื่นให้ดมเฉยๆล่ะมั้งเขาอ้าปากงับตะเกียบแล้วก็อมไว้นานสองนาน นายจะกินตะเกียบเข้าไปหรือไง

 

ครืด

 

ผมสะดุ้ง เสียงประตูดังขึ้น เขากดหัวผมลงแทบจะทิ่มลงกล่องข้าว ไม่นานเสียงของคิบะก็ดังขึ้น เฮ้! นารูอ้าว ไม่อยู่หรอวะ...ไหนว่าจะขึ้นมาบนห้องคิบะพึมพำก่อนจะหายกลับออกไป

ผมมองหน้าเขา มือที่ยังอยู่บนหัวก็ยังไม่ผละออกไป หมอนั่นค่อยๆหันมาแล้วยกนิ้วโป้งให้ หน้าผากของเราชนกันจนผมสัมผัสถึงอุณหภูมิร่างกายของเขาได้ เอ่อ...ทำไมไม่ไปกับเพื่อน...ล่ะ?” ผมพูดทั้งๆที่หน้าผากเรายังติดกันอยู่ มันจะชวนฉันไปเตะบอลแต่แดดร้อนจะตายใครจะอยากไป

เขาผละออกจากผมแล้วกินปังเมล่อนต่อ ผมก็ลงมือกินข้าวต่อแต่ระหว่างนั้นเขาก็อ้าปากให้ผมเอาอาหารยัดเข้าไปอยู่เรื่อยๆ สักพักหมอนั่นก็หยิบปังเมเล่นอีกอันมาแกะแล้วยื่นมาทางผม

ไม่ล่ะ มันไม่ได้เข้ากับสิ่งที่ฉันกินอยู่ตอนนี้เลยผมปฏิเสธแต่เขาก็ยังจะดึงดัน ฉันยังกินได้เลย ลองดูเหอะน่า

ผมกัดปังเมล่อนมาคำนึงแล้วเคี้ยวไปพร้อมๆกับทงคัตสึ รสชาติแปลกประหลาดแต่ก็ไม่ได้แย่ เหมือนกินทงคัตสึหวานๆ เป็นไงเขาเอ่ยถาม

ก็ไม่แย่ แต่ไม่ขอกินอีกรอบผมยกมือปราม เขาหัวเราะเบาๆแล้วยกมือมาเขี่ยเศษข้าวออกจากแก้มผม เลอะเทอะชะมัด

ผมตีหน้ามึน ควรจะรู้สึกยังไงดี...

 

 



ตอนเย็นหลังจากเลิกเรียนแล้ว ผมเดินเตร่ไปเรื่อยๆเพื่อไปรดน้ำที่แปลงผักก่อนกลับ ตอนที่ผ่านโรงฝึกของชมรมเคนโด้ผมปรายตามองเข้าไปนิดหน่อย หมอนั่นมองกลับมาพอดีก่อนจะพึมพำ รอก่อนนะ

อืม เห็นว่าไม่มีเรื่องต้องรีบกลับหรอกนะ จะรอแล้วกัน

 

ผมนั่งลงยองๆรดน้ำให้กับแปลงผักของโรงเรียน ไม่นานนักก็มีคนมายืนซ้อนข้างหลัง ไงเขานั่งลงข้างๆก่อนจะยกมือขึ้นทัดผมให้ รู้สึกประหม่านิดหน่อยเพราะไม่เคยมีใครทำแบบนี้กับผม ผมสูดหายใจแล้วหันไป เลิกซ้อมแล้วเหรอ

เปล่าหรอก ขอออกมาก่อน

อ้าว…”

หาคนซ้อนจักรยานกลับด้วย สนใจไหม

ก็ได้

 




คาบบ่ายวันต่อมาห้องเรามีเรียนพละ ผมไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่เพราะช่วงนี้แดดร้อนมาก ผมรู้ตัวว่าหน้าผมคงแดงมากๆในตอนนี้แต่ก็ยังใส่แมสก์ไม่ยอมถอด ยังไม่เข้าใจเลยว่าจะมีโรงยิมไปทำไมในเมื่อสุดท้ายก็ต้องเรียนกลางแดดอยู่ดี อาจารย์ให้พวกเราวิ่งชู้ตบาสไปเรื่อยๆจนในที่สุดผมก็ยอมแพ้ขอพักเพราะมันร้อนจนทนไม่ไหว ผมเลี่ยงตัวเองไปเข้าห้องน้ำที่หลังสนามบาส

ไง

เขาเดินตามหลังมาตอนไหนไม่รู้ ทักผมด้วยคำเดิมๆ ผมถอดแมสก์ออกแล้วส่ายหน้า ก็ไม่ยังไง แค่เหนื่อย อะ…” ผมตกใจ เขาฉุดข้อมือผมให้ตามไปที่ข้างล็อคเกอร์ที่อยู่เยื้องกับอ่างล้างหน้า ผมงง จะทำอะไรของเขา นายจะทำ…”

ชู่ว์

 

เฮ้ นารูโตะ! อยู่แถวนี้ไหมวะ!” เสียงของหัวหน้าห้องชิกามารุดังมาจากตรงอ่างล้างหน้าที่เยื้องไป คนตรงหน้าปิดปากผมให้อยู่เงียบๆสักพัก ไม่นานนักผมก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของชิกามารุก็วิ่งกลับไปที่สนาม นารูโตะหันมา มือก็ยังปิดปากผมอยู่

ผมไม่ได้ขัดขืนให้เขาปล่อย เพียงอึดใจ หมอนั่นก็ก้มลงจูบฝ่ามือของตัวเองที่ยังปิดปากผมไว้ หน้าผากของเราชนกันเป็นรอบที่สอง อือ...ผมท้วง แบบนี้มันร้อนนะ

เอ่อ โทษทีเขายอมผละออกไปก่อนจะหันหลังให้ผม ผมดึงชายเสื้อของเขาเอาไว้ หันมาหน่อยเขาส่ายหน้า ผมจึงเดินไปอยู่ตรงหน้าเขาแทน ร้อนหรอผมทักเขาที่กำลังหูแดง

หรือกำลังเขินอะไร...อยู่ผมพึมพำ เขาเม้มปากแล้วมองหน้าผมนิ่งๆ ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าที่นายกำลังทำอยู่มันหมายความว่ายังไงถ้านายไม่บอกฉันเองเขาจ้องเข้ามาในดวงตาของผม หมอนั่นยกมือขึ้นตะปบแก้มสองข้างของผมเบาๆเหมือนหมี เอาล่ะ ฟังนะ

“…” เขายื่นหน้ามาที่ข้างหูของผม พึมพำอยู่สองสามคำแล้วก็ผละออกไป เขายิ้มน้อยๆ ใช้นิ้วโป้งเกลี่ยแก้มผมไปมาเบาๆ ก่อนจะว่า ความลับนะ

ผมพยักหน้า ไม่นานนักก็รู้สึกได้ถึงความชื้นบนริมฝีปาก

โอเค



ความลับนะ

 

 

 








แต่งเสร็จนานแล้วแต่ยังไม่ได้ลง นี่ก็ความลับนะ 555555555555555555555

มอบให้แด่นารุซาสึชิปเปอร์ และฮารุจังค่ะ 55555555555555555555555555

ชอบจังเวลาทำงานมาจากฟอ.ของฮารุ สนุกสนานมาก 55555555555555555

สวัสดีปีใหม่นะก๊ะ ช่วงนี้ปิดเทอมเลยเอาตัวเองมาทำอะไรแบบนี้ได้ ยังไงก็ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดีของชิปเปอร์นะคะ เย่!



O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

57 ความคิดเห็น

  1. #55 Mamorudes (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 22:56

    ความลับๆ >\\\\\<

    #55
    0
  2. #52 noname (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 16:45
    ชอบจังเลยยย ความลับนะ งือออ
    #52
    0
  3. #50 Aom Livitate (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 19:46
    น่ารักจังเลยยยยยย อร๊างงงงงงงง >//////////<
    #50
    0
  4. #44 Lompat_LB (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มีนาคม 2559 / 17:12
    แง๊งงงง น่ารักกกจังชอบบบบบมาก ><
    #44
    0
  5. #40 Shie (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 มกราคม 2559 / 20:16
    กรี๊ดมากค้ะะะะะะัะะะะะะะะะ ชอบมากๆ #จิกหมอนแทบขาด ชอบเวลาโตะขี้เล่นจีบเกะ อ๊ายยย
    #40
    0
  6. #38 ♣♦yuyu♥♠ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มกราคม 2559 / 22:28
    ใจ เริ่มต้นได้ย้อนยุคมากค่ะ555+ แต่ก็น่ารักดี โตะจีบเกะ กินเข้ากัน ไปส่ง มันดูน่ารักแบบไม่ค่อยมีในฟิคที่เราอ่าน
    #38
    0
  7. #37 Yoseop~Ah :) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 19:00
    ความลับนะะ กร๊ากกกกกก ได้ๆมันจะเป็นความลับบบฮาาาาา!! น่ารักกกกกกก????????
    #37
    0
  8. #36 เปล่งประกาย (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 00:08
    น่ารักโตะจีบเกะแบบเนียนมากชอบบบ
    #36
    0