いただきます. {naruto fiction}

ตอนที่ 5 : サウンド | narusasu. | middle

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 373
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    20 ก.ค. 58


サウンド 

(II)

Sound II | naru x sasu | sisircxes

“All the harmony joins to make sounds”






 


1.       “เฮ้ๆ พึ่งจะออกมาจากโรงบาลก็ช่วยทำตัวเหมือนคนป่วยหน่อยดิ!” ผมตะโกนใส่ซากุระผ่านกระจกห้องซ้อม ยัยนั่นกำลังควงไม้กลองแล้วตีเสียงดังระหว่างที่พวกเรากำลังพักกินข้าวกลางวันและวางแผนเกี่ยวกับการแต่งเพลงให้ลิมิเต็ดอลบั้มสำหรับอินเตอร์ฯแฟนที่มีกำหนดการปล่อยซิงเกิ้ลแรกก็อีกสองเดือนข้างหน้า

 

แต่งทันใช่ไหมซาสึเกะโปรดิวเซอร์หันไปทางคนที่กำลังยืนดื่มกาแฟมองตัวโน๊ตในมือ เขาพยักหน้าเบาๆก่อนจะว่า ครับ คิดว่าทัน

ซาสึเกะเดินกลับเข้าไปในห้องซ้อมก่อนจะคุยอะไรสักอย่างกับซากุระ ผมเลิกสนใจแล้วหันมาเกากีต้าร์คลาสสิคที่วางอยู่เล่นๆ ช่วงนี้งานยุ่งชะมัดทั้งๆที่พึ่งจะจบทัวร์คอนฯไปแท้ๆผมบ่นกระปอดกระแปดแล้วมองมือของตัวเองก่อนจะถูกสะกิดเบาๆเข้าที่ไหล่

ว่า ?”

ฉันว่า...ซากุระดูแปลกๆไปนะ หลังจากตอนนั้นชิกามารุเพยิดหน้าไปทางคนที่อยู่ในห้องซ้อม ดวงตาสีมรกตนั่นดูแย่ๆลงพิกล อาจจะเป็นเพราะยังไม่ค่อยหายดีก็ได้มั้งผมบอกปัดๆก่อนจะมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆซากุระ หมอนั่นยกมือเขกหัวซากุระก่อนจะยิ้มให้น้อยๆ อะไรน่ะ ทีกับฉัน...

 

ชิกามารุกับซากุระมีงานต้องไปถ่ายแบบที่โอกินาว่าสองสามวัน ฉันเองก็ต้องไปด้วย พวกนายอยู่กันได้ใช่ไหมผู้จัดการคาคาชิพูดขึ้นขณะที่ผมกำลังจะหลับ ผมพยักหน้าเบาๆแต่เขาก็ดันหัวผมขึ้นแล้วว่าต่อ มีปัญหาอะไรกันอยู่หรือเปล่า

ก็ไม่หนิ...

แปลกไปนะ พวกนายน่ะ...ปกติก็น่าจะสนิทกันกว่านี้หนิ ทำไมดู...

ก็เหมือนเดิม ไม่เชื่อเดี๋ยวทำให้ดู เฮ้ ซาสึเกะ ออกมานี่แปปดิ้ผมเคาะกระจกเรียกให้ซาสึเกะออกมาจากห้องซ้อม เขาวางแผ่นกระดาษในมือลงบนเก้าอี้แล้วเดินออกมา สีหน้าเรียบเฉยไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆเปลี่ยนเป็นเหวอทันทีที่ผมลากเขามานั่งบนตักแล้วเอาคางเกยไว้ ซาสึเกะหันมองผม เห็นไหมล่ะคาคาชิ นายน่ะ คิดมากเกินไปแล้ว

เฮ้ยๆ ทำแบบนั้น ถ้าฉันเป็นซาสึเกะ ฉันต่อยนายไปนานแล้วนะคาคาชิโบกมือให้ซาสึเกะลงจากตักผม เขามองผมอีกครั้งด้วยดวงตาที่สั่นระริกอยู่ครู่นึง มันไม่ได้แสดงความโกรธแต่ก็เดาไม่ได้ว่ามันหมายความว่ายังไง แค่นี้ใช่ไหม ฉันจะได้ไปแต่งเพลงต่อ

อะ...อืมผมพยักหน้า เขาหายกลับเข้าไปในห้องซ้อม ทุกคนเงียบหลังจากเหตุการณ์เมื่อสักครู่นี้ ชิกามารุตบหัวผมเบาๆ นายเล่นแบบนั้น...เดี๋ยวหมอนั่นก็โกรธเข้าจริงๆหรอก

ไม่หรอกน่า ฮ่าๆ สมัยก่อนฉันก็เล่นแบบนี้ออกบ่อย หมอนั่นไม่เห็นว่าอะไร...เลย

 

ใช่ ไม่พูดอะไรสักคำ ไม่ว่าอะไรสักอย่าง จนผมเคยชินที่จะแกล้งเขา ทำให้เขาเป็นเหมือนกับคู่จิ้นเพื่อเซอร์วิสแฟนๆ ก็เขาดันไม่มีท่าทีอะไร ผมก็เลยเดาไม่ถูกว่าหมอนั่นจะโกรธหรือเปล่า

 

2.      ผมนอนมองท้องฟ้าอยู่นอกระเบียง ในบ้านเงียบสนิทเหมือนป่าช้า ยิ่งพอไม่มีไอ้ขี้เบื่อนั่น ห้องสำหรับสองคนก็ดันกว้างจนเกินเหตุ อะ...

ยังไม่ได้กินอะไรเลยไม่ใช่หรือไงซาสึเกะยื่นแซนวิชมาทางผม เขาทรุดตัวนั่งลงกับพื้นนอกระเบียงข้างๆกับผมที่นอนอยู่แล้วมองขึ้นไปบนฟ้า ใบหน้านวลของเขาไม่มีสีหน้าอื่นๆนอกจากนิ่งเฉย ผมพูดออกมาเบาๆ นายนี่ดีจังเลยนะ

อะไร

ก็ขนาดไม่ต้องทำสีหน้าอะไรก็ยังน่ามองได้ขนาดนั้น อิจฉาจริงๆเลยเจ้าบ้าผมกัดแซนวิชเข้าปากแล้วมองคนข้างๆอีกครั้ง วันนี้มานอนกับฉันไหม

ฮะ?”

ก็หมายถึง เตียงมันกว้างเกินอ่ะ ไอ้ชิกามารุก็ไม่อยู่ ฉันไม่ชอบนอนคนเดียวนายก็รู้ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่ตัวเองไม่คิดว่าจะทำบ่อยๆ น้ำเสียงอ่อนโยนนั่นน่ะ... หมอนั่นถอนหายใจแล้วพูดเบาๆ นายมันไม่โตจริงๆเลยนะ

ก็นะ....

ไปอาบน้ำด้วยล่ะ ฉันไม่อยากนอนข้างๆคนไม่อาบน้ำเขาลุกออกไปจากห้องทิ้งให้ผมนอนอมยิ้มอยู่คนเดียว อะไรกัน ก็ใจดีเหมือนเดิมไม่ใช่หรือไง ถึงจะต่อว่ายังไง ก็ยอมมานอนด้วยกันอยู่ดีนี่

 

อุซึมากิ นารูโตะ กรุณานอนเฉยๆด้วยซาสึเกะพูดขึ้นหลังจากที่ผมยังคงพลิกไปมาเพราะนอนไม่หลับ แน่สิ เล่นดื่มกาแฟไปตั้งสองแก้ว ตอนนี้เที่ยงคืนแล้วผมก็หลับไม่ลงอยู่ดี ซาสึเกะลุกขึ้นมานั่งมองผม สายตางัวเงียนั่นบ่งบอกว่ารำคาญที่จะต้องมาตื่นเพราะผมเอาแต่ขยับไปมา ถ้าขืนยังพลิกตัวอีกสักรอบ ฉันจะกลับไปนอนที่ห้อง

ผมพยักหน้าครั้งนึงแล้วคว้านิ้วของเขาเอาไว้ มืออุ่นๆนี่เหมือนกับตอนนั้นที่เขาช่วยทำแผลให้ผมตอนที่ผมไปมีเรื่องสมัยม.ปลาย หมอนั่นถอนหายใจแล้วทรุดตัวลงนอนเหมือนเดิม มือที่ถูกผมจับอยู่ไม่ได้ขัดขืนหรือชักหนี เขาลูบนิ้วชี้ของผมเบาๆจนผมเริ่มง่วง คำสุดท้ายที่ผมได้ยินช่างแผ่วเบาและเกือบจะจับใจความไม่ได้

ไม่อยากให้เป็นแบบนี้เลย...

กำลังพูดอะไรอยู่นะ...

 

แต่งเพลงอยู่เหรอ ผมเดินเข้าไปถามคนที่กำลังควงดินสอไปมาในมือ เขาครางตอบในลำคอโดยที่ไม่หันมามองหน้าผมเลยสักครั้ง ผมเดินไปนั่งลงที่โซฟาอีกตัวหน้าทีวีแล้วชะเง้อหน้ามองกระดาษในมือของเขา มองไม่ชัดเลยแหะ ลายมือขยุกขยิกแบบนั้น

...ริมฝีปากสีอ่อนกำลังขยับเบาๆเหมือนกำลังร้องเพลง ผมเลิกสนใจเพราะถึงเวลาเขาก็คงให้ดูเองนั่นแหละเพราะยังไงเราก็ต้องช่วยกันใส่ทำนองอยู่ดี ผมคิดนู่นคิดนี่จนจู่ๆก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ครับ...

ว่าไงนะ!?”

ซาสึเกะสะดุ้งเสียงตะโกนของผม เขาวางดินสอในมือแล้วหันมาถามด้วยสายตาว่ามีอะไรเกิดขึ้น ผมขยับปาก ซากุระ...

ครับ ฝากดูแลยัยนั่นด้วยนะครับ รีบพาเธอกลับมานะครับผมกดวางสายแล้วโยนมันไปที่โซฟาอีกฝั่ง ยัยบ้านั่น...คิดจะทำอะไรกันแน่

เกิดอะไรขึ้น นารูโตะ

ดันกินยานอนหลับเกินขนาดน่ะสิ...มีเรื่องอะไร...ทำไมไม่บอกกันบ้างล่ะวะผมสบถ ซาสึเกะมีสีหน้าที่เปลี่ยนไป เขาลุกออกไปจากห้องนั่งเล่นทันที หมอนั่นหายเข้าไปในห้องนอนก่อนจะเดินถือโทรศัพท์ออกมาด้วย ไอ้ซาโซริ...ไอ้เวร...แกรู้ไหมว่ามันเกิดอะไรขึ้น!”

“…”

ถ้าแกยังอยากเจอยัยนั่น แกต้องเคลียร์กันซะ ไม่งั้นฉันจะไม่ให้ยัยนั่นได้เห็นหน้าแกอีกซาสึเกะตวาดใส่มือถือก่อนจะกระแทกตัวลงบนโซฟา เฮ้...มีอะไร ทำไมฉันไม่รู้เรื่องเลยล่ะ

สองคนนั้นมีปัญหากันน่ะ คงทะเลาะกันมาก่อนหน้านี้ด้วย ให้ตาย ไอ้หมอนั่นมันจัดการอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง ถ้ายัยนั่นตายขึ้นมาฉันจะซัดหน้ามันไม่เลี้ยงเลย

มีปัญหา? เรื่องอะไร?”

ก็คง...เป็นปัญหาที่เกิดจากความโลเลของไอ้ซาโซริไงล่ะซาสึเกะพูดออกมาอย่างหงุดหงิด เขาคว้ากระดาษบนโต๊ะแล้วหายกลับเข้าไปในห้องนอน

ผมสะอึกไป ความคลุมเครืองั้นเหรอ... นั่นสินะ... ผมเองก็ด้วย ไม่รู้ว่าตัวเองกำลังคิดหรือว่ารู้สึกอะไรอยู่กันแน่ ทำไมถึงจะต้องสะอึกกับคำที่ซาสึเกะพูดถึงซาโซริอยู่บ่อยๆด้วยวะ ผมยกมือลูบหน้าตัวแล้วล้มตัวลงกับโซฟา ไม่เข้าใจเลยโว้ย

 

3.      ก๊อก ๆ ผมวิ่งไปเปิดประตูบ้านหลังจากที่ได้ยินเสียงคนเคาะประตู พวกนั้นกลับมาแล้วเหรอ ไหนว่าจะกลับมาพรุ่งนี้ตอนเย็นไงวะ กละ...ซาบาคุโนะซัง...

ผมมองผู้หญิงที่ยืนอยู่หน้าประตูบ้านก่อนจะรีบเชิญเธอเข้ามา เธอเม้มปากแล้วนั่งลงบนโซฟาของห้องนั่งเล่น ผมเตรียมจะไปยกน้ำมาให้แต่เธอก็ห้ามไว้เสียก่อน ดวงตาสีเขียวน้ำทะเลบวมช้ำ ก่อนจะพูดออกมาอย่างแผ่วเบา ชิกามารุ...

ยังไม่กลับมาหรอกครับผมตอบเธอที่กำลังมองมาทางนี้ แววตาที่บอกไม่ได้ว่ากำลังเศร้าหรือว่าอึดอัดอะไรสักอย่างอยู่วูบลงเมื่อได้ยินว่าหมอนั่นยังไม่กลับ มีอะไรหรือเปล่าครับ ซาบาคุโนะซังไม่เคย เอ่อ มาที่นี่เองเลยสักครั้ง

ค่ะ ฉันมีเรื่องที่จะต้องบอกกับเขาให้ได้...แต่ฉัน...ไม่เป็นไรค่ะ ไว้ฉันจะติดต่อเขาไปเองเธอโค้งให้ผมก่อนจะลุกออกไป ผมเดินไปส่งเธอที่หน้าบ้าน ก่อนจะไปเธอถามขึ้นมาคำหนึ่ง นารูโตะคิดว่า...คนแบบเขา...จะเป็น...

เป็น ?”

พ่อคนได้หรือเปล่าคะเอ่อ กรุณาอย่าพึ่งไปพูดอะไรกับเขานะคะเธอพูดแค่นั้นก่อนจะเดินออกไป ผมยืนนิ่ง หมอนั่น...น่ะเหรอ

 

เมื่อกี้ใครมาน่ะ...ซาสึเกะเดินเข้ามาถามขณะที่ผมกำลังปิดประตูบ้าน ผมแค่นยิ้มให้เขา ซาบาคุโนะน่ะ...เขาขมวดคิ้วหลังจากได้ยินคำตอบ เธอมาทำอะไร....

มาหาไอ้ชิกามารุน่ะ...เรื่องสำคัญว่ะ...แต่ไม่ให้บอก

อืม นายเข้าไปกินข้าวได้แล้ว ฉันจะออกไปข้างนอกเขาเดินผ่านผมไปเฉยๆ ผมรั้งข้อมือเขาไว้แต่ก็ถูกชักกลับไปทันที ผมมองหน้าเขา สายตาที่เรียบเฉยจนน่าหงุดหงิดนั่นทำให้ผมรู้สึกผิด เอ่อ...โทษที

ฉันไม่เป็นไรเขาพูดเหมือนกับตอนนั้นแล้วทิ้งผมไว้ที่หน้าประตูบ้าน

อะไรน่ะ... ความรู้สึกแบบนี้...

 

ผมเดินกลับเข้าไปในบ้าน เขาไม่ได้ปิดประตูห้อง ผมจึงเอื้อมมือไปดึงลูกบิดมาแต่จู่ๆก็มีความรู้สึกว่าอยากจะเข้าไป ผมก้าวเข้าไปในห้องนั้น กลิ่นของเขาลอยอยู่ในอากาศจางๆ ผมถอยหายใจแล้วมองไปยังกระดาษที่วางอยู่บนคีย์บอร์ด

 

Do you hear it? Can you hear it? (ได้ยินไหม? ได้ยินบ้างหรือเปล่า)

My sounds, I’m calling out (เสียงของฉันที่กำลังส่งไป)

Do you hear it? Can you hear it? (ได้ยินไหม? ได้ยินบ้างหรือเปล่า)

My sounds that are fading (เสียงของฉันที่กำลังจะหายไป)

 

I’m trying to get them through (ฉันพยายามที่จะส่งเสียงไปยังเธอ)

But they don’t seem to reach you, my voices (แต่เสียงเหล่านั้นกลับไม่ถูกคว้าไว้แม้แต่สักครั้งเดียว, เสียงของฉัน)

Try to give you a piece of me (ที่พยายามจะมอบส่วนหนึ่งของตัวตนให้กับเธอ)

 

อะ...ผมวางกระดาษพวกนั้นลงทั้งๆที่ยังอ่านไม่จบหลังจากได้ยินเสียงเปิดประตู ผมหันไปด้านหลัง เขาเดินเข้ามาหยิบโทรศัพท์ในห้องก่อนจะเอ่ย นายเข้ามาทำอะไร

เพลงนี่...

ฉันยังแต่งไม่เสร็จและยังไม่ต้องการให้ใครอ่านเขาไล่ผมทางอ้อมด้วยสายตานี่เรียบเฉย ผมพยักหน้าแล้วเดินออกไป ในใจยังคงติดค้างกับประโยคมากมายในเนื้อเพลง เขาขีดฆ่าแก้แล้วแก้อีกจนได้เนื้อเพลงแบบนั้น แม้ว่าอยากจะอ่านต่ออีกสักนิดแต่ก็ไม่กล้าพอที่จะเลื่อนสายตาลงไป เขากำลังพูดถึงใครอยู่นะ ในเพลงนั้น

            ไม่เข้าใจเลย ไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง

 

4.       “เฮ้ ชิกามารุ...เฮ้... ผมสะกิดเขาหลังจากที่หมอนี่เงียบไปและไม่ยอมเล่นท่อนเปิดพร้อมกัน เขาสะดุ้งแล้วยกมือเชิงว่าโทษที ผมส่ายหัวแล้วขอให้เราเริ่มใหม่ พอเล่นไปได้สักพักคนที่พลาดกลับไม่ใช่ชิกามารุแต่ดันเป็นซากุระแทน

เธอไหวหรือเปล่า ซาสึเกะเดินเข้าไปแตะหัวของยัยนั่น ซากุระพยักหน้าก่อนจะยิ้มออกมา สบายอยู่แล้วน่า ฉันแค่ไม่ถนัดมือกับไม้กลองใหม่ โทษทีๆเธอก้มหัวให้พวกเราก่อนจะขอเล่นใหม่

พวกเราสี่คนดึงดันเล่นจนจบเพลง ความรู้สึกที่สัมผัสได้จากความผิดปกติคือเรากำลังเล่นเพลงรัก แต่มันดันฟังแล้วอึดอัดหูชะมัด ผมเองก็ด้วย เล่นเหมือนขอไปที

พวกนายเป็นอะไรกันไปหมดน่ะผู้จัดการคาคาชิเดินเข้ามาถามก่อนจะยื่นกระติกน้ำให้ซาสึเกะ เขารับมาแล้วนั่งลงกับพื้นในห้องซ้อม ถึงแม้ว่าจะหมดช่วงเวิร์ลทัวร์แล้วแต่ที่เรายังต้องมาซ้อมเพราะพรุ่งนี้มีงานโชว์ที่กินซ่า แต่เหมือนทุกคนจะไม่มีกระจิตกระใจทำงานอะไรเลย

เปล่าครับ ไม่ได้เป็นอะไรนี่ผมแสร้งหัวเราะออกมาแล้วดีดกีต้าร์เล่น ชิกามารุมองโทรศัพท์ในมือแต่ก็ยังไม่ยอมกดอะไรสักอย่าง ส่วนซากุระเองก็เหม่อลอยในขณะควงไม้กลองไปมา เห็นไหมๆ ซากุระยังไม่เห็นบ่นอะไรสักคำเลยครับ พวกเราไม่เป็นไรหรอก

อืม พวกเราซ้อมต่อเถอะซาสึเกะลุกขึ้นจากพื้น เขาชูสองนิ้วขึ้นมาเป็นสัญญาณว่าจะเล่นเพลง TWO ชิกามารุโยนโทรศัพท์ไปให้คาคาชิก่อนจะถือเบสขึ้นมา

“…” ซากุระเคาะไม้กลองให้สัญญาณ เสียงกีต้าร์ของผมเริ่มดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงของซาสึเกะ

 

“Two minutes Two days Two weeks (ไม่ว่าจะสองนาที สองวัน สองอาทิตย์)

Two months Two years Together (สองเดือนหรือสองปี ที่อยู่ด้วยกัน)

I’ve been through that (ฉันก้าวข้ามผ่านวันเวลาเหล่านั้นมา)

You’ve been through that, too (เธอเองก็ก้าวข้ามผ่านมันมาเช่นกัน)

 

Two minutes Two days Two weeks (ไม่ว่าจะสองนาที สองวัน สองอาทิตย์)

Two months Two years Together (สองเดือนหรือสองปี ที่อยู่ด้วยกัน)

We used to go through that with no doubt (เราเคยข้ามผ่านมันมาได้อย่างไร้ข้อสงสัย)

But now we can’t even find our way out of this mess, Why?” (แต่ตอนนี้เรากลับไม่อาจก้าวข้ามผ่านสิ่งเลวร้ายตรงหน้าได้ เพราะอะไรกัน?)

           

แกร๊ง...

 

            เพลงหยุดไปพร้อมๆกับเสียงกลองของซากุระ เธอปล่อยไม้กลองที่รักนักรักหนาในมือจนร่วงลงพื้น ซากุระซบหน้าลงกับฝ่ามือตัวเองแล้วสะอื้นเบาๆ ชิกามารุทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นส่วนซาสึเกะก็เดินเข้าไปวางมือไว้บนหัวของยัยนั่น

สักพักซาสึเกะก็ปล่อยมือให้ตกลงไปอยู่ข้างตัว ผมเดินเข้าไปหาเธอก่อนจะคว้ายัยนั่นมากอด ยัยบ้า ทุกคนเขาเป็นห่วงเธอนะ

ฉัน...

พวกเราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงไม่ยอมพูดออกมาล่ะ สิ่งที่เธอคิดอยู่...

ก็ฉัน...

คิดว่าบนโลกใบนี้จะไม่มีใครฟังเธอแล้วหรือไง บ้าจริงๆเลยนะ...ซาสึเกะเข้ามายืนต่อหน้าซากุระที่ยังถูกผมกอดไว้ เขาเช็ดน้ำตาให้ซากุระเบาๆก่อนจะเขกหัวของเธอ พรุ่งนี้น่ะตั้งใจเล่นซะ แล้วฉันจะขอให้ผู้จัดการปล่อยเธอไปเคลียร์ตัวเองหลังจากงานเสร็จ โอเคไหมผมพูดขึ้นมา ซากุระหยุดร้องไห้แล้วพยักหน้าเบาๆ ผมทิ้งซากุระไว้ให้กับซาสึเกะ เขาไม่ได้พูดอะไรกับผมแต่สีหน้าก็บ่งบอกว่ามีบางอย่างอยากจะพูด ผมถอนหายใจแล้วเดินออกไปข้างนอกห้องซ้อม

ผู้จัดการคาคาชิครับ...

ฉันพอจะรู้แล้วล่ะ...ยังไงพรุ่งนี้ก็ช่วยตั้งใจทำงานกันด้วยล่ะ

ครับ แล้วก็...ไม่ใช่แค่ซากุระ แต่ช่วยปล่อยไอ้ขี้เบื่อนั่นไปสักพักเถอะนะครับ มันกำลังจิตตก...ผู้จัดการรู้เรื่องที่ซาบาคุโนะ...

รู้ หมอนั่นพึ่งบอกฉันเมื่อวาน ถึงมันจะมีผลกระทบแต่เราก็คงปิดข่าวไว้ก่อนนั่นแหละ อีกอย่างพวกนายก็โตๆกันแล้ว เรื่องจะมีครอบครัวมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดหรอกเขายิ้มออกมาบางๆ ผมพยักหน้าแล้วมองเข้าไปในห้องซ้อม คนที่กำลังเก็บไมค์ไม่แม้แต่ปรายตามองมาทางนี้ ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ

ว่าแต่นายน่ะ...ใช่อุซึมากิที่ฉันรู้จักจริงๆหรือเปล่า

“…”

ไม่ค่อยบ้าบอเหมือนเดิมเลยนะเขาพูดแค่นั้นก่อนจะทิ้งผมไว้ในห้องอีกฝั่งนึง ผมกดมือถือเล่นไปเรื่อยๆรอพวกเขาเก็บของ ในแฟนคาเฟ่มีท็อปปิคเรื่องผมกับซาสึเกะเต็มไปหมด ตลกสิ้นดี ถ้าแฟนคลับรู้ว่าผมกับเขากำลังเข้าหน้ากันไม่ติดแบบนี้จะเป็นยังไงนะ จะทำลายความฝันของพวกเธอจนพังไม่เป็นท่าเลยหรือเปล่า

 

5.       “ชิกามารุหายหัวไปไหนของมันวะ ผมเดินถือขวดน้ำออกมาจากห้องครัว ตั้งแต่เช้าก็ไม่เห็นหมอนั่นแล้ว ผมมองไปที่หน้าทีวี ตรงนั้นมีกระดาษแปะอยู่ ฉันไม่พร้อมสำหรับอะไรเลยว่ะ ไว้จะรีบกลับมานะ

ไอ้เวรนี่...อย่าบอกนะว่า... ผมต่อสายหาคาคาชิทันทีที่อ่านข้อความจบ เขาตอบมาเพียงว่าไม่รู้อะไรเลยนั่นทำให้ผมยิ่งเดือด หมอนั่นทำตัวแบบนี้ไม่สมกับเป็นชิกามารุที่ผมรู้จักเลย ผมปากระดาษลงพื้นก่อนจะเปิดเข้าไปในห้องนอนซากุระ เธอกำลังหลับอยู่ เอาไงดีวะ

“…” ผมกลืนน้ำลายช้าๆก่อนจะเดินไปเคาะห้องหมอนั่น ซาสึเกะไม่ตอบอะไรกลับมาผมจึงถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไป เขาหลับฟุบอยู่บนคีย์บอร์ด ในมือยังกำดินสอไว้แน่น เขาหลับตาพริ้ม ดวงหน้าหวานที่ผมเคยเห็นรอยยิ้มอยู่บ่อยๆกำลังเรียบเฉย ผมใช้นิ้วเกลี่ยผมของเขามาทัดหูเบาๆก่อนจะชักมือกลับมา ทำไมถึงกลายมาเป็นแบบนี้ได้นะ...พวกเราน่ะ...

อืม...

อะ...ตื่นแล้วเหรอ...

นาย...มีอะไรเขาพึมพำก่อนจะเก็บกระดาษที่กองอยู่รวบเป็นกองเดียวกันแล้วลุกขึ้นจากโต๊ะวางคีย์บอร์ด ไปตามชิกามารุเป็นเพื่อนทีสิ

ตาม? หมอนั่นไปไหน?”

จิตตกกับเรื่องเล็กๆน้อยๆน่ะ สติแตกไปแล้วมั้งป่านนี้

ชิกามารุเนี่ยนะ...ซาสึเกะขมวดคิ้ว แน่สิ พวกเราเคยแต่จะพึ่งชิกามารุมาตลอด หมอนั่นเป็นทั้งเพื่อนและอัจฉริยะของตระกูลนารา ปัญหาเล็กน้อยหรือปัญหาใหญ่แค่ไหน หมอนั่นก็พาพวกเราข้ามผ่านมาได้เสมอแต่ครั้งนี้ดันบ้าบอจัดการเรื่องของตัวเองไม่ได้

 

คุณซาบาคุโนะอยู่ไหมครับ

คุณหนูอยู่ในบ้านครับ เชิญ...

ช่วยเรียกเธอมาทีได้ไหมครับ มีที่ที่อยากจะให้ไปด้วยกันหน่อย

เจ้าของเรือนผมสีทองเดินออกมาจากบ้าน ใบหน้าซีดเซียวและดวงตาที่บอบช้ำยิ่งทำให้ผมโกรธไอ้หัวสัปปะรดนั่น มันกล้าดียังไงทิ้งแม่ของลูกไว้แบบนี้วะ ไปกับเราหน่อยได้ไหมครับ

 

ซาสึเกะเลี้ยวเข้าไปในลานกว้างของบ้านแบบโบราณของตระกูลนารา ผมให้ซาบาคุโนะเดินตามผมไปที่หน้าประตูบ้านหลังนั้น เธอกำกระโปรงเอาไว้แน่นเมื่อผมเคาะประตู ไอ้ชิกามารุ อยู่หรือเปล่า!”

ไม่นานนักหมอนั่นก็เดินมาเปิดประตู เขาอ้าปากด่าผมทันทีแต่ก็หยุดไป นายมาที่นี่ได้ยะ...เทมาริ...

 

พลั่ก !

 

ก่อนที่เขาจะได้พูดอะไรต่อ ผมสวนหมัดใส่หน้าหมอนั่นแล้วยิ้ม ไง ไอ้เพื่อนเวร คิดจะทิ้งลูกทิ้งเมียหนีมาพักร้อนที่นี่หรือไง

ฉัน...

แกคิดว่าลูกแกจะภูมิใจนักเหรอที่มีพ่อไม่เอาไหนแบบนี้ พ่อที่เอาแต่วิ่งหนีลูกตัวเอง!”

อย่าเลยนะคะ... ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆผมดึงแขนผมไว้ เธอก้มลงไปพยุงชิกามารุขึ้นมาแล้วปล่อยมือทันที ขอโทษด้วยฉัน....ขอตัวกลับกะ...

อย่าไปนะ...

ผมพยักหน้าให้กับสิ่งที่ชิกามารุพูดออกมาแล้วหันหลังกลับทันที ผมยกมือลาเขาโดยที่ไม่พูดอะไร ซาบาคุโนะยืนนิ่งก่อนที่จะถูกชิกามารุดึงมือเอาไว้ ฉันจะไม่ไปจากเธออีกแล้ว อย่า...ไปจากฉันเลยนะ

 

นายขับมาตั้งไกลแล้ว เปลี่ยนที่กันเถอะผมเคาะกระจกข้างคนขับ เขาพยักหน้าแล้วเปลี่ยนไปนั่งอีกฝั่งหนึ่ง ระหว่างทางกลับ เขาไม่พูดอะไรกับผมเลยสักคำทั้งๆที่ไม่ได้หลับ ผมถอนหายใจแล้วหักเลี้ยวเข้าข้างทาง

ซาสึเกะ...

“…”

นายโกรธอะไรฉันหรือเปล่า

เปล่า... เขาเสมองไปทางนอกหน้าต่าง ผมจับไหล่ให้เขากลับมามองหน้าผม ดวงตาสีเข้มนั่นกำลังสั่นระริก ผมปล่อยมือก่อนที่จะเอ่ยเบาๆ ขอโทษนะ...

ฉันไม่เป็นไร...

แต่ฉันเป็นว่ะ ผมพูดแค่นั้นก่อนจะขับรถออกไปอีกครั้ง

 

6.      ผมไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่กลางถนนแบบนี้ รู้ตัวอีกที มือที่จับพวงมาลัยอยู่ก็เปลี่ยนเป็นกระชากคนที่นั่งข้างๆมากอดไว้ ผมฝังจมูกตัวเองลงไปบนไหล่ของเขา ซาสึเกะเงียบนิ่งไม่ได้พูดอะไร ผมเองก็เหมือนกัน

ผ่านไปเกือบห้านาทีกลางสี่แยกไฟแดงที่ยังติดอยู่ เขาพึมพำนาย....ผมถอนหายใจออกมาแต่ก็ไม่ยอมปล่อยเขาออกจากอ้อมแขน แรงผลักของหมอนั่นไม่อาจจะต้านแรงผมได้ ผมพูดออกมาเบาๆ ทำไมยิ่งนานไป ฉันยิ่งรู้สึกว่าเราห่างกันออกไปทุกที...ทั้งๆที่นายก็อยู่แค่ตรงหน้าฉัน...

“…”

นายเกลียดฉันไปแล้วเหรอ

เปล่า ฉัน...

เราเป็นเพื่อนสนิทกันไม่ใช่เหรอ ทำไมนายไม่พูดอะไรกับฉันเลยล่ะผมผละออกจากเขาแล้วมองเข้าไปในดวงตาที่กำลังสั่นระริก ผมใช้นิ้วโป้งเกลี่ยแก้มของเขาเบาๆ ทำไมเราถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ ฉันพลาดอะไรไปเหรอ

 

ปี้นนนนนนนนน

 

 ผมสะดุ้งเมื่อรถคันหลังบีบแตรให้เราไปเพราะสัญญาณไฟแดงหายไปแล้ว ผมปล่อยมือออกจากเขาแล้วขับรถกลับไปที่บ้านโดยที่ไม่ได้พูดอะไรกันอีก

บางความอึดอัดมันก็ยากที่จะพูดออกไปเหมือนกันนะ

 

ผมเดินเข้าไปในบ้าน เขาเดินผ่านหน้าผมเข้าไปในห้องทันที ซากุระกำลังดูทีวีอยู่บนโซฟา ผมทักเธอนิดหน่อยแล้วเข้าไปในห้อง ทันทีที่หลังแตะผืนเตียงผมก็ยกแขนมาก่ายหน้าผาก อะไรกันล่ะวะความรู้สึกอึดอัดแบบนี้ จะทำยังไงให้มันหายไป

นารูโตะ…”

ซากุระเหรอ มีอะไรหรือเปล่า

วันนั้น – ขอบใจนะ ฉันคิดว่าฉันไม่เป็นไรแล้วล่ะเธอยิ้มมาทางผม ผมขยี้หัวยัยนั่นเบาๆก่อนจะถอนหายใจ ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วล่ะ...

นี่ นารูโตะ เอ่อ...นายกับซาสึเกะทะเลาะกันเหรอ

ทำไมคิดแบบนั้นล่ะ

ก็ฉันเห็นช่องโหว่รูเบอเริ้มอยู่ตรงกลางระหว่างนายสองคนน่ะสิ – มีอะไรงั้นเหรอ ทำไมถึงได้เหินห่างกันจนฉันรู้สึกได้แบบนี้ซากุระห่อไหล่แล้วมองมาทางผม ผมส่ายหน้า ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน...แล้วก็...ไม่รู้วิธีที่จะถมช่องโหว่นั้นด้วย...

นี่…”

“…”

แทนที่จะถมช่องโหว่ ทำไมนายไม่ลองกระโดดข้ามมันไปเลยล่ะเธอพูดแค่นั้นก่อนจะลุกออกไปจากห้องนอนของผม ผมหัวเราะ ยัยบ้านี่ – แล้วถ้าฉันเกิดกระโดดพลาดขึ้นมาล่ะ...







つづく





หัวเราะแล้วเดินจากไปอีกครั้ง... (ล้อเล่นค่ะ 555555555555555555)

ก่อนจะจากอยากจะบอกกับนารูโตะว่ากระโดดพลาดก็ตกลงไปตายค่ะ

ไม่มีไรมาก ฮือ 5555555555555555 / เจ้มจ้นเยี่ยงวีต้า และขมเยี่ยงอเมริกาโน่เชียวค่ะ

สำหรับตอนนี้ก็จะเป็นอีกหนึ่งตอนมาคุๆ สำหรับคนทั้งสี่ ปัญหาที่พวกเขาจะต้องโซฟโพลเบล้ม

และหาทางออกกันเอง / มีฉากที่ชอบมากอยู่ฉากนึงค่ะ ฉากที่นาราโดนต่อย สะใจค่ะ คนฉลาดต้องโดนค่ะ


ยังไงก็ตาม ฝากติดตามไปถึงตอนจบของซีรี่ส์ sound เรื่องนี้ด้วยนะคะ มาดูกันว่าความอึดอัดนี้

ทั้งสองจะแก้ไขด้วยวิธีอะไร ต่างคนต่างจะเข้าใจกันเหมือนที่ผ่านมาไหม หรือที่จริงที่ผ่านมา

เขาไม่เคยเข้าใจกันเลย (ดราม่าทำไม...) / ตอนจบอันแสนอึดอัด อ่อนแอ อบอุ่น กำลังจะมาถึงในไม่ช้านี้

โปรดรอติดตาม ไม่เกินวันพฤหัสแน่นอนค่ะ ! ฝากคอมเม้นติชม แนะแนว แก้คำผิด บ่นไรต์ พาดพิงตัวละคร

ได้ตามสบายที่ด้านล่าง หรือที่แท็ก #Dinefic ในทวิตเต้อว์ด้วยค่า เจอกันตอนจบค่ะเย้ !

PS ภาพปลากรอบดีงามมากค่ะ กรุณาเสพจนกว่าจะมึนเมา ขอขอบพระคุณฮารุบุบะ การทำงานร่วมกันในครั้งนี้มันช่างยิ่งใหญ่สมคำโปรย / จีบซากุระกันค่ะทุกคน!


O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

57 ความคิดเห็น

  1. #48 Aom Livitate (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 19:06
    ตอนนี้หนักหน่วงจังค่ะ TT
    #48
    0
  2. #42 Lompat_LB (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 มีนาคม 2559 / 16:30
    มันเศร้าไปหมด ตอนที่เล่นเพลงแล้วไม่มีใครพร้อมเลยสักคน มันแย่จริงๆ แกทำอะไรสักอย่างเถอะโตะเอ้ย
    #42
    0
  3. #19 เปล่งประกาย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 / 21:49
    โตะรีบรู้ใจตัวเองแล้วสารภาพรักกับเกะสักที
    #19
    0
  4. #18 เปล่งประกาย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 / 21:40
    โตะรีบรู้ใจตัวเองเร็วๆสิสารภาพรักเกะเลย
    #18
    0
  5. #17 มามิยะ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 / 19:50
    ชอบมากค่าาาาาาาาาาาา กรี๊ดดดด
    นารูโตะไม่เป็นไรนะ ถ้ากระโดดพลาดเดี๋ยวซาซึเกะก็มาช่วยจับเอาไว้เองล่ะ 5555555555
    #17
    0