いただきます. {naruto fiction}

ตอนที่ 1 : おめでとう | narusasu.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,176
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    5 ก.ค. 58


おめでとう

omedeto | naru x sasu | sisircxes

 

 




あか : Red


        1.    สีแดง ข้างบนนั้นเป็นสีแดง มองเห็นหรือเปล่า สีแดงของตะวันที่กำลังลับฟ้า เห็นใช่ไหม มองอยู่เหมือนกันใช่หรือเปล่า สีแดงที่เป็นส่วนหนึ่งของสีที่ฉันชอบ เข้าใจความหมายใช่ไหม

 

...เจ้าของเรือนผมสีดำหรี่ตาลงขณะที่เงยหน้ามองดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับขอบฟ้า สีแดงฉานอาบพื้นดินที่เขากำลังยืนอยู่ รวมถึงกำลังกลืนกินเสื้อสีกรมของเขาไปด้วย แม้ว่าจะยืนมองอยู่นานจนเริ่มแสบตาแล้ว แต่เขาเองก็ไม่ได้เดินเข้าไปหลบอยู่ใต้ร่มเงาของต้นไม้อย่างที่ควรจะทำ

ในเวลาแบบนี้ ถ้ายังมีนาย ฉันก็ไม่ต้องมายืนตากแดดให้แสบตาหรอก

มองอยู่หรือเปล่าเขาพึมพำ

มือเรียวล้วงโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปสีของขอบฟ้าเอาไว้ พิมพ์อะไรยึกยักอยู่สองสามวิ แล้วก็ตามด้วยอีเมลล์ของคนที่เคยส่งเมสเสจให้บ่อยๆ นิ้วโป้งค้างอยู่เหนือปุ่ม send – อะไร กะอีแค่ส่งรูป จะมานั่งชั่งใจอะไรของนายน่ะ

ริมฝีปากสีอ่อนเม้มเข้าหากันอย่างช่วยไม่ได้ ก็คิดมากเหมือนกันนะ จะให้มาทำแบบนั้นแบบนี้เอาแต่ใจตัวเองเหมือนแต่ก่อนก็กลัวอีกฝ่ายจะลำบากใจ ส่งๆไปเถอะ ไม่มีอะไรหรอกเขาพูดกับตัวเองแบบนั้นอยู่สามสี่รอบแต่ก็ยังไม่ยอมกดส่ง จู่ๆกิ่งไม้จากด้านบนก็ปลิวมาร่วงลงใส่หัวด้วยแรงลมพัดของยามเย็น

คนที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้สะดุ้งเหมือนพึ่งจะรู้สึกตัว เมื่อกี้ตอนที่ตกใจ ดันเอานิ้วไปโดนปุ่ม Send ซะแล้วสิ เหวอ ไม่สิ ช่างมันเถอะเสียงร้องหลงเปล่งออกมาเบาๆก่อนจะเปลี่ยนเป็นคำพูดแก้ต่างให้ตัวเอง



1.     สีแดง ขอบฟ้าวันนี้เป็นสีแดง มองอยู่สินะ สีแดงที่หลงเหลือจากดวงตะวันที่ลับฟ้าไปแล้ว เห็นใช่ไหมล่ะ มองอยู่เหมือนกันใช่หรือเปล่า สีแดงที่เหมือนสีของร่มที่ฉันชอบใช้ประจำ เข้าใจความหมายใช่ไหม

 

มุมนี้จะดีไหมนะ...มือหนาชูโทรศัพท์ขึ้นเหนือศีรษะตัวเองหลายต่อครั้งเพื่อถ่ายภาพขอบฟ้าสีแดงผ่านเลนส์กล้อง เขายืนอยู่หน้าบ้านนานและนานมากพอที่จะทำให้เหงื่อตกกับความร้อนที่เหลือเป็นไอจางๆทั้งๆที่ตะวันก็ลับขอบฟ้าไปแล้ว

ในเวลาแบบนี้ ถ้ายังอยู่กับนาย ก็คงได้กางร่มทั้งที่ไม่มีแดด

NEW 1 MESSEGE

มองอยู่สินะ เขายิ้มออกมาจางๆ

เจ้าของผมสีเหลืองทองลดโทรศัพท์ลงมาดูเมสเสจเข้าใหม่โดยที่ไม่ได้สนใจว่าหัวข้อแปลกประหลาดอย่างเช่น วันนี้สีแดง มันจะดูเหมือนพวกโรคจิตที่ชอบส่งมาว่า เฮ้ วันนี้ ฉันใส่กางเกงในสีแดงนะหรือเปล่า เขามองมือถือในมือจนเหงื่อบนหน้าผากหยดลงไปที่หน้าจอ อะไร กะอีแค่เขาส่งรูปมา จะมายืนเหงื่อตกทำไมน่ะ

มือหนายกขึ้นขยี้ผมตัวเองอย่างอดไม่ได้ ก็แอบคิดอะไรไปเรื่อยนะเรา จะให้มันเป็นเหมือนแต่ก่อนเดี๋ยวก็ได้เกิดเรื่องเข้าพอดี ยังไงก็...อย่าส่งอะไรกลับไปดีกว่าเขาข่มใจอยู่สองสามนาทีก็ได้ยินเสียง ปะป๋า ออกไปยืนทำอะไรตรงนั้นคะ

คนที่ยืนอยู่หน้าบ้านสะดุ้งตัวเบาๆก่อนจะกลับไปยิ้มให้อีกฝ่ายที่มาร้องเรียกอยู่ตรงประตูบ้าน กลิ่นหอมของดอกนาซิสซัสที่ปลูกไว้โชยมาตามลมเพื่อเตือนสติว่าเขากำลังอยู่ที่บ้านนะ บ้านของเขา ปะป๋าออกมายืนมองฟ้าสีแดงครับ ฮิมาวาริไปเรียกพี่โบลต์ออกมาดูเร็วลูก

 




きいろ : Yellow


2.     สีเหลืองทองแบบนั้น แสบตาจะตายอยู่แล้ว ไม่ได้จะชอบจับชอบมองเลยสักนิด หลงตัวเองแบบนาย ต่อให้ผมเป็นสีอะไรก็หลงตัวเองอยู่ดี น่าเบื่อชะมัด อยากจะหลงตัวเองก็หลงไปคนเดียวสิ จะมาลากฉันไปเกี่ยวด้วยทำไมกันนะ

 

เฮ้อ...คนที่นั่งมองปกหนังสือที่มีตัวหนังสือสีทองมาเป็นเวลานานสองนานได้แต่ถอนหายใจเหมือนตาแก่อย่างไม่รู้สาเหตุ มือเรียวยกขึ้นเสยผมสีดำขลับที่ปรกหน้าอยู่ให้พ้นตา ผมยาวอีกแล้ว จะตัดหรือยังนะ หมอนั่น

NEW 1 MESSEGE

อะไรน่ะหัวข้อเรื่องแบบนั้น

เฮ้ๆ เจ้าคนผมปิดตา ไปตัดผมเป็นเพื่อนกันหน่อยสิ เขาเผลอยิ้มออกมาน้อยๆให้กับประโยคชักชวนเชิงบังคับของฝ่ายที่ส่งข้อความมา และยิ้มอีกครั้งเมื่อนึกได้ว่าตัวเองกำลังนึกถึงเรื่องของอีกฝ่ายแล้วเขาก็โผล่มาพอดิบพอดีเสียเหลือเกิน นิ้วเรียวพิมพ์ข้อความส่งกลับไปอย่างไม่รีบเร่ง

ร้านเดิมแล้วกัน ประโยคสั้นๆที่ไม่ใช่การตอบรับหรือปฏิเสธถูกส่งไปในสองสามนาทีต่อมา ร่างที่นั่งอยู่บนเก้าอี้เปิดดูข้อความที่ส่งตอบกลับมาแบบทันทีทันใด ยังไม่ทันได้วางโทรศัพท์เลย เจ้าบ้านี่

เฮ้ ซาสึเกะคุง วันพฤหัสนี้ไปไหนหรือเปล่าเสียงหวานดังมาจากห้องครัวเรียกสติของเขากลับมา คนที่ยังกำโทรศัพท์ในมือกลืนน้ำลายลงคอช้าๆก่อนจะตอบกลับไป นัดกับเพื่อนไว้น่ะ มีอะไรงั้นเหรอ

เธอตอบกลับมาเพียงว่าซาราดะต้องการให้ไปรับที่โรงเรียนไวกว่าเวลาปกติเพราะที่โรงเรียนมีโครงการแข่งกีฬากับโรงเรียนข้างเคียง เด็กประถมแบบซาราดะจึงมีโอกาสได้กลับบ้านก่อนเวลา แต่ถ้าเขาไม่ว่าง เธอก็จะไปเอง

ถ้าอย่างนั้นวันพฤหัส ฉันจะเป็นคนเอากุญแจบ้านไปนะ เผื่อว่านายจะกลับดึก

ขอโทษด้วยนะ แต่ฉันมีโอกาสน้อยกว่าซาราดะเสียอีก

 

2.     สีเหลืองทองแบบนี้ ถึงจะแสบตาไปหน่อย แต่ก็เห็นจะชอบจับชอบมองอยู่บ่อยๆนะ นี่ไม่ได้หลงตัวเองนะ ต่อให้ผมของฉันเป็นสีอะไรนายก็จับมันอยู่ดี ตลกชะมัด ถึงจะไม่ชอบสีนี้แต่ก็อย่าพาลมาลงกับหัวฉันสิ ชอบมาลากฉันไปเกี่ยวด้วยอยู่เรื่อย

 

ไม่ตัดออกสักหน่อยเหรอ นารูโตะคุงเสียงหวานส่งมาจากโต๊ะหน้าโซฟาในขณะที่เขาปล่อยให้ฮิมาวาริเล่นยุบยับอยู่กับผมของเขา ตอนนี้มันเริ่มยาวจนตกลงมาทิ่มตา ลูกสาวของเขาที่เห็นแบบนั้นจึงจะอยากสวมบทบาทเป็นช่างทำผมจำเป็น เขาเองก็ไม่ได้ว่าอะไร คุณพ่อที่นั่งอยู่บนพื้นไม้ของบ้านตอบกลับเพียงแค่ว่าวันมะรืนนี้จะออกไปตัดออกสักหน่อย

จะว่าไป จะตัดผมบ้างหรือยังนะ หมอนั่น

ส่งไปแล้ว... เจ้าของเรือนผมสีทองสว่างกำโทรศัพท์ในมือไว้แน่น ให้ตาย จะอีกกี่ทีกี่ครั้งยังไงๆก็รู้สึกประหม่าอยู่ดี เขาเสยเส้นผมที่ตกลงมาปรกหน้าของตัวเองอย่างลวกๆ ไม่นานนักเครื่องมือสื่อสารในมือก็สั่นเพื่อบ่งบอกว่ามีข้อความส่งเข้ามา

ร้านเดิมแล้วกันเขายิ้ม ประโยคบอกเล่าที่ไร้ที่มาที่ไปทำให้เขารู้สึกลดความประหม่าลง ยังไงซะ ก็ไม่ได้รังเกียจที่จะไปด้วยกันสินะ เขากดข้อความสุดท้ายตอบกลับไปก่อนจะยกโทรศัพท์ชูขึ้นพร้อมกับบิดขี้เกียจ ได้ยินเสียงแว่วๆว่ามะรืนนี้ลูกชายเลิกโรงเรียนไวกว่าปกติ เขาจะออกไปตัดผมแล้วแวะรับหรือให้เธอไปรับเอง

ยังไงก็ฝากไปรับโบลต์ทีนะ ฉันไม่แน่ใจว่าจะกลับตอนไหน

ขอโทษด้วยนะ แต่ฉันมีโอกาสน้อยเหลือเกินที่จะได้เจอเขา

 






オレンジ : Orange


                3.   สีส้มแน่ๆ ไม่มีทางเดาผิดหรอก  คนอย่างหมอนั่นจะมีเสื้อสักกี่สีในชีวิต ถ้าไม่มาแย่งจากห้องของฉันไปใส่ ยังไงซะ ก็ต้องสีส้ม เสื้อสีส้มกับผมสีทองสว่าง เจ้าบ้า แบบนั้นมันทำให้เป็นจุดเด่นจนน่ารำคาญเลยนะ

 

เฮ้...ผมสะดุ้ง เสียงทุ้มจากทางด้านหลังทำให้ผมต้องหันกลับไปมอง เจ้าของผมสีทองสว่างในเสื้อยืดย้วยๆสีส้มทำให้ผมยิ้มออกมาจางๆ แน่สิ ผมเดาถูกเหมือนโทรนัดให้ใส่ ขายาวก้าวเข้ามาใกล้ๆก่อนจะมองมาทางผม ดวงตาสีฟ้าที่สดใสนั่น น่ารำคาญชะมัด มันติดตานะ ไง...ผมเอ่ยทักเบาๆ

นารูโตะลากคอผมเข้าไปใกล้เหมือนอย่างที่เพื่อนทั่วไปทำกัน ผมพยายามจะปัดมือเขาออกและบอกให้ปล่อยได้แล้ว แต่เขาก็พูดนู่นพูดนี่จนไม่ได้ฟังที่ผมพูด ผมจึงปล่อยให้เลยตามเลย เขาลดแรงกอดนั่นให้รู้สึกสบายขึ้น แล้วเราก็เดินไปบนถนนด้วยกัน

นายกินอะไรมาหรือยังน่ะเขาถามออกมาแต่ตาก็ยังคงมองไปที่ทางข้างหน้า อีกไม่กี่ก้าว เขาก็ต้องปล่อยมือจากผม เพราะจะถึงร้านตัดผมประจำของเราแล้ว ก็ดื่มกาแฟมานะ...

เจ้าบ้า ฉันถามถึงข้าว นายเอาแต่ดื่มกาแฟแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่โตหรอก

ฉันโตพอแล้วน่าผมประหม่า ไม่รู้ว่าควรจะตอบกลับความห่วงใยที่เจือปนมากับการกวนประสาทนี้ยังไง เขาบึนปากก่อนจะชี้เข้าไปในร้าน วันนี้คนไม่เยอะแฮะ ตัดผมแล้วค่อยไปหาอะไรกินก็แล้วกัน

 

3.     สีส้มก็แล้วกัน ไม่มีตัวอื่นแล้วด้วย คนอย่างผมก็ไม่ได้จะมีเสื้อสักกี่สีในชีวิต ถ้าไม่ไปแย่งจากห้องของเขามาใส่ ยังไงซะ ก็ต้องทนใส่สีส้มไปนั่นแหละ เสื้อสีส้มกับผมสีทองสว่างแบบนี้มันทำให้เป็นจุดเด่นด้วย เท่จะตายไป

 

วันนี้คนไม่เยอะแฮะ ตัดผมแล้วค่อยไปหาอะไรกินแล้วกันผมพูดพร้อมกับลากคอของเขาเข้าไปในร้าน ผมลอบมองคนที่สั่งให้ช่างตัดผมเล็มแค่ข้างหลังออกผ่านกระจกบานใหญ่ ใบหน้าที่นิ่งสงบเหมือนกับทะเลยามน้ำนิ่งทำให้ผมเผลอยิ้มออกมา เขาลืมตา สายตาของเราปะทะกันพอดิบพอดี

ซาสึเกะไม่วางตาหลังจากที่เห็นว่าผมกำลังมองไปทางเขา ริมฝีปากสีอ่อนขยับเป็นคำ มีอะไร มองทำไม ผมกลอกตาแก้เก้อแล้วขยับปาก เปล่า ฉันหิว

ไม่นานนักเราก็เดินออกมาจากร้าน รู้สึกดีขึ้นนิดหน่อยที่ได้กลับมาลากคอหมอนี่ไปนู่นไปนี่ ซาสึเกะไม่ได้ขัดอะไรเมื่อเห็นว่าร้านที่ผมกำลังจะเดินเข้าไปคือร้านราเมนที่เราเคยมาด้วยกันบ่อยๆ

เหมือนเดิมสองที่ครับเฮีย อีกชามพิเศษชาชูด้วยนะครับ

นายหิวขนาดนั้นเลยหรือไงเขาเอ่ยถามเบาๆขณะที่กำลังวางขวดโค้กที่เดินไปหยิบน้ำมาจากตู้ที่หน้าร้านลงบนโต๊ะ เปล่า ฉันสั่งให้เจ้าคนไม่โตแถวๆนี้น่ะผมยักคิ้ว ไม่กี่วินาทีต่อมา ขวดโค้กเย็นๆก็แนบลงบนแก้มของผม ให้ตาย เฮ้ๆ ชอบเล่นแบบนี้อีกแล้วนะ นายน่ะ

ยังจำได้ด้วยหรือไงเจ้าทึ่มเขาพูดกับผมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะจัดการกับราเมนที่ถูกนำมาวางตรงหน้า

 





しろ: White


4.     สีขาว มันหายไปแล้ว กลืนหายเข้าไปในสีขาวแล้ว ไม่เห็นหรือไงเจ้าคนทึ่ม มองดูดีๆสิ มัวแต่ไปสนใจอย่างอื่นอยู่ได้ มันหายไปหมดแล้วเห็นไหม ไม่มีอะไรเหลืออยู่แล้ว นายไม่เข้าใจหรอก

นายจะมองหน้าฉันอีกนานไหม

นายเองก็ด้วยไม่ใช่หรือไง มองอะไร ผมชะงักกับคำตอบ เขารู้นี่ว่าผมมองอยู่ แต่ก็จริงๆนั่นแหละ จะให้ปฏิเสธไปยังไงเจ้าตัวก็ไม่มีทางเชื่อหรอก ผมมองเรือนผมสีทองของเขาอยู่ ก็มัน...

อย่าบอกนะว่า...

อะ ก็คงใช่มั้ง

เขาหันมามองหน้าผมอีกรอบแบบไม่ปิดบัง ผมเองก็เหมือนกัน เราจ้องกันอยู่นานเกือบนาทีและสุดท้ายก็ ฮ่าๆ /  ฮ่าๆหลุดหัวเราะออกมาจนได้ ฮ่าๆ ตลกชะมัด อะไรของนายวะ เรื่องเดียวกันหรอกเหรอ?” นารูโตะพูดไปกลั้วหัวเราะไป

ช่วยไม่ได้ เมื่อก่อนหัวนายมันกระเซิงกว่านี้นี่นา ฮะๆผมอดหัวเราะตามเขาไม่ได้จึงพูดเรื่องที่คิดอยู่ออกมาบ้าง เขาวางตะเกียบในมือลงแล้วเอื้อมมาทางผม มือใหญ่ค่อยๆเกลี่ยปอยผมของผมไปทัดเข้าที่หูข้างขวา อะไรเล่า ผมนายเองก็เคยตั้งเป็นหางเป็ดเหมือนกันแหละน่าเขาพูด ทั้งๆที่นิ้วชี้ยังเกลี่ยอยู่ที่แก้มของผม

อะ...ผมชะงักไปชั่วขณะ เขาเคยทำแบบนี้ ตอนนั้น ตอนที่ผมกำลังอ่านหนังสือ เขาบ่นว่ารำคาญเลยจัดการจับปอยผมที่ปรกด้านข้างไปทัดหู มานึกอะไรออกเอาตอนนี้กันล่ะ

เอ่อ โทษทีเขาลดระดับมือลงจนกลับไปอยู่ที่เดิมหลังจากเห็นผมนิ่งไป ผมพยักหน้าเบาๆ หลังจากนั้นเขาก็เปลี่ยนเรื่องและเรื่องที่หมอนี่พูดก็ไร้เซ้นส์ในการสร้างบรรยากาศเหมือนเดิม จะว่าไป นายปิดเงียบเลยนะ

“…”

เรื่องที่แต่งงานกับซากุระ ไหนจะเรื่องซาราดะ...ถ้าฉันไม่ไปถามจากไอ้คิบะ ฉันก็คงไม่รู้...นารูโตะพูดคำสุดท้ายออกมาแผ่วเบา ผมส่ายหน้าน้อยๆ ก็ฉันไม่ชอบให้มันเป็นเรื่องใหญ่

ถึงจะไม่ชอบก็น่าจะบอกเพื่อนสนิทสักหน่อยนี่หว่า...

“…” เพราะเป็นนายไง ฉันถึงไม่อยากบอก

เอาเหอะ...เขาพูดลอยๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาพูดกับผม อาจจะช้าไปนิด แต่ยังไงก็...

“…”

ยินดีด้วยนะ

อะ..อืม ขอบใจผมพยักหน้า แล้วหลังจากนั้นเราก็ไม่ได้พูดอะไรกันอีก ต่างคนต่างจัดการกับราเมนในถ้วยให้หมด ไม่นานนักผมและเขาก็เดินออกมาจากหน้าร้าน เขาก้มมองนาฬิกาในโทรศัพท์มือถือ เสียงกระดิ่งจากที่ห้อยดังเรียกสติผม ยังมีรสนิยมชอบห้อยอะไรแบบนั้นอยู่อีกเหรอ

ก็นะ...คนที่บอกว่าห้ามแกะออก มันก็นายไม่ใช่หรือไงนารูโตะเก็บมันเข้ากระเป๋ากางเกงอย่างลวกๆก่อนจะก้มลงนั่งคุกเข่าด้านล่าง ผมสงสัยว่าเขากำลังจะทำอะไรเลยก้มมองดู อะ...

นายเป็นพ่อคนแล้วนะ ยังจะเซ่อซ่าผูกเชือกรองเท้าไม่แน่นอีก สะดุดล้มหัวแตกตาย ฉันไม่ไปเป็นพ่อให้ซาราดะแทนนายหรอกนะเฟ้ย...เสียงของเขาลอดเข้ามาในประสาทการได้ยินของผมแผ่วเบาเหลือเกิน ผมปล่อยให้เขาพูดในขณะที่ตัวเองเงยหน้ามองท้องฟ้า สีขาว หน้าหนาวกำลังจะมาถึง มันจะกลืนทุกอย่างเข้าไป

 

นี่ก็เย็นมากแล้ว แยกกันตรงนี้แล้วกันเขาลุกขึ้นมาจากพื้น ผมมองหน้าเขาที่กำลังยิ้มส่งมาทางนี้

 สีแดง... เอ หรือว่าจะสีเหลืองนะ ไม่สิ สีส้ม สีแสบตาแบบนั้น สีส้มชัดๆ

ฉันไปนะ ลาก่อน

อือ

 

 

หายไปแล้ว กลืนหายเข้าไปในสีขาวแล้ว ไม่เหลืออะไรสักอย่างเลย มองไม่เห็นสีอื่นเลย มีแต่สีขาว สีขาวเต็มไปหมด นายไม่มีทางเห็นแบบที่ฉันเห็นหรอก แล้วนายก็จะไม่มีวันเข้าใจด้วย

 

วันนี้สีขาว....

 

-----------------------

 

ไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ยินดีด้วยนะ จากปากหมอนั่น

จะเจ็บปวดยิ่งกว่าคำว่า ลาก่อน เสียอีก


 



inspiration by narusasu day – dojin (c)harububa







สิ้นสติมากค่ะ สิ้นคิดอีกตังหาก นี่ฟิคหรือกล่องสีคอลลีน 555555555555555

แต่ก็ได้รับแรงบันดาลใจที่ดีมาจากโดนารุซาสึเดย์ของเบบเบ๊มายเยิ้บค่ะ เจอคำพูดปังๆเข้าไปเกือบร้องไห้ y_y

ฝากติดตามเพจรวมฟิคสั้นนารูโตะของเราด้วยน้า สามารถเวิ่นเว้อผ่านตะวิ้ดได้ที่แท็ก #DINEFIC ครัช

อย่าลืมมาเลือกจานที่ชอบที่สุดไปทานกันนะคะ อิ <3

O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

57 ความคิดเห็น

  1. #54 SUGA! YES, PLEASE♡ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 18:24
    มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟนมันมีอยู่จริงค่ะ พธูธ ฮืออออออเอออเอออออออ หน่วงยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
    #54
    0
  2. #53 ♣♦yuyu♥♠ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2559 / 14:39
    โอยย ทำไมมันหน่วงแบบนี้ จะจิ๊จ๊ะกันมันก็อึดอัดมีครอบครัวแล้วทั้งคู่ ต่างคนต่างอยู่ก้คิดถึงกัน  เป็นได้แค่เพื่อนนี่มันแย่จริงๆ 
    #53
    0
  3. #51 noname (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 15:29
    ภาษาดีมากเลยค่ะ ทั้งเศร้าทั้งหน่วงบอกไม่ถูก
    #51
    0
  4. #34 Yoseop~Ah :) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มกราคม 2559 / 22:52
    อ่านเเล้วเศร้าจังงงง TTTTTTTT ทั้งๆที่ความรู้สึกเหมือนกันเเท้ๆ???????? แต่ก็รักกันไม่ได้????????
    #34
    0
  5. #30 Ronny Aveiro (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2558 / 21:38
    เศร้าจัง แม้จะรู้สึกเหมือนกัน แม้จะอยู่ใกล้กันแค่เอื้อม แต่สุดท้ายเส้นขนานก็คือเส้นขนานที่ไม่มีวันบรรจบได้ อินฝุดๆเบย
    #30
    0
  6. #26 SEA WATER (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2558 / 13:23
    โอ้ยยยยย อารมณ์แบบบ มันจะเศร้าก็เศร้าจะหวานก็หวาน แบบเดาไม่ได้ ทั้งๆที่สองคนนั้นก็มีความรู้สึกให้กัน ยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้ 
    #26
    0
  7. #24 Zea__heer (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2558 / 21:26
    ชอบสำนวนการเดินเรื่องจริงๆนะคะเนี่ย T///T ปลื้มปริ่มมากค่ะ ฮือๆT^T
    ว่าไงดีค่ะเนี่ย สำหรับตัวเบสเวลาจะอ่านเบสชอบอ่านสิ่งที่ทำให้เรารับรู้อารมณ์ได้ค่ะ ฟิคนี้สนองได้ดีจริงอะไรจริง แหะๆ
    อ่านไปแล้วรู้สึกตามไปด้วยเลยนะคะ จากสีหลายสีที่เคยเป็นความทรงจำร่วมกันมา สุดท้ายแล้วพอกลับมารวมกันก็ต้องเป็นสีขาวที่ว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย เเทนเนื้อหาละมุนๆของจากอดีตสู่อนาคตที่ไม่มีวันอยู่ด้วยกันจริงๆ
    อ๊ากกก สครีมร้อยบ้านค่ะ วิธีการดำเนินเรื่องก็ดีมากมายย เป็นลำดับ เป็นขั้นให้อ่านตาม อย่างกับฟิคฝรั่งเลยค่ะ อ๊าคคคคค
    นับถือมากเลยค่ะT////T ที่ผ่านมามีแค่ 2 คนจริงๆนะคะที่เบสเห็นว่าแต่งนิยายถึงอารมณ์คนอ่านให้อินตามขนาดนี้
    อ่านแบบหน่วงๆจนน้ำตาจิไหลค่ะ...T////T

    อ่านไปก็จะแบบ แต่ละคนมีมุมมองความคิดที่สุดท้ายก็นึกถึงกันแต่กับอีกคน
    เพียงเรื่องเล็กๆก็พาลจะให้นึกถึง มันละมุนเหมือนชาหลังอาหารว่างเลยค่ะแต่ดันเป็นชาขมตอนจบ...
    เบสชอบนิดนึงนะคะ ที่มันอยู่บนความจริงๆ แหะๆ ว่าไงดีคะเนี่ยยย อ๊าาา
    แบบว่า สุดท้ายแล้วคำพูดแบบนั้นเราก็ไม่รู้ว่ามาจากใจไหม แต่ถ้ามาจากใจเรากลับเจ็บแล้วไม่รู้จะพูดยังไงตอบ ยินดีกับลาก่อนบางครั้งก็ต่างกันแค่เส้นบางๆเองนะคะ...
    สุดท้ายก็เหมือนการผสมสีแหละค่ะ ต่อให้ทำมาดียังไง ความทรงจำมาดีแค่ไหน พอรสมกันเป็นสีขาวของแสงอาทิตย์ที่เจิดจ้ากลับลบเลือนอดีตให้เป็นปัจจุบันที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน

    กล่องสีคอลลีนจริงๆค่ะ ขาดสีเขียวก็จะครบล่ะนะคะ แฮ่ๆ //โดนโบก
    ชอบมากๆเลยค่ะ งือออ อ๊ากกก  ไม่ใข่แค่ไรท์ที่รัองนะคะ เบสก็ร้องงง อ๊ากก แงงงง

    โอ๊ะๆ แฮปปี้นารุซาสึเดย์ย้อนหลังค่ะ!>\\\\<
    #24
    0
  8. #23 Chanida Koonrut (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2558 / 22:43
    ชอบมากค่ะ อ่านแลัวทำให้ร้องไห้หนักมาก ทั้งเพลงทั้งเนื้อหา 
    เพลงจังหวะคล้ายเพลง the wings ของ brokeck mountain เลย

    ทำให้นึกถึงฉากจบของหนังเรื่องนี้เลย

    #23
    0
  9. #21 KITZTIE.8059 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2558 / 00:14
    เศร้ามากค่ะ มันหน่วงๆในอก แบบจะร้องไห้ก็ร้องไม่ออก เราอินกับเรื่องแบบนี้เป็นพิเศษด้วย เลยชอบมากๆค่ะ ยิ่งอ่านพร้อมฟังเพลงประกอบนะ *ทรุดพร้อมน้ำตานองหน้า ฮือออ

    #21
    0
  10. วันที่ 20 กรกฎาคม 2558 / 18:03
    งือออ เศร้าๆหน่วงๆอบอวนด้วยความสุขเล็กๆที่น้อยสุดๆ T^T
    ทำไมพวกนายถึงอยู่ด้วยกันไม่ได้นะ! 
    เป็นสีที่ช่างมีแต่ความทรงจำ 

    #13
    0
  11. #6 Koki (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2558 / 19:33
    *น้ำตาไหลแรง* ; w ; เศร้ามากความสัมพันธ์ที่เหมือนจะเป็นไปได้แต่สุดท้ายก็เป็นไปไม่ได้ ฮือออออ

    ที่ทั้งสองคนพูดถึงโอกาสอันน้อยนิดก็เศร้ามาก แงงง ยิ่งฟังพร้อมเพลงยิ่ง ฮึกก
    #6
    0
  12. #5 Nypanus (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2558 / 00:58
    โหย คือร้องไห้อ้ะ TT____TT เอาอีกชอบๆ 
    #5
    0
  13. #4 นักอ่านเงา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 23:58
    สีรุ้ง.....
    #4
    0
  14. #3 HARUBUBA (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 22:53
    โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย T___________________T
    ใส่เพลงมาทำไมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม นั่งร้องไห้เป็นบ้าอยู่คนเดียวอึกกกกกกกกTTTT

    เป็นฟิคที่แบบ เต็มไปด้วยความทรงจำอ่ะ (ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่แต่งจากคอมมิคกากๆของเราเหรอฮือออออออ)
    ฉากก้มลงไปผูกเชือกรองเท้าให้ เราแบบ อ้าก โธ่เอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยย ทำไมพวกนายถึงอยู่ด้วยกันไม่ได้นะTTTT
    เราชอบสำนวนการเขียนของเธอจัง ให้ความรู้สึกเหมือนอ่านนิยายแปลดีๆเรื่องนึงอยู่ T////T

    ทำดีมาก ทำดีมาก ฮึกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    อยากเม้นเยอะกว่านี้แต่ตาพร่าไปหมดแล้วมองไม่ค่อยเห้นเแป้น อึกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #3
    0
  15. #2 Piyaporn Benjee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2558 / 22:33
    รู้สึกได้ถึง สีหลายๆสีรวมกัน  รู้สึกแสบตาไปด้วยเลยค่ะ

    แล้วก็รู้สึกเศร้าไปด้วย
    #2
    0