สัญญารักฟาโรห์

ตอนที่ 5 : บทที่5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 334
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 ธ.ค. 54

ตกลงนายมีเรื่องอะไรจะให้ฉันช่วยก็บอกมาเลย ฉันช่วยนายเต็มที่แต่ต้องจ่ายครบตามจำนวนนะ         อเล็กซ์ซักถามถึงธุระทันทีเมื่อเข้ามานั่งในห้องนั่งเล่นในบ้านหลังเล็กๆซึ่งบ้านหลังนี้เป็นมรดกตกทอดมาจากเอมมี่แม่ของเขาที่เพิ่งจะเสียชีวิตไปได้สามเดือนกว่า

                ฉันจ่ายนายแน่ แต่ตอนนี้ฉันเกิดปัญหา แคโรไลจะทิ้งฉันไปจะเอาลูกไปด้วยถ้าหากว้าฉันยังไม่สามารถซื้อบ้านหลังใหม่ให้เธอได้

                ชอนเล่าสีหน้าเครียด

                นั่นไง ฉันบอกนายแล้วแต่นายไม่เชื่อฉันเอง

                ก็ฉันรักของฉันนี่หว่า.....คนเป็นพี่แย้ง ที่จริงปลายปีนี้ฉันต้องได้โบนัส แต่ในที่สุดก็ไมได้เพราะคุณไรอันขายบริษัทให้นายทุนคนอื่นเข้ามาบริหารต่อ เงินชดเชยที่ได้มาก็ไม่พอดาวน์บ้าน แคโรไลมาละวาดใส่ฉันใหญ่เลย

                แล้วนายจะทำไงต่อ

                นายทุนคนใหม่มีนโยบายรับพนักงานเก่าที่ทำงานในบริษัทอยู่แล้วทำงานต่อได้ ฉันจะทำต่อไปแล้วฉันจะหาโอกาสยักยอกเงินมันมาทีละน้อย

                นายจะให้ฉันช่วยยังไง

                ช่วยหานักบัญชีเก่งๆให้ฉันหน่อยสิ ฉันจะพาเข้าไปสมัครที่นั่น

                หมายความว่านายจะ....

                แล้วนายจะตกลงไหมล่ะ งานนี้คุ้มค่ากับความเสี่ยงนะ

                ชอนโน้มน้าว อเล็กซ์ยิ้มกว้างงานทุจริตทุกชนิดเขาถนัดอยู่แล้ว เอื้อมมือมาตบไหล่พี่ชายพลางยิ้มแววตาเป็นประกาย

                ตกลงฉันจะหามาให้นายเอง ฉันรู้จักเยอะพวกนี้ชอบทำงานเป็นนักฟอกเงินให้เอเย่นต์ค้ายา รับรองว่าไม่มีทางจับได้แน่ ถ้าจับได้เราก็หนีไปไกลแล้ว

                เอ่ยจบร่างสูงของอเล็กซ์ก็ลุกออกไป ทิ้งให้ชอนนั่งคิดทบทวนในการตัดสินใจของเขาคนเดียว

 

                หลังจากที่กลับมาจากร้านอาหารแล้วร่างบางแทบจะไม่ได้คิดอะไรเลยนอกจากคิดทบทวนเรื่องที่พ่อแม่ของเธอขายบริษัทเพราะขาดทุนจำนวนมหาศาล

                ร่างบางเหวี่ยงกระเป๋าสะพายไปบนเก้าอี้หน้ากระจกเงาบานใหญ่ ส่วนตัวเธอเดินมาทิ้งตัวลงนอนบนเตียงขนาดกะทัดรัด เอื้อมมือสอดเข้าไปใต้หมอนหยิบเอาเครื่องไอพอร์ตมาเปิดเพลงฟังแก้เครียด เธอคิดว่าจะนอนคิดอะไรไปสักพักแต่แล้วความเมื่อยล้าและความไพเพราะของเสียงเพลงก็ดึงสติของทิลด้าให้เคลิ้มหลับไป

                ในขณะที่ด้านนอกมีฝีเท้าของใครบางคนกำลังเดินเข้ามาหยุดที่หน้าห้องพักของเธอ ร่างสูงใหญ่นั้นเปิดประตูก้าวเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ ร่างสูงเดินมานั่งบนเตียงนอนนุ่มใบหน้าหล่อคมค่อยๆก้มหน้าต่ำลงมาหาคนที่นอนหลับอยู่เบื้องล่างพลางเพ่งพิศใบหน้าสวยเด่นนั่น ร่างบางพลิกตัวนอนตะแคงมาทางเขาทำให้เส้นผมสีทองตกมาปิดใบหน้างามไปด้วย

                คิ้วดกดำของชายหนุ่มแปลกหน้าขมวดเข้าหากันอย่างขัดใจ พลางเอื้อมมือไปเขี่ยเส้นผมพวกนั้นไปแนบไว้ข้างใบหูก่อนจะก้มลงกระซิบเสียงนุ่ม

                ทิลด้า....เจ้าสวยเหลือเกิน ยอดรักของข้า...

                ชายหนุ่มกระซิบบอกและใช้นิ้วมือแตะริมฝีปากสีกลีบกุหลาบของหญิงสาวเบาๆอย่างคิดถึง ร่างบางสะดุ้งตื่นขึ้นมาในทันทีเมื่อสัญชาตญาณบอกเธอว่ามีคนแปลกหน้ารุกล้ำเข้ามาในห้องพัก ดวงตาสีฟ้ากลมโตเบิกกว้างมองใบหน้าชายแปลกหน้าอย่างอึ้งๆ

                พี่ไบรอัน!”

                ปิดปากอุทานพลางกวาดสายตาไปทั่วใบหน้าคมคายและการแต่งกายของชายแปลกหน้าอย่างตกใจ ทิลด้าจ้องมองดวงตาคมที่ถูกวาดอย่างประณีตด้วยสีดำไล่ต่ำลงมาที่เครื่องประดับบนร่างกายและการแต่งกายที่แปลกตา

                คุณไม่ใช่พี่ไบรอันนี่       

                ร่างบางตัดสินทันทีเพราะไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่าชายตรงหน้าคือไบรอันพี่ชายของเธอ นอกจากใบหน้าและเส้นผมเท่านั้นที่ละม้ายคล้ายกันราวกับฝาแฝด ร่างบางขยับร่างหนีไปจนติดหัวเตียงสายตามองผู้มาเยือนอย่างไม่ไว้ใจ

                คุณเป็นใคร เข้ามาในห้องของฉันได้ยังไง

                ปากอิ่มถามเสียงเข้มขึ้นมานิดอย่างไม่ชอบใจ ในขณะที่ชายหนุ่มผู้มาเยือนทำหน้าเศร้าสร้อยพลางถอนหายใจ

                เจ้ายังไม่ให้อภัยข้า...ทิลด้าข้าตามเจ้ามาเพื่อจะอยู่กับเจ้า

                บุรุษตรงหน้าบอกเอ่ยด้วยสำเนียงที่ผิดเพี้ยนไปจากคนนิวยอร์ก

                อย่ามาล้อเล่นแบบนี้นะรีบออกไปซะ ก่อนที่ฉันจะเรียกให้คนมาช่วย

                ปากอิ่มข่มขู่ มือนุ่มคว้าหมอนปาใส่หน้าชายแปลกหน้า มือหนารับเอาไว้ดวงตาสีน้ำตาลคมเข้มจ้องมองร่างบางที่แสดงอารมณ์เกรี้ยวกราดอย่างสุดแสนทรมานหัวใจ

                ร่างบางขยับตัวหนีอีกครั้งเมื่อชายหนุ่มแปลกหน้าไม่มีทีท่าว่าจะทำตามที่เธอบอก ออกไปให้พ้นเลยนะ

                หญิงสาวออกปากไล่อีก คราวนี้ร่างสง่าเริ่มขยับออกห่างเล็กน้อยเพราะไม่ต้องการสาวน้อยตรงหน้าตื่นกลัวไปมากกว่านี้พลางเอ่ยอ้อนวอน

                ทิลด้า ข้าขอโทษ...ข้ารักเจ้า ข้าอยากจะไถ่โทษทุกเรื่อง ที่ข้าทำไม่ดีกับเจ้า ข้าเข้าใจเจ้าผิด ข้ารู้แล้วว่าเจ้าไม่ผิด อภัยให้ข้าเถอะยอดรัก

                คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างงุนงงปากอิ่มปฏิเสธ เพ้อเจ้อใหญ่แล้ว...ฉันไม่เคยรู้จักกับคุณ อย่ามายุ่งกับฉันนะออกไปให้พ้น!”

                ข้าจะไม่ไปไหนข้าจะอยู่กับเจ้าทิลด้า ข้าจะอยู่ใกล้ๆเจ้าข้างกายเจ้าทุกครั้งที่เจ้าต้องการข้า ข้าจะมาหาเจ้า

                ไม่นะ ออกไป....ใครที่อยู่ข้างนอกช่วยฉันด้วย มีคนบุกรุกเข้ามาจะทำร้ายฉัน!”

                ไม่ว่าจะไล่ยังไงชายแปลกหน้าก็ยังดื้อดึงจะอยู่ต่อทำให้ร่างบางต้องตัดสินใจตะโกนให้คนเข้ามาช่วย ชายหนุ่มรีบทะลึ่งพรวดพราดเข้ามาปิดปากหญิงสาวเอาไว้ด้วยมืออุ่นๆของเขาพลางกระซิบ

                อย่าตกใจไปเลยยอดรัก ข้ามาดี ข้าจะมาบอกเจ้าว่าข้ารักเจ้าเหลือเกิน...ทิลด้า...

                ชายแปลกหน้ากระซิบข้างซอกหูทำให้ร่างบางหยุดการต่อต้านไปชั่วขณะ ร่างสูงจึงอาศัยช่วงจังหวะที่ทิลด้ากำลังอึ้งก้มลงมาประทับเรียวปากอิ่มหาความหวานจากอุ้งปากของหญิงสาว ร่างบางนิ่งอึ้งเมื่อสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง

                กลิ่นกายผสมกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆลอยมาปะทะจมูก ยิ่งทำให้ร่างบางยิ่งอึ้งเพราะกลิ่นกายแบบนี้มันช่างเหมือนกับกลิ่นกายของไบรอัน มือนุ่มผลักอกเขาออกห่างเพื่อจะมองเจ้าของรอยจูบให้แน่ใจ แต่แล้วร่างบางก็ต้องนิ่งไปอีกรอบมองใบหน้าเจ้าของรอยจูบเมื่อครู่กลับพบว่าเจ้าของรอยจูบนั้นคือไบรอันพี่ชายต่างสายเลือดของเธอเอง

                ทิลด้าหวีดร้องขึ้นมาสุดเสียงร่างบางลุกพรวดขึ้นมานั่งบนเตียงนอนเหงื่อโทรมไปทั้งใบหน้าหายใจหอบถี่ พลางกวาดสายตาไปรอบๆห้องก็พบว่าเธออยู่เพียงลำพังในห้องนี้ ไม่มีแม้เงาของผู้ชายแปลกหน้าคนนั้น

                “เราฝันไปหรือเนี่ย...

                ทิลด้าถอนหายใจแรงๆหัวใจของเธอยังคงเต้นรัวตกใจกับความฝันอันแปลกประหลาดพลางคิดถึงความฝัน พลันอาการวูบวาบก็แล่นปราดไปทั่งร่างกายและใบหน้านวล ยกมือนุ่มขึ้นมาแตะริมฝีปากของตัวเองเบาๆอย่างรู้สึกปั่นป่วนหวั่นไหวรุนแรง

                รอยจูบในความฝันนั้นมันยังตราตรึงจนไม่สามารถจะลืมลงได้ ร่างบางลุกจากเตียงนอนเข้าไปในห้องน้ำมองตัวเองในกระจกเงาบานเล็กยกมือนุ่มแตะสัมผัสใบหน้าของตัวเองที่บัดนี้เริ่มจะกลายเป็นสีแดงระเรื่อ ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มบางๆกับเงาของตัวเองในกระจก ก่อนเอื้อมมือไปเปิดน้ำก้มหน้าลงล้างหน้าล้างตาแล้วกลับมานอนลงที่เตียงนอนดังเดิม

 

                เช้าวันต่อมา.....

                วันนี้เธอจะต้องเข้าไปที่มหาวิทยาลัยเพื่อคุยรายละเอียดเรื่องงานกับศาสตราจารย์มิลเลอร์ถึงกำหนดการเดินทาง ร่างบางยืนหมุนตัวดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้าอยู่หน้ากระจกอีกชั่วครู่ก็หยิบกระเป๋าสะพายที่ถูกเหวี่ยงทิ้งบนเก้าอี้ตั้งแต่เมื่อคืนมาสะพายก้าวเดินมาเปิดประตูห้องพัก

                แต่แล้วก็ต้องชะงักเมื่อเห็นร่างสูงของไบรอันมายืนรอทำหน้าขรึมอยู่หน้าห้องพัก หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ คงจะเป็นจอห์นที่เป็นคนบอกที่อยู่ให้พี่ไบรอันรู้

                หวัดดีคะ

                หญิงสาวทักทายน้ำเสียงเย็นชาไม่มองหน้าเขาก้าวออกมานอกห้องแล้วปิดล็อคประตูห้องโดยไม่สนใจคนที่ยืนอยู่ข้างหลังว่าจะทำหน้าอย่างไร

                ทิลด้า พี่มีเรื่องที่จะพูดกับทิลด้า

                เอาไว้ก่อนได้ไหมคะ ด้ามีธุระต้องรีบไป

                ว่าพลางเดินเลี่ยงออกไปแต่มันไม่ง่ายนัก เมื่อไบรอันตามมาคว้าแขนดึงให้หยุด

                เราต้องคุยกันนะ

                ร่างบางหยุดแต่ไม่หันมามองสบตาไบรอัน ด้ามีธุระกับศาสตราจารย์คะ ไม่ว่างคุยกับพี่ไบรอัน

                ถ้าอย่างนั้นพี่ไปส่งไบรอันตื้อ...

                ไม่ต้องคะ ด้าไปคนเดียวได้

                อย่าดื้อกับพี่ ทิลด้าพี่จะไปส่ง ตามพี่มา

                ไบรอันเริ่มเอาจริงบ้างเพื่อจะสยบความเอาแต่ใจของน้องสาวต่างสายเลือดให้ได้ ร่างสูงทำหน้าขรึมน่าเกรงขามมองสบตาน้องสาวด้วยแววตาดุๆก่อนจะก้าวนำฉุดดึงให้สาวร่างบางต้องเดินตามเขาไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ ทิลด้าได้แต่มองเขาตามปริบๆ และก้าวเท้าตามไปตามแรงลากของเขาเท่านั้น

 

                ใบหน้าหวานงอง้ำเมื่อถูกขัดใจและถูกออกคำสั่งให้ทำตาม ตลอดเวลามีแต่คนเอาใจมาตลอดไม่เคยต้องทำตามคำสั่งใครหรือให้ใครมาบังคับเธอจึงติดนิสัยเหล่านั้นมาจนทุกวันนี้ เพราะคิดเพียงอย่างเดียวว่าไบรอันคือพี่ชายและพี่ชายต้องทำเพื่อน้องได้ทุกเรื่องโดยไม่มีข้อยกเว้น  

                แต่วันนี้ความรู้สึกมันเริ่มแปรเปลี่ยนไปทีละนิดหลังจากที่รู้ว่าไบรอันไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ ทุกครั้งที่อยู่ด้วยกันเพียงลำพังความรู้สึกแปลกประหลาดกลับเข้ามาแทนที่ความสนิทสนมฉันท์พี่น้องจนหมดสิ้น เธอไม่กล้าพอที่จะพูดคุยหยอกล้อกับเขาเหมือนเช่นแต่ก่อนได้อีก ครั้งนี้ก็เช่นกันเธอไม่แม้แต่จะกล้าที่จะต่อว่าเขาเมื่อถูกขัดใจ ทำได้เพียงอย่างเดียวคือเงียบเท่านั้น

                ร่างสูงถอนหายใจออกมาหลายครั้งเมื่อความเงียบภายในรถมันเริ่มทำให้เขารู้สึกอึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก ชายหนุ่มจึงตัดสินใจจอดรถข้างทางและหันมามองหน้าทิลด้าอย่างต้องการคำตอบ

                ใบหน้านวลก็หันมามองไบรอันเป็นเชิงถามเช่นกัน คิ้วเรียวสวยของทิลด้าเลิกขึ้นสูงจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น จอดรถทำไม แต่เธอกลับถามไม่ออกเมื่อได้เห็นแววตาคมคายจ้องมองมายังเธอด้วยแววตาแปลกๆ ความร้อนวูบวาบแล่นปราดไปทั่วใบหน้าหัวใจเต้นแรงขึ้น

                อารมณ์หวั่นไหวเริ่มเข้ามาทำลายความคิดเก่าๆทีละน้อยจนร่างบางรู้สึกว่าในรถคันนี้มันคับแคบจนน่าอึดอัดและตัดสินใจเอื้อมมือไปเปิดประตูรถหวังจะลงตรงนี้เพื่อจะหลบสายตาคู่นั้นไปให้พ้นๆแต่มืออุ่นก็คว้ามือเธอดึงเอาไว้เสียก่อน

                ทิลด้า...

                ร่างบางพยายามควบคุมอารมณ์ให้คงที่ไม่ให้หวั่นไหวไปกับการแตะสัมผัสของเขา คะ

                พี่มีเรื่องจะถามเรา

                ว่ามาสิคะ ถ้าตอบได้ ด้าก็จะตอบ

                จะไปทำงานที่อียิปจริงๆหรือ?

                ชายหนุ่มเอ่ยถาม ใบหน้านวลเปลี่ยนสีหน้าไปทันที

                รู้ได้ยังไงคะ ใครเป็นคนบอก?

                แทนที่จะตอบคำถามกลับถามเสียเอง

                รู้ๆได้ยังไง และใครบอกมันไม่สำคัญหรอก ตอบพี่มาดีๆดีกว่า

                คราวนี้เธอรู้แล้วว่าที่เขามายืนรอหน้าเครียดอยู่หน้าห้องเพราะเรื่องอะไร

                คะ

                คำตอบเพียงสั้นๆ แต่มันมีอิทธิพลต่อไบรอันมากมาย ใบหน้าคมคายขรึมหนักเข้าไปอีก

                ไปทำไม

                ด้าจะทำงานกับศาสตราจารย์คะ ศาสตราจารย์มิลเลอร์ต้องการผู้ช่วยในการศึกษามัมมี่ฟาโรห์อียิปโบราณพระองค์หนึ่ง ซึ่งด้าสนใจมาก และก็ไม่อยากจะพลาดงานนี้ด้วยคะ

                ไม่ได้นะทิลด้า ทิลด้าจะไปไม่ได้นะ

                ไบรอันห้ามทันทีอย่างไม่ต้องคิด

                ทำไมคะ อะไรๆก็มาห้ามกันหมด ด้าโตแล้วนะคะ

                หญิงสาวเริ่มหงุดหงิด

                พี่เป็นห่วงนะทิลด้า พี่ไม่อยากให้ไป เดี๋ยวจะเกิด.....

                น้ำเสียงขาดหายไปเมื่อคนตัวสูงนึกขึ้นมาได้ว่าไม่ควรพูดออกไป คิ้วเรียวเลิกขึ้นสูงและถามย้ำอย่างใคร่รู้

                จะเกิดอะไรคะ

                ชายหนุ่มอึ้ง นึกถึงคำสั่งของปิยนุชแล้วต้องปฏิเสธที่จะตอบคำถามทิลด้า ไม่มีอะไรหรอก

                แต่ทิลด้าไม่คิดจะเชื่อเพราะว่าดูจากสีหน้าของไบรอันแล้วมันจะต้องมีอะไรสักอย่างแน่นอนถ้าพี่ไบรอันไม่บอก ด้าจะย้ายห้องหนีไปอีกรับรองว่าไม่มีใครบอกที่อยู่ด้ากับพี่ไบรอันได้อีกและด้าขอสาบานเลยว่าจะไม่มีทางกลับบ้านแน่นอน 

                ทิลด้าคงไม่ทำอย่างที่พูดหรอกใช่ไหม?

                อยากลองดูไหมล่ะคะ จะได้รู้ว่าด้าพูดจริงหรือเปล่า?

                มันไม่มีอะไรมากมาย อย่างที่คิดหรอกนะ พี่ว่าเรารีบไปกันดีกว่านะ เดี๋ยวจะสายรถจะติดด้วย

                เลี่ยงไปเรื่องอื่น ทำเอาคนนั่งข้างๆถึงกับถอนหายใจ

                ได้คะ...ถ้าอย่างนั้น อย่าคิดว่าจะมาหาด้าได้อีก

                ว่าจบหญิงสาวก็สลัดมืออุ่นออกทำท่าว่าจะเปิดประตูรถก้าวลงไปแต่มือไวๆของไบรอันเอื้อมมาจับไว้อีกพร้อมกับยอมจำนนต่อคำขู่ของทิลด้า

                บอกก็ได้

 

                 

                ร่างท้วมอวบของสุนิตายืนหันรีหันขวางอยู่หน้าวัดเก่าแก่แห่งหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชรเพื่อจะดูการทำงานของคนงานนับสิบคนให้ทั่วถึง วัดโบราณแห่งนี้เป็นโบราณสถานที่สำคัญที่เก่าแก่อีกแห่งหนึ่งที่เธอต้องมาควบคุมการบูรณะซ่อมแซม

                หลังจากที่มีพวกมือดีไม่เกรงกลัวบาปกรรมมาท่องเที่ยวแล้วทำเป็นมือบอนเอาสีมาฉีดพ่นเอาไว้ที่กำแพงวัด ซึ่งตัวกำแพงเป็นศิลาแลงปักตั้งล้อม 4 ด้านซึ่งต้องใช้ความระมัดระวังอย่างมากในการขูดสีเหล่านั้นออก เนืองจากตัวโบราณสถานนั้นเก่าแก่และชำรุดมากแล้ว

                นี่ ระวังหน่อยนะตรงนั้นน่ะเอาออกให้หมด

                สุนิตาชี้นี้สั่งคนงาน ในขณะที่เจ้าตัวกางร่มยืนถือใบงานควบคุมการบูรณะอย่างเดียว พลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมามองก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาชำเลืองหาหัวหน้างานที่จ่ายงานมาให้เธอ บอกว่าวันนี้จะเข้ามาสักช่วงสายๆ นี่ก็สายจนเกือบจะเที่ยงแล้วยังไม่เห็นวี่แววหัวหน้าของเธอจะมาสักที

                “อะไรกันเนี่ย! นัดเอาไว้ตอนสายนี่ก็สายจะเที่ยงแล้วยังไม่มาอีก ฉันก็ร้อนเป็นนะ อยากกลับแล้วด้วยคิดว่าเป็นหัวหน้าแล้วใหญ่นักหรือไง

                ปากบางบ่นโดยหารู้ไม่ว่าหัวหน้าที่เธอบ่นถึงนั้นมายืนดูงานอยู่ด้านหลังนานแล้ว เพียงแต่สุนิตามัวแต่ยืนมองนาฬิกาจนลืมดูอย่างอื่น

                คนที่ถูกนินทาหันขวับมามองทางสาวร่างท้วมด้วยแววตาเอาเรื่องทันที ก่อนที่จะพาร่างสูงสวมแว่นตาดำเดินมาหยุดด้านหลังของลูกน้องสาวช่างนินทา

                หักเงินเดือนให้หมดเสียเลยดีไหม! โทษฐานที่กล้านินทาเจ้านาย

                น้ำเสียงขรึมดังมาทำให้สาวร่างท้วมถึงกับหน้าซีด ค่อยๆหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเจ้าของเสียงพร้อมกับยิ้มเจื่อนให้หัวหน้าหนุ่มที่แก่กว่าเธอได้ไม่กี่ปี

                เอ่อ...ขอโทษคะ พอดีว่าตามัวแต่....

                นินทาจนลืมมองว่างั้นสิ

                ร่างสูงผิวเข้มคร้ามแดดก้มหน้าต่ำลงมาถาม ทำให้สุนิตาต้องขยับออกห่างอย่างไม่ค่อยจะไว้ใจ ใครๆก็รู้กันว่าหัวหน้าคนนี้เจ้าชู้แค่ไหน สาวสวยอยู่ใกล้เขาเป็นเรียบร้อยโรงเรียนอิทธิพลทุกราย แต่สุนิตาหารู้ไม่ว่าแววตาที่ถูกซุกซ่อนอยู่ภายใต้แว่นตาดำนั้นจ้องมองใบหน้ากลมๆด้วยแววตาตาอ่อนโยนแม้จะเน้นเสียงหนักก็จริง

                อย่าหักเงินเดือนเลยนะคะ เงินเดือนตาแค่นิดเดียวเอง แค่เลี้ยงคนในบ้านก็ไม่พออยู่แล้ว สงสารลูกแมวตาดำๆเถอะนะคะ

                สาวร่างท้วมอวบมากเล่ห์ใช้แววตาขอความเมตตาจากหัวหน้าหนุ่มเอาดื้อๆ อิทธิพลยิ้มบางๆก้มหน้าต่ำลงไปอีก

                ก็ไม่แน่นะ ถ้าหากว่ายังนินทาเจ้านายไม่เลิกแบบนี้

                ก็ตาไม่ได้ตั้งใจนี่คะพี่พล

                ใบหน้ากลมเจื่อนสนิท มองหัวหน้างานที่เธอรู้จักเป็นอย่างดีอย่างขอความเมตตา

                เธอเป็นนักเรียนทุนของไทยได้ทุนการศึกษาไปเรียนที่มหาลัยดังที่นิวยอร์ก เรียนจบก็ต้องกลับมาตอบแทนบ้านเกิดด้วยการทำงานดูแลรักษามรดกของชาติ

                แต่สวรรค์ช่างแกล้งเธอเสียจริงส่งเธอมาให้ได้เจอกับอิทธิพลที่เป็นเพื่อนเก่าของไบรอัน แถมในเวลางานนายอิทธิพลคนนี้ก็ดุมากด้วย ยิ่งเธอแอบนินทาให้เขาได้ยินชัดๆแบบนี้ ถ้าไม่โดนหักเงินเดือนก็โดนไล่ออกแน่

                ไม่ได้ตั้งใจก็แล้วไป แต่ถ้านินทาให้ได้ยินอีกที รับรองว่าเงินเดือนเกลี้ยงแน่...

                “คะพี่พล ตาจะไม่นินทาให้ได้ยินอีกแล้วคะ

                ร่างท้วมรับปากปากแต่ใจยังคิดต่อ แต่จะนินทาในใจต่างหาก

                ...................................................................................................................................................

1 ความคิดเห็น