สัญญารักฟาโรห์

ตอนที่ 4 : บทที่4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 285
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 ธ.ค. 54

                ศาสตราจารย์อยากไปค้นคว้า เพิ่มเติมเกี่ยวกับมัมมี่ฟาโรห์รามฟิสศาสตราจารย์ชวนฉันไปเป็นผู้ช่วยฉันก็เลยตกลงไป ไม่น่าเชื่อเลยว่าฉันจะได้เห็นพระองค์จริงๆแล้ว ผิวกายที่แห้งไปติดกรังกับกระดูก ทุกอย่างมันจะครบสมบูรณ์เหมือนคนนอนหลับ และได้คลี่คลายปมของการสิ้นพระชนม์ของพระองค์ในวัยชราของพระองค์ด้วยล่ะ

                ทิลด้ายิ้มกว้าง

                น่าตื่นเต้นจัง แล้วทางพิพิธภัณฑ์เขา อนุญาตให้ทำเรื่องนี้เหรอ?

                ใช่.....ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอียิปโบราณ เขารับผิดชอบเกี่ยวกับอณุสาวรีของอียิปต์โบราณทั้งหมด รวมไปถึงสุสาน และมัมมี่ฟาโรห์ทุกพระองค์ท่านก็อนุญาตให้ศาสตราจารย์มิลเลอร์เข้าไปศึกษาใหม่อีกครั้งเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการเขียนหนังสือ

                หญิงสาวเล่ารายละเอียด แล้วทั้งคู่ก็มีเรื่องให้คุยกันอีกยาว

               

 

                ดึกมากแล้ว จอห์นเดินขึ้นมาส่งที่ทิลด้าที่ห้องพักที่เพิ่งย้ายมาใหม่ หญิงสาวแค่หอมแก้มเขาเพื่อล่ำลา ไม่ใช่การจูบลาอย่างที่จอห์นปรารถนาจะให้เป็น แล้วเธอก็กลับเข้าไปในห้องและปิดประตูลงด้วยรอยยิ้ม ร่างสูงผิวขาวเดินกลับลงมาที่รถเขาจอดอยู่แต่ก่อนจะขึ้นรถ ชายหนุ่มมองไปที่หน้าต่างห้องพักของทิลด้าอีกครั้งด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย ก่อนจะขึ้นรถขับออกไปเพื่อกลับบ้านของเขา

                                               

 

                ทิลด้าลูกแม่ ทำไมไม่กลับบ้านนะ

                ปิยะนุชได้แต่คร่ำครวญคิดถึงลูกสาวจนใจจะขาด เป็นเพราะความกลัวของนางเป็นเหตุให้ลูกสาวต้องน้อยอกน้อยใจคิดว่าตัวเองไม่สำคัญ ร่างสูงของไบรอันหมุนตัวกลับมามองใบหน้าเปื้อนคราบหน้าตาของปิยนุชอย่างเห็นใจ แต่เขาพยายามจนสุดความสามารถแล้วแต่ก็ไม่สามารถเอาชนะความดื้อรั้นของทิลด้าได้

                ไม่เป็นไรหรอกครับ ให้ทิลด้าอยู่คนเดียวสักพัก ก็น่าจะดีนะครับ

                ไบรอันบอกสีหน้ายุ่งๆ

                ไบรอันช่วยแม่ด้วยนะ ทำยังไงก็ได้ให้น้องกลับบ้านให้ได้

                ทิลด้าดื้อมากครับ ผมลองดูหมดแล้ว นี่ก็ย้ายห้องหนีไปอีกไม่รู้ไปอยู่ที่ไหน ผมยังไม่รู้ข่าวเลยครับ

                ไบรอันบอกอย่างหนักใจเพราะหลังจากที่เขากลับออกมาเขาก็ไม่ได้กลับไปหาทิลด้าอีกเลย ที่เขาต้องทำแบบนี้เป็นเพราะต้องการจะให้ทิลด้าได้ใช้เวลาในช่วงที่อยู่ลำพังคนเดียวได้คิดทบทวนในสิ่งที่ทำลงไปอีกครั้ง

                เขาเองก็ทรมานที่ไม่ได้เห็นใบหน้าหวานๆของทิลด้า ภายในใจก็คิดอยากจะพาเธอหนีไปให้ไกลสุดหล้า ไม่ให้ใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน แต่งงานกันใช้ชีวิตด้วยกันในฐานะสามี-ภรรยาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย แต่ก็ทำได้แค่คิดเท่านั้น

                คุณคะฉันควรทำยังไงดีคะ

                เมื่อได้รับคำตอบเดิมจากไบรอันก็ยิ่งทำให้ปิยนุชยิ่งรู้สึกผิดมากขึ้น ร่างท้วมหันกลับมาซบใบหน้าลงกับอกอุ่นของสามี ชายสูงวัยยิ่งร้อนใจ ดวงตาสีฟ้าจ้องมองไปยังร่างสูงของลูกบุญธรรมแล้วเอ่ยถามอีก

                “ทิลด้าตัดสินในถอนหมั้นแล้วใช่ไหม?

                ครับ ทิลด้าขอถอนหมั้นกับจอห์นแล้วครับ จอห์นก็ยกเลิกงานแต่งงานไปแล้วด้วยครับ ผมต้องขอโทษที่ไม่สามารถพูดให้ทิลด้า...               

                ไม่เป็นไร พ่อรู้ว่าลูกทำดีที่สุดแล้ว

                ไรอันถอนหายใจหนักๆใบหน้าสูงวัยยิ่งเคร่งเครียดมากขึ้น

                ในหัวสมองมีเรื่องให้ต้องคิดมากมายเรื่องแรกคือ การพยุงฐานะทางการเงินของครอบครัวไม่ให้ล้มลง เมื่อทางครอบครัวเวลเลตไม่ได้ค้ำประกันเรื่องความมั่นคงให้อีกต่อไปแล้ว บริษัทของเขาก็ต้องยืนด้วยขาของตังเองเพื่อคืนอิสรภาพอย่างที่ลูกสาวต้องการให้แก่ทิลด้า ชายสูงวัยถอนหายใจอีกครั้งก้มหน้ามองภรรยาที่กำลังซบหน้าร้องไห้กับอกของตนเองแล้วตัดสินใจบางอย่าง

                หาทิลด้าให้เจอนะไบรอัน แล้วพ่อฝากดูแลน้องด้วยนะ พ่ออาจจะต้องขายบริษัทให้นายทุนรายอื่นมาเทคโอเวอร์

                ร่างท้วมของปิยนุชผละออกห่างทันทีที่ได้ยินในสิ่งที่สามีพูดออกมาคุณคะ เรายังพอมีทางอื่นไม่ใช่หรือคะ

                ไรอันก้มลงมามองสบดวงตาสีนิลของภรรยาชาวเอเชีย ก่อนจะยกมือหน้าขึ้นมาประคองใบหน้าภรรยาให้จ้องนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของเขาที่เดียว ที่รักฟังที่ผมพูดนะ ถ้าเราขายตอนนี้ เราจะยังมีเงินมากพอที่จะจ่ายชดเชยให้พนักงาน และปลดหนี้บางส่วนให้หมดได้ ที่เหลือก็จะเป็นของเรา พอที่จะใช่จ่ายได้อย่างสบายๆไปอีกนานเลยนะ

                แต่ว่า เราสร้างมันมากับมือนะคะคุณ

                ที่รักเราทำอะไรไม่ได้แล้ว ถ้าปล่อยต่อไปแบบนี้เราจะไม่เหลืออะไรเลยเพราะมันมีแต่จะขาดทุน ทุนที่เรามีก็จะร่อยหรอ รวมทั้งหุ้นส่วนของเราก็จะคัดค้านและพากันถอนหุ้นออกจนหมดด้วยนะ

                ไรอันพยายามอธิบายถึงความจำเป็นที่ต้องตัดสินใจขายบริษัทให้ภรรยาฟัง ไบรอันยืนมองสองสามีภรรยาด้วยแววตาเย็นเยียบแต่ภายใจหัวสมองของเขากลับว้าวุ่นและคิดไม่ต่างจากไรอันเลย

                ทำตามที่พ่อว่าเถอะครับแม่ เราฝืนต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ กำไรไตรมาสประจำปีปีนี้ตกมาจากไตรมาสที่แล้วมากมายเหลือเกิน หุ้นส่วนบางคน โวยวายและขอถอนหุ้นออกไปก็หลายคนแล้ว ถ้าเรายังดื้อดึงต่อไป มีแต่จะเพิ่มหนี้นะครับ

                ไบรอันเอ่ยสมทบ

                แต่แม่รักบริษัทนี้ที่สุด

                ปิยนุชแย้ง             

                ที่รัก ผมรู้ว่าคุณรักบริษัทนี้มากแค่ไหน แต่เรากำลังตกที่นั่งลำบากนะ เราควรรีบตัดสินใจให้เร็วกว่านี้ คุณต้องเชื่อผมนะ รับรองว่าผมจะไม่ทำให้คุณลำบากเด็ดขาด

                ไรอันให้คำมั่นสัญญาแล้วดึงเอาร่างท้วมของภรรยามาใกล้เคลื่อนใบหน้าเข้าใกล้จูบหน้าผากของภรรยาเบาๆก่อนจะกอดเอาไว้อย่างปลอบใจ

                ปิยะนุชนิ่งเงียบถึงแม้ว่านางจะไม่เห็นด้วยกับการขายบริษัท แต่เหตุผลที่สามีพูดมามันน่าเชื่อถือมากทีเดียวนางไม่มีความรู้เรื่องการบริหารและการตัดสินใจในเรื่องพวกนี้มากนักแต่ก็ไม่อยากจะทำให้ปัญหามันยืดเยื้ออีกต่อไปเช่นกัน

                คะฉันเชื่อใจคุณ

                ปิยะนุชบอกซบหน้าลงกับอกอุ่นของสามีพลางยิ้มบางๆให้กำลังใจตัวเอง

                ภาพของคนสองคนกอดกันด้วยความรักความเข้าใจ มันสะท้อนเข้าไปถึงหัวใจของไบรอันให้เขาต้องหันกลับมาถามตัวเองอีกว่า สำหรับเขาจะมีคนที่รักเขาและพร้อมจะเดินเคียงข้างเขาอย่างนี้ไปจนกว่าทุกอย่างจะหมดสิ้นไปจากโลกใบนี้ไหม

                ในเมื่อคำว่าบุญคุณมันกดดันให้เขาต้องหันหลังเดินหนีคนที่มีค่าสำหรับหัวใจเขามาตลอดอย่างทิลด้า...

 

                แคโรไลมองเงินในมือที่ชอนสามีของเธอเพิ่งจะยื่นมาให้เธอเมื่อสักครู่อย่างรู้สึกกังขา ใบหน้าสวยราวกับดาราหันมามองสามีด้วยแววตาเย็นเยียบ แต่ภายในใจเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง นี่มันอะไรกันคะชอน ทำไมบริษัทจ่ายเงินชดเชยมาให้คุณแค่นี้เองล่ะ

                “ก็เงินเดือนผมมันไม่มาก สามเท่าของเงินเดือนมันก็ได้เท่านี้มันก็ถูกแล้วนี่แคโรไล

                คนเป็นสามีบอกด้วยท่าทีเนือยๆกับการทำงานอันแสนหนักหนาเพื่อแลกกับเงินเดือนที่ไม่มากมายนัก แคโรไลยกมือขึ้นเท้าสะเอวก้าวมาหยุดตรงหน้าเก้าอี้ที่สามีนั่งพลางก้มหน้าต่ำลงไปจ้องมองสามีอย่างเอาเรื่อง

                อย่ามาโกหกฉันนะ นี่คุณแอบฮุบไว้ใช้คนเดียวใช่ไหม เอามาให้ฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ

                ผมจะฮุบเงินไปทำอะไรกันเล่า ได้มาเท่าไหร่ผมก็ให้คุณหมด

                ฉันไม่เชื่อ ไหนซ่อนไว้ที่ไหนบอกมานะ ร่างบอบบางสูงโปร่งราวนางแบบขยับเข้ามาใกล้พลางรื้อค้นตามเนื้อตัวของสามี เอามาให้ฉันเดี๋ยวนี้นะชอน

                คนเป็นสามีชักรำคาญเมื่อภรรยาค้นตามกระเป๋ากางเกงยังไม่พอ ยังจะมาค้นตรงกระเป๋าเสื้อที่หน้าอกของเขาอีกเพราะคิดว่าเขาแอบอุบเงินเอาไว้ ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้สลัดมือภรรยาทิ้งพลางเดินหนี

                อย่าหนีฉันนะชอน

                ไม่พูดเปล่าแต่มือยังคว้าแขนเสื้อดึงให้เขาหันกลับมาด้วย ชอนทำหน้าเบื่อหน่ายยืนนิ่งให้ภรรยารื้อค้นต่อไปจนพอใจ เมื่อไม่พบอะไรเลยแคโรไลจึงถอยออกมายืนจ้องมองสามีอีก

                หรือว่าคุณแอบไปเลี้ยงอีหนูไว้ ถึงได้ไม่มีเงินติดตัวแบบนี้ บอกมานะ คุณมีอีหนูใช่ไหม

                จะบ้าหรือคุณ เงินผมก็ให้คุณหมดทุกบาททุกสตางค์แล้วยังจะมาหาว่าผมมีอีหนูอีกหรือไง

                ก็ถ้าไม่มีอีกหนูแล้วเงินทำไมมันถึงได้มาแค่นี้ล่ะ

                แคโรไลคาดคั้นเสียงดังจนเสียงดงไปถึงห้องนั่งเล่น ส่งผลให้บ็อบ ลูกชายวัยเก้าขวบหันมามองทางเสียงด้วยแววตาเศร้าสร้อยพลางคิดในใจ

                พ่อกับแม่ทะเลาะกันอีกแล้ว.... เด็กชายร่างป้อมลุกจากโซฟาเดินเข้ามาหาพ่อกับแม่ในครัว

                พ่อฮะแม่ฮะ อย่าทะเลาะกันเลยนะฮะ

                บ๊อบขอร้องแต่แคโรไลกลับหันมาทำหน้าดุใส่ลูกชายพลางขยับเข้ามาใกล้

                ไม่ใช่เรื่องของเด็ก กลับห้องไปเดี๋ยวนี้ ถ้าแม่ไม่เรียกมากินอาหารเย็นห้ามมาลงมาเด็ดขาด ได้ยินไหม?

                บ็อบหันมองพ่อ ชอนพยักหน้าให้ลูกทำตามที่แม่สั่ง บ็อบจึงเดินคอตกกลับไปอย่างผิดหวังที่เด็กอย่างเขาไม่สามารถจะห้ามพ่อกับแม่ได้  เมื่อเข้ามาในห้องได้แล้วก็กระโดดขึ้นเตียงนอนนุ่มทิ้งร่างป้อมๆลงนอนลงพลางคว้าหมอนมาปิดใบหูทั้งสองข้างไม่อยากรับรู้อะไรอีก

 

 

                ร่างสูงของไบรอันกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังร้านอาหารซึ่งเป็นจุดนัดพบระหว่างเขาและน้องสาวต่างสายเลือดเป็นครั้งแรก หลังจากที่ทิลด้าเอาแต่ใจตัวเองยืนยันหนักแน่นว่าจะขอใช้ชีวิตอยู่นอกคฤหาสน์คอฟวินสักพัก     ทิลด้า...

                เสียงทักทายทุ้มๆแต่อ่อนโยนดังมาจากทางด้านหลัง ร่างบางขยับกายลุกขึ้นพลางหันมามองร่างสูงที่กำลังก้าวเข้ามาอย่างรู้สึกเคืองใจ

                มาแล้วหรือคะ

                รอพี่นานมากไหม?

                ร่างสูงเลื่อนเก้าอี้ออกมานั่งลงตรงหน้าทิลด้า ร่างบางนั่งตามอีกคน

                ไม่คะ แค่สองสามชั่วโมงเท่านั้นเองคะ

                ทิลด้าว่าประชด

                ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจ้องใบหน้านวลนิ่งพี่ติดประชุมหุ้นส่วนบริษัทก็เลยมาสาย คงไม่ว่ากันใช่ไหม        จะว่าอะไรได้ล่ะคะ ด้าไม่สิทธิจะต่อว่าอะไรพี่ไบรอันนี่คะ

                ร่างบางประชดต่อรู้สึกน้อยใจอยู่ลึกๆ นับวันไบรอันยิ่งทำตัวห่างเหินกับเธอมากขึ้น ถึงแม้ว่าเธอจะรู้ความจริงว่าเขาไม่ใช่พี่ชายแท้ๆแต่ความรู้สึกข้างในก็ยังคิดว่าเขาคือพี่ชายที่แสนดีที่คอยคุ้มครองภัยให้เธออยู่เสมอ

                พี่ไม่อยากทะเลาะด้วยหรอกนะ พี่เหนื่อยมากเลยประชุมมาทั้งวัน งานกำลังรอพี่ให้กลับไปทำเพียบเลย จนไม่มีเวลาพอให้กับเราเลย พี่ขอโทษด้วยนะ

                ไม่เป็นไรคะ ด้าเข้าใจ

                น้ำเสียงที่ตอบกลับมามันช่างเยือกเย็นเสียจนคนฟังใจหาย ชายหนุ่มถอนหายใจพยายามจะไม่หงุดหงิดกับการก่อกวนของน้องสาว ดวงตาสีน้ำตาลเข้มมองมือนุ่มที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างไม่รู้สึกแปลกใจเพราะเขารู้แล้วว่าทิลด้าขอถอนหมั้นกับจอห์นแล้ว ชายหนุ่มถอนหายใจ

                พ่อกับแม่ขายบริษัทแล้วนะ

                เขาบอกเนิบๆ ทิลด้าตกใจแต่พยายามจะเก็บสีหน้าและความรู้สึกเอาไว้ข้างในใจ ยิ่งเห็นท่าทีนิ่งเฉยของน้องสาวยิ่งทำให้ไบรอันแปลกใจ

                ทิลด้า

                ชายหนุ่มเรียกย้ำ เมื่อเห็นว่าทิลด้านิ่งเฉย

                คะ

                ไม่ตกใจเลยหรือ?

                ทำไมต้องตกใจด้วยคะ ในเมื่อพ่อกับแม่ทำถูกแล้วที่จริงน่าจะทำอย่างนี้มาตั้งนานแล้ว และอย่างน้อยถ้าท่านขายตั้งแต่แรกก็น่าจะได้กำไรมากกว่าขายตอนนี้ด้วยซ้ำไป

                ทิลด้าบอกใบหน้าราบเรียบไม่แสดงท่าทีตกใจแต่อย่างใด หากแต่ภายใจกลับรู้สึกเสียดายบริษัทที่พ่อแม่ของเธอร่วมกันสร้างมากับมือ แต่กลับพังลงไม่เป็นท่าเพราะความดื้อรั้นของเธอ ไบรอันถอนหายใจ

                ไม่รักบริษัทของเราเลยหรือ?

                รักคะ

                แล้วทำไมถึงสนับสนุนให้ขายเสียล่ะ

                คราวนี้ใบหน้านวลหันมาแสดงอาการไม่พอใจอย่างเปิดเผย ด้าเหมือนถูกขังมานานเป็นปีเพราะบริษัทที่ทุกคนรักไม่ใช่หรือคะ ถ้าหากว่าบริษัทถูกขายทอดตลาดไปวันนี้หรือวันไหน ด้าก็เสียดาย แต่ด้าก็ต้องการอิสรภาพของด้ากลับคืนมาเหมือนกัน ด้าไม่ใช่สิ่งของนะคะที่จะยกให้ใครก็ได้ ด้าไม่ใช่โฉนดที่ดินไม่ใช่ทรัพย์สินที่จะเอาไปค้ำประกันเพื่อเอาเงินของใครมาลงทุนในบริษัทของตัวเอง!”

                พูดจบทิลด้าก็ลุกจากเก้าอี้เดินออกไปทันทีด้วยความน้อยใจ แม้แต่ไบรอัน คนที่เธอไว้ใจที่สุดก็ยังคิดจะผลักไสให้เธอกลับไปจมกับพันธะทางธุรกิจอีก ไบรอันลุกรีบตามไป

                ทิลด้า...

                แขนแกร่งเอื้อมไปคว้าข้อมือของทิลด้ามายึดไว้

                หญิงสาวพยายามสลัดข้อมือให้หลุดจากการยึดเหนี่ยวของไบรอัน อย่างมายุ่ง ถ้าคิดจะมาพูดให้ด้ากลับไปหมั้นกับจอห์นอีกครั้งเพื่อเอาตัวเข้าแลกเงินมาพยุงฐานะบริษัท ด้าขอตายดีกว่าเอาตัวเข้าแลกกับมัน เพราะมันไม่ได้ต่างจากการขายตัวสักนิด

                เมื่อสลัดแขนจนหลุดพ้นจากการยึดเหนี่ยวแล้วร่างบางก็รีบเดินจากไป ความน้อยเนื้อต่ำใจยิ่งสาดกระหน่ำเข้ามา ขอบตาร้อนผ่าวหยาดน้ำใสๆเอ่อรื้นจนไหลลงมาอาบทั้งสองแก้มนวลอย่างไม่ได้ตั้งใจ

                ใจร้ายกันทุกคนเลย ทำไมไม่มีใครคิดถึงจิตใจเราบ้าง ร่างบางคิดในใจเดินกลับห้องพัก ทั้งๆที่ตั้งใจจะนัดไบรอันออกมาเพื่อจะบอกเรื่องที่เธอตกลงทำงานร่วมกับศาสตราจารย์มิลเลอร์ แต่ความตั้งใจเหล่านั้นกลับถูกลบเลือนไปเพราะเกิดความหมางใจขึ้นเสียก่อน

                ร่างสูงตัดสินใจวิ่งตามไปเพราะเขาไม่ต้องการให้เกิดความบาดหมางระหว่างเขาและเธอไปมากกว่านี้แต่แล้วเขาก็ตามเธอไม่ทันอีกจนได้ ร่างสูงหยุดยืนมองทางสามแยกที่มันไร้วี่แววของน้องสาวเขา ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงก่อนจะหมุนตัวเดินกลับ

 

                “ไงชอน ทำไมนายมานั่งหน้าเครียดอยู่หน้าบ้านฉันเนี่ย!” อเล็กซ์ น้องชายต่างแม่ของชอนเดินเข้ามาหาพี่ชายทั่งหน้าเครียดอยู่หน้าบ้านของเขาพลางนั่งลงข้างๆทะเลาะกับแคโรไลมาอีกล่ะสิ

                ชอนไม่ตอบเพียงแต่พยักหน้ารับ

                เฮ้อ! ฉันบอกนายแล้วว่าแคโรไลเป็นคนยังไง นายก็ยังไม่เชื่อฉัน

                พอเหอะน่า....นายจะมาซ้ำเติมทำไมกันนักหนา

                ก็แค่เตือนด้วยความหวังดี

                แต่ความหวังดีของนายกำลังจะทำลายครอบครัวฉันให้พังนะอเล็กซ์

                “เอาล่ะๆ ฉันไม่พูดถึงเมียนายก็ได้ แต่ว่าที่นายมาหาฉันมีเรื่องอะไรจะให้ช่วยหรือไง

                อเล็กซ์เอ่ยอย่างรู้ใจ เพราะการมาของพี่ชายต่างแม่ส่วนใหญ่มักจะมีเรื่องให้เขาต้องตามเคลียเสมอ

                นายนี่รู้ดีจังนะ

                รู้สิ คราวนี้อยากให้ฉันไปอัดใครอีกล่ะ บอกมาเดี๋ยวจัดการให้แต่ก่อนทำของเก็บค่าคุ้มครองก่อนนะ

                นายนี่มันหน้าเงินชะมัด

                ก็นายเอางานมาให้นักเลงใหญ่อย่างฉันทำก็ต้องมีการเรียกเก็บค่าคุ้มครองกันบ้างสิ

                รับรองว่านายต้องได้ค่าคุ้มครองแน่ แต่ขอให้ผ่านงานนี้ไปก่อน

                ชอนเอ่ย อเล็กซ์มองใบหน้าขรึมจัดของพี่ชายอย่างใคร่รู้

                งานอะไร

                ฉันจะบอกก็ต่อเมื่อนายพาฉันเข้าข้างใน เพราะงานนี้จะให้ใครรู้ไม่ได้เด็ดขาด แม้แต่แคโรไลกับบ๊อบก็ตาม

                ชอนเอ่ยแววตาเปล่งประกายบางอย่างออกมาชัดเจน

                ...............................................................................................................................................

1 ความคิดเห็น