อริเร้นรัก (ตีพิมพ์กับสนพ. ดีต่อใจ)

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 2 คอสต้ามายา เกาะนี้มีรัก 25%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 705
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    26 มิ.ย. 63

  

sds

ความพึงใจที่เกิดขึ้นนั้นต่างก็มีให้กัน แม้ว่าเขาจะเป็นคนที่เธอไม่เข้าใจในจุดประสงค์ของการลักพาตัวมาก็ตาม แต่พู่กันไม่เคยได้เห็นแววตาหื่นกระหาย สัมผัสกักขฬะเลย

แม้คำพูดที่หลุดออกจากปากของแลคเป็นคำบังคับขู่เข็ญ แต่ภาษากายที่เขาแสดงออกมากลับทำให้เธออุ่นซ่านไปทั้งหัวใจ คำหยอกล้อขอให้เธอมีความกล้ามากพอที่จะใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อจนเขาปลิดชีพนักฆ่าสองคนสำเร็จ หากระยะเวลาที่เขารั้งรอนั้น มันเนิ่นนาน บีบคั้นอารมณ์และความรู้สึกของเธอเหลือเกิน

ยิ่งได้กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้ง ยิ่งชวนให้สะอิดสะเอียน อยากซุกตัวเองอยู่ในมุมมืดแล้วปล่อยโฮออกมา แต่แค่จะกอดตัวเองเธอยังนึกรังเกียจลิ่มเลือดที่เปรอะเปื้อนเนื้อตัว

ถึงจะรู้ว่าเธอกำลังตกใจ แต่ก็ไม่อาจคาดเดาว่าความกลัวนั้นมันพุ่งขึ้นสูงระดับใด แลคจึงเอื้อมมือไปรั้งร่างที่นั่งกอดหัวเข่าตัวเองเข้ามากอดเอาไว้

แต่...

“ปล่อยนะ ปล่อยฉันให้ตายอยู่ตรงนี้เลยสิ จะกลับมาช่วยทำไม ฮือ...” พู่กันต่อว่าไม่ขาดปาก สองมือผลักไส ขืนตัวหนีจากอ้อมแขนเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย

เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าปากแผลตรงสีข้างบอบช้ำ ยิ่งดิ้น เลือดยิ่งซึมออกจากแผล แลคจึงเลื่อนมือขึ้นกดเพื่อห้ามเลือด อีกมือก็รั้งตัวเธอไว้แนบอก สองขาเรียวที่ดิ้นปัดๆ อยู่กับพื้นถูกกำราบด้วยท่อนขาแข็งแรงข้างหนึ่ง

แลคโยกตัวไปมา ปลอบโยนด้วยน้ำเสียงทุ้ม “ชู่ว... คุณแค่ตกใจ คนดี ตอนนี้พวกมันตายแล้ว มันฟื้นกลับมาทำร้ายคุณไม่ได้แล้ว”

“คนบ้า ปล่อยฉันไว้ตั้งนาน มันนานจนฉันคิดว่าคุณหนีไปคนเดียวแล้ว” ถึงจะหยุดดิ้นรนด้วยแรงรัดที่แนบแน่น แต่ความกลัวยังพรั่งพรูออกมาจากเจ้าของริมฝีปากน่าจูบ

“ผมขอโทษ แต่มันจำเป็นจริงๆ ถ้าไม่มั่นใจว่าศัตรูมีกำลังมากแค่ไหน เราก็จัดการกับพวกมันไม่ได้” อธิบายแล้วก็ลูบต้นแขนนุ่มขึ้นลงเร็วๆ

“เห็นไหมว่าคุณเก่งแค่ไหน ขนาดพวกซิคาริโอยังตายเรียบ”

คำเยินยอของเขาทำให้พู่กันต้องเหลือบมองร่างไร้วิญญาณของชายทั้งสอง ทว่าคนที่ไม่เคยใช้ชีวิตโลดโผน ไม่ได้เห็นว่าการเข่นฆ่าใครสักคนคือความสำเร็จ ซึ่งแตกต่างกับชีวิตที่สวาทหนุ่มเรียนรู้มา

“ฉันฆ่า พวกเขา เลยเหรอ”

sds

 

ถ้าเขาไม่ก้มลงมองเห็นแววตาสับสนของคนที่แหงนหน้าขึ้นมาสบตา แลคก็คงรับคำอย่างหนักแน่น แต่นี่คือความหวาดกลัวของเหยื่ออาชญากร

แลคกดจูบลงบนหน้าผากมน “เปล่า...คนดี ผมต่างหากที่ลงมือฆ่าพวกมัน แต่ถ้าไม่ได้คุณแผนตบตาพวกมันจะไม่สำเร็จเลย เพราะงั้นเรารอดได้เพราะกึ๋นของคุณ ส่วนผมพวกใช้แรงงาน”

จบคำโน้มน้าวจิตใจ พู่กันยังได้รับจุมพิตหนักๆ ซ้ำลงบนหน้าผาก เธอจึงช้อนสายตามองเขาอีกครั้งอย่างไม่มั่นใจ

“จริงเหรอ”

โอ...ต้องตายอีกกี่ครั้ง ถึงจะหักใจจากสีหน้า ท่าทางแบบนี้!

“สุดๆ เลย เจ๋ง โคตรๆ เลยคนดี” บอกด้วยเสียงหนักแน่น พร้อมรอยยิ้มเอ็นดูที่ทำเอาคนมองใจชื้นขึ้นอยู่มากโข

ต่างยิ้มให้กันอย่างจริงใจกับความสำเร็จแรกที่ร่วมมือ ร่วมแรงทำด้วยกัน ถึงแม้ถ้าพลาดพลั้งอาจหมายถึงชีวิต แต่มันเหมือนสายใยความผูกพัน ไว้เนื้อเชื่อใจถูกถักทอขึ้นในเวลาอันรวดเร็ว

เมื่อจิตใจดีขึ้น ความเจ็บก็เหมือนจะโจมตีจนเจ้าตัวนิ่วหน้า เลื่อนมือข้างหนึ่งไปยังจุดเริ่มต้นของความเจ็บปวด หากต้องเบิกตาโพลงเมื่อสัมผัสเข้ากับหลังมือแกร่ง ที่กดอยู่ตรงสีข้าง ซึ่งมันเป็นผิวด้านข้างทรวงอก ครั้นจะหาว่าเขาลวนลามก็ไม่ใช่เหตุผลที่ดีเลย

“มือๆ”

น้ำเสียงกระเง้ากระงอดทำให้แลคหัวเราะร่วน “เปล่าลวนลามนะ แค่ห้ามเลือดเท่านั้นเอง”

“รู้แล้ว ปล่อยสิ เดี๋ยวกดเอง”

แลคไม่ได้ทำตามคำสั่งเธอทันที แต่นิ่งงันไปครู่หนึ่ง มองศพทั้งสองอย่างใช้ความคิด ซึ่งเขามั่นใจว่าศัตรูที่ซุ่มโจมตีต้องแฮกระบบของวอร์รูม ถึงจะล่วงรู้พิกัดนัดหมายเช่นนี้

“กดไว้แน่นๆ นะ” บอกแล้วค่อยๆ ละฝ่ามือออกจากผิวเนื้อนุ่ม แล้วประคองเธอให้ยืนขึ้นพร้อมกัน

“จะปล่อยไว้อย่างนี้เหรอคะ” เธอแหงนหน้าขึ้นไปมองพร้อมเอ่ยถามเมื่อเดินตามแรงรั้งของเขา

การเป็นผู้หญิงไซซ์กะทัดรัดที่มีส่วนสูงแค่ห้าฟุต สองนิ้ว ทำให้เห็นแค่ปลายคางคร้ามคม ที่นึกอยากไล้ปลายนิ้วเข้ากับหนวดเส้นสั้น มันจะให้ความรู้สึกเช่นไร

“ผมจะไม่เสียเวลาไปกับการขุดหลุมฝังศพพวกมันหรอก เหนื่อยเปล่า” แลคตอบพลางมุ่งหน้ากลับเส้นทางเดิมที่มีสปีดโบ้ทจอดอยู่ริมชายหาด

พู่กันกลั้นหัวเราะไปกับคำตอบหยอกล้อนั้น แต่ไม่รู้อะไรดลใจ ถึงได้โต้กลับออกมาเช่นนี้ “แหม... ถึงจะเป็นซิคาริโอ แต่ก็คงต้องมีครอบครัว มีคนที่รออยู่บ้าน ใครจะไปรู้ว่าเหตุผลว่าลึกๆ แล้วพวกเขาอาจจำใจเลือกงานแบบนี้ก็ได้”

“แหม... ไม่เหมือนคนสติแตกเมื่อกี้นี้เลย”

“เชอะ จะล้ออีกนานไหมล่ะ” ถามแล้วเชิดหน้าหนีเหมือนงอน

“ฮ่า... ก็อย่าหาเหตุให้กับสวะพวกนั้นเลย ในโลกใบนี้มีเหตุผลร้อยแปดที่สนับสนุนให้คนเราทำชั่ว แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะฆ่าใครก็ได้เพื่อแลกกับเงินมาบรรเทาความเดือดร้อนของเรานะจ๊ะ”

ว่าแล้วก็รั้งตัวเธอไว้ให้ยืนนิ่ง กวาดสายตาสำรวจความผิดปกติเพราะไม่แน่ว่าอาจมีอีกกลุ่มดักรอที่สปีดโบ้ท คราวนี้ไม่ต้องอธิบาย เธอก็พูดออกมา

“กลัวว่าพวกมันจะรออยู่แถวนี้ด้วยเหรอคะ”

“ว้าว... ผมประทับใจนะเนี่ย หมีพูห์เจ๋งแล้วยังฉลาดด้วย” ถึงจะพูดเอาใจเธอ แต่กลับเพ่งสมาธิมองหาจุดผิดสังเกต ซึ่งในความเป็นจริงแล้วการฆ่าคนแค่สองคน ไม่น่าต้องจ้างซิคาริโอมาเป็นโขยง

“ถ้าวิ่งหลบกระสุนด้วยกันอีกสักสองรอบ เดี๋ยวกลับขึ้นฝั่งได้แล้วเราไปหัดยิงปืนกัน”

โหย... พู่กันโอดครวญกับตัวเอง

ตั้งแต่เกิดมามีผู้ชายมาก้อร่อก้อติกอยู่นับไม่ถ้วน แต่เพิ่งมีคนนี้แหละที่ชวนเธอเดตด้วยการยิงปืน!

คิดเองเออเองแล้ว พู่กันก็ต้องกัดริมฝีปากล่างเอาไว้แน่น เดินตามแรงรั้งของเขาลงไปในทะเลสีครามใสแจ๋ว ยอมให้เขาช้อนอุ้มขึ้นสปีดโบ้ทอย่างไม่เกี่ยงงอน

เหมือนพ่อมันจะชวนแม่มันไปเดต หัดยิงปืนนี่ถือว่าเป็นเดตก็ได้เนอะ

 

sds

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น