อริเร้นรัก (ตีพิมพ์กับสนพ. ดีต่อใจ)

ตอนที่ 54 : ตอนที่ 14 บอดี้การ์ดของหัวใจ 2 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 455
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    9 ส.ค. 63

  

sds

“ปล่อย”

แลคเกร็งตัวรับรอยเล็บข่วน การปัดป้องจากฝ่ามือนุ่ม แต่เขาก็รีบดึงเสื้อยืดตัวบางออกทางศีรษะ มือหนึ่งจับแขนเธอชูขึ้นสูง อีกมือก็โอบเอวคอดไว้ มองแผลถูกยิงซึ่งหมอสั่งห้ามไม่ให้เปียกน้ำ แล้วต้องโล่งอกเมื่อปลาสเตอร์ใสยังติดอยู่บนผิวหนังในสภาพที่ไม่ต่างจากเดิม

“ดีนะที่มันเป็นแบบกันน้ำ ทำอะไรเอาแต่ใจตัวเอง ถ้าแผลอักเสบขึ้นมาจะทำยังไง”

“ก็ไปทำแผลใหม่ ส่วนคุณก็ถูกเล่นงานเพราะดูแลฉันไม่ดี ประวัติทำงานอันสูงส่งต้องด่างพร้อยเพราะฉันไง”

แลคอ่อนใจกับพยศหนักของแฟนสาวนักจึงรั้งเธอเข้ามากอดไว้หลวมๆ เกยคางอยู่กลางกระหม่อมก่อนจะเอียงหน้าไปมา ให้ปลายคางเค้นคลึงอย่างงอนง้อ

ต่อให้มีเรื่องไม่เข้าใจกันมากมายแค่ไหน มันก็จางหายได้ด้วยสัมผัสรัดรึงที่คนรักมีให้แก่กัน เสียงเห่าของหมายังทำให้ทั้งคู่หันไปมองจ่าฝูงที่ขนเปียกน้ำ กำลังเดินไปตามขอบสระคล้ายจะเรียกให้หมาตัวที่ซนที่สุดขึ้นจากน้ำ

ส่วนเจ้าสองตัวที่สงบเสงี่ยมเจียมตัวก็ขยับมาใกล้ๆ นั่งเบียด อีกตัวก็นั่งทับเท้าเธอ

ไม่น่าเชื่อว่าความไร้เดียงสาของพวกมันจะทำให้พู่กันอมยิ้ม บ้านที่เคยเงียบเหงาดูครึกครื้นมีชีวิตชีวาขึ้น ที่สำคัญเธอยังอยากลองทำอาหารให้พวกมันกินบ้าง ทว่าเสียงทุ้มน่าฟัง ก็ถามขึ้นเสียก่อน

“ทำยังไงถึงจะหายโกรธ”

คำถามด้วยน้ำเสียงโอนอ่อน สร้างความหวังให้พู่กันดันตัวออกมาแหงนหน้ามองเขา “พูดจริงนะ”

“อื้อ...” แลคครางรับ

“พาฉันไปจากคาซาเซียโล”

แลคขมวดคิ้วแทบจรดกัน ก้มมองคนที่รอคอยคำตอบอย่างมีความหวัง “พ่อคุณล่ะ”

“ตอนนี้พ่อออกไปข้างนอกกับลุงลอยด์ เราไปไหนก็ได้ ไม่มีใครตามทันหรอก”

“ก็...ยังเหลือลุงโจอีกคนนี่นา ยังไงก็ไม่ยอมให้เราออกไปง่ายๆ หรอก” แลคเองที่ต้องหาเหตุผลรั้งตัวเธอให้อยู่ในคาซาเซียโล

ในตอนที่ปลอดจากการเฝ้ามองของซีซาร์ เป็นโอกาสที่เหมาะเจาะที่สุดที่แลคและกำลังเสริมจะเริ่มทำงาน แล้วจะให้ทำตามความต้องการของเธอได้เช่นไร เป็นความจริงที่แลคไม่อาจปริปากออกมาได้เลย แต่พอเห็นแฟนสาวทำหน้าง้ำก็ต้องกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น

“ผมเข้าใจว่า...”

“คุณไม่เข้าใจหรอก” พู่กันส่ายหน้า มองด้วยความผิดหวัง

“การที่ฉันอยากหนีไปให้ไกลๆ ยิ่งมอง ยิ่งเหมือนคุณหนูผู้เอาแต่ใจ แล้วจะมีสักกี่คนที่มองในมุมของฉัน เมื่อคืนฉันนอนไม่หลับ เอาคำพูดของคุณมาคิด แต่ก็คิดไม่ตกเพราะตอบตัวเองไม่ได้ว่าทำไมพ่อถึงได้ส่งเด็กอายุสิบห้าปีไปอยู่ไกลหูไกลตา แต่พอฉันอายุยี่สิบสองปีกลับต้องมาอยู่ใกล้ๆ ต้องมีบอดี้การ์ดส่วนตัว จะมองข้ามเรื่องนั้นไปก็ได้ แต่ฉันก็เป็นคน มีจิตใจ อยากลองใช้ชีวิตของตัวเองบ้าง”

“งั้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ เดี๋ยวเราออกไปหาสมัครงานดีไหม”

“ให้ฉันไปคนเดียวได้ไหม สัญญาว่าจะไม่หนีเด็ดขาด”

“ผมขับรถพาไปสะดวกกว่าน่ะซี่...”

“เราต่างก็รู้ดีว่าประเด็นหลักไม่ได้อยู่ที่ความสะดวก แต่เพราะคุณถูกพ่อฉันจ้างมาต่างหากต่อให้เราหนีไปจนสุดขอบโลก ชื่อของคุณก็จะขึ้นแบล็กลิสต์ ทำงานหาเลี้ยงตัวด้วยอาชีพนี้ไม่ได้ไปอีกนาน แล้ววันนั้นเราจะลำบาก เพราะฉันก็ไม่มีปัญญาหาเลี้ยงตัวเองเหมือนกัน”

แลคใจหายยอมให้เธอหมุนตัวกลับ แต่ก็รีบกระชับอ้อมกอดเข้าหากัน “ขอเวลาผมหน่อยได้ไหมที่รัก ขอเวลาผมอีกนิด”

เวลาสำหรับอะไร นานสักแค่ไหน แลคยังไม่อาจจะเปิดเผยได้เลย แต่คนที่เก็บงำความน้อยใจเอาไว้จนชินก็พยักหน้ารับเร็วๆ

sds

“อือ... ฉันจะอยู่ที่นี่แหละ นั่งกินนอนกิน ผลาญเงินพ่อเล่นก็ได้”

แม้จะจับได้ถึงความรู้สึกย่ำแย่ที่เจือมากับน้ำเสียง แต่ทั้งคู่ก็ต้องหันไปมองตามเสียงหวีดร้องที่ดังขึ้น

“ช่วยด้วย...หมาใครก็ไม่รู้ มันจะกัดฉัน ช่วยด้วย” แม่บ้านล้มลุกคลุกคลานอยู่กับพื้นหญ้า อุปกรณ์ทำความสะอาดกระจัดกระจายอยู่บนพื้นด้วยความตกใจที่เห็นหมาพันธุ์ดุเข้ามาเดินเพ่นพ่าน

“ไม่เป็นไรครับ อย่าร้อง มันไม่กัดหรอก” แลคตะโกนบอก แต่ดูเหมือนไอ้หมาสมาธิสั้นมันจะไม่ให้ความร่วมมือ สูดดมสำรวจกลิ่นไม่พอ ยังขู่คำรามไม่หยุด

พู่กันจึงเบี่ยงตัวออกจากอ้อมแขนแกร่ง “ไปจัดการหมาคุณสิคะ เดี๋ยวแม่บ้านได้หัวใจวายกันพอดี”

หญิงสาวมองตามร่างสูงที่วิ่งไปยังสนามหญ้า แล้วหันกลับมามองหน้าตูบหูตั้งอีกสามตัว ที่มีบุคลิกแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด แต่มันคงง่ายต่อการเรียกกว่านี้ หากพวกมันมีชื่อเป็นของตัวเองเสียที

“รอไปก่อนนะ ตอนนี้ฉันไม่มีอารมณ์มาตั้งชื่อให้พวกแกหรอก”

ว่าแล้วก็เดินเข้าไปในพื้นที่ส่วนตัวโดยมีหมาสามตัววิ่งตามติดๆ พวกมันจึงมีโอกาสได้อยู่ในห้องที่สะอาดหมดจด อุณหภูมิภายในห้องกำลังเย็นสบาย ชวนให้หมาหลับกลางวันนัก ข้าวของก็วางเป็นระเบียบเรียบร้อย

ตัวที่เป็นจ่าฝูงจึงถือโอกาสกระโดดขึ้นไปนั่งบนโซฟา แต่ที่น่าเอ็นดู เรียกรอยยิ้มจากพู่กันก็เห็นจะเป็นการที่มันคาบคอหมาพิการขึ้นมานั่งด้วย

ส่วนตัวที่เรียบร้อย นิ่ง ท่าทางน่าผูกมิตรด้วยมากที่สุดก็เดินวนอยู่รอบหนึ่ง แล้วล้มตัวลงนอนบนพรมนุ่มหน้าโซฟา ไม่ได้รบกวนเวลาอาบน้ำแต่งตัวของเธอเลย

 

หลังจากที่แลคเข้าไปช่วยแม่บ้านเก็บข้าวของที่เกลื่อนพื้นหญ้าแล้ว จึงถือโอกาสพาตูบสมาธิสั้นสำรวจรอบๆ คาซาเซียโล ความจริงแล้วมันไม่ใช่หมาสมาธิสั้น แต่ถูกฝึกมาให้เชี่ยวชาญในการดมกลิ่น หาสารเสพติด หากถูกฝังดินลึกไม่เกินแปดร้อยเมตรก็ไม่อาจรอดพ้นจากจมูกที่ไวต่อกลิ่นของมัน

มันก็น่าแปลกที่ไม่พบเจอความผิดปกติใดๆ เลย ทั้งที่คาซาเซียโลมีอาณาบริเวณกว้างขวาง แค่วิ่งเฉพาะรอบอาคารก็เล่นเอาทั้งคนทั้งหมาเหงื่อโชก เมื่อถึงจุดสุดท้ายที่วกกลับมาตรงจุดเริ่มต้น แลคจึงนั่งลงแล้วลูบหัวพร้อมกับชื่นชม

“เก่งมากเด็กดี เอาละๆ เข้าใจแล้วว่าไม่เจออะไร วันนี้แกทำดีแล้วคู่หู... วันหลังเดี๋ยวเราไปวิ่งไกลกว่านี้”

โฮ่ง...

คู่หูที่มีสกิลการดมกลิ่นเข้าขั้นเป็นเลิศ ซึ่งถูกเข้าใจว่าเป็นหมาสมาธิสั้นเห่ารับคำชม จมูกที่มันใช้ซุกเข้ากับดิน ซอกหลืบหลายต่อหลายครั้งเปรอะเปื้อน ดูมอมแมมมากกว่าเดิมเสียอีก

“ไปกัน ไปหาพรรคพวกของแก ไม่รู้ว่าแม่แกจะตั้งชื่อได้รึยัง”

หง่าว...

มันอ้าปาก ทำเสียงราวกับไม่ใช่หน้าที่ แลคจึงหัวเราะชอบใจแล้วก้มลงพูดอยู่ข้างใบหูที่ตั้งชัน “ฉันรู้ว่าเรื่องอ้อน ทำตัวน่ารักไม่ใช่ทางของแก แต่ขอร้องล่ะเพื่อน เบาได้ก็เบาหน่อย ถ้าซนไปมากกว่านี้แล้วแม่แกเฉดหัวออกมานอนนอกบ้าน ฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้ แล้วจะไม่ออกมานอนเป็นเพื่อนแกด้วยนะ”

ง่อว! ...

โทนเสียงที่เปลี่ยนไปเหมือนถูกหักหลังเรียกเสียงหัวเราะจากเจ้านายได้อีกครั้ง

“เฮ้ย...นี่อย่าบอกนะว่าเข้าใจภาษาคนทุกอย่าง แต่เข้าใจก็ดีแล้ว ขอย้ำว่าถ้าอยู่ต่อหน้าแม่แก อ้อนเท่านั้นที่จะรอด”

คำเตือนจากพ่อมันที่เดินนำหน้าเข้าไปในอาคารทรงกลม สูงสามชั้น เมื่อประตูถูกเปิดออกกลิ่นหอมก็ลอยมาเตะจมูก จนหมาดมกลิ่น หูตั้ง หน้าตื่น น้ำลายสอ วิ่งแซงหน้าพ่อมันตามกลิ่นเข้าไปด้านใน แต่เสียงแว้ดๆ ที่ดังขึ้นก็ทำให้มันเบรกหัวทิ่ม สองขาหน้าเสียหลักลื่นล้มลงกับพื้น

“หยุดนะ มอมแมมขนาดนี้ใครใช้ให้เข้าบ้าน ไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้เลยนะ ไม่งั้นไม่ต้องกินข้าว”

แลคชี้นิ้วเข้าหาตัวเองเป็นเชิงถาม แต่คนที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จกลับชี้นิ้วแล้ววงกลมกลางอากาศรวมทั้งคนและหมาเข้าด้วยกัน

เวรละ... อาบน้ำให้ตัวเองเป็นเรื่องง่ายดายที่ทำมาตั้งแต่เล็กจนโต แต่อาบน้ำให้หมาเนี่ยมันเริ่มยังไงวะ!

แม่มันทั้งหลาย พรุ่งนี้วันจันทร์เจอกันที่หน้าเพจสนพ.ดีต่อใจ

พ่อมันกับลูกมันจะเปิดจองแล้ว ความหนา 552 หน้านิยาย อย่าเผลอทำหล่นเด็ดขาด น้ำตาเล็ดแน่ๆ

ราคาปก 395 บาท ช่วงเปิดจองมีส่วนลด+ค่าส่งแล้ว แม่มันจะจ่ายแค่ 350 บาทนะคะ

sds

​มีของที่ระลึกเป็นโปสการ์ดหมูตอนเลิฟลี่กับพี่ตูบทั้ง 4 ตัวค่ะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น