อริเร้นรัก (ตีพิมพ์กับสนพ. ดีต่อใจ)

ตอนที่ 52 : ตอนที่ 14 บอดี้การ์ดของหัวใจ 2 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 411
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    7 ส.ค. 63

  

sds

...เป็นแฟนกันได้หกวันก็ไม่เคยไปอพาร์ตเมนต์ของเขาเลย นอกเสียจากเห็นบางมุมแวบๆ ในช่วงที่เฟซไทม์ หญิงสาวจึงเพิ่งรู้ว่าแลคเลี้ยงหมาไว้ถึงสี่ตัว

โหย...ไม่อยากคิดสภาพเลย!

บนเตียง โซฟาคงเต็มไปด้วยขนหมา ทั้งห้องคงเต็มไปด้วยกลิ่นฉี่ แทนที่จะเป็นกลิ่นน้ำมันหอมระเหยสร้างบรรยากาศโรแมนติก ดูไม่จืดเลยหากเธอไปค้างที่นั่น

ทว่าสุนัขทั้งสี่ตัวที่กระโดดลงจากรถแล้วทำท่าว่าจะวิ่งเข้ามาหา นั่นก็ทำให้คนที่ไม่เคยมีสัตว์เลี้ยงถอยกรูด มองอย่างไม่ไว้ใจ “หน้าตามันไม่ได้เป็นมิตรกับฉันเลยนะ แลค”

“ยืนเฉยๆ ก่อน อย่าร้องนะ เดี๋ยวมันตกใจ” แลคบอกแล้วหมุนมือพันสายจูงทั้งสามเส้นให้สั้นขึ้น เยอรมันเชพเพิร์ดที่มีลักษณะโครงสร้างตามมาตรฐานสายพันธุ์จึงต้องนั่งลง ส่วนตัวที่ขาสั้น ไม่อาจทำอันตรายใคร มันจึงเป็นตัวเดียวที่เดินเหินได้อย่างอิสระ

แลคไม่รู้ว่าความผิดปกติของมันจะส่งผลต่อร่างกาย รวมไปถึงสมองด้วยหรือไม่

ทว่าการที่มันเดินด้วยขาสั้นๆ เท้าทั้งสี่แบะออกอย่างผิดรูปก็เป็นอุปสรรคในการขึ้นบันได มันกระโดดผ่านขั้นแรก ไปขั้นที่สอง แล้วก้าวพลาดกลับลงมานอนแอ้งแม้งที่เดิม

สิ่งที่ทำให้พู่กันอ้าปากค้างมองตามด้วยความอัศจรรย์ใจก็เห็นจะเป็นหมาตัวที่นั่งอยู่ตรงกลาง ขยับเดินไปอ้าปากคาบคอไอ้ตัวเล็กมาส่งถึงพื้นชั้นเดียวกับที่เธอยืน ดูคล้ายพี่ใหญ่กำลังช่วยเหลือน้องเล็ก น่าประทับใจเหลือเกิน

พู่กันก้มมองแฟนหนุ่มสลับกับน้องหมาที่มีลักษณะแปลกๆ ซึ่งกำลังดมรอบเท้าตนเอง

“ตัวนี้ชื่ออะไรคะ ฉันว่ามันเดินแปลกๆ นะแลค” ถึงจะแน่ใจว่ามันจะไม่กัด แต่พู่กันก็ยังไม่กล้าก้มลงไปหยอกล้อกับมัน

“ยังไม่มีชื่อเลย แต่มันเป็นหมาแคระ”

คำตอบนั้นทำให้พู่กันขมวดคิ้วมุ่น เพิ่งรู้จากคำอธิบายของแลคว่า...เกิดจากการสร้างโกรทฮอร์โมนผิดปกติ ทำให้หมาอายุเจ็ดเดือนที่ควรต้องมีโครงสร้าง รูปร่างเท่ากับสามตัวที่อยู่ในสายจูง กลายเป็นหมาที่มีหน้าตา รูปร่างเหมือนลูกหมาอายุสามสี่เดือน ขนก็ขึ้นห่างๆ จนมองเห็นผิวหนัง ขาสั้น เดินเท้าแบะ

ความไม่พร้อม เรียกคะแนนความสงสารจากพู่กันได้มากโข เธอก้มลงยื่นมือไปลูบหัวมันด้วยความเวทนา “แล้วทำไมยังไม่ตั้งชื่อ”

“คือความจริงแล้วผมเพิ่งรับเลี้ยงพวกมันได้ไม่นาน ก็ต้องรับจ็อบรอยัล แอตแลนติก เลยเอามันกลับไปฝากไว้ที่ศูนย์ฝึกสุนัขตำรวจชั่วคราว แล้วก็เพิ่งไปรับพวกมันมาเมื่อเช้านี้เอง”

พู่กันเริ่มแปลกใจขึ้นเรื่อยๆ จึงย้ำถาม “นี่หมาตำรวจเหรอ”

คราวนี้เจ้าของหมาทั้งสี่ตัวเลยยกมือข้างหนึ่งขึ้นเสยผมแก้เก้อ “ก็ใกล้เคียงนะ แต่พวกมันทั้งสี่ตัวไม่เข้าคุณสมบัติของสุนัขเคไนน์ สามตัวนี้มันถูกประเมินว่าเป็นมิตรจนเกินเหตุ ไม่ผ่านบททดสอบสุนัข ส่วนตัวที่อยู่กับคุณนั่นก็ถือว่ามันพิการ ทุกปีทางศูนย์ฝึกฯ จะเปิดให้คนทั่วไปรับหมามาเลี้ยง”

ยิ่งฟัง ยิ่งแปลกใจในความคิดของแฟนหนุ่ม “คือเข้าใจแหละนะว่าสงสารมัน แต่ฉันก็ไม่คิดว่าจะต้องเลี้ยงมันหลายตัวอย่างนี้”

“ก็...ตอนนั้นผมคงเหงา เลยเผลอตัวไป” แลคตอบส่งๆ

“พวกแกมันเป็นหมาตกงานเหรอเนี่ย” ที่เปรยออกมาเช่นนั้นเพราะเธอก็อยู่ในสภาพไม่ต่างจากพวกมัน

“ชื่อก็ยังไม่มีด้วยแหละ”

พ่อมันพูดเสริมเพิ่มความน่าสงสารมากขึ้นไปอีก “ตอนแรกผมตั้งใจรับพวกมันกลับไปไว้ที่อพาร์ตเมนต์ก่อน แต่ระหว่างนั้นก็เพิ่งรู้ว่าเซญอร์ลาปาสว่าจ้างให้มาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวลูกสาว แล้วในข้อตกลงผมก็ต้องรีบมารายงานตัวก่อนสิบโมง ถ้าเดินทางย้อนไปย้อนมางานการก็จะพานเสียไปอีก เลยเอาพวกมันติดรถมาด้วย”

sds

‘อุ้มมันซี่... อุ้มมันหน่อยทูนหัว’

เสียงเชียร์ในใจแลคก้องกระหึ่ม แต่ก็ต้องผิดหวัง ห่อเหี่ยวไปหมดเมื่อเธอยืดตัวขึ้นแล้วปล่อยให้มันคลอเคลียอยู่กับฝ่าเท้าเช่นเดิม

“แต่ถ้าคุณไม่ชอบ ผมให้มันอยู่บนรถก่อนก็ได้”

ว่าแล้วก็ไม่มีใครมองหน้า ขอความสมัครใจจากหมาที่เข้าใจคำพูดของมนุษย์ทุกอย่าง แต่สื่อสารออกมาเป็นภาษาพูดไม่ได้เท่านั้น พวกมันสามตัวมองหน้ากันเลิ่กลั่ก คงต้องฟัดกันตายแน่นอนถ้าถูกขังอยู่ในรถหลายชั่วโมง

“ไม่รู้สิ ฉันไม่เคยมีสัตว์เลี้ยง คิดว่าไม่ชอบขนหมาที่ร่วงติดตามข้าวของด้วย แล้วมันจะฉี่ จะอึ๊เรี่ยราดไหมอะ”

ได้ยินแล้วทั้งคน ทั้งหมาก็อ่อนใจไปตามๆ กัน พลางคิดในใจว่าเมตตา ปรานีสัตว์ก็อย่างหนึ่ง แต่การจะรับเลี้ยงก็ต้องคิดให้ถี่ถ้วนเพราะมันหมายถึงภาระที่ต้องแบกรับ

ยิ่งกับคนที่ไม่เคยมีสัตว์เลี้ยงด้วยแล้ว ยิ่งบังคับใจกันไม่ได้เลย แต่เหมือนโชคยังเข้าข้างอยู่บ้าง เมื่อเจ้าหมาพิการเริ่มออดอ้อนตามอายุสมองของมัน

หงิง... หงิง...

ทำเสียงน่ารัก กัดนิ้วเท้าของเธอเล่นเบาๆ เรียกร้องความสนใจแล้วก็หงายท้องขยับตัวไปมา เหมือนเรียกร้องให้เธอยื่นมือมาล้วงพุงนุ่มๆ เล่นกัน ทว่าที่ทำให้พู่กันฉุกคิดก็เห็นจะเป็นความไม่พร้อม ถึงจะเป็นสุนัขสายพันธุ์ยอดเยี่ยม แต่ก็ยังมีข้อบกพร่องจนไม่เป็นที่ต้องการ

พวกมันตกงาน เหมือนเธอเปี๊ยบ!

พู่กันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “เอาเถอะ ระหว่างที่พ่อแกทำงาน ฉันอนุญาตให้พวกแกเดินเล่นได้ตามใจ ไม่ต้องอุดอู้อยู่บนรถ”

จบคำพูดของเธอหมาทั้งสามตัวก็ลุกขึ้นกระดิกหางไปมาจนเอวแทบเคล็ด นั่นทำให้พู่กันเบิกตาโต ไม่อยากเชื่อเลยว่ามันจะเข้าใจในคำพูดของตน คงเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่า คนที่ยังไม่ซึ้งกับเพื่อนสี่ขาผู้ซื่อสัตย์บอกตัวเอง แล้วเดินนำหน้าเข้าไปด้านใน โดยมีหมาพิการวิ่งตามไม่ห่าง

แลคหันมามองกำลังเสริมแล้วถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ “คราวนี้ยกความดีความชอบให้ไอ้เตี้ยนะ เดิน... พวกแกก็ทำตัวดีๆ ด้วยล่ะ”

เมื่อเดินออกมาถึงลานโล่งกลางคาซาที่มีสวนหย่อมหญ้าเขียวขจี มีไม้ประดับที่ปลูกแทนแนวรั้วกั้นส่วนของสระว่ายน้ำซึ่งติดกับหอคอยส่วนตัวของเธอ

พู่กันนั่งอยู่บนเก้าอี้ชุดสนามสร้างจากเหล็กดัดทาสีดำ ตกแต่งด้วยแผ่นโมเสกหลากสี เธอยื่นเท้า แล้วชักกลับหยอกเย้าให้หมาไล่งับนิ้วเท้า

“หมีพูห์...ตั้งชื่อให้พวกมันหน่อยสิ”

เกือบใจอ่อนแล้วเชียว ถ้าเขาเดินมานั่งเก้าอี้ตัวที่วางอยู่ข้างๆ แต่เขากลับยืนเว้นระยะห่าง พักขาเหมือนบอดี้การ์ดคุ้มกันมากขึ้นทุกที

แม่มันใจอ่อนแล้ว หวังว่าจะไม่หาเรื่องปวดหัวให้ตัวเองเนอะ

พรุ่งนี้มาตามต่อค่า

 

sds

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น