อริเร้นรัก (ตีพิมพ์กับสนพ. ดีต่อใจ)

ตอนที่ 51 : ตอนที่ 13 บอดี้การ์ดของหัวใจ 1 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 420
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    6 ส.ค. 63

  

sds

 

เอาละ...

จะเชื่อสนิทใจ หรือไล่ตะเพิดทั้งคนทั้งหมาออกมาก็คงต้องพิสูจน์ให้รู้กันไปข้างหนึ่ง คิดได้ดังนั้นแลคก็บึ่งรถมุ่งหน้าลงเขตใต้สู่คาซาเซียโล

อย่างน้อยวันแรกของการเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวให้เซญอริต้าก็ควรจะไปให้ทันเวลานัดหมาย เขาเองก็อยากเห็นหน้าพู่กันแทบขาดใจ

ที่สำคัญยังอยากรู้ว่าหน้าที่ของบอดี้การ์ส่วนตัวนั้นจะถูกบัญชาให้ทำอะไรบ้าง

 

อาหารมื้อเช้าตามเวลาปกติของคาซาเซียโลที่มีเจ้าของเป็นลูกครึ่งเม็กซิกัน-อเมริกัน พ่อครัวส่วนตัวกำลังวางซุปข้าวโพดสีเหลืองอ่อน ซึ่งปราศจากครีมสด แม้ว่าคนปรุงอาหารจะลุกขึ้นมาตั้งแต่หกโมงเช้า แต่ไม่ปรารถนาจะแสดงตัวก็ลงทุนแยกกากจนได้น้ำนมข้าวโพดที่เคี่ยวกับน้ำสต๊อกปลาอยู่นานกว่าจะได้ซุปข้นๆ

อาหารจานหลักเป็นปลาค็อดย่างจนหนังเกรียม แต่เนื้อปลากลับสุกทั่วถึงกันอย่างพอดี จากนั้นจึงลอกหนังออกใช้ตกแต่งข้างจานให้สวยงาม เสิร์ฟคู่กับไวท์ทรัฟเฟิลสไลด์บาง ชูรสด้วยน้ำเลมอน

“วันนี้มาแปลกนะโจ แกจะขุนให้ฉันอ้วนตอนนี้ ยังจะทันการอีกเหรอ” ซีซาร์มองอาหารตรงหน้าแล้วเปรยกับพ่อครัวส่วนตัว

ทว่าคนป่วยที่ต่อมรับรสบนลิ้นใกล้จะเสื่อมสภาพเต็มทีกลับคิดในใจว่าคงต้องเป็นอาหารจากสรวงสวรรค์กระมัง เขาถึงจะรู้รสว่ามันอร่อยสักแค่ไหน

โจแอลกระแอมเบาๆ แล้วยักคิ้วหลิ่วตาไปยังประตูห้องอาหารพลางขยับปากให้น้อยที่สุดเพื่อบอกใบ้ให้เจ้านายรู้

“คนทำแอบดูอยู่หน้าห้องครับ”

เพียงเท่านั้นหัวใจของคนเป็นพ่อก็แช่มชื่น ความอยากอาหารเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งยาบำรุง หากยังต้องเอ่ยชมพ่อครัวส่วนตัว เล่นละครไปตามน้ำ

“ไหน...มาลองชิมซิ”

พู่กันแอบมองสีหน้าพ่ออย่างลุ้นระทึก ความรู้สึกผิดที่ไม่เคยรู้เลยว่าสุขภาพของพ่อไม่สู้ดี ทำให้เธอลุกขึ้นมาปรุงอาหารเช้า หวังว่าจะช่วยให้พ่อเจริญอาหารขึ้นบ้าง แต่ทิฐิในใจยังมีอยู่มากจึงไม่อยากแสดงตัวให้ใครรู้ว่าเป็นห่วงเหลือเกิน ก่อนที่อาหารจะถูกยกมาเสิร์ฟ โจแอลจึงต้องรับคำหลานสาวที่ขู่บังคับมาอีกทอดหนึ่ง

“อื้อ...อร่อย”

คำแรกไม่พอ ซีซาร์ยังตักซุปจนพร่องถ้วย “ทำไมแกไม่ทำอาหารรสชาติแบบนี้ให้ฉันกิน ต้องให้ฉันทนกินฝีมือห่วยๆ ไปอีกนานแค่ไหน”

โจแอลนึกขันกับคำพูดที่พ่ออยากเอาใจลูกสาว ซึ่งความจริงแล้วก็ไม่รู้เลยว่ารสชาติอาหารนั้นจะอร่อยถูกปากสักแค่ไหน แต่เมื่อเห็นเจ้านายกินเอาๆ ก็พลอยดีใจไปด้วย

“ปลานี่รสสัมผัสวิเศษเหลือเกิน แกย่างเกลือหรือใช้วิธีรมควัน” ซีซาร์ถามพลางเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย

คนถูกถามปิดปากสนิท ได้แต่อมยิ้ม หากเชฟที่แอบอยู่ตรงประตูยิ้มแต้ หน้าระรื่นพูดในใจคนเดียว ‘หนูย่างเกลือค่ะ ใช้เครื่องปรุงน้อยเท่าไหร่ ก็ดีต่อสุขภาพเท่านั้น’

แผนการเกือบสำเร็จอยู่แล้วเชียว หากไม่ได้ยินเสียงคุ้นหูที่ดังขึ้น

“ดูซิๆ หมีตัวน้อยที่ไหนมาทำลับๆ ล่อๆ อยู่ตรงนี้...”

พู่กันหันไปมองเจ้าของเสียงที่ยืนอ้าแขนออกกว้าง ยิ้มจนตาหยีให้เธอเหมือนทุกครั้ง “ลีลอยด์... ลุงไปไหนมา”

sds

“อะๆ ห้ามกระโดดมาเกาะแข้งเกาะขานะ ลุงแก่แล้ว เดี๋ยวแข้งขาหักเอา” ลีลอยด์หยอกล้อ แต่ก็โอบกอดร่างของพู่กันเอาไว้ด้วยความรักใคร่ แล้วเดินเข้าไปในห้องอาหาร

เด็กหญิงที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของทุกคน ต่อให้เหนื่อยล้า เครียดกับเรื่องเสี่ยงอันตรายนอกบ้าน แต่เมื่อกลับเข้าบ้านมารับมือกับเด็กช่างพูดก็เรียกเสียงหัวเราะได้ทุกครั้งไป

ความสัมพันธ์ของซีซาร์ ลีลอยด์ และโจแอล คนทั่วไปมองแล้วก็เป็นเหมือนเจ้านายกับมือเท้าข้างขวา ข้างซ้าย ทว่าระยะเวลาหลายปีที่ล่มหัวจมท้ายด้วยกันมา สายสัมพันธ์ของเพื่อนตายก็แน่นแฟ้นไม่แพ้กัน

ถึงจะรู้เรื่องราวทั้งหมดจากโจแอลแล้ว แต่ลีลอยด์ก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ตั้งคำถามหน้าตาย “ไหงหนูไปยืนหน้าประตู ทำไมไม่เข้ามากินมื้อเช้ากับคุณพ่อเล่า”

พู่กันนั่งลงบนเก้าอี้ ตามแรงกดบนบ่า “คือ...หนู”

“กินเถอะหนู... วันนี้โจทำปลาได้อร่อยเหาะเลย ดูสิ ขนาดพ่อยังกินเสียเกลี้ยง ซุปก็ไม่เหลือเลย”

ซีซาร์คะยั้นคะยอทั้งยังหันไปสั่งพ่อครัวส่วนตัวอีกด้วย จากนั้นหันมาคุยกับลูกสาว “ยืนนิ่งทำไมล่ะโจ ไปยกอีกชุดมาเสิร์ฟหมีพูห์สิ อร่อยมากเลย ว่าแล้วพ่อก็อยากลองกินหนังปลาด้วย”

“ห้ามกินนะ หนูแค่ใช้มันแต่งจานเท่านั้นเอง” พูดโพล่งออกมาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าตกใจ จับข้อมือของพ่อเอาไว้มั่น

ความแตกก็ตอนนี้ มันน่าโมโหมากกว่าเดิมเพราะคนที่ทำเรื่องโป๊ะ ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นตัวเอง!

“อ้าว...หนูทำหรอกเรอะ มิน่าพ่อถามโจก็เอาแต่เงียบ ไม่บอกฉันล่ะว่าไม่ได้ทำเอง ยืนยิ้มแฉ่งรับคำชมอยู่ได้”

จบคำพูดนั้นทุกคนก็หัวเราะสนุกสนาน ยกเว้นเชฟที่ปั้นหน้าบึ้ง มองพ่อที่เอื้อมมือมาตบหลังมือเบาๆ “ต้องกินอาหารให้ครบสามมื้อนะหนู ไม่งั้นจะไม่มีแรงไปสู้รบปรบมือกับเขานะ”

‘เขา’ ที่พ่อพูดถึงก็ยังไม่รู้ว่าหมายถึงใคร ไม่ทันได้ไถ่ถาม พ่อก็กดปุ่มให้รถเข็นเคลื่อนที่ออกจากห้องอาหารโดยมีลีลอยด์เดินตาม ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนเห็นจนชินตา ทว่าครั้งนี้ทั้งคู่เข้าไปพูดกันในห้องทำงานไม่ถึงห้านาที ลีลอยด์ก็ออกมาเตรียมรถยนต์เพื่อจะเดินทางไกล

ช่วงเวลาที่แลคขับเอสยูวีเข้ามาจอดหน้าบันไดใหญ่ เขาเห็นรถยนต์คันหนึ่งจอดสตาร์ตเครื่องอยู่ข้างหน้า แต่ไม่ได้เดินไปสำรวจว่าใครนั่งประจำที่คนขับ เพราะมองเข้าไปด้านในแล้วเห็นร่างของซีซาร์ยืนคุยอยู่กับลูกสาว ซึ่งพู่กันทวนคำพูดของพ่ออย่างไม่อยากเชื่อหูว่า... เธอจำเป็นต้องมีบอดี้การ์ดส่วนตัว

“พ่อว่าไงนะ” พู่กันถามเสียงสูง เพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่าผู้ชายร่างยักษ์ที่คอยยืนดักหน้า ล้อมหลังเป็นเรื่องจำเป็นในชีวิตของเธอ

“นั่นไง พูดถึงก็มาพอดี” ซีซาร์พยักพเยิดไปยังร่างสูง คุ้นตา

“แลค...” พู่กันครางเหมือนจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่อาการต่อต้านการ์ดคุ้มกันส่วนตัวนั้นลดลง เหลือเพียงไม่เข้าใจในจุดประสงค์ของพ่อ

แม้ผู้หญิงร่างกะทัดรัดที่ยืนอยู่ตรงข้ามคือคนรักที่อยากดึงเธอมากอดไว้แนบอก แต่แลคก็รู้ว่าอยู่ในระหว่างปฏิบัติงาน “ผมมาตามสัญญาจ้างงานครับ”

ซีซาร์พยักหน้ารับ “แกต้องดูแลลูกสาวฉันให้ดี ทำตามคำสั่งของเธออย่าให้ตกหล่น เพราะมันเป็นหนึ่งในข้อตกลง ทำหน้าที่ของแกให้ดี ฉันขี้เกียจฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย จำเอาไว้”

พู่กันรีบจับข้อมือของพ่อไว้ก่อนที่จะกดปุ่มเดินหน้า “เดี๋ยวสิคะ นี่หนูยังไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าพ่อจ้างแลคให้มาทำอะไร”

“ก็ตามใจหนูสิ ตอนนี้เขาเป็นคนของหนูแล้ว”

ซีซาร์จากไปพร้อมทั้งอำนาจมหาศาลที่วางลงในมือลูกสาว ถึงแลคจะไม่ได้หวั่นเกรงว่าแฟนสาวจะใช้อำนาจที่มีโขกสับตน แต่ก็รู้ว่าซีซาร์กำลังข่มขวัญให้ตนเกิดความเกรงอกเกรงใจ

แม้พู่กันจะปั้นหน้า วางตัวไม่ถูก แต่สิ่งมีชีวิตที่เริ่มเห่า เริ่มตะกุยกระจกที่ลดลงมาครึ่งหนึ่งก็ดึงดูดความสนใจจนต้องเดินนำหน้าออกมายืนมองใกล้ๆ

“พวกมันคือ...”

แลคยิ้มกริ่มให้กับคนที่มองตนเองสลับกับกำลังเสริมทั้งสี่ตัว “สัตว์เลี้ยงของผมเอง”

แอบชอบคุณพ่อซีซาร์มาก พ่อมันจะสู้ใจของว่าที่พ่อตาได้มั้ยน้อ

พรุ่งนี้มาเอาใจช่วยพ่อมันค่า

sds

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น