อริเร้นรัก (ตีพิมพ์กับสนพ. ดีต่อใจ)

ตอนที่ 50 : ตอนที่ 13 บอดี้การ์ดของหัวใจ 1 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 414
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    5 ส.ค. 63

  

sds

“มีการติดต่อจากคนของคาซาเซียโลเพื่อเซ็นสัญญากับบริษัทรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะเจาะจงให้ ‘แลค ลาซอว์เต้’ เป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของพู่กัน”

ต่อให้แลคกวาดสายตาไปตามรายละเอียดในสัญญาซึ่งมีการลงนามทั้งสองฝ่ายแล้ว เขาก็ยังไม่เข้าใจในการกระทำนี้เลย

“คือ...ผม หมายถึงเราคุยกันไม่เข้าใจนิดหน่อย ตอนที่ออกมาหมีพูห์ไม่ยอมมองหน้าผมด้วยซ้ำ แต่แค่ข้ามคืนเธอกลับอยากให้ผมไปเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัว”

เปรยออกมาแล้วต้องส่ายหน้าช้าๆ “ไม่น่าจะใช่ความต้องการของหมีพูห์”

แลคมั่นใจเช่นนั้นเพราะถึงแม้พู่กันจะมีปมในใจ แต่เธอก็เลือกที่จะเก็บมันไว้จนลึก แสดงออกมาเพียงท่าทีร่าเริงสดใสสมวัย อยากออกมาใช้ชีวิตของตนเองเพียงลำพัง

คิดมาถึงจุดนี้ก็เหมือนจะปะติดปะต่อเรื่องขึ้นมาได้ สีหน้าแววตาของหัวหน้าภารกิจ และสุดยอดฝีมือที่คัดเฟ้นมาจึงสบตากันอย่างมีความหวัง

“เหมือนจะได้คำตอบแล้วใช่ไหม ว่าทำไมหมีพูห์ถึงต้องถูกส่งไปไกลถึงนอร์ทดาโคตา” จิมยิ้มอย่างพอใจ

“ซีซาร์รักลูกสาวออกขนาดนั้น มีหรือที่จะหักหาญน้ำใจส่งไปอยู่ไกลหูไกลตา นอกเสียจากว่าจะไม่อยากให้หมีพูห์รู้เห็นบางอย่าง” แลคมองเรื่องราวทั้งหมดเป็นเหมือนภาพใหญ่ ที่เขาเพิ่งวางจิ๊กซอว์ชิ้นเล็กๆ ซึ่งอยู่ในส่วนที่ไม่สำคัญ ถึงกระนั้นมันก็ช่วยให้ภาพโดยรวมชัดเจนขึ้น

จิมจึงคาดเดาเหตุการณ์ต่อ “มันเลยเป็นเหตุผลที่ว่าพอหมีพูห์หนีกลับมาไมอามี เขาถึงต้องพลิกแผ่นดินหาตัวให้เจอ ถึงขั้นให้โจแอลสวมรอยเป็นหัวหน้าเชฟบนเรือสำราญ”

“ให้ตายเถอะ...งั้นเป้าหมายของพวกซิคาริโอก็คือหมีพูห์!”

สองมือ สองเท้าของแลคเย็นเฉียบกับข้อสรุปของตนเอง จิตใจเร่งเร้าอย่างหนักจนต้องผุดลุกขึ้นยืน สัญชาตญาณอันแรงกล้าที่อยากให้คนรักปลอดภัยทำงานอย่างหนัก

“โว้ๆ เย็นไว้จ่า...”

จิมเรียกสติด้วยยศปัจจุบัน ที่หวังว่าสวาทหนุ่มจะแยกแยะภารกิจที่ต้องรับผิดชอบ กับเสียงเรียกร้องของหัวใจ “ตราบใดที่หมีพูห์ยังอยู่ในคาซาเซียโลนั่นก็แปลว่าเธอปลอดภัย ไม่อย่างนั้นซีซาร์คงไม่ทำทุกวิถีทางเพื่อรั้งลูกสาวให้อยู่ข้างตัว อย่าลืมสิ”

“ครับ” ถึงจะรับคำอย่างหนักแน่น แต่แลคกลับไม่อาจสั่งใจที่ร้อนรุ่มดั่งมีไฟสุมให้เยือกเย็น แล้วสงบลงได้เลย

จิมลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินมาหยุดตรงหน้า ตบมือลงบนไหล่หนา “ผมรู้ว่าการทำงานแบบไร้กำลังเสริมมันอันตรายมาก แต่ในทางตรงกันข้าม ยิ่งมีคนรู้น้อยเท่าไหร่ คุณก็ปลอดภัยมากเท่านั้น แล้วผมก็เตรียมกำลังเสริมไว้ให้คุณแล้ว”

ทั้งคู่เดินออกมาจากห้องทำงาน โดยที่จิมเล่าประวัติของกำลังเสริมที่จะช่วยผ่อนแรงอย่างละเอียด มีเรื่องราวที่เป็นเหตุเป็นผล มั่นใจได้ว่าจะไม่มีใครเกิดความระแวงใจเลย ทว่าเพิ่งมีโอกาสได้เห็นสีหน้าของแลคก็ตอนที่เขาก้าวเข้าไปอยู่ในลิฟต์ ปั้นหน้ายาก

แลคมองหัวหน้าปฏิบัติการอย่างไม่อยากเชื่อ “คุณต้องล้อผมเล่นแน่ๆ”

“พวกนั้นคงรอคุณอยู่ในรถแล้ว”

‘โชคดี แลค’ เป็นคำพูดที่เขาอยากบอกในทุกครั้งที่แยกตัวเพื่อออกไปทำภารกิจ แต่มันเป็นเคล็ดที่สืบต่อกันมาหลายรุ่น หากอวยพร หรือฝากสิ่งของสำคัญแทนใจแล้วมักจะไม่รอดชีวิตกลับมา สู้เก็บคำพูด หรือสิ่งสำคัญนั้นไว้กับตัวแล้วมอบให้กับคนพิเศษในยามที่ภารกิจลุล่วงดีกว่า

ครั้งนี้ก็เช่นกัน จิมได้แต่อวยพรให้โชคดีอยู่ในใจ

sds

มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าไว้วางใจสักเท่าไร เมื่อจู่ๆ ต้องมีกำลังเสริมมาร่วมในภารกิจ จริงอยู่ว่าเขาคุ้นชินในการทำงานแบบเป็นทีม แต่ทีมที่ว่านั้นคือมนุษย์ซึ่งสื่อสารด้วยภาษาพูดเดียวกัน ต้องซักซ้อม ฝึกฝนให้ทำงานร่วมกันเป็นทีมเพื่อลดความผิดพลาดในการสื่อสารให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด

แล้วกับสุนัขสายพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ดที่นั่งหน้าสลอนอยู่ในรถทั้งสี่ตัวนี้ มันจะเป็นกำลังเสริม หรือมาเพิ่มงานให้กับเขา

วูฟ... วูฟ...

สุนัขตัวแรกที่นั่งอยู่บนเบาะหน้า เห่าทักทายเขาทันทีที่ก้าวไปยืนอยู่ข้างรถ “เฮ้...พวก แกคงเป็นจ่าฝูงใช่ไหม”

วูฟ... มันเห่ารับหนึ่งครั้งแล้วเบือนหน้ามองตรง

ความนิ่ง ไม่วอกแวก ประสาทการรับรู้ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาบอกให้แลครู้ว่านี่คือกำลังเสริมชั้นยอด มันจะปรี่เข้าไปฟัดทุกคนที่มีท่าทีว่าจะเข้ามาทำร้ายเขา

เมื่อแลคเปิดประตูรถ ก้าวขึ้นไปนั่งหลังพวงมาลัย แล้วเอี้ยวใบหน้า หันกลับไปมองที่เหลืออีกสามตัว ก็อดไม่ได้ที่จะบ่นออกมา

“มันต้องเยอะถึงสี่ตัวเลยรึไงวะ ไอ้กำลังเสริมเนี่ย”

แกรก... แกรก...

หมาตัวที่นั่งเบาะหลังริมขวาเรียกร้องความสนใจด้วยการข่วนเบาะที่เขานั่ง จนต้องมองหน้ามันผ่านกระจกมองหลัง “แกน่าจะเป็นตัวป่วน ดื้อที่สุดสินะ”

มันไม่ตอบว่าอย่างไร แต่กลับไม่อยู่นิ่งหมุนตัวรอบๆ แม้พื้นที่มีจำกัด ซุกจมูกเข้ากับซอกเบาะ ทำเสียงงื้ดง้าด ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามันคือสุนัขดมกลิ่น

ส่วนตัวที่นั่งสงบเสงี่ยม จ้องหน้าเขาแล้วเอียงคอซ้าย-ขวาจนหูยาวๆ ล้มไปล้มมา แสดงท่าทีเป็นมิตร อยากเข้ามาคลอเคลียเขาเอามากๆ คงจะเป็นสุนัขนักบำบัดที่มีความอ่อนโยนจนทาสหมาเห็นแล้วต้องใจอ่อน ซึ่งแลคก็หวังว่าจะมีสักคนในคาซาเซียโลเป็นทาสหมา

ตัวสุดท้ายที่ถูกเขี่ยลงไปกองอยู่บนที่วางเท้า ตัวเล็กที่สุดทั้งที่มีอายุเจ็ดเดือนเท่ากันคงเป็นหมาที่มีความผิดปกติจากการสร้างโกรทฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง ที่จิมหวังใช้มันเป็นตัวล่อ สับขาหลอกให้ทุกคนตายใจ

เอาละ...

จะเชื่อสนิทใจ หรือไล่ตะเพิดทั้งคนทั้งหมาออกมาก็คงต้องพิสูจน์ให้รู้กันไปข้างหนึ่ง คิดได้ดังนั้นแลคก็บึ่งรถมุ่งหน้าลงเขตใต้สู่คาซาเซียโล

อย่างน้อยวันแรกของการเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวให้เซญอริต้าก็ควรจะไปให้ทันเวลานัดหมาย เขาเองก็อยากเห็นหน้าพู่กันแทบขาดใจ

ที่สำคัญยังอยากรู้ว่าหน้าที่ของบอดี้การ์ส่วนตัวนั้นจะถูกบัญชาให้ทำอะไรบ้าง

พ่อมันจะพาเจ้าตูบไปหาแม่มันแล้ว

แต่ไม่รู้ว่าแม่มันจะเป็นทาสหมาม้อยยย

วันนี้เอาปกเต็มมาฝากนะคะ อีกไม่กี่วันจะมาบอกราคาค่า

 

sds

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น