อริเร้นรัก (ตีพิมพ์กับสนพ. ดีต่อใจ)

ตอนที่ 49 : ตอนที่ 13 บอดี้การ์ดของหัวใจ 1 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 421
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    4 ส.ค. 63

  

sds

แลคเรียกใช้บริการแท็กซี่ที่ในไมอามีมีมากกว่าห้าบริษัทให้มารับตรงหน้าคาซาเซียโล ไปยังเซาท์ เมโทรเรียล สเตชั่นที่ใกล้ที่สุด ถึงกระนั้นชายหนุ่มต้องเดินไปยังสถานีเชื่อมต่อถึงสองครั้งกว่าจะถึงอพาร์ตเมนต์ของพู่กันซึ่งจอดรถยนต์ทิ้งไว้ นั่นเปลืองเวลาเขาไปไม่น้อยเลย

กว่าจะขับรถกลับมาถึงอพาร์ตเมนต์ของตนเอง เปิดแล็ปท็อปขึ้นมาพิมพ์ข้อมูลใหม่ที่รับรู้มา และต้องสืบค้นให้ละเอียดแล้วส่งต่อให้จิม ไม่นานนักก็ได้รับข้อความตอบกลับเป็นวัน เวลานัดพบจากหัวหน้าปฏิบัติการ

แลคไม่เสียเวลาค้นหาเรื่องยิงกันกลางห้างสรรพสินค้าเมื่อเก้าปีที่แล้ว เพราะเขาจะไม่ได้รู้รายละเอียดเชิงลึก นอกเหนือจากบทความที่สรุปความเสียหายให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบ

สุดท้ายเลยต้องมานั่งมองโทรศัพท์เพราะตัดสินใจไม่ได้ว่าจะโทร.หาแฟนสาวหรือไม่

ความคิดถึง อยากรู้ว่าความขุ่นข้องหมองใจของเธอนั้นบางเบาลงหรือยัง เป็นความชัดเจนที่ไม่ต้องสงสัย แต่การที่เขาต้องนั่งแยกแยะข้อมูลที่รู้จากปากคนรักสาว แล้วบันทึกไว้ในหัว ก่อนจะนำไปบอกต่ออีกคนต่างหาก ที่ทำให้แลคนึกรังเกียจการกระทำของตนเอง

พู่กันไม่ใช่คนผิด เธอไม่ควรจะรู้สึกผิดที่เก็บงำปมในใจที่ไม่ได้เปิดเผยให้แฟนหนุ่มซึ่งตกลงคบหากันได้เพียงห้าวันรับรู้ แต่ทั้งที่เขารู้ ทั้งที่เข้าใจในการกระทำของเธอ แลคกลับใช้มันบังคับเธอกลายๆ ให้เล่าถึงความสัมพันธ์ในครอบครัวออกมาจนหมดเปลือก

คนที่ควรรู้สึกผิด คนโกหก คนที่มีนัยแอบแฝงคือเขาต่างหาก!

 

รุ่งเช้าแลคขับเอสยูวีออกจากอพาร์ตเมนต์มุ่งหน้าไปยังตึกสูงซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทรักษาความปลอดภัย ตลอดเวลาชายหนุ่มกวาดสายตามองรอบข้างหานักสืบเอกชน ซึ่งมั่นใจว่าซีซาร์ ลาปาสต้องส่งคนมาสะกดรอยตามอย่างแน่นอน

ทว่าเขากลับไม่ได้พบความผิดปกติใดจนกระทั่งเลี้ยวเข้าไปในลานจอดรถ เดินขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่มีชื่อบริษัทรักษาความปลอดภัยที่ซึ่งตนเป็นหนึ่งในพนักงานมากว่าหนึ่งเดือน ตามข้อมูลที่จิม เมสัน สร้างขึ้น ทว่ากลับเป็นครั้งแรกที่แลคมีโอกาสได้เดินเข้าบริษัท

ก็ดูวุ่นวายไม่ต่างจากบริษัทรักษาความปลอดภัยชื่อดังที่ลูกค้าให้ความไว้เนื้อเชื่อใจ ติดต่อเข้ามาจนเสียงโทรศัพท์ดังไม่ขาดสาย แต่คนที่เปิดประตูห้องออกมาแล้วโคลงศีรษะเรียกนั่นต่างหาก คือคนที่มอบหมายงานให้แลคอย่างแท้จริง

sds

เมื่อเข้ามาอยู่ในห้อง กวาดตามองรูปของหัวหน้าปฏิบัติการซึ่งกำลังจับมือกับเจ้าของบริษัท แลคจึงเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ

“อย่าบอกนะว่าต้องลงทุนซื้อบริษัทรักษาความปลอดภัยเพื่อสร้างตัวตนใหม่ให้ผม”

จิมหัวเราะร่วน มองคนที่นั่งลงบนเก้าอี้ตัวตรงกันข้าม “ผมเข้ามาทำงานในฐานะที่ปรึกษาพิเศษ คนข้างนอกทั้งหมดก็เข้าใจอย่างนั้น มีแค่เจ้าของบริษัทที่รู้ความจริง”

แนบเนียนอย่างไร้ที่ติ ก็สมควรแล้วที่เดล เดลาแวร์ แฝงตัวอยู่ในคาร์เทลค้ายาได้นานถึงแปดปี นั่นเป็นเหตุผลสำคัญที่ชายหนุ่มมั่นใจว่าถึงจะมีพวกนักสืบเอกชนเฝ้าติดตามโดยที่ไม่รู้ตัว พวกมันก็จะไม่พบพิรุธแน่นอน

“แล้วได้ข้อมูลใหม่เพิ่มบ้างไหมครับ” แลคถามเข้าประเด็นทันที

“ก็ให้คนสืบประวัติซีซาร์ ลาปาส อย่างละเอียดแล้ว ยาวเป็นหางว่าวเชียว”

แลคหรี่ตามองอย่างไม่เชื่อหู เพราะหากประวัติอาชญากรรมยาวเป็นหางว่าว ซีซาร์คงไม่อยู่รอดปลอดภัยมาจนถึงวันนี้

“ประวัตินักลงทุนน่ะ” จิมตอบพลางหมุนหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้ชายหนุ่มได้เลื่อนดูข้อมูลเอง

“ซีซาร์ ลาปาส ชื่อจริงนามสกุลจริงตั้งแต่เกิด ตอนนี้อายุหกสิบห้าปี พ่อเป็นชาวเม็กซิโก แม่เป็นอเมริกัน เขาเกิดมาในครอบครัวที่มีฐานะยากจน แต่ตั้งตัวได้จากการลงทุนกระเป๋าแบรนด์เนมที่แม่ซีซาร์ทำงานเป็นช่างตัดเย็บของแบรนด์นั้น”

“อา...คนหัวขี้เลื่อยที่ถนัดใช้แต่กำลังอย่างผม ไม่เข้าใจเลย” แลคสารภาพตามความจริง แล้วขมวดคิ้วกับรายงานหลายหน้า แต่ที่ทำให้มึนงงมากกว่าคือเลขศูนย์ที่ต่อท้ายกำไรของซีซาร์

จิมยักไหล่แล้วอ่านบทความหนึ่งที่แม่ของซีซาร์เคยพูดถึงลูกชาย

“จะพูดว่าฉันเลิกกับพ่อของลูกเพราะความยากจนก็คงไม่ผิด ตอนที่ซีซาร์อายุแค่สิบขวบ ฉันต้องทิ้งเขาให้อยู่ไมอามีกับสามี เพราะฉันต้องไปทำงานที่ฝรั่งเศส ค่าแรงของฉันถือว่าไม่น้อย แต่มันก็ไม่ได้มากพอที่จะเลี้ยงดูลูกให้เติบโตขึ้นมาอย่างสุขสบาย ซีซาร์เป็นเด็กขยัน เขาทำงานมีเงินเก็บเป็นของตัวเอง แต่ฉันก็รู้ว่าเขาจะไม่ร่ำรวยจากการทำงานหนัก และมีเงินเพิ่มในบัญชีปีละพันดอลลาร์หรอก ฉันบอกซีซาร์ให้ลองศึกษาการลงทุนจากแบรนด์ที่ฉันทำงานอยู่ เพราะมันเป็นแฮนด์เมดล้วนๆ ความประณีต ผลิตได้อย่างจำกัดทำให้ความต้องการของคนมีมากกว่าของ ค่าแรงจึงเพิ่มขึ้นปีละห้าเปอร์เซ็นต์ นั่นแปลว่าเจ้าของแบรนด์ต้องทำกำไรได้มากกว่าที่เจียดมาให้ช่างตัดเย็บอยู่มากโข นั่นเป็นจุดเริ่มต้นของนักลงทุนที่มีอายุแค่สิบหกปี... ลูกชายที่ฉันภูมิใจ”

อ่านจบแล้วจิมก็หันไปมองหน้าสวาทหนุ่ม ที่ทำเรื่องขอตัวเขามาทำงานหินนี้

“มันน่าแปลกที่ซีซาร์ร่ำรวยขนาดนั้น แต่ไม่มีสื่อสัมภาษณ์เขา กลับไปสัมภาษณ์แม่ของเขาแทน” แลคออกความเห็น

“ก็เพราะเข้าถึงตัวซีซาร์ไม่ได้เลย สื่อหัวนี้เลยเบนความสนใจไปที่แม่ของเขาแทน แต่ก็นะ... แม่ก็พูดถึงลูกชายเท่านี้แหละ” จิมบอกแล้วสรุปสั้นๆ เมื่อเห็นชายหนุ่มหมุนหน้าจอคอมพิวเตอร์กลับมาดังเดิม

“ซีซาร์ลงทุนหลายอย่าง เทรดหุ้น โภคภัณฑ์ กลุ่มพลังงาน ซอฟต์แวร์ เฉลี่ยกันไป ตั้งแต่หนุ่มจนถึงตอนนี้มันคงทำให้เขานั่งอยู่นิ่งๆ ก็กลายเป็นพาสซีฟอินคัม ซึ่งในแง่ของนักลงทุนแล้ว วิธีนี้ทำให้คนธรรมดากลายเป็นมหาเศรษฐีมานักต่อนัก ด้วยข้อมูลที่มี เราคงไม่กล้าชี้ชัดว่าเขาใช้การลงทุนเพื่อฟอกเงิน แต่ก็คงต้องเจาะลึก หาผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนมาวิเคราะห์เรื่องนี้จริงจัง ซึ่งผมตอบไม่ได้ว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหน”

ได้ยินเช่นนั้นแลคก็ลอบถอนหายใจ “จริงอยู่ว่าตอนนี้ผมเป็นคนรักของพู่กัน แต่ด้วยสถานะแฟนที่คบกันแค่ห้าวัน คงไม่มีเหตุผลไปคาซาเซียโลได้บ่อยนัก ซึ่งมันก็แปลว่าเราจะไม่ได้รู้ข้อมูลอื่นเพิ่มเติม”

“นั่นเป็นเรื่องที่ทำให้ผมหนักใจมาตลอด กระทั่งเมื่อคืนที่ได้รับอีเมลของคุณผมก็ยังคิดไม่ออก แต่จู่ๆ ก็เหมือนโอกาสหล่นลงตรงหน้า” จิมบอกแล้วเลื่อนเอกสารไปจนสุดแขน

“มีการติดต่อจากคนของคาซาเซียโลเพื่อเซ็นสัญญากับบริษัทรักษาความปลอดภัย โดยเฉพาะเจาะจงให้ ‘แลค ลาซอว์เต้’ เป็นบอดี้การ์ดส่วนตัวของพู่กัน”

ต่อให้แลคกวาดสายตาไปตามรายละเอียดในสัญญาซึ่งมีการลงนามทั้งสองฝ่ายแล้ว เขาก็ยังไม่เข้าใจในการกระทำนี้เลย

เอาแล้วไง จู่ๆ พ่อมันก็ได้เป็นการ์ดส่วนตัวของแม่มันแว้ววว

 

sds

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น