อริเร้นรัก (ตีพิมพ์กับสนพ. ดีต่อใจ)

ตอนที่ 47 : ตอนที่ 12 โกหกไม่ลง พูดตรงๆ ก็ไม่ได้ 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 433
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    2 ส.ค. 63

  

sds

แลคฝืนตัวเองจนถึงขีดสุดที่จะกลั้นหายใจแล้วโผล่ขึ้นมาจากน้ำ หวังว่าสมองจะปลอดโปร่งขึ้นมาบ้าง หากแต่ต้องตกใจกับเสียงที่ทักขึ้นอยู่เหนือศีรษะ

“โกรธฉันมากเลยใช่ไหม”

“ให้ตายเถอะ!”

ชายหนุ่มเบี่ยงตัว หันหน้ากลับไปมองคนที่นั่งอยู่ตรงขอบอ่างแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง “ใจคอจะเซอร์ไพรส์ผมสักกี่รอบกัน ต้องหัวใจวายตายกันไปข้างหนึ่งเลยไหมครับ เซญอริต้า”

หากเพื่อนร่วมทีมสวาทมาได้ยินคงเบ้ปาก ไม่เห็นด้วยที่คนจิตใจหนักแน่น เมื่อพบเจอเรื่องวิกฤตก็สามารถดึงสติกลับมาได้อย่างรวดเร็วจะตกใจกับเรื่องที่พบเจอในวันนี้

ถ้าเขาไม่ได้มีใจรักใคร่ชอบพอพู่กันแล้วละก็ จะประเมินได้ง่ายดายว่าเหตุการณ์ในวันนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จอีกขั้น จากที่โจแอลปรากฏตัว ก็ได้พบกับเจ้านายของโจแอลในวันเดียวกัน ถึงจะไม่รู้แน่ชัดว่าเจ้านายนั้นเป็นคนคนเดียวกับโดปลอร์ดหรือไม่ แต่อุปสรรคสำคัญของแลคคือความรู้สึกพิเศษที่มีให้แก่เธอ

“โอ๋... ขวัญมานะ มาเร็ว...จะนวดบ่าให้” พู่กันยิ้มหวาน บอกอย่างใจดี

จะว่าเดินเข้าไปตกหลุมพรางของเธอก็คงต้องยืดอกรับ จิตใจของเขาสร้างขึ้นจากเลือดเนื้อ มีความรู้สึกนึกคิด ยิ่งเห็นคนรักเอาอกเอาใจเช่นนี้ มีหรือที่จะบอกปัดได้ลงคอ

เมื่อหมุนตัวกลับไปนั่งท่าเดิม เจ้าของฝ่ามือนุ่มก็เริ่มนวดเฟ้นบ่าด้วยเรี่ยวแรงที่อยากเอาใจเขาอย่างเต็มเปี่ยม ทว่ามันกลับน้อยนิดสำหรับคนที่ฟิตร่างกายอยู่ตลอดเวลา ต่อให้เธอใช้ข้อศอกกดแทนก็ไม่แน่ว่าจะสร้างความเจ็บปวดให้เขาได้

“ผมรอฟังอยู่นะ”

“อุ๊ย...นึกว่าลืมไปแล้วซะอีก”

แลคหัวเราะพรืด แต่ไม่ได้พูดต่อเล่นเอาคนที่นั่งอยู่ข้างหลังใจคอไม่ดี รีบแก้ตัวเสียงอ่อน “หยอกเล่นน่า... ยอมให้คุณเข้ามาในห้องนอนแบบนี้แล้ว ไม่กล้าปิดบังอะไรหรอก”

“เยี่ยมเลย เอาสิ เริ่มตั้งแต่ต้นเลย”

ถึงพู่กันจะถอนหายใจใหญ่ แต่ก็ยอมเล่าประวัติโดยละเอียดเพื่อแสดงความจริงใจ “เริ่มจากที่ลุงโจ คือเมื่อก่อนตอนอยู่ไทยชื่อโจเฉยๆ นะ ลุงเดินทางมาทำงานในไมอามีเริ่มจากลูกมือเชฟ กลายมาเป็นเชฟ แล้วก็มาทำงานกับพ่อ”

“พ่อที่ว่านี่คือเซญอร์ลาปาสใช่ไหม แล้วเขามาทำงานด้วยกันได้ไง”

sds

“ค่ะ ฉันไม่รู้นะ เพราะก็ไม่เคยถามแม่เรื่องนั้นสักที”

แม้จะเป็นประเด็นที่แลคอยากรู้ แต่ก็เข้าใจได้ว่าช่วงเวลานั้นเธอยังเด็กคงไม่ได้สนใจเรื่องนี้ แลคจึงพยักหน้ารับแล้วฟังเธอเงียบๆ

“แม่เล่าว่าตอนที่พ่อแท้ๆ ของฉันเสียใหม่ๆ ก็ไม่รู้จะทำงานหาเลี้ยงฉันยังไง เลยเอาเรื่องนี้มาปรึกษาลุงโจ แม่ตัดสินใจมาทำงานที่ไมอามี มาเป็นแม่บ้านที่เดียวกับที่ลุงโจเป็นพ่อครัว แล้วศรรักก็ปักอกเจ้านายหนุ่มใหญ่กับแม่บ้าน ใช้ชีวิตคู่อยู่ด้วยกันใหม่ๆ แม่ไม่กล้าพาฉันมาอยู่ด้วยเพราะเจ้านายมีโลกส่วนตัวสูง ไม่เคยพูดกับแม่เลยว่าอยากมีลูกด้วยกัน แม่ถึงได้คิดเอาเองว่าเขาไม่ชอบเด็ก แต่ก็อย่างที่เคยเล่าให้ฟังว่าฉันอยู่ที่ไทยกับลุงอีกคน งอแงหนัก ร้องไห้จนเสียงแหบ ไม่ยอมกินอะไรจนต้องพาไปหาหมอ สุดท้ายแม่ก็ทนไม่ได้ ปรึกษาเรื่องนี้กับเขา แล้วก็บินกลับไปรับฉันมาอยู่ด้วยกัน”

“พอเห็นหมีพูห์แล้วเขาก็เกิดรักใคร่ขึ้นมาเลยเหรอ” ที่ต้องคาดเดาเช่นนั้นเพราะเห็นมากับตาแล้วว่าเซญอร์ลาปาส หลงลูกสาวนอกไส้แค่ไหน

“เปล่าเลย... เราต่างคนต่างอยู่ ตอนนั้นฉันเจ็ดแปดขวบนะ แต่ชอบไปแอบมองเขาในห้องทำงาน ชอบไปแอบอยู่ใต้โต๊ะทำงานเพราะอยากชวนเล่นด้วย”

เป็นความรู้สึกของเด็กหญิงที่เคยหยอกล้อกับพ่อ อยู่บ้านว่างนานไม่ได้ ต้องหาเพื่อนตัวโตมาเล่นสนุกด้วยกัน เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับแลค ซึ่งเป็นลูกคนเดียวและกำพร้าพ่อไม่ต่างจากเธอ

“เขาเล่นด้วยไหม” แลคถาม

“แรกๆ ก็เหมือนจะรำคาญ แต่เด็กขนาดฉันไม่รู้หรอกว่าเขาหงุดหงิด ต่อให้แม่จับแยกออกไปอยู่อีกห้อง วันต่อมาฉันก็ไปแอบอยู่ใต้โต๊ะทำงานอยู่ดี คือเข้าใจอารมณ์ไหมว่าเด็กน่ะ ถ้าห้ามไม่ฟังก็ต้องปล่อยให้ทำตามใจ แล้วพอเขายอมให้ฉันเล่นอยู่ใต้โต๊ะ ฉันก็เอาใหญ่ เริ่มปีนขึ้นไปเกาะขา นั่งทับสองเท้าแล้วเซ้าซี้ให้พ่อโยกขาขึ้น-ลง สนุกสุดๆ เลย”

แม้จะเป็นเพียงอดีต แต่กิจกรรมเล็กๆ ที่มีร่วมกันก็น่าประทับใจ เรียกรอยยิ้มได้ทุกครั้งที่กล่าวถึง

ทว่าการนั่งหันหน้าไปในทิศทางเดียวกันกลับไม่มีโอกาสได้เห็นยิ้มแกนๆ ของคนที่ไม่เคยได้ซึมซับความรู้สึกอ่อนโยนจากพ่อเลย

พู่กันยังเล่าถึงพ่อจากความทรงจำที่งดงาม ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ฉันตัวเล็กมากถ้าเทียบกับเพื่อนร่วมชั้นเรียนเดียวกัน แต่ไม่มีใครกล้ารังแกนะ เพราะพ่อหน้าดุ ตัวโต วันไหนที่พ่อว่างไปรอรับนะ ต่อให้ตัวเล็กแค่ไหน แต่หัวใจฉันใหญ่มาก รู้สึกเหมือนตัวพองลมได้เลยแหละ”

แหงสิ...ขนาดอายุล่วงเลยมาจนถึงตอนนี้พ่อที่เธอเรียกได้สนิทปาก สนิทใจก็ยังหน้าดุ ไม่เปลี่ยนแปลง

“แต่พ่อจะว่างไปรับไม่บ่อยหรอก ส่วนมากแล้วพ่องานยุ่งจะกลับบ้านช้า ฉันกับแม่ต้องรอกินมื้อเย็นด้วยสามสี่ทุ่มประจำ”

“หืม... ไม่หิวแย่เหรอจ๊ะ แล้วพ่อคุณทำงานอะไรถึงกลับบ้านดึกดื่นนัก” แลคตะล่อมถาม

“พ่อเป็นนักลงทุนค่ะ ส่วนมากแล้วคู่ค้าธุรกิจจะเป็นชาวเม็กซิกัน ซึ่งเวลาในการทำงานก็จะต่างจากเราๆ มาก คือเริ่มติดต่องานกันหลังเก้าโมงครึ่ง แล้วก็พักเที่ยงสามชั่วโมง เลิกงานเอาตอนสามทุ่ม มื้อเย็นที่ว่าดึกแต่มันเป็นเวลาปกติของชาวเม็กซิกัน แต่รู้ไหมฉันชอบเวลาที่พ่อกลับบ้านดึกๆ ที่ฉันจะนอนดูทีวีรอ พอพ่อเปิดประตูเข้ามา ฉันก็จะวิ่งไปเกาะขา เกาะแบบลูกหมีเกาะต้นไม้อะ เดินไปไหนก็ไม่หล่น โตขึ้นหน่อยเกาะขาแล้วพ่อก้าวไม่ออกก็ให้ขี่คอแทน”

ที่ต้องรีมาร์กไว้ในหัวคือ ‘นักลุงทุนที่มีคู่ค้าเป็นชาวเม็กซิกัน’

แลคคิดในใจ ทว่าอดไม่ได้ที่จะชื่นชมในความสัมพันธ์พ่อลูก แม้ไม่ได้มีเลือดเดียวกันไหลเวียนอยู่ในตัว แต่ถ้ามองจากมุมของลูกแล้ว ซีซาร์ทำหน้าที่พ่อได้ดีกว่าผู้ชายที่มีโอกาสได้เป็นพ่อ แต่ไม่เคยทำหน้าที่ของตนเองเลย

“รู้ไหมว่าตอนที่คุณให้ขี่คอ เลือกของในซูเปอร์มาร์เก็ตน่ะ ฉันชอบมาก”

“มิน่าล่ะ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ รีบปีนขึ้นหลังผมเชียว” แลคเปรยแล้วเอื้อมมือมาจัดร่างกายแฟนสาว จนได้กอดขาเรียวสองข้างแนบไปกับลำตัว

ทำเป็นงอนเพื่อหลอกถามอะแหละ รู้ทันพ่อมันหรอกเนอะ

พรุ่งนี้มาตามต่อว่าหมีพูห์จะหลุดอะไรออกมาบ้าง

 

sds

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น