อริเร้นรัก (ตีพิมพ์กับสนพ. ดีต่อใจ)

ตอนที่ 40 : ตอนที่ 10 ถลำลึก 1 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 549
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    27 ก.ค. 63

  

sds

 

ซีซาร์หัวเราะพรืด ย้อนถามทันควัน “หนีออกจากบ้านโดยไม่บอกใคร ปล่อยให้คนหากันวุ่นวายอยู่เป็นเดือนๆ นี่น่ะเหรอการกระทำของผู้ใหญ่ ถ้าหนูโตแล้วจริงๆ ทำไมไม่เดินเข้ามาคุยกับพ่อ ประกาศให้พ่อรู้ไปเลยว่าต่อจากนี้ไม่ต้องการไอ้แก่คนนี้แล้ว”

“แล้วถ้าหนูบอกอย่างนั้น คุณจะยอมให้ไปจริงเหรอคะ”

“อ้อ... น่าปลื้มใจที่ลูกสาวไม่ยอมเรียกพ่อ”

คำพูดนั้นทำให้พู่กันก้าวเข้าไปยืนตรงหน้าพ่อ ทั้งที่จับมือแฟนหนุ่มเอาไว้แน่นเช่นเดิม นั่นทำให้แลคต้องเดินตามไปยืนเคียงข้าง

“คุณเป็นคนขับไสไล่ส่งหนู สั่งให้หนูเข้มแข็งดูแลตัวเอง จะตามติดคุณแจ ทำตัวเป็นภาระไม่ได้ ตอนนี้หนูก็โตแล้วจะแยกออกไปอยู่คนเดียว คุณก็ยังไปตามกลับมาที่นี่อีก คุณนั่นแหละจะเอายังไงกันแน่”

“ชู่ว... ใจเย็นๆ ค่อยๆ พูด” แลคปราม ซึ่งในความเป็นจริงแล้วน่าจะทำให้คู่วิวาทะของเธอพอใจ แต่กลับตาลปัตรอย่างสิ้นเชิง

ซีซาร์ตวาดกลับ ดุทั้งน้ำเสียงและแววตาจนโจแอลที่ยืนอยู่ข้างๆ สะดุ้ง “แกนั่นแหละหุบปาก ใครให้สะเออะออกความเห็นตอนที่ฉันคุยกับลูกสาว”

พู่กันอยากจะร้องไห้ เมื่อเห็นพ่อใช้มาตรการเดิมมาบังคับเธอ “อย่าทำแบบนี้เลยนะคะ คุณก็รู้ว่าหนูอยู่คนเดียวจนเคยชิน ยังไงเสียหนูก็ไม่มีวันกลับมาอยู่คาซาเซียโลตามที่คุณต้องการหรอก”

ไม่พูดเปล่าแต่พู่กันก้าวมายืนซ้อนอยู่ข้างหน้าเจ้าของร่างสูงใหญ่ เป็นเชิงประกาศให้พ่อรู้ว่า... จากนี้ไม่จำเป็นต้องกางปีกปกป้อง คุ้มภัยแล้ว เธอพร้อมที่จะออกไปเผชิญโลกตามความเป็นจริงโดยมีคนรักคอยเดินไปพร้อมๆ กัน

ซีซาร์ส่ายหน้าช้าๆ ไม่เห็นด้วยกับคำอ้อนวอนที่เต็มไปด้วยทิฐิแรงกล้า “หนูโตแล้วก็จริง แต่คาซาเซียโลเป็นบ้านของหนู จะไปอยู่ที่อื่นให้มันลำบากทำไม”

“มันเป็นของคุณคนเดียว หนูไม่มีส่วนร่วมในการสร้างมันด้วยซ้ำจะมายกภาระให้หนูได้ไง”

“พ่อแก่ใกล้ตายออกอย่างนี้ สมบัติพัสถานอะไรที่หามาได้ ลูกก็ต้องเป็นคนดูแล” ความตายคือเรื่องที่หนีไม่พ้น ทว่าซีซาร์ยังหาทางออกที่สวยงามให้กับตนเองไม่ได้เลย

เป็นการพูดคุยที่อับจนหนทาง หาจุดจบที่สร้างความพึงพอใจให้กับทั้งคู่ไม่ได้ บางครั้งพู่กันก็เหนื่อยใจกับเรื่องนี้เหลือเกิน คำพูดที่ออกมาจึงเต็มไปด้วยความน้อยใจ ประชดประชัน

“คุณแข็งแรงออกอย่างนี้ คงอยู่ไปจนร้อยปีล่ะค่ะ”

“คงจะจริงเพราะมันเป็นคำอวยพรที่หลุดออกมาจากปากหนู”

จบคำพูดนั้นสองพ่อลูกที่ไม่ได้มีสายเลือดเดียวกันไหลเวียนอยู่ในตัว ก็จ้องมองหน้ากันอย่างไม่มีใครยอมลดราวาศอก

คงมีเพียงแค่โจแอลที่คุ้นเคย อยู่ด้วยกันมานาน รู้ว่าทั้งคู่ผูกพันกันไม่ต่างจากพ่อลูกแท้ๆ จะยืนเฉยปล่อยให้ถกเถียงกันเช่นนี้ไม่ได้

“เอาละๆ เซญอร์ก็ต้องกินมื้อเช้า กินยาหลังอาหารเสียก่อน แล้วค่อยพูดจากัน” โจแอลหันไปมองหลานสาว ขอร้องให้ยุติเรื่องนี้ลงเสียก่อน

sds

​“ส่วนหมีพูห์ก็กลับห้องก่อน อาบน้ำอาบท่าให้สบายใจ กินของโปรดให้อิ่มท้องก่อนดีไหม เห็นหนูกลับคาซาเซียโลแบบนี้ ทุกคนคงดีใจกันยกใหญ่ ให้คุณพ่อได้พักก่อน แล้วเรื่องอื่นค่อยคุยกันทีหลัง ถือว่าลุงขอร้องนะ”

เมื่อหลานสาวยังยืนหน้านิ่งอยู่เช่นเดิม โจแอลจึงย้ำอีกครั้ง “นะหนู...”

คราวนี้แลคจึงบีบมือเธอเป็นเชิงให้รับปาก พู่กันจึงถอนหายใจแล้วพยักหน้าอย่างเสียไม่ได้ แต่ท่าทีดังกล่าวก็ทำให้ซีซาร์พอใจจนยอมให้พ่อครัวส่วนตัวเข็นรถพาไปยังโต๊ะอาหาร แล้วเดินเลี่ยงเข้าไปในครัว ตระเตรียมอาหารมาให้เจ้านาย

เมื่อเห็นผู้เป็นลุงเดินออกไปจากห้องแล้ว พู่กันก็กุมมือแฟนหนุ่มให้เดินออกมาบ้าง เธอรู้ว่าทุกย่างก้าวอยู่ในสายตาประมุขของคาซาเซียโลตลอดเวลา

หากเธอเลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าสู่ประตูใหญ่ก็คงต้องมีคนมาขัดขวาง จึงเปลี่ยนแผนเดินลึกเข้าไปด้านใน ถ้ามองจากระยะสายตาของพ่อแล้วก็เหมือนเธอจะเดินไปยังห้องนอนของตนเอง

ซีซาร์ลอบยิ้มอย่างพอใจ เมื่อสุดท้ายเขาก็พาลูกหมีตัวน้อยกลับมาอยู่ในอ้อมกอดได้ดังเดิม แม้ว่าลูกหมีจะเติบโตขึ้นมาด้วยความรู้สึกติดลบกับพ่อคนนี้ แต่เขาก็ไม่เคยถือโทษโกรธเคือง เพราะว่ารักพ่อมาก แต่วันนั้นพ่อกลับไม่พร้อมที่จะดูแลลูก ผลักไสลูกไปให้ไกลถึงได้น้อยอกน้อยใจพ่อเช่นนี้

แม้ไม่เคยมีลูก ไม่เคยรู้ว่าพ่อที่ดีนั้นต้องทำตัวเช่นไร แต่ความรักและปรารถนาดีต่อสาวน้อยที่เขาเลี้ยงดูอุ้มชูมาตั้งแต่อายุเจ็ดขวบ ก็ท่วมท้นจิตใจ

...ต่อให้โลกที่เขาอยู่จะอันตราย โหดร้ายสักแค่ไหน ก่อนที่เขาจะจากไป โลกของพู่กันต้องสวยงาม ปลอดภัยเสมอ

 

หากความรักไม่เปิดเผยออกมาด้วยคำพูด มันก็ต้องแสดงออกมาด้วยการกระทำ แต่เด็กสาววัยสิบห้าปี ที่ถูกส่งไปให้ไกลบ้านกว่าสองพันไมล์ ในวันที่เหลือพ่อเพียงคนเดียวเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ

เธอไม่เคยได้รับอนุญาตให้กลับมาเยี่ยมบ้าน ต้องกอดตัวเองนอนร้องไห้จนเผลอหลับไปทุกคืน ย่อมไม่อาจตีความหมายจากสิ่งที่เผชิญมาแปดปีเต็มได้เลยว่านั่นคือ ‘ความรัก’

พู่กันรู้ทางเข้าออกในคาซาเซียโลทุกซอกทุกมุม ตอนนี้เธอยังทำให้ทุกคนตายใจ แล้วแอบจูงมือคนรักเดินออกมาตามทางที่มุ่งหน้าออกจากอาณาบริเวณอันเขียวขจี

“ขอโทษที่พามาเจอเรื่องแย่ๆ อย่าไปถือสาพ่อเลยนะ พ่อชอบให้ทุกคนยกฉันไว้บนหิ้งเหมือนเป็นของมีค่าที่ต้องบูชา แต่คุณไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น ฉันไม่ต้องการ”

“แล้วทำไมไม่บอกผมแต่แรก” แลคถามพลางขมวดคิ้วเมื่อเห็นเหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดอยู่ตามไรผม หน้าผากมน จึงสอดมือข้างหนึ่งไปรั้งศีรษะเธอมาแนบอก ใช้เสื้อซับเหงื่อ

แน่ละว่าพู่กันไม่หวังว่าเขาจะพกผ้าเช็ดหน้า แต่ก็คาดไม่ถึงว่าเขาจะเช็ดเหงื่อให้ด้วยวิธีนี้

“โหย...สิวขึ้นกันพอดี”

“อ้อ...โทษที ลืมตัวว่าคุยอยู่กับเซญอริต้าแห่งคาซาเซียโล”

แม้จะย้ำกับตัวเองว่าต้องใจเย็น แต่เรื่องราวของพู่กันที่เพิ่งรู้ในวันนี้ ก็ทำให้แลครู้สึกเหมือนเป็นคนที่ยังไม่น่าไว้วางใจ จนเธอต้องเก็บงำปมในใจไว้เพียงลำพัง

“โอ๋ๆ ขอโทษนะคะ ฉันไม่ได้ติดหรูอย่างนั้นสักหน่อย สัญญาว่ากลับถึงอพาร์ตเมนต์แล้วจะเล่าให้หมดเปลือกเลย นะ... อย่าโกรธเลยนะ”

พ่อมันไม่โกรธจริงหรอก หลงแม่มันออกอย่างนี้เนอะ

แต่จะได้กลับจริงม้อยยย พรุ่งนี้ห้ามพลาดค่า

 

sds

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น