อริเร้นรัก (ตีพิมพ์กับสนพ. ดีต่อใจ)

ตอนที่ 33 : ตอนที่ 8 ใกล้อีกนิด ชิดกันอีกหน่อย 75%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 491
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    21 ก.ค. 63

  

sds

 

เธอไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกที่เคยควงแล้วมีท่าทีว่าจะชวนไปเที่ยวเมืองที่มีอากาศหนาว แค่เริ่มแลคก็เบือนหน้าหนี ยึดเอาความชอบของตัวเองเป็นที่ตั้ง แต่สำหรับพู่กันซึ่งอธิบายลักษณะเกล็ดหิมะอย่างกระตือรือร้น น่ามอง ชวนให้อยากไปเที่ยวกับเธอเหลือเกิน

“ผู้คนที่นั่นก็เฟรนด์ลี่ บ้านเรือนต่อให้อยู่ในดาวน์ทาวน์หรือตั้งอยู่โดดๆ กลางเนินเขาก็ไม่มีรั้วรอบขอบชิดเพราะอัตราการเกิดอาชญากรรมต่ำมาก”

“หมีพูห์ชอบที่นั่นใช่ไหมจ๊ะ” แลคถามพลางลูบต้นแขนเรียวขึ้นลงอย่างเพลินมือ

พู่กันส่ายหน้าปฏิเสธ ทว่าน้ำเสียงเอื้ออาทรนั้นก็ทำให้ต้องเอนตัวไปอิงศีรษะกับเจ้าของหัวไหล่แกร่ง “ไม่เลย ชอบได้ไง อยู่ที่นั่นฉันเหงาจะตาย”

แลคแปลกใจไม่น้อยกับคำตอบ แม้จะสงสัยว่าแอนเน่ไม่ได้ช่วยคลายความเหงาใจบ้างหรือ แต่การที่เธอเอนตัวมาซบ แล้วพอเขาเอียงตัวเข้าหา รั้งให้มาซุกอยู่แนบอกแทน เธอก็ไม่ได้แสดงอาการขัดขืน

หญิงสาวชอบฝ่ามือหยาบกร้านที่คอยลูบหัว ลูบไหล่ ไม่ว่าจะปลอบโยนหรือเอาอกเอาใจ ก็ทำให้เธอเกิดความรู้สึกในแง่บวก

ใช่ว่าจะให้ความรู้สึกพิศวาสเฉกเช่นความต้องการของหนุ่มสาว แต่ความหยาบกร้านของฝ่ามือก็เปรียบเหมือนคนที่มีประสบการณ์ชีวิตมากกว่า คอยให้กำลังใจ อยู่เคียงข้างรับฟังเธอเสมอ เติมเต็มส่วนที่เว้าแหว่งในจิตใจจนเผลอหลุดปากออกมาเสียเอง

“แม่ตายตอนฉันอายุสิบสามปี จากนั้นฉันก็ซึมๆ ไม่ค่อยชอบเล่นกับเพื่อน ไม่ถึงกับเป็นคนโรคซึมเศร้านะ แต่ติดบ้าน เกาะติดเขาแจจนอายุสิบห้าก็ยังไม่เปลี่ยนพฤติกรรม คราวนี้คุณครูกับผู้ใหญ่รอบข้างเลยคิดว่าให้สมัครโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมไปลองใช้ชีวิตอยู่ในที่ที่ฉันชอบ อากาศหนาว มีหิมะตก ลองไปเปิดหูเปิดตาดูบ้าง เผื่อเห็นโลกกว้างขึ้นความคิดความอ่านจะได้เปลี่ยนไป พอติดต่อโฮสต์แฟมิลี่ได้ปุ๊บก็ย้ายไปอยู่กับแอนเน่ที่เจมส์ทาวน์”

พู่กันเว้นระยะในคำพูดเพราะเจ้าของฝ่ามือแกร่งดันตัวให้เธอนอนหนุนตัก ก่อนจะลูบเส้นผมให้อย่างเบามือ

“สนุกเหมือนที่คิดไว้ไหม”

“อื้อ...ชอบค่ะ แอนเน่ใจดี เธอเป็นสาวโสดที่ตามใจฉันมาก หน้าหนาวเริ่มจากกลางเดือนเก้าลากยาวไปถึงกลางเดือนสี่ ทุกอย่างที่นอร์ทดาโกต้ามันดีงาม แต่ปีนั้นฉันก็ได้เรียนรู้ว่าที่ที่เราอยู่แล้วสนุก มันต่างกับที่ที่เราอยู่แล้วมีความสุข อบอุ่นใจ”

แลคเข้าใจในคำพูดของเธอ เข้าใจในท่าทางตื่นเต้น ร่าเริง มองข้ามจุดด้อยของสังคมเมืองไมอามี เพราะที่นี่คือบ้านของเธอ

“เชื่อไหมคะว่าฉันแพ็กกระเป๋าก่อนครบกำหนดกลับไมอามีเป็นเดือน แต่วันสุดท้ายเขาก็โทร.มาบอกว่าหาที่เรียนในเจมส์ทาวน์ให้ฉันแล้ว ต่อให้ฉันบอกเหตุผลไปแค่ไหน เขาก็บอกว่าที่เจมส์ทาวน์สภาพแวดล้อมดี ผู้คนจิตใจดี เหมาะกับเด็กผู้หญิงอย่างฉันมากกว่าไมอามี”

‘เขา’ ที่ว่าคงหมายถึงโจแอล คนที่อาสาตัวให้หนุนตักนอนคิดเช่นนั้น

หากในชีวิตของพู่กันยังมีคนคนหนึ่งซึ่งมีอิทธิพลต่อจิตใจ ต่อให้ผลักไสไปไกลสุดขอบฟ้า สร้างความน้อยอกน้อยใจให้เด็กอายุสิบหกปีได้มากแค่ไหน

ลึกๆ ในใจแล้วก็ยังอยากรู้ในความเป็นไปของเขา แต่ความรู้สึกที่พู่กันเก็บงำไว้คนเดียวมาหลายปี จึงไม่ได้เปิดเผยมันออกมาให้ใครรู้

“เดาว่าเด็กดื้ออย่างหมีพูห์คงแผลงฤทธิ์เยอะอยู่เหมือนกัน” แลคเดาว่าการรับมือของเด็กวัยรุ่นคงต้องเป็นไปในรูปแบบนี้

sds

 

“ฉันคิดจะซื้อตั๋วเครื่องบินกลับมาไมอามีเอง อยากรู้ว่าถ้ากลับมาแล้วเขายังจะไล่ฉันไปอยู่ที่อื่นอีก ก็ให้รู้ดำรู้แดงกันไปเลย แต่เขาก็ใจร้ายมากที่บอกฉันว่า... แม่ก็ตายแล้ว เขาต้องทำงานหาเงินส่งเสียฉันจนกว่าจะเรียนจบปริญญาตามที่รับปากแม่ไว้ แค่นั้นก็เป็นภาระหนักมากเกินกว่าจะเจียดเวลามาคอยดูแลฉัน นับวันฉันต้องโตขึ้น ต้องรู้จักดูแลตัวเอง อยู่ให้ได้ด้วยตัวเอง”

“โธ่... เหมือนเราจะเจอกันช้า” แลคเปรยแล้วสอดมือเข้าไปแนบสีข้างยกตัวเธอขึ้นมานั่งบนตัก

“ตอนฉันสิบสี่เอง คุณก็ยี่สิบสอง คงย้ายออกจากอพาร์ตเมนต์แล้วไหม”

“ผมย้ายออกตอนยี่สิบสามปี เรื่องแปลกคือไม่ยักเห็นหมีพูห์เดินผ่านตาเลย”

เธอยิ้มอย่างรู้ทัน “อาจเห็น แต่แหม...ส่วนมากแล้วผู้ชายอายุยี่สิบต้นๆ คงไม่สนใจเด็กขนาดนั้นหรอก”

พู่กันพูดถูกจนคนฟังจับพิรุธไม่ได้ว่าเธอตอบไม่ตรงคำถาม ด้วยความชอบที่แปรเปลี่ยนไปตามอายุ และประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้น

แลคจำได้ว่าตอนเป็นวัยรุ่นหัวนมแตกพาน สองตาก็มองแต่สาวบรูเน็ต ผิวสีน้ำผึ้ง หน้าอกหน้าใจขยำแล้วต้องล้นมือ ชั่วโมงบินสูง พอก้มมองคนในอ้อมกอดแล้วกลับแตกต่างจากเดิมโดยสิ้นเชิง

ใช่...เขาชอบสาวเอเชียไซซ์มินิ

“มิน่าหมีพูห์ถึงเลือกเรียนทำอาหาร มันใช้เป็นอาชีพสร้างรายได้นี่เนอะ”

ปกติแล้วการสืบสาวเรื่องราวของใครสักคนนั้น ห้ามใช้คำถามชี้นำโดยเด็ดขาด แต่ด้วยความที่จิตใจเอนเอียง มองเธอเป็นคนพิเศษ แลคจึงแหกกฎทุกข้อโดยไม่รู้ตัว

ทว่าพู่กันกลับส่ายหน้า มองเขาด้วยความซุกซน ยิ่งคาดเดาพฤติกรรมของเธอผิดไปสองครั้งสองครายิ่งเริ่มสนุก

“ผิดค่ะ ฉันเลือกเรียนทำอาหารเพราะค่าใช้จ่ายต่อปีแพงที่สุด แบบ...เหมือนเด็กคิดประชดอะว่าถ้าอยากให้อยู่ในคอมฟอร์ทโซนนัก ก็คงต้องหมกตัวอยู่ในครัว ยิ่งไปเห็นว่าค่าเรียนแพงที่สุดนะ ฉันเลือกเรียนแบบไม่ต้องห่วงเรื่องเงินเลย ก็เขาหาเงินส่งให้อยู่แล้วนี่...”

คิดมาถึงตรงนี้ทีไร ใบหน้าของคนที่เหยียบย่ำความรักอันบริสุทธิ์ก็แจ่มชัดอยู่ในความทรงจำ

บางครั้งพู่กันก็อยากถามผู้คนที่เดินผ่านไปมาว่า... เคยเกลียดใครมากๆ แต่กลับอยากรู้ในความเป็นไปของคนคนนั้นไหม?

ถ้าหากเธอโพล่งถามคนที่กำลังโอบกอด แลคก็คงถามกลับว่าที่พูดมาทั้งหมดนั้นหมายถึงใคร

ทว่าสิ่งที่เธอหลุดออกมากลับกลายเป็นคำตอบให้แลคได้เข้าใจว่า ของใช้ที่เธอซื้อหามาไว้ในอพาร์ตเมนต์ด้วยเครดิตแบล็กการ์ดนั้นไม่ใช่เงินเก็บของเธอเอง แต่เป็นเงินของโจแอลต่างหาก

แล้วถ้าโจแอลเป็นเพียงแค่เชฟ จะทำงานหาเงินเพื่อส่งเสียเลี้ยงดูหลานสาวให้ใช้เงินอย่างคล่องมือได้อย่างไร ถ้าเงินที่โจแอลหามาได้นั้นไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

“พู่กัน”

ครั้งแรกที่ถูกเรียกด้วยชื่อต้น อีกทั้งน้ำเสียงก็ดูเครียดขึงขึ้นจนเจ้าของชื่อต้องช้อนตามอง รอคอยให้เขาพูดต่อไป แต่จนแล้วจนรอดแลคก็ยังนิ่ง ด้วยกำลังชั่งใจว่าถ้าถามออกไปแล้วเธอจะตอบแต่โดยดี หรือเลี่ยงชวนคุยเรื่องอื่น

เอาวะ ไม่ลองไม่รู้!

พ่อมันจะถามอะไรน้าาา

พรุ่งนี้มาตามต่อนะคะ

 

sds

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น

  1. #29 792112 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2563 / 07:44

    ลุ้นอ่ะพ่อมันจะถามไร

    #29
    1