อริเร้นรัก (ตีพิมพ์กับสนพ. ดีต่อใจ)

ตอนที่ 32 : ตอนที่ 8 ใกล้อีกนิด ชิดกันอีกหน่อย 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 503
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    20 ก.ค. 63

  

sds

 

แลคถอนหายใจออกมาพรืดใหญ่ “สาบานว่าจะไม่ปล้ำ คบกันมาจนป่านนี้คุณน่าจะรู้ว่าผมไว้ใจได้ ถ้าคุณไม่เล่นด้วยมีเหรอที่ผมจะกล้าบังคับ”

“โอ๊ย...ก็เพราะฉันอาจจะปล้ำคุณเองต่างหาก อยากได้ยินแบบนี้ใช่ไหมถึงจะเลิกวอแว”

แม้เธอจะสะบัดเสียงตอบจนคนฟังอ้าปากค้าง สเต๊กคำที่ถูกส้อมจิ้มเอาไว้ยังค้างอยู่กลางอากาศ มีทั้งความดีใจ ลำพองใจและไม่เข้าใจเกิดขึ้น

“โธ่...ถ้าเป็นงั้นยิ่งต้องให้ผมค้าง รับรองว่าผมจะไม่บุ่มบ่าม หรือคุณชอบแบบโลดโผน ออนท็อป เจ้านายกับทาสสวาท ผมก็พร้อมปรนเปรอแบบถวายหัวเลยนะหมีพูห์”

นึกภาพตามแล้วเหมือนเธอจะได้หนุ่มสุดฮอต กล้ามแน่นจนนับซิกซ์แพ็กไม่ไหวมานอนแผ่หลาอยู่กลางเตียง รอคอยให้เธอได้ลงทัณฑ์ตามใจ แต่สาวเวอร์จิ้นที่เคยลองแค่จุมพิต ลีลาคงห่วยแตกจนเขารีบคลานลงจากเตียง

โอ๊ย...จะเริ่มบอกยังไงว่าเธอไม่เคย!

โม้ไปไกลแล้วด้วยว่าถนัดแค่ฮาฟต์ไนต์สแตนด์ก็แยกทาง!!

โอ๊ย...กลุ้ม!!!

ขณะที่คร่ำครวญอยู่ในใจ พู่กันก็ต้องคิดหาเหตุผลเอาตัวรอดไปก่อน “คือ... ฉัน...กำลังมีวันนั้นของเดือน”

สวรรค์ล่มทั้งที่ยังไม่ได้เริ่มเลย แลคส่ายหน้าไปมา ถอนหายใจออกมาหนักๆ จนหัวไหล่ผึ่งผายลู่ลง “จะฆ่าผมให้ตายทั้งเป็นเลยใช่ไหม”

ท่าทางซังกะตายนั้นทำให้พู่กันรู้ว่ามาถูกทาง จึงย้ำให้ชัดเจนขึ้น “เพิ่งวันที่สองเอง”

“แล้วปกติมีกี่วัน” ถามแล้วต้องตาโตมองเธอชูนิ้วขึ้นตั้งเจ็ดนิ้ว “โหย...นานขนาดนั้นเชียว”

“ถ้าเดือนไหนเครียดก็มีห้าวัน เดือนไหนมีเรื่องให้กังวลน้อยก็เจ็ดวัน”

ความจริงพู่กันมีรอบเดือนราวห้าวัน แต่ที่พูดเช่นนั้นก็แค่ซื้อเวลาให้ตัวเองเท่านั้น คราวนี้แลคเป็นฝ่ายชวนแฟนสาวออกไปทำกิจกรรมข้างนอกบ้าง ยิ่งรู้ว่าเธอก็ปรารถนาในตัวเขาไม่ต่างกัน หากยังขลุกอยู่ในห้องด้วยกันสองต่อสอง ไม่แน่ว่าเขาอาจไร้ซึ่งความยับยั้งตามใจ ‘เพื่อนแลค’ ที่ไม่เคยปราม แต่กลับยุส่งอยู่ร่ำไป

sds

 

สองชั่วโมงครึ่งในฟิตเนสที่พู่กันได้มีเทรนเนอร์ส่วนตัวเป็นครั้งแรก เขาเอาใจใส่ให้ออกกำลังกายเบาๆ ด้วยเข้าใจว่าเธออยู่ในช่วงที่มีรอบเดือน

วันนี้พู่กันจึงเป็นเหมือนอุปกรณ์ที่เขาใช้ออกกำลังเสียมากกว่า ไม่ว่าจะให้เธอนั่งทับปลายเท้าแล้วซิทอัปจับเวลา บ้างก็ให้เธอเกาะอยู่บนหลังในตอนที่เขาวิดพื้น

สุดท้ายให้เธอโอบกอดช่วงเอวสอบโดยที่เขาโหนบาร์ เป็นการเพิ่มน้ำหนักให้กล้ามเนื้อแขนได้ออกแรงมากกว่าเดิม ถึงจะเหนื่อยเสียเหงื่อไปมากกว่าเดิม แต่ทั้งคู่กลับสนุก เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ

ทั้งคู่อาบน้ำอาบท่าตัวหอมฉุยออกจากฟิตเนสด้วยเสื้อผ้าชุดบางเบาตามภูมิอากาศเมืองชายทะเลไมอามี

เมื่อมุ่งหน้าลงใต้ ฝั่งซ้ายของคอลลินส์ อเวนิวคือชายหาดเลาะมหาสมุทรแอตแลนติก คลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่สวมบิกินี่ถือเครื่องดื่มในมือ พร้อมรับความสนุกสนานในยามค่ำคืนที่กำลังจะมาถึง

แลคเลี้ยวขวาไปตามถนนอัลตัน ซึ่งจะทำให้คนที่นั่งอยู่ฝั่งขวาของรถได้เห็นเวิ้งอ่าวบิสเคย์น ที่ทอดตัวยาวราวสิบไมล์

“สวยเนอะ ไม่ได้เห็นมาหลายปี แต่ก็ยังสวยเหมือนเดิม” พู่กันเปรยกับคนที่ส่ายหน้าไปมา ไม่เห็นด้วยกับเธอนัก

“วุ่นวายมากขึ้นทุกวันต่างหาก”

“ถ้าฉันขโมยรถกระบะของแอนเน่มาขับกินลมแถวนี้ คงต้องเหยียบครัชจนกล้ามขาขึ้นแน่เลย”

ช่วงหกโมงเย็นเป็นช่วงที่การจราจรคับคั่ง แลคยังเลือกใช้ถนนเลียบชายหาดเช่นเดิมจะถึงจุดหมายช้ากว่าที่คิดไว้นัก แต่คนสวยที่นั่งอยู่ข้างกายกลับดูตื่นเต้น ชื่นชอบในสีสันความเป็นเมือง จนคนมองอดไม่ได้ที่จะยิ้มตาม ก่อนจะลดกระจกลงทุกบานให้ได้สูดอากาศชายทะเลอย่างเต็มปอด

“ตัวเล็กๆ แบบนี้นะขับรถเกียร์กระปุกได้”

“โหย... ตอนที่อยู่คอสต้ามายา ถ้าไม่ติดว่าถูกยิงนะ จะดริปให้ดู”

“ขี้โม้ แต่น่ารักชะมัด”

“เนี่ย...หยอดตลอด หยอดทุกเวลา”

“ว่าแต่ใครคือแอนเน่” แลคถือโอกาสถามบ้าง

“อ๋อ... โฮสต์แฟมิลี่น่ะค่ะ ตอนฉันเรียนอยู่ที่นอร์ทดาโกต้า ก็อยู่กับแอนเน่มาตลอด” ตอบแล้วเว้นระยะในคำพูดเมื่อเขาเลี้ยวซ้าย พอขับตรงไปสีฟ้าครามของน้ำทะเลก็ชัดเจนขึ้นทีละนิด

เรสคิวไลฟ์การ์ดทาวเวอร์ ที่ตั้งอยู่เป็นระยะของชายหาดมีสีสันฉูดฉาดแตกต่างกันไป มันเป็นภาพที่ชวนให้อยากวิ่งลงไปเล่นน้ำทะเล อยากหาเสื่อมาปูบนหาดทรายละเอียดแล้วนั่งพูดคุยเรื่องสัพเพเหระกับแฟนหนุ่ม

แลคจอดเอสยูวีสีดำไว้แล้วจับมือสาวไซซ์มินิเดินทอดน่องไปตามชายหาด ทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดี ปล่อยให้เธอพูดทุกอย่างตามสะดวกใจ

“ฉันย้ายไปเรียนที่นอร์ทดาโกต้าตั้งแต่อายุสิบห้าปี ฉันอยู่กับแอนเน่ในเจมส์ทาวน์ห่างจากเมืองหลวงบิสมาร์กสักร้อยไมล์ได้มั้ง เป็นเมืองเล็กๆ เงียบสงบที่ขับรถออกจากตัวเมืองได้ไม่เท่าไหร่คุณก็จะเห็นแต่ทุ่งหญ้า ทุ่งหญ้า และทุ่งหญ้า”

จบคำพูดนั้นทั้งคู่ก็หัวเราะร่วน แลคเห็นว่าเธอเริ่มเปิดใจจึงพยักพเยิดไปยังไลฟ์การ์ดทาวเวอร์ ซึ่งดูเหมือนว่าการ์ดชายฝั่งจะกลับบ้านไปแล้ว คู่รักจึงมีโอกาสได้ขึ้นไปตรงระเบียงเล็กๆ นั่งหย่อนขา พูดคุยกัน

“ผมไม่เคยไปสักที มีความรู้สึกว่าห่างไกลจากไมอามีมาก อีกอย่างถ้าให้เลือกอากาศร้อนกับหิมะตก ผมขออยู่แบบร้อนตับแตกดีกว่า” ถึงจะชวนคุยต่อ แต่แลคก็ไม่ผลีผลาม

“มันก็ไม่ถึงขนาดนั้น... ถึงช่วงหน้าหนาวอุณหภูมิจะติดลบสิบองศา แต่ก็มีฮีตเตอร์ มีชั้นใต้ดินกันทุกบ้านเถอะ”

แลคส่ายหน้าดิก จำได้ว่าตอนฝึกหลักสูตรของหน่วยสวาท ต้องทดสอบสมรรถภาพของร่างกายที่มีต่อภูมิอากาศที่โหดร้าย ซึ่งเขาต้องยืนในน้ำอุณหภูมิติดลบทั้งคืน ขากรรไกรบนกระทบกับขากรรไกรล่างจนพูดไม่ออก

“มันจะตายตอนออกมานอกบ้านนี่สิจ๊ะ ไม่มีฮีตเตอร์ส่วนตัวให้พกไปไหนมาไหนได้นี่นา”

“เฮ้อ... พูดงี้แปลว่าไม่เคยกระโดดลงบนหิมะที่ตกใหม่ มันจะนุ่มๆ ฟูๆ พอเอามือออกไปรองเกล็ดหิมะนะ ฉันเพิ่งรู้ว่ามันเป็นแฉก มองดีๆ เป็นดอกเหมือนที่เราวาดสโนว์เฟล็คอะ”

เธอไม่ใช่ผู้หญิงคนแรกที่เคยควงแล้วมีท่าทีว่าจะชวนไปเที่ยวเมืองที่มีอากาศหนาว แค่เริ่มแลคก็เบือนหน้าหนี ยึดเอาความชอบของตัวเองเป็นที่ตั้ง แต่สำหรับพู่กันซึ่งอธิบายลักษณะเกล็ดหิมะอย่างกระตือรือร้น น่ามอง ชวนให้อยากไปเที่ยวกับเธอเหลือเกิน

“ผู้คนที่นั่นก็เฟรนด์ลี่ บ้านเรือนต่อให้อยู่ในดาวน์ทาวน์หรือตั้งอยู่โดดๆ กลางเนินเขาก็ไม่มีรั้วรอบขอบชิดเพราะอัตราการเกิดอาชญากรรมต่ำมาก”

แม่มันเริ่มไว้ใจพ่อมันแล้ว คืนนี้จะใจอ่อนให้ค้างด้วยไหม

พรุ่งนี้ห้ามพลาดนะคะ

 

sds

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น

  1. #28 792112 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2563 / 07:53

    หยอด หลอด ตลอดแหละ


    #28
    1