อริเร้นรัก (ตีพิมพ์กับสนพ. ดีต่อใจ)

ตอนที่ 30 : ตอนที่ 7 ชีวิต (ที่คิดว่า) ลิขิตเอง 2 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 528
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    18 ก.ค. 63

แลคบึ่งรถกลับมาถึงอพาร์ตเมนต์ในอีกสี่สิบนาที เขาปล่อยให้น้ำเย็นเฉียบในระดับที่แรงที่สุดสาดซัดลงมาอยู่นาน มันก็แค่ช่วยเรียกความกระปรี้กระเปร่า แต่สมองยังหนักอึ้งแม้จะพักเรื่องความเป็นมาของพู่กันเอาไว้เสียก่อน ก็ยังต้องหนักใจกับความขัดแย้งในตัวเองอยู่วันยังค่ำ

...ทุกวินาทีที่อยู่กับพู่กัน เรียกว่าหัวใจอิ่มเอมไปด้วยความสุข สมองปรอดโปร่งมีแต่เสียงหัวเราะ

...ท่าทางที่เธอหยอกล้อ พูดเอาใจ ยังติดตรึงอยู่ในความคิดซึ่งเรียกรอยยิ้มได้ตลอดเวลา

...กลิ่นหอมละมุน อ่อนโยนที่สูดได้จากเนื้อตัว ข้อมือ แก้มนุ่ม เรียกร้องให้ถนอมเธอเอาไว้ในมุมที่ปลอดภัยให้เขาได้เก็บความรู้สึกพิเศษนั้นไว้กับตัวอย่างเนิ่นนาน

แต่เขาเกลียดความสงสัย คลางแคลงใจ ที่เกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วน รู้สึกเหมือนเป็นคนรักแสนเลวทรามที่ถือมีดแหลมคม จ้องจะจ้วงแทงเธอจากด้านหลัง!

ทั้งที่เกลียดแต่กลับสลัดภารกิจที่แบกเอาไว้บนบ่าออกไปไม่ได้

ถึงตอนนี้ที่ควรนอนหลับ พักผ่อนให้สมกับที่อดนอนมาสองวันสองคืน แต่แลคกลับอยากรู้ในความเป็นไปของเธอ อยากรู้ว่าอาหารมื้อเย็นที่เธอกินเพียงลำพังจะอร่อยถูกปากสักแค่ไหน

สำหรับเขา ถูกความคิดถึงรุมเร้าอย่างหนัก มันกลายเป็นความทรมานพานให้อาหารมื้อเย็นเป็นหมัน ผุดลุก ผุดนั่ง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ของเธอ แต่กลับชะงักนิ้วตรงปุ่มโทร.ออก

ว่ากันว่า... ความรัก ความห่วงใย ส่งถึงคนที่มีความรู้สึกตรงกันได้

ชื่อของคนที่แลคกำลังคิดถึงจนนอนกระสับกระส่าย จู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอ ซึ่งไม่ต้องรอนานเลย พู่กันก็ได้ยินเสียงทุ้ม น่าฟัง ดังขึ้นที่ข้างหู

“ว่าไงคนสวย”

“ทำไรอยู่คะ”

“คิดถึงคุณน่ะซี่” แลคไม่กล้าโป้ปดมดเท็จเลย แต่คนที่ปลายสายกลับเงียบงัน จึงย้ำออกมาอีกครั้ง “จริงๆ นะ คิดถึงหมีพูห์ กำลังจะโทร.หาอยู่พอดี”

“ก็ไม่ได้บอกว่าไม่เชื่อนี่คะ”

คราวนี้แลคยิ้มกริ่ม ความเครียดที่ทำให้หน้านิ่วคิ้วขมวด ถึงในห้องเปิดแอร์เย็นฉ่ำแต่เขายังร้อนรนใจ ความรู้สึกดังกล่าวเลือนหายไปได้เพียงเพราะเสียงเจื้อยแจ้วของพู่กัน 

เขาเริ่มเอนตัวลงนอนบนหมอนที่วางซ้อนกันหลายใบ สีหน้าผ่อนคลาย เริ่มถามหยอกเย้าอีกฝ่าย

“แล้วทำไมเชื่อง่าย”

“ก็เพราะคิดถึงคุณเหมือนกันไง”

“อา...ทูนหัว ต่อให้อพาร์ตเมนต์เราอยู่ห่างกันสามสิบไมล์ แต่ถ้าคุณยังอ้อนไม่หยุด ผมจะขับรถไปหาซะเดี๋ยวนี้เลย”

พู่กันหัวเราะ “อย่าเลยค่ะ ไม่ได้นอนเต็มอิ่มมาหลายคืน เดี๋ยวหลับในไม่รู้ด้วยนะ”

ได้ยินเสียงเขาพูดคุยอย่างเป็นปกติแล้วก็ใจชื้นขึ้นมากโข ตอนที่เขาผลุนผลันออกไปด้วยสีหน้าประหลาด พู่กันยังนึกว่าตนเองนั้นทำอะไรผิดไป

“แล้วงานคุณเป็นไงคะ เรียบร้อยดีไหม”

“หืม... ยังไงนะจ๊ะ” แลคถามกลับเหมือนตามเธอไม่ทัน

“ก็เมื่อตอนบ่ายเห็นคุณรีบร้อนกลับ เลยคิดเอาเองว่าคุณมีงานด่วน”

“อ่อ ก็รายงานตามปกติแหละ ไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วงหรอก ขอโทษที่ทำให้หมีพูห์ไม่สบายใจ ผมอาจจะอยู่ตัวคนเดียวมานาน นึกอยากไปไหนก็ไปไม่ได้บอกกล่าวอะไรมากนัก แต่ต่อไปจะปรับตัวให้ดีขึ้นนะ”

จากคนดิบๆ ที่ประกาศกร้าวว่าไม่ยอมขอโทษในสิ่งที่ตั้งใจทำ พอกลายมาเป็นแฟนกัน เขาก็ดูใจเย็นขึ้น อารมณ์คงที่ขึ้น ที่สำคัญยังบอกคิดถึงได้น่าฟังที่สุด 

พู่กันไม่ได้ติดใจกับท่าทางแปลกๆ นั้นแล้ว จึงหันมาถามไถ่ตามประสาคนรักกัน “แล้วนี่กินมื้อเย็นยังคะ”

“ไม่นึกอยากกินอะไรเลย” ตอบทั้งที่ได้ยินเสียงท้องตัวเองร้องโครกคราก ซึ่งมันไม่ได้ดังขึ้นครั้งแรก และคนที่ปลายสายก็ได้ยินแว่วๆ 

“แน่ใจนะคะว่านั่นไม่ใช่เสียงท้องร้อง”

“ใช่แหละ แต่ถ้าผมสารภาพว่าไม่เห็นหน้าคุณมันเลยพานไม่อยากกินอะไร จะเลี่ยนไปไหม”

“ก็เลี่ยนนะ แต่ฉันชอบ...” 

หยอดกันไป หยอดกันมาแบบนี้ ดีแล้วที่อยู่ไกลกัน ไม่เช่นนั้นตอนนี้คงได้คลุกเคล้ากันอยู่บนเตียงให้สมอยาก แลคหัวเราะอย่างมีความสุข พลางชันตัวลุกขึ้นเดินไปยังโต๊ะอาหารที่มีเพนเน่มีทบอลวางเอาไว้

“เปิดกล้องคุยได้ไหมอะหมีพูห์ ผมกำลังจะเดินมากินเพนเน่”

ในตอนที่ไม่เข้าใจกัน ไม่รู้ว่าชอบพอกัน เธอก็ตั้งแง่เล่นองค์ได้อย่างน่ารัก แต่พอรู้ใจกันแล้วก็เปิดเผยความรู้สึกได้อย่างน่าหลงใหล

มันเป็นเสน่ห์ที่ใส่มาแบบพอดี ไม่ล้นจนน่ารำคาญ หรือหดหายจนกลายเป็นง่ายดายซึ่งแลคไม่เคยเจอผู้หญิงประเภทนี้มาก่อน

ใครจะรู้ว่าหลังจากเปิดกล้องคุยกันแบบเห็นหน้าแล้ว ชายหนุ่มจะจัดการเพนเน่มีทบอลจนหมดจาน หนำซ้ำยังเดินไปเปิดตู้เย็นค้นหาผลไม้มาล้างคาว

“แลค...คะ...คุณ มันควายป่าลามก”

เสียงครางที่หลุดลอดออกมานั้นไม่ได้ทำให้คนที่ถูกต่อว่าได้ยินชัด จึงไม่ได้เห็นสีหน้าตื่นตระหนก ดวงตาสุกใสเบิกโพลงจนแทบจะถลนออกมาอยู่รอมร่อแล้ว

พู่กันพูดไม่ออก บอกไม่ได้เมื่อเห็นแฟนหนุ่มก้มๆ เงยๆ หาของกินในตู้เย็น สองตาเธอเห็นบั้นท้ายเขาเต็มๆ ชัดเจนชนิดที่ไม่ต้องจินตนาการต่อเหมือนคราวที่แล้วมา แต่พอเขาปิดตู้เย็นแล้วหมุนตัวตั้งใจจะเดินกลับมายังโต๊ะอาหาร ‘เพื่อนแลค’ ในสภาพล่อนจ้อน หมดจดก็ทำท่าผงกหัวทักทายเธอจนต้องร้องเสียงหลง

“ว้าย...คนบ้า ลามกที่สุดเลย”

“เอ๊ย... แล้วไม่บอกผมล่ะ” แลครีบวิ่งมานั่งที่เดิม ทั้งตกใจกับเสียงร้องของเธอ และขำกับท่าที่ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดตา

“เอามือลงได้แล้วน่า ผมมานั่งที่เดิมแล้ว”

พู่กันค่อยๆ แยกนิ้วออกจากกัน มองลอดช่องว่างแล้วเห็นว่าเขาไม่ได้โกหกจึงเลื่อนมือทั้งสองข้างลง เธอปั้นหน้าบึ้ง ริมฝีปากบนแทบจรดกับปลายจมูก

“อะไรล่ะ ผมจะนอนแล้วก็ต้องสวมชุดนี้แหละ อีกอย่างนะ คุณต้องร้องบอกผมตั้งแต่เห็นก้นผมแล้ว ไม่ใช่ว่าเห็นเพื่อนแลคเซย์ฮัลโหลแล้วเพิ่งจะร้องเสียงหลง”

“ยังจะมาโยนความผิดให้ฉันอีก คนบ้านี่ แล้วนี่ก็ไม่ได้เรียกสวมชุด เรียกโป๊ต่างหาก”

“ผมนอนแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรเลย สาบาน” แลคบอกพร้อมยกมือข้างหนึ่งขึ้น

พู่กันส่ายหน้าดิก “ฉันคิดถูกนะที่ไม่ยอมให้คุณค้างด้วยอะ”

“ถ้าเปิดแอร์เย็นๆ ผมก็จะห่มผ้า เก็บเนื้อเก็บตัวให้มิดชิดจากสายตาคุณไง นะ... หมีพูห์ พรุ่งนี้ขอไปค้างด้วยได้ไหม ขนาดวันนี้ยังกินมื้อเย็นไม่ลงเลย ถ้าเกิดพรุ่งนี้ผมอาการหนักกว่านี้จะทำไง”

ร้อยไม่ยอม พันไม่ยอม ไม่ได้กลัวเขา แต่พู่กันกลัวใจตัวเองต่างหาก 

ต่อให้เธอชวนเขาคุยเรื่องอื่น แต่สุดท้ายแลคก็มักจะวกกลับมาทวงถามถึงการค้างที่อพาร์ตเมนต์ของเธอ กระทั่งเวลาล่วงเลยไปถึงวันใหม่ทั้งคู่ยังไม่รู้ตัวว่าคุยกันจนลืมเวลา

แต่แลคกลับไม่ได้ข้อมูลอื่นใด ด้วยเรื่องที่คุยกันนั้นเป็นเรื่องคนจีบกันล้วนๆ

พ่อมันหื่นเกิ้น พรุ่งนี้คงบินไปหาแม่มันถึงอพาร์ตเมนต์แน่เลย

ห้ามพลาดนะคะ

 


 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น