อริเร้นรัก (ตีพิมพ์กับสนพ. ดีต่อใจ)

ตอนที่ 28 : ตอนที่ 7 ชีวิต (ที่คิดว่า) ลิขิตเอง 2 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 523
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    16 ก.ค. 63

  

sds

 

แม้ในหัวของแลคจะเต็มไปด้วยคำถามมากมาย แต่พอเห็นเจ้าของร่างกะทัดรัดสวมชุดคลุมเดินออกมาจากห้องน้ำก็ยิ้มแต้

ความเนียนละเอียดของผิวหน้าหลังอาบน้ำ กับตอนใช้ชีวิตประจำวันแทบไม่ต่างกัน กลิ่นหอมอบอวลที่เขาต้องสูดลมหายใจเข้าลึก พอลุกขึ้นเดินสวนกันยังต้องเลื่อนมือไปโอบรอบเอวคอดกิ่วไว้ แล้วก้มลงหอมแก้มเนียนด้วยความหลงใหล

แลคเป็นผู้ชายที่ใช้เวลาในการอาบน้ำแต่งตัวราวสิบนาที เขาต้องสวมเสื้อผ้าชุดเดิม แต่พอเปิดประตูห้องน้ำออกไปแล้วได้เห็นคนน่ารักสวมเสื้อยืดเอวลอยคู่กับกางเกงสกินนี่ เธอสวมรองเท้าผ้าใบ เอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าครอสบอดี้มาพาดลำตัว เหมือนพร้อมที่จะออกไปข้างนอก

“ว้าว... แฟนผมทั้งสวยทั้งน่ารัก”

พู่กันเดินเข้าไปจับมือเขาเอาไว้ กระซิบกระซาบอย่างภูมิใจ “ปากหวาน”

“จริงนะ หมีพูห์ทำให้ผมหลงคิดไปว่ากลับไปอายุยี่สิบอีกครั้งอะ”

คราวนี้เธอหัวเราะเสียงใส เห็นฟันขาวสะอาดที่เรียงตัวกันเป็นระเบียบ “ถ้าคุณอายุยี่สิบ ก็แปลว่าฉันได้แฟนเด็กน่ะสิ”

แลคพยักหน้ารับ แล้วถามขึ้น “ว่าแต่จะออกไปข้างนอกเหรอจ๊ะ”

“ค่ะ คุณไม่หิวเหรอ นี่มันสิบโมงแล้วนะ”

“หิวซี่... แต่คิดว่าเชฟหมีพูห์จะทำอาหารเช้าให้กินมากกว่า” ก็เธอบอกว่าจบสถาบันการทำอาหารมา ใครบ้างจะไม่อยากชิมรสมือของแฟนตัวเอง

“อีกสักพักรอให้ซื้อของเข้าห้องครบก่อนเดี๋ยวทำให้กิน แล้วจะไม่อยากกินอาหารฝีมือคนอื่น”

เธอไม่พูดเปล่าแต่เชิดหน้าขึ้น ยั่วสายตาคนมองขั้นสุด แลคได้แต่ปรามด้วยสายตาก่อนจะจูงมือเชฟส่วนตัวเดินออกไปนอกห้อง “ไป...ถ้าขืนอยู่ในห้องด้วยกันต่อไป ผมจะอดใจไม่ไหวกินคุณเป็นอาหารเช้าเสียเอง ชอบยั่วดีนัก”

แทนที่ได้ยินแล้วพู่กันจะกลัว ต่อว่าต่อขานอย่างที่ควรเป็น แต่เธอกลับหัวเราะถูกอกถูกใจราวกับรู้จังหวะกันแล้วว่า ตอนไหนพูดจริง ตอนไหนพูดเพราะความมันเขี้ยว

พู่กันไม่ได้เลือกฟู้ดทรักที่จอดอยู่หน้าอพาร์ตเมนต์ แต่เธอชี้ให้จอดหน้าร้านอาหารคิวบาที่อยู่ใกล้ๆ กับไฮเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่ง ราคาอาหารอาจไม่ได้แพงหูฉี่ แต่มันก็ไม่ได้เป็นมิตรกับคนตกงานอย่างแน่นอน หากแลคก็ไม่ได้ท้วงติงด้วยอยากให้เธอไว้เนื้อเชื่อใจ แล้วพูดออกมาเอง

sds

 

พู่กันปาดเนยลงบนขนมปังแข็งส่งมันเข้าปากแล้วเคี้ยวกรุบกรับ ก่อนจะซดซุปปลาให้คล่องคอ

“กินแค่นั้นมั่นใจนะว่าอิ่ม” คนที่สั่งสตูเนื้อกินคู่กับมันบดแถมข้าวอีกหนึ่งถ้วยถาม

“อิ่มถึงเย็นเลยแหละ นี่มันบรันช์แล้วนะ”

“ถ้าอิ่มแล้วเราจะไปไหนกันต่อ”

“ฉันจะไปซื้อของใช้ในซูเปอร์ฯ ถ้าคุณมีงานเราแยกกันตรงนี้ก็ได้ แต่ถ้าไม่มีก็ไปช่วยฉันหิ้วของสิคะ จะได้ประหยัดค่าแท็กซี่”

“ว่างจ้ะ”

ฟังแล้วขมวดคิ้วมุ่น ถามกลับบ้าง “อ้าว... นึกว่าคุณต้องเข้าบริษัทไปรายงานตัวเสียอีก”

“เข้าสิ แต่เข้าช่วงบ่ายก็ได้ แล้วที่ต้องรู้ไว้คือ แฟนคุณเป็นบอดี้การ์ด รับงานเป็นจ็อบๆ บางช่วงคุณก็จะไม่ได้เห็นหน้าผมนานสักสัปดาห์ บางช่วงก็คลุกอยู่กับคุณทั้งวันทั้งคืนจนเบื่อขี้หน้ากันไปข้างหนึ่ง แต่ผมไม่ใช่พนักงานออฟฟิศที่ต้องไปทำงานให้ทันตอกบัตรทุกเช้า แล้วหิ้วอาหารกลับมาฝากคุณทุกเย็น”

พู่กันส่ายหน้า เบ้ปากเพราะคิดภาพตามแล้ว ไม่ชอบใจเอาเสียเลย “อา... ถึงจะตกงานแต่ฉันไม่ใช่สัตว์เลี้ยงแสนรักที่จะใจจดจ่อรอคุณกลับบ้านนะ”

“ฮ่า... งั้นบอกหน่อยสิว่าคนตกงานมีแพลนอะไรในหัวบ้าง เผื่อผมช่วยได้ไง”

“เอาจริงๆ ว่าฉันหางานอยู่เกือบเดือนกว่าจะได้งานบนเรือสำราญ แต่เพราะคุณนั่นแหละถึงทำให้ฉันตกงาน วิ่งหนีกระสุนไม่พอ ยังมาเค้นเอาแพลนบ้าบออะไรตอนนี้ ใครจะไปทันคิดเล่า”

นี่แน่ะ...ได้ที โยนความผิดให้เขาซะเลย พู่กันคิดในใจ

“โอ๋... ไม่ได้ตั้งใจเค้นหรอกจ้ะ ก็แค่เป็นห่วง เอาเป็นว่าค่อยๆ หางานไปก็แล้วกันเนอะ” แลคพูดอย่างเอาใจ แต่คนฟังกลับทำหน้าตื่น เหมือนเพิ่งนึกบางอย่างขึ้นมาได้

“ตายจริง! พวกเอกสาร ใบขับขี่ที่อยู่บนเรือ ฉันต้องไปทำใหม่หมดสินะ”

“ไม่ต้องหรอก ผมโทร.ไปบอกเพื่อนที่ยังอยู่บนรอยัล แอตแลนติกให้เข้าไปเก็บของคุณเอาไว้แล้ว เดี๋ยวพอเรือเทียบท่า เราก็ค่อยไปรับ”

“ขอบคุณค่ะ”

พู่กันไม่ได้ขอบคุณแค่คำพูด แต่สีหน้าที่แสดงออกมาคือความประทับใจที่เขาคิดแทน คิดเผื่อเธอไปอีกก้าวแล้ว เธอยิ้มจนตาหยี แก้มสองข้างบุ๋มจนคนมองอดไม่ได้ที่จะยื่นมือมาหยิกอย่างมันเขี้ยว

ต่อให้เธอกำลังตกงานก็ใช่ว่าจะผลักค่าใช้จ่ายให้เป็นภาระของเขา แต่แลคกลับมองตาขวางเมื่อเห็นพู่กันหยิบเงินออกมาจ่ายค่าอาหารกันคนละครึ่ง เขาหยิบเงินของตัวเองออกมายื่นให้พนักงานพลางหย่อนเงินกลับลงไปในกระเป๋าสะพายของเธอ

“ที่ผมจ่ายไม่ใช่ว่าจะโชว์ความเป็นสุภาพบุรุษ ไม่ได้เห็นว่าคุณกำลังตกงาน แต่เพราะมองคุณเป็นคนพิเศษก็อยากดูแล อยากทำเรื่องดีๆ ให้ เท่านั้นเอง” เปรยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แล้วกุมมือเธอให้ลุกขึ้นตาม

คนตกงานที่หัวใจพองฟูกับคำพูดน่าฟังเลยบิดมือออก แล้วสอดเข้าไปเกาะท่อนแขนแกร่ง แนบข้างแก้มคลอเคลียกับเขาได้อย่างน่ารัก น่าเอ็นดู

การเลือกซื้อข้าวของเครื่องใช้ที่พู่กันเห็นว่าจำเป็นจึงเต็มไปด้วยการหยอกล้อตามประสาคู่รักใหม่ที่ไม่ได้สนใจสายตาผู้คนรอบข้างเลย

กี่ปีมาแล้วที่พู่กันไม่ได้นั่งรถเข็นของซูเปอร์มาร์เก็ต ชี้นิ้วให้คนที่เข็นหยิบของจากเชลฟ์ จนมันเกยขึ้นมากองอยู่บนเนื้อตัว ก็คิดว่าหมดเวลาสนุก แต่แลคกลับสร้างความตื่นเต้นด้วยการยอมให้ขี่คอ เลือกหยิบของที่วางอยู่บนเชลฟ์ ชั้นสูงสุด

พ่อมันจะรู้ตัวว่าหลงว่าที่ 'เมีย'

พรุ่งนี้ห้ามพลาดนะคะ

 

sds

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น

  1. #25 792112 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 07:43

    ฮู้ยยยย พ่อมันเอาใจแม่มันไปเลยยยยยยยย


    #25
    1
  2. #24 14 องศา (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 05:17
    น่ารักกก
    #24
    1