อริเร้นรัก (ตีพิมพ์กับสนพ. ดีต่อใจ)

ตอนที่ 25 : ตอนที่ 6 ชีวิต (ที่คิดว่า) ลิขิตเอง 1 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 518
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    13 ก.ค. 63

  

sds

 

“ใกล้ๆ แค่นี้เอง ไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่หมีพูห์มีที่จอดรถไหม”

ได้ยินเขาถามแล้วจึงได้มองไปรอบๆ รถยนต์ถึงได้รู้ว่ามันเป็นตึกรูปทรงเดียวกันซึ่งจากนี้ไป พู่กันตั้งใจว่าจะอยู่ที่นี่ หางานทำเลี้ยงตัวเองให้ได้

“ไม่มีหรอก ฉันไม่มีรถยนต์จะเช่าที่จอดรถไว้ก็เปลืองแย่สิ”

“อ้าว ก็ไหนว่าขับรถเป็น”

คราวนี้คนน่ารักดันตัวออกเล็กน้อยพลางถามกลับ “อ้าว ก็คนขับรถเป็นต้องมีรถยนต์ทุกคนหรือไง”

แลคก้มลงสบสายตาเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจ แล้ววนรถไปยังที่ว่างระหว่างตึกซึ่งคนที่ไม่มีที่จอดรถเป็นของตัวเองมักจะเอารถมาจอดตรงนี้

“อะๆ คุณชนะแหละ แต่เดี๋ยวสายๆ ผมจะไปถามเพื่อนบ้านเก่าดูว่าพอมีที่จอดรถให้เช่าต่อไหม”

แม้อเมริกาจะมีพื้นที่กว้างใหญ่ติดอันดับต้นๆ ของโลก แต่ประชากรก็มีมาก แล้วไมอามีก็เป็นเมืองท่องเที่ยว อีกทั้งเป็นเมืองที่ชาวคิวบา โคลัมเบียรวมถึงหลายเชื้อชาติลดหลั่นกันไปเข้ามาอยู่อาศัยจนมีประชากรหนาแน่นติดอันดับหนึ่งในหกของอเมริกา

สังคมเมืองที่มีการกระจุกตัวของผู้คน ที่จอดรถจึงเป็นสิ่งที่ต้องเช่ารายเดือนไม่ต่างจากที่พักเลย

“ไม่ได้ยอมให้มาค้างสักหน่อย แวะมาเป็นครั้งคราวก็จอดข้างตึกก็ได้นี่นา”

คนสวยกระอ้อมกระแอ้มบอกไม่เต็มเสียง แต่คนหน้ามึนที่ติดใจในรสจูบของเธอ ฟังเข้าหูซ้ายทะลุออกหูขวา ไม่เก็บเอามาปฏิบัติตามเด็ดขาดได้แต่ส่ายหน้าพลางจอดรถยนต์

“ค้าง ไม่ค้างมันไม่ใช่ปัญหาหรอกหมีพูห์ คุณก็น่าจะรู้ว่าที่เราเกือบทำกันน่ะ ทำตอนสว่างโร่ก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบ”

พู่กันคงเถียงหัวชนฝา ถ้าตอนที่เขาเปิดประตูรถออกกว้าง แล้วยกตัวเธอให้ลุกขึ้นจากตักนั้น สายตาของเธอไม่ไปเห็นความชื้นที่เปื้อนอยู่ตรงเป้ากางเกง

หลักฐานความหวามไหวที่พู่กันต้องกัดริมฝีปากล่างของตัวเอง รู้สึกได้ถึงใบหน้าที่เห่อร้อน ในใจภาวนาให้เขาไม่ทันสังเกต ไม่เช่นนั้นก็คงต้องทนฟังเรื่องใต้สะดือที่เขายกเอามาพูดหน้าตาเฉย คนที่กำลังอายจึงต้องคิดหาเรื่องชวนคุยระหว่างที่เดินขึ้นบันได

“สองครั้งแล้วนะที่ฉันหลับอยู่ที่หนึ่ง แล้วตื่นขึ้นมาอยู่อีกที่หนึ่ง ทำไมชอบทำตัวมีลับลมคมใน”

“อุ้มคุณลงจากเจ็ตเนี่ยนะทำตัวมีลับลมคมใน” แลคทวนคำพร้อมเหล่มองคนที่มีความสูงแค่หน้าอก “เขาเรียกว่าทำคุณ ได้โทษ เรารึอุตส่าห์หวังดี เห็นกำลังหลับสบายเลยไม่อยากกวน อุ้มคนทั้งคนเนี่ยไม่ใช่งานง่ายนะ หนักก็หนัก ปวดแขนด้วย”

พู่กันชะงักการก้าวเดิน ทำให้คนที่กุมมือเธอต้องหันกลับมามอง

“หนักจริงเหรอ”

“หยอกเล่นจ้ะ ให้อุ้มเดินขึ้นบันไดส่งถึงเตียงเลยก็ยังไหว” บอกเสียงหวาน สายตาก็หวานเชื่อมไม่แพ้กัน พอเธอคลายความสงสัยจึงลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

อาคารจี ชั้นสาม ห้องทางทิศตะวันออกตรงสุดทางเดินเป็นจุดที่ทั้งคู่เดินมาหยุดตรงหน้าประตู จากนั้นเจ้าของห้องก็แหงนหน้าขึ้น ยิ้มแหยๆ ให้กับผู้ชายตัวโตที่พยักพเยิดเป็นเชิงให้เธอเปิดประตู

“กุญแจห้องอยู่บนเรือ”

“อา...” แลคแหงนหน้าครางเพราะเพิ่งนึกขึ้นได้เช่นกัน “แล้วไม่มีกุญแจสำรองเหรอ”

“มีค่ะ แต่อยู่ในห้อง แถวนี้ไม่รู้ว่าจะซ่อนไว้ตรงไหนนะ”

แลคยิ้มเห็นด้วยกับคำพูดของเธอ เขาเคยอยู่ละแวกนี้มาตั้งแต่เล็กจนโต มีหรือจะไม่รู้ว่าเพื่อนข้างห้องนั้นมีทั้งคนดีและไม่ดี

sds

คนดี ก็เก็บซ่อนของมีค่าไว้กับตัว

คนไม่ดี ก็มักหาโอกาสงัดแงะ ขโมยของมีค่าอยู่เสมอ จึงเป็นความคิดที่ไม่เข้าท่าหากจะมีใครสักคนวางกระถางต้นไม้สักต้นไว้หน้าห้อง แล้วซ่อนกุญแจสำรองเอาไว้

พู่กันเดินตามหลังเจ้าของร่างสูงที่กวาดสายตามองรอบๆ แล้วเปิดหน้าต่างขึ้นจนสุด แบบแปลนของตึกเหล่านี้เหมือนกันหมด ซึ่งแลคจำได้อย่างแม่นยำว่ามันจะมีบันไดเหล็กยึดติดตัวอาคารเอาไว้ พอชะโงกหน้าออกไปมองก็ไม่ผิดจากที่คิดไว้เลย

“จะทำอะไร” พู่กันถามหน้าตาตื่น รีบคว้าท่อนแขนแกร่งเอาไว้แน่น เมื่อเห็นเขาทำท่าจะปีนหน้าต่าง

ความห่วงใยที่แสดงออกมาพร้อมกับสีหน้าตื่นตระหนก เรียกรอยยิ้มจากเขาได้เป็นอย่างดี จึงหันกลับมาตอบด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ

“ผมจะปีนบันไดหนีไฟ ข้ามไปเปิดหน้าต่างห้อง แล้วค่อยไปปลดล็อกประตูจ้ะ”

“มันอันตรายนะ ถึงจะสูงแค่ชั้นสาม แต่ถ้าพลัดหล่นลงไปคงเสร็จแน่ๆ”

“พิการแล้วจะรับเลี้ยงผมไหมล่ะ”

คนบ้าอะไรอย่างนี้ ถามอย่างเดียวก็หัวใจอ่อนยวบแล้ว ใครใช้ให้ทำตาเชื่อม มองเธออย่างรอคอยความหวัง พู่กันคิดในใจแล้วส่ายหน้าดิก “ไม่ไหวหรอก แค่ตัวเองก็เอาไม่รอด อย่าลืมสิว่าฉันตกงานนะ”

แลคปีนหน้าต่างออกไปยืนตรงบันไดหนีไฟแล้ว มือหนึ่งจับราวเหล็กเอาไว้แน่น อีกมือยื่นมายีผมเธออย่างเอ็นดู “งั้นผมเลี้ยงหมีพูห์เอง”

โอ...คุณพระคุณเจ้าช่วยลูกที!

มันก็แค่คำพูดขายฝันของผู้ชายเจ้าคารมที่ต่อให้ต้องไปเรียงคิวซื้อฝันหวาน พู่กันก็พร้อมจะยืนรอ แล้วตอนนี้เธอก็ไม่รู้ว่ากำลังบิดตัวไปมาด้วยความเคอะเขิน จนคนมองยิ้มกริ่ม สั่งตัวเองให้ละสายตาจากคนน่ารัก

“ไปยืนรอที่หน้าประตู ขอเวลาผมสักห้านาที”

พู่กันไม่ได้ทำตามที่เขาบอก แต่เธอเข้าไปเกาะขอบหน้าต่างชะโงกมองตามด้วยความรู้สึกทึ่งที่คนตัวโตกลับเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว

เขาแค่ใช้บันไดหนีไฟเชื่อมต่อไปหาขอบตึกที่ยื่นออกมาราวครึ่งฟุตพอให้ปลายเท้าได้เหยียบแล้วค่อยๆ ไต่ไปตามขอบตึก

จากนั้นพู่กันก็ไม่ได้เห็นร่างของเขา มีเพียงลมพัดมาปะทะใบหน้าที่สร้างความไม่ชอบใจกับความโลดโผนที่เธอต้องก้มมองพื้นอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถอยออกมาปิดหน้าต่าง ไม่กล้าคิดเลยว่าถ้าเขาพลัดหล่นลงไปกองอยู่กับพื้น เธอจะทำอย่างไร

ระหว่างที่ขบคิดอยู่ในใจ พู่กันก็ไม่รู้ตัวเลยว่ากลายเป็นเป้าสายตาของชายคนหนึ่งที่เพิ่งเดินออกมาจากห้อง แสงสว่างสาดเข้ามาหาทำให้คนที่อยู่ในทิศทางรับแสงมองเห็นรูปร่างภายใต้เดรสเนื้อผ้าบางเบาอย่างทะลุปรุโปร่ง

“เฮ้...เซ็กซี่ มายืนรอผมเหรอ”

เอาแล้วไง งานเข้าแม่มันตลอดเวลาเลย

พ่อมันจะมาทันม้อยยย พรุ่งนี้มาตามต่อค่า

 

sds

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น

  1. #22 792112 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 07:41

    หึ้ยย ไม่ได้แอ่มแม่มันหรอก พ่อมันมาทันแน่ๆ

    #22
    1
    • #22-1 ศิริพารา - รายาฤดี 11(จากตอนที่ 25)
      13 กรกฎาคม 2563 / 09:15
      55555555555 รู้แล้ว่ารัก รู้แล้วว่าหลง /พรุ่งนี้มาตามต่อจ้าาา
      #22-1
  2. #21 Moo_Siriwan (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 07:22
    เดี๋ยวพอพ่อหมาเปิดประตูมาเจอเข้า.. คงพ่นไฟใส่คนที่มายุ่งกับแม่หมาในอนาคตแน่ๆ😜😜😜
    #21
    1
    • #21-1 ศิริพารา - รายาฤดี 11(จากตอนที่ 25)
      13 กรกฎาคม 2563 / 09:15
      แม่มันก็เข้าข้างพ่อมันเกิ้นนนน ไม่คิดเลยว่าเขาจะเป็นมวยยย
      #21-1