อริเร้นรัก (ตีพิมพ์กับสนพ. ดีต่อใจ)

ตอนที่ 22 : ตอนที่ 5 เธอบอก (หรือ) เธอหลอก 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 629
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    10 ก.ค. 63

  

sds

“แลค... ตอนที่อยู่ในโรงแรม คุณรู้ได้ไงว่าชุดชั้นในของฉันมันเปียก”

คราวนี้บทหนักตกมาอยู่ที่คนตอบ ทว่าการเป็นนายตำรวจสอนให้เขารู้ว่า การสารภาพย่อมได้รับการให้อภัยง่ายกว่าปากแข็งไปวันๆ

“ตอบ”

“อย่าด่านะ คือตอนที่ผมเข้าไปช่วยให้เพื่อนแลคถึงสวรรค์ ก็ดึงเอาแพนตี้คุณมาดม เลยรู้ว่าคุณซักไปแล้ว”

ฟังแล้วต้องเผยอปากค้าง ไม่รู้ว่าจะสรรหาถ้อยคำใดมาประณามไอ้ควายป่ากลัดมัน ครั้นตั้งใจจะขืนตัวลุกขึ้น เขาก็กดหัวไหล่เอาไว้

“ปล่อยนะ มันจะมากไปแล้วนะ” พู่กันบอกอย่างเหลืออด แต่ดูเหมือนคนฟังจะไม่สำนึก ยังต่อว่าต่อขานเธออีกด้วย

“คุณน่ะขี้หวง เหลือกลิ่นไว้ให้แก้ขัดหน่อยก็ไม่ได้”

“อร้าย... ไม่ไหวแล้วนะ แลค ไอ้ควายป่าบ้ากาม ตายซะเถอะ”

ว่าแล้วก็ขยุ้มขนหน้าแข้งกระชากออกสุดแรง ต่อให้เขาร้องโอดครวญสักแค่ไหนก็ไม่ยอมรามือ ทว่ายังแก้แค้นไม่หนำใจ พู่กันก็ต้องหยุดเพราะตรงหน้าคือไพรเวตเจ็ตที่จะพาเธอบินจากคอสต้ามายาสู่ไมอามี เมืองที่ไม่ใช่บ้านเกิด แต่เธอก็มีความรัก ความผูกพันจนไม่กล้าตัดใจทิ้งไปไหนเลย

 

แม้พู่กันจะเดินขึ้นมานั่งบนไพรเวตเจ็ตตามแรงรั้งของคนที่กระชับมือเอาไว้มั่น แต่เธอกลับไม่กล้าปริปาก ทั้งที่ในหัวเธอมีคำถามมากมาย ด้วยไม่ได้อยู่กันเพียงสองคน หากแต่มีชายวัยกลางคนนั่งรออยู่ก่อนแล้ว

พอเจ็ตลอยลำอยู่บนท้องฟ้าอันมืดมิด ชายคนดังกล่าวก็เดินไปหยิบกระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมมาวางตรงหน้า พอเปิดออกก็เต็มไปด้วยชุดปฐมพยาบาล

เขาไม่พูดไม่จา ปิดบาดแผลด้วยวาวนด์ โคลเชอร์ สตริปส์ ซึ่งพู่กันไม่รู้ว่ามีลักษณะเป็นเทปกาวใส เส้นเล็กๆ ใช้ปิดบาดแผลที่ไม่ลึก และมีความยาวไม่เกินสองนิ้ว เธอรู้สึกแค่เจ็บตึงก็ตอนที่เขาดึงเทปเข้าหากัน

แลคยิ้มปลอบใจ อดสงสารคนสวยที่กำลังนิ่วหน้าด้วยความเจ็บไม่ได้จึงกระชับฝ่ามือนุ่มเป็นจังหวะ ไม่ทันจะได้ยิ้มตอบ พู่กันก็ต้องสะดุ้งกับเสียงที่คนทำแผลวางยาสองขวดกับอีกหนึ่งเม็ดในซองลงบนโต๊ะ

“ในซองเป็นยาสมานแผล กินเม็ดเดียวพอ ที่เหลือเป็นยาแก้ปวดกับยาแก้อักเสบ วิธีกินเขียนบอกไว้แล้ว ส่วนแผลนั่นอย่าให้โดนน้ำ เวลาทำความสะอาดให้ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดก็พอ”

“ขอบคุณ...ค่ะ” พู่กันยังพูดไม่จบประโยคด้วยซ้ำ คนทำแผลให้ก็หันหลังเดินมุ่งหน้าไปยังส่วนของห้องนักบิน

“หัวหน้าคุณไปจี้เจ็ตลำนี้ให้มารับเรารึเปล่า คนอะไรหน้าตึงยิ่งกว่าเทคโบท็อกซ์มา ดุชะมัด”

แลคหัวเราะกับคำประชดประชัน แต่คงเป็นเพราะหน้าตึงๆ เสียงดุๆ ถึงได้ทำให้เธอหยิบยาออกมาอย่างละเม็ดแล้วกินโดยไม่ต้องย้ำให้มากความ

ความจริงแล้วแลคก็ไม่ได้รู้จักมักคุ้นกับนักบิน และผู้ชายที่ทำแผลให้เธอเลย แต่รู้ว่าที่เขาพูดน้อย กำหนดระยะห่างอย่างชัดเจนก็เพราะอยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่

“อย่าไปใส่ใจเลย อีกสามชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงไมอามีแล้ว คราวนี้ก็โล่งอก ไม่ต้องกลัวว่าใครจะมาไล่ยิง”

ถึงจะพูดออกไปเช่นนั้น แต่ในความเป็นจริงที่เขาแจ้งรายละเอียดกับจิม เมสันไปแล้ว ก็คงต้องสืบสาวกันให้รู้ความจริงว่าใครเป็นคนจ้างวานซิคาริโอสองคนนั้น

“ว่าแต่...บริษัทรักษาความปลอดภัยที่คุณทำงานอยู่เนี่ย ใหญ่โตขนาดมีเจ็ตมารับลูกทีมเลยเหรอ” พู่กันถามอย่างอยากรู้

“ก็...ถ้าเจ้านายมั่นใจในสกิลของผม รู้ว่าผมจะสร้างประโยชน์ให้รับงานสำคัญได้อีกเยอะ ผมก็ถือเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีค่าสำหรับเจ้านายแหละ แค่สั่งไพรเวตเจ็ตให้มารับมันก็คุ้มกว่าปล่อยให้ผมหาทางออกจากเม็กซิโกเอง ดี ไม่ดีผมอาจตายห่า หรือแขนขาพิการจะไปหาลูกน้องเก่งๆ ได้ที่ไหนละจ๊ะ” แลคตอบแล้วยังยิ้มกริ่ม เชิดหน้าขึ้น ภูมิใจในความสามารถของตัวเองเหลือล้น

พู่กันเบะปากกับความมั่นใจในตัวเองที่ใส่มาแบบไม่ยั้ง เลยตั้งใจว่าแรงๆ หวังลดความเชื่อมั่นในตัวเขาลงบ้าง “โหย... กร่างอะ”

“แหงสิ ต่อไปนี้ถ้ามีผมเดินข้างๆ คุณอยากมีเรื่องกับพี่เบิ้มคนไหน ก็ใส่แบบไม่ต้องยั้งเลย”

“บ้าสิ ฉันไม่ใช่อันธพาลสักหน่อย” ได้ยินแล้วพู่กันต้องหัวเราะร่วน รู้ว่าเป็นมุกตลกของเขาที่ทำให้ผ่อนคลายขึ้น คุยกันได้อย่างสบายใจขึ้นจึงไถ่ถามอีก

“แล้วบ้านคุณอยู่ไหน”

“อยู่อพาร์ตเมนต์แถวเวสต์เชสเตอร์ ห่างจากเอฟไอยูแค่เจ็ดบล็อกเอง”

ความจริงแล้วอพาร์ตเมนต์ของเขาห่างจากสถานีตำรวจแค่เจ็ดไมล์เท่านั้น วันไหนนึกครึ้มอยากปั่นจักรยานไปทำงานก็เป็นระยะทางที่พอเหมาะ แต่ด้วยสถานะที่ยังต้องปกปิดเธอเอาไว้ แลคจึงใช้ฟลอริดา อินเตอร์เนชั่นแนล ยูนิเวอร์ซิตี้ เป็นสถานที่อ้างอิงแทน

“งั้นบ้านเราก็อยู่ไกลกันสิ” เปรยขึ้นพร้อมแววตาเศร้าสร้อย มีหรือที่ท่าทางดังกล่าวจะไม่ทำให้หนุ่มหัวใจแกร่งกระตุกวูบ

“จะให้ผมย้ายไปอยู่ด้วย หรือคุณย้ายมาอยู่กับผมดีล่ะ” แลคเสนอออกมาจากใจจริง แต่วูบหนึ่งเหตุผลในภารกิจก็ทำให้หงุดหงิดตัวเองต้องแก้ไขคำพูดใหม่ ทั้งที่ลึกๆ ในใจแล้วอยากให้เธอเป็นคนเลือก

“แต่ผมย้ายไปอยู่กับคุณดีกว่า”

“ฉันก็คิดงั้น เพราะถ้าเราไปกันไม่ได้ ฉันไม่อยากเป็นฝ่ายเก็บข้าวของออกจากอพาร์ตเมนต์ของคุณ มันเสียเชิงหญิง”

แลคขมวดคิ้วมองคนน่ารักที่ยกมือขึ้นปิดปากหาว “เคยได้ยินแต่เสียเชิงชาย ง่วงไวจัง”

พู่กันกดเบาะนั่งให้เอนลงอีกนิด “จะซักฟอกอะไรอีกล่ะ”

“เรียกว่าพูดคุยทำความรู้จักกันให้มากขึ้น ใครเขาจะใช้วิธีซักฟอกแฟนตัวเอง ไม่รู้เรื่องเลย”

sds

เขายังไม่ขอเธอเป็นแฟน แล้วเธอก็ยังไม่ได้ตกปากรับคำ แต่พู่กันก็รู้ว่าช่วงเวลาสั้นๆ ที่ผ่านเรื่องเสี่ยงตายมาด้วยกัน ไม่มีใครยอมปล่อยมือใครให้เดินออกจากชีวิตไปง่ายๆ

เธอเองก็ไม่เคยปิดกั้นตัวเอง แล้วจะแปลกอะไรถ้าหากจะลองคบหากับเขาดูสักครั้ง

“จริงๆ ก็ไม่ต้องถึงกับย้ายมาอยู่ด้วยกันหรอก เราเพิ่งรู้จักกัน ลองคบกันไปให้นานกว่านี้หน่อยก็ดี”

คราวนี้แลคมองอย่างรู้ทันความคิด “เนี่ย... พวกเก่งแต่ปาก พอเอาเข้าจริงก็ปอดแหก ที่ไม่ให้ผมอยู่ด้วยก็เพราะไม่พร้อมจะทำความรู้จักกับเพื่อนแลคสินะ”

หน็อย...ไอ้ควายป่ากลัดมันนี่มานั่งอยู่กลางใจเธอหรืออย่างไร!

ถ้าให้ทำความรู้จักกับเพื่อนแลคก็พอไหว แต่ที่ไม่พร้อมก็เพราะกลัวว่าจะเลยเถิด ยกให้เขาทั้งตัวต่างหาก พู่กันคิดในใจพร้อมกับกะพริบตาถี่ๆ ขับไล่ความง่วงงุน ซึ่งแลคก็สังเกตได้อย่างชัดเจน

“ว่าแต่หมีพูห์ทำงานที่ไหน”

“ฉันเพิ่งเรียนจบจากสถาบันสอนทำอาหาร เพิ่งได้งานครั้งแรกที่รอยัล แอตแลนติก ทำได้ไม่กี่วันก็ถูกคุณลากมาอยู่นี่ไง หมดกันการงานของฉัน”

อย่าว่าแต่การงานที่พังย่อยยับไม่เป็นท่าเลย เอกสารส่วนตัวก็ยังอยู่ในห้องพักบนเรือสำราญ มันจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่พู่กันอยากจัดการตัวเองให้เข้าที่เข้าทางเสียก่อน หางานทำให้มีรายได้เลี้ยงตัว แล้วค่อยคิดจริงจังเรื่องแฟน แต่ถ้าให้เขาย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน วันๆ คงไม่เหลือสมองไว้ขบคิดเรื่องอื่นใด นอกเสียจากอยากคลายความสงสัยใคร่รู้ในเรือนกายอันแน่นตึงของเขา

คนบ้าที่ขยันก่อกวนหัวใจเธอด้วยการถอดเสื้อโชว์ซิกซ์แพ็กนับครั้งไม่ถ้วน

พู่กันคงไม่รู้ตัวว่าขณะที่คิดอยู่คนเดียวนั้นเปลือกตาค่อยๆ ปิดลง คงมีแต่แลคที่จ้องหน้าใบหน้าจิ้มลิ้มด้วยความรู้สึกหนักอึ้งผสมปนเปกับความดีใจที่ได้เป็นคนรักของเธอ

ความดีใจที่มาพร้อมกับความหนักใจมันทำให้เขาอึดอัดได้มากกว่าที่คิดนัก!

ครั้งแรกที่แลครู้สึกเกลียดตัวเอง ทั้งที่มีความจริงใจมอบให้เธออย่างเต็มเปี่ยม แต่เหมือนต้องสวมหน้ากาก หลอกล่อให้เธอเชื่อใจ หวังผลตอบแทนที่ซ่อนเร้นไว้ภายใต้สีหน้ายิ้มแย้ม

หากจะให้ปล่อยมือจากเธอ ถอนตัวจากภารกิจ หัวใจก็คัดค้าน ต่อต้านจนไม่มีความคิดดังกล่าวอยู่ในหัว กระทั่งตอนนี้ที่เธอพักผ่อนอย่างสบาย ยังไม่กล้าจะปล่อยมือนุ่มๆ ให้เป็นอิสระเลย

เช่นนี้แล้วจะให้เขาตัดใจจากเธอ ยอมให้ผู้ชายคนอื่นมาเคียงข้าง เพ่งพิศเธอทั้งในยามหลับ คุ้มกันภัยให้ในยามตื่นได้อย่างไร

พ่อมันจะยอมจากแม่มันจริงๆ เหยอ

พรุ่งนี้ห้ามพลาดนะคะ

 

sds

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น