อริเร้นรัก (ตีพิมพ์กับสนพ. ดีต่อใจ)

ตอนที่ 20 : ตอนที่ 5 เธอบอก (หรือ) เธอหลอก 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 654
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    8 ก.ค. 63

  

sds

 

เธอเป็นสาวเวอร์จิ้นที่ไม่ได้ตั้งใจจะรักษาพรหมจรรย์ไว้ให้กับเจ้าบ่าวในวันแต่งงาน แต่พู่กันแค่ยังไม่เจอผู้ชายที่รู้สึกพิเศษจนเผลอไผลทั้งตัวและหัวใจให้เท่านั้นเอง อาจเพราะอายุยังน้อย ยังไม่มีโอกาสพบเจอคนที่มีช่วงอายุแตกต่างกันนัก ประสบการณ์ความรักจึงน้อยตาม

พู่กันแบ่งแยกเพื่อนต่างเพศวัยใกล้เคียงกันได้สองประเภท

ประเภทแรกคือ พวกบุ่มบ่าม แค่จูบแรกที่สอดมือเข้ามายุ่มย่ามกับหน้าอกหรือไม่ก็บั้นท้าย ยังไม่รวมนิสัยที่ขลุกอยู่กับเกม ตาจ้องจอ มือเคาะแป้นเป็นระวิง

อีกประเภทคือพวกอายุน้อย แต่อีโก้จัด เรียนไปด้วย ทำงานหาเลี้ยงตัวเองไปด้วยเลยคิดว่าตัวเองมีประสบการณ์ชีวิตสูง ไม่ถึงกับต้องลองจูบ แค่คิดหาเรื่องชวนคุยก็น่าเบื่อแล้ว

ทว่าผู้ชายที่เพิ่งเปิดประตูห้องน้ำออกมานี้กลับคาดเดาอารมณ์ได้ยากยิ่ง ถึงเธอจะแต่งตัวด้วยเดรสแขนกุด เนื้อผ้าบางเบาเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่กล้าจ้องหน้า สบสายตาเขาตรงๆ

การปลดปล่อยอารมณ์ด้วยสองมืออันหยาบกร้าน อาจเป็นมาสเตอร์เบชั่นวิธีแรกที่แลคเรียนรู้มาตั้งแต่ช่วงฮอร์โมนเพศทำงานอย่างหนัก มันง่ายดาย แต่กลับขาดความเร้าใจ เมื่อเทียบกับการมีเซ็กซ์

เป็นเพราะยายหมีขี้หงุดหงิดคนเดียวที่ทำให้เขาต้องกลับไปใช้วิธีระบายความใคร่ในแบบเดิม เขารู้ว่าเสียงครางช่วงที่อารมณ์แตกระเบิด เล็ดลอดออกมาให้เธอได้ยินจึงเตรียมตัวรับมือกับสายตาประณามเอาไว้แล้ว

หากแต่ทุกอย่างสวนทางกับที่คาดการณ์เอาไว้ เธอเอาแต่กอดหมอนไว้แนบอก ก้มหน้านิ่ง ไม่พูดไม่จา ถึงจะลอบมองเขา แต่ก็รีบหลบสายตาจนเกิดความอึดอัดใจ อยากเดินเข้าไปดึงเธอมานั่งซ้อนบนตัก ถามไถ่ให้รู้กันไปข้างหนึ่งว่า ‘จะเอายังไงกับเขากันแน่’

เอาเถอะ!

มาคิดดูอีกทีก็ไม่ใช่เวลาที่จะยกเอาความรู้สึกส่วนตัวมาพูดคุยกัน ขอให้ไปถึงพิกัดนัดหมายอย่างปลอดภัยจึงเป็นเรื่องแรกที่เขาควรทำให้สำเร็จ และไม่ควรทิ้งเบาะแสเอาไว้ให้ใครมาตามสืบสาวถึงตัว

แลคคิดในใจพลางกวาดสายตาสำรวจรอบห้องจนมั่นใจแล้วก็เอื้อมมือไปหยิบปืนพกออโตเมติกขึ้นมาหย่อนลงในกระเป๋ากางเกงขาสั้น

“เรียบร้อยแล้วนะ ไปกัน”

ยังไม่รู้แน่ชัดว่าจะไปไหน พู่กันก็เอื้อมมือไปประสานเพราะชอบเวลาที่เขายื่นมือออกมาหา มันให้ความรู้สึกมั่นคงอย่างไม่มีเหตุผล เธอวางหมอนลงบนเตียง ยืดตัวลุกขึ้นอย่างว่าง่าย “จะไปไหนคะ”

“ผมหาทางไปส่งคุณกลับบ้านได้แล้วน่ะสิ”

แลคหัวใจอ่อนยวบ บอกตัวเองว่าไม่ได้ตาฝาดเมื่อเห็นความอาลัยอาวรณ์จากดวงตาคู่สวย เธอทำท่าละล้าละลังอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเนือยๆ

“งั้นขอเก็บของแป๊บ” ก้มหน้าก้มตาบอกพร้อมดึงมือออกจากการสอดประสาน เดินไปยังห้องน้ำที่ประตูถูกเปิดค้างเอาไว้

บราเซียร์กับแพนตี้ที่ถูกผึ่งเอาไว้ยังชื้น เธอก้มลงมองเดรสตัวใหม่ ความยาวแค่เข่าที่ไม่มีกระเป๋าเย็บติดมาเลย

“ทิ้งไว้ก็ได้มั้ง มันยังไม่แห้งสนิทนี่นา”

ได้ยินแล้วต้องส่ายหน้าไปมา “ไม่ได้หรอก ของส่วนตัวจะทิ้งง่ายๆ ได้ไง”

sds

 

ถึงจะแย้งออกไปแบบนั้น แต่พู่กันก็ไม่รู้ว่าจะเก็บของสองชิ้นไว้ตรงไหน เลยหมุนตัวกลับไปพับมันอยู่ตรงเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า ทว่าภาพของตนเองที่สะท้อนผ่านกระจกเงาก็ทำให้เธอชะงักงันไปครู่หนึ่ง

มันเป็นเดรสที่ไม่ได้เลือกเอง ไม่ได้ลองจึงไม่พอดีตัว คอวีคว้านลงลึกจนเห็นร่องอก พอหมุนตัวมองด้านข้าง แขนก็คว้านลึกมองเห็นสีข้างที่ปราศจากบราเซียร์ห่อหุ้ม

แลคเดินตามมาหยุดอยู่ตรงหน้าห้องน้ำ ต้องชะงักงันกับภาพที่เธอกำลังสำรวจตัวเอง กรอบใบหน้าจิ้มลิ้มที่ถูกล้อมรอบด้วยผมยุ่งๆ ที่ปล่อยลงมาถึงกลางหลัง กับเดรสตัวหลวมโคร่ง มองใต้แสงไฟก็เห็นผิวเนื้อใต้ผ้าบางเบาเป็นรูปเป็นร่าง ช่างให้ความรู้สึกเหมือนนางฟ้าแสนซุกซน

หากความบอบช้ำรอบแผลตรงสีข้างก็สร้างความขุ่นมัวได้อย่างง่ายดาย

ถึงเขาจะเป็นผู้ชายที่เธอแอบลวนลามหุ่นแน่นตึงมามากกว่าสามครั้ง แต่พอเห็นเขาจ้องหน้าอกก็รีบเลื่อนมือขึ้นกระชับคอเสื้อ ป้องกันตัวเองตามสัญชาตญาณ

แลคยกมือทั้งสองข้างขึ้นเป็นเชิงขอโทษขอโพย “โทษที ผมไม่ได้ตั้งใจมอง แค่จะบอกว่าเอามันมาเก็บไว้กับผม”

ไม่ต้องรอให้เธอทัดทาน เจ้าของฝ่ามือแกร่งก็หยิบบราเซียร์พร้อมแพนตี้ที่ถูกม้วนเข้าด้วยกันสอดไว้ในกระเป๋ากางเกงขาสั้นอีกด้าน

“ไป ถ้าช้าเดี๋ยวจะไม่ทันเวลา”

มือของเธอถูกดึงไปจับเอาไว้มั่นแล้วเดินตามเขาออกไปนอกห้อง จากนั้นจึงเปลี่ยนมาเป็นโอบหัวไหล่เธอไว้ พูดจากับเจ้าของโฮสเทลเหมือนกับรู้กันมาก่อน

“อ้อ... จะใช้รถแล้วใช่ไหมคะ เดี๋ยวฉันหยิบกุญแจให้”

เจ้าของโฮสเทลหมุนตัวไปหยิบกุญแจรถที่ห้อยอยู่ตรงตู้ด้านหลังมาวางลงบนเคาน์เตอร์ แล้วเงยหน้ายิ้มร่าเมื่อเห็นเงินจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นค่าเช่ารถวางรออยู่แล้ว “ขอบคุณนะคะ ขอให้เที่ยวให้สนุกค่ะ”

ทั้งคู่เดินโอบกันออกมาจากโฮสเทลเหมือนคู่รักนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่ใครจะรู้ว่าพวกเขาไม่ได้มีสัมภาระอื่นใดติดตัวมาเลยแม้กระทั่งรองเท้า

เมื่อเดินมาถึงด้านข้างโฮสเทลแลคก็รู้แล้วว่าเพราะเหตุใด เจ้าของโฮสเทลถึงยอมให้เช่ารถยนต์โดยไม่ต้องใช้พาสปอร์ต เชฟโรเลต อิมพาลา สีแดงกระด่างกระดำไปด้วยสีโป๊ บ่งบอกให้รู้ว่าผ่านการเฉี่ยวชนมานับครั้งไม่ถ้วน ขับไปจอดไว้ตรงไหน โจรคงไม่กล้าขโมยเพราะไม่มั่นใจว่ารถยนต์ที่ขโมยมานี้จะไม่กลายมาเป็นภาระภายหลัง

“คุณว่า... มันจะพาเราไปได้ไกลสักแค่ไหน”

ฟังคำถามแล้วต้องหัวเราะร่วน แล้วโคลงศีรษะให้เธอเดินไปขึ้นรถยนต์ ดูๆ ไปแล้วก็คล้ายแฟนหนุ่มที่เก็บหอมรอมริบซื้อรถยนต์บุโรทั่งเพื่อพาเธอขับรถกินลมชมวิว สร้างความประทับใจจนอยากกระโดดโลดเต้น

สาบานเลยว่าเธอไม่ใช่สาวติดหรูอยู่แพง เพราะงั้นการที่เขาไม่ได้สวมสูทผูกไท เดินมาเปิดประตูซูเปอร์คาร์ให้ก้าวขึ้นไปนั่งจึงไม่ใช่ปัญหาเลยสักนิด

ถึงมันจะเก่าแต่สตาร์ทปุ๊บ เครื่องยนต์ก็ทำงานปั๊บ พู่กันจึงยิ้มกริ่มเดินเร็วๆ เอื้อมมือมาเปิดประตูแล้วสอดตัวเข้ามานั่งข้างคนขับ พอเลี้ยวรถออกมาจากโฮสเทล แลคก็หันมายิ้มให้กับคนที่นั่งอยู่ข้างกาย เธอยังกุมคอเสื้อเอาไว้ตลอดเวลา

“ผมเห็นว่ามันเป็นฟรีไซซ์เลยหยิบมา ไม่รู้ว่าคุณใส่แล้วจะหลวมโคร่งแบบนี้”

แลคเปรยขึ้น เมื่อขับรถได้ไกลระยะหนึ่ง แต่เธอก็แค่พยักหน้ารับ “จริงๆ นะ ไม่คิดอยากให้คุณโชว์เนื้อหนังหรอก”

“อื้อ... รู้แล้ว ก็ไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อย”

เนี่ย... แม่มันชอบแพ้ทางพ่อมันเนอะ 

ว่าแต่จะกลับไมอามี่ได้ไง พรุ่งนี้มาตามต่อค่า

 

sds

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น

  1. #18 skswin (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 00:33

    หมีเอ๊ยย จะรอดไหมหนู

    #18
    1