อริเร้นรัก (ตีพิมพ์กับสนพ. ดีต่อใจ)

ตอนที่ 17 : ตอนที่ 4 ใครบอก ใครหลอก 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 717
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    5 ก.ค. 63

  

sds

“คุณคงอยู่ในครัวมั้งครับ ตอนผมเดินผ่านหน้าเคาน์เตอร์ได้ยินแต่เสียงแว่วๆ ผมแค่ไปซื้อเสื้อแวบเดียวเอง”

ประโยคหลังแลคตอบตามสายตาสู่รู้ของเธอ หนำซ้ำยังป้อนข้อมูลให้สาแก่ใจโดยไม่ต้องปริปากถาม “ภรรยาผมคงเพลีย เผลอหลับไป ตื่นขึ้นมาคงหิวแหละ”

ว่าแล้วก็ทำเป็นจะเดินเข้าห้อง แต่ก็หมุนตัวกลับมายิ้มให้คนที่กำลังอมยิ้ม เหมาคิดเอาเองว่าเธอคงหมดเรี่ยวแรงกับบทรักไปเยอะ ถึงได้เผลอหลับตอนบ่ายจัดเช่นนี้

“อ้อ...ที่นี่มีรถให้ผมขับกินลมเล่นรอบเกาะไหม เผื่อค่ำๆ จะตระเวนหากินอาหารรอบดึก บางทีอาจแวะไปเอากระเป๋าเสื้อผ้ามาพักที่นี่เลย”

เพียงแค่ได้ยินว่าจะได้ค่าเช่าห้องเพิ่ม เจ้าของโฮสเทลก็หูผึ่งพร้อมพยักหน้ารับเร็วๆ “ได้เลย ถึงจะเป็นโฮสเทลเล็กๆ แต่ก็บริการประทับใจค่ะ”

“ขอบคุณครับ ถามไว้ก่อนนะครับ ถ้าจะไปจริงๆ แล้วจะออกมาขอยืมรถคุณอีกที”

เขาก็แสร้งทำเป็นแบ่งรับแบ่งสู้ตามประสานักท่องเที่ยวที่ไม่มีแพลนในหัว ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเวลาว่างที่เหลือจากการขลุกกันอยู่บนเตียงของคู่ฮันนีมูน ซึ่งคนฟังก็เข้าใจไม่ต่างจากที่เขาต้องการสื่อสาร

เจ้าของโฮสเทลมองตามร่างของลูกค้าหนุ่มที่เดินห่างออกไป แล้วไพล่นึกไปถึงความหลังอันหวานชื่นกับคู่ชีวิตที่กำลังทำอาหารอยู่ในครัว

ทว่าภรรยาอุปโลกน์ที่แลคมักอ้างถึงกลับนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงด้วยท่าทางเช่นเดิมจนคนมองนึกแปลกใจ แต่อีกใจก็คิดว่าควรฉวยโอกาสที่เธอหลับสนิทติดต่อกับจิมโดยด่วน เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงวางถาดอาหารลงบนโต๊ะ หยิบโทรศัพท์ที่เพิ่งซื้อออกมาจากถุงกระดาษ ก่อนจะรีบเดินเข้าไปในห้องน้ำ

แลคแกะกล่องโทรศัพท์แบบใช้แล้วทิ้งซึ่งหน้าตาก็ไม่ได้แปลกประหลาดไปจากโทรศัพท์เคลื่อนที่ยุคแรก ข้อดีของมันคือราคาถูก เป็นที่นิยมในหมู่แบ็กแพ็คเกอร์ และน่าจะเป็นสายที่ปลอดภัยสำหรับการติดต่อไปยังวอร์รูม

เบอร์โทรศัพท์ที่จดจำได้ขึ้นใจถูกกดลงบนแป้นตัวเลข เขาไม่ลืมที่จะเปิดน้ำให้ไหลกระทบพื้นกลบเสียงพูดของตน หลังสัญญาณรอสายที่ดังไม่นาน แลคก็ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ได้ยินเสียงโอเปอร์เรเตอร์

“ฟอกซ์ทรอต ในภารกิจโดปลอร์ด ผมเจอปัญหา พิกัดนัดหมายถูกโจมตีเมื่อช่วงบ่าย ตอนนี้ผมอยู่ที่... ต้องการพิกัดนัดหมายใหม่โดยด่วน”

“รับทราบ เราจะติดต่อกลับภายในเวลาสามนาที”

ถึงเสียงที่ตอบกลับมาจะเป็นเพียงเสียงตอบรับอัตโนมัติ แต่แลคก็วางใจได้ว่าสายโทรศัพท์นี้ปลอดภัย ไร้ซึ่งการดักฟัง ไม่เช่นนั้นเขาจะใช้มันติดต่อกับวอร์รูมไม่ได้เลย ทว่าไม่ต้องรอนานถึงสามนาที อุปกรณ์สื่อสารที่ถือไว้ในมือก็สั่นครืดๆ หน้าจอสว่างวาบ แต่กลับไม่โชว์เบอร์ของคนที่ติดต่อเข้ามา

sds

 

“คุณปลอดภัยนะ”

“ครับ แต่เธอถูกกระสุนของพวกซิคาริโอยิงถากตรงสีข้าง แผลไม่ลึก ยาวหนึ่งนิ้ว ผมทำแผลให้แล้ว เธอเพิ่งหลับไปสักครึ่งชั่วโมงครับ”

จิมพยักหน้ารับกับความละเอียดยิบ หากที่อยากได้ยินคือข้อมูลบางอย่างที่พู่กันจะเผลอหลุดปากออกมามากกว่า “แล้วเธอพูดถึงโจแอลว่ายังไงบ้าง มีพิรุธอะไรไหม”

“เธอก็ยืนยันว่าลุงเป็นแค่หัวหน้าเชฟครับ ไม่มีหลุดปากอะไรให้คิดว่าเธอมีส่วนเกี่ยวข้องกับคาร์เทล เธอดูตกใจ หวาดกลัว ไม่คุ้นชินกับความรุนแรงอะไรเลย ถ้าเกิดเป็นหนึ่งในครอบครัวของพวกแก๊งค้ายาก็คงจะถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี”

นั่นเป็นความจริงที่แลครายงานหัวหน้าภารกิจด้วยความสัตย์จริง ทว่าข้อมูลทั้งหมดมันน้อยนิดเกินไป ออกจะต่ำกว่าที่จิมประเมินไว้ เพราะที่ส่งไปนั้นไม่ใช่นายตำรวจปลายแถว แต่เป็นเซอร์เจนท์แลค ลาซอร์เต้ หัวหน้าหน่วยสวาทไมอามีทีมบี ที่ทำคะแนนในคอร์สฝึกได้สูงสุด

“ถ้าผมจำไม่ผิด เธอเพิ่งหลับไปครึ่งชั่วโมงใช่ไหมจ่า”

“ครับ”

“งั้นบอกพิรุธของเธอที่คุณเห็นชัดๆ มาหน่อย”

ความจริงแล้วแลคไม่คิดจะปิดบัง แต่กำลังเรียบเรียงข้อมูลให้ฟังรื่นหู ซึ่งในความจริงแล้วไม่ใช่หน้าที่ของเขาเลยสักนิด ด้วยข้อมูลดิบที่เก็บมาได้นั้นจะถูกเจ้าหน้าที่นำมาวิเคราะห์ในทุกด้านอีกครั้งหนึ่ง

ทุกพิรุธ ทุกคำถามที่ผุดขึ้นในหัวจึงถูกถ่ายทอดออกมาให้จิมจดลงในสมุดโน้ต

“เรื่องจริงก็คือตอนนี้ผมยังควานหาตัวโจแอลไม่ได้เลย เจ้าหน้าที่เทคนิคที่ถูกส่งขึ้นไปตรวจดูภาพจากกล้องวงจรปิด เห็นแค่โจแอลเดินเข้าไปในห้องของพู่กันเป็นจุดสุดท้าย เหมือนมันหายตัวได้”

แลครู้ดีว่าประโยคสุดท้ายนั้นเป็นการประชดอย่างเหลืออดมากกว่าจะคิดว่าการหายตัว ล่องหนได้เป็นเรื่องจริง

“ผมว่าโจแอลต้องรู้จักวิธีเดินหลบกล้อง” แลคออกความเห็น

“ผมก็คิดงั้น คราวนี้เรื่องลำบากตกอยู่ที่เราอีกเพราะดันหาเบาะแสของโจแอลไม่ได้ เรื่องทั้งหมดมันเลยต้องวนกลับมาอยู่ที่พู่กัน”

หลังคำพูดนั้นเกิดความเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จิมจะถอนหายใจแล้วถามเสียงเครียด “เธอบอกว่าอยากกลับบ้าน พอคุณมาถึงลานบินส่วนตัว ผมจะเตรียมรถยนต์ไว้ให้ แล้วลองดูสิว่าเธอจะพาเราไปที่ไหน บ้านที่เธอว่าจะตรงกับที่อยู่ในพาสปอร์ตรึเปล่า”

“ครับ” แลครับคำได้เพียงแค่นั้นจริงๆ

“อ้อ... เรามีเรื่องต้องตกลงกันใหม่นะ ตอนแรกผมคิดว่าภารกิจนี้เป็นแค่ช่วงสั้นๆ ตามที่เราคุยกันไว้ แต่ดูตามรูปการณ์แล้วผมไม่มั่นใจว่ามันจะกินเวลาสักแค่ไหน ที่แน่ๆ คงเกินเวลาสิบวันที่คุณจะกลับเข้าทำงาน ถ้าอยากทำภารกิจนี้ให้จบ หรือถอนตัวหลังจากที่มาถึงไมอามี ผมก็จะหาคนใหม่มาดูแลพู่กัน ตรงนี้ผมไม่...”

ใคร...ไอ้หน้าไหนมันจะมาดูแลพู่กัน!

ความคิดโพล่งขึ้นมาในหัวเร็วแค่ไหน แลคก็ตอบรับออกไปเร็วเท่านั้น “ผมจะทำภารกิจนี้ให้จบครับ”

แม้จะไม่ได้ตอบกลับ แต่จิมก็ยิ้มอย่างโล่งอกที่มีมือดีมารับไม้ต่อจากเดล พร้อมกับย้ำภารกิจที่ทำให้ผู้ใต้บังคับบัญชานิ่งงันไปครู่หนึ่ง

“จำเอาไว้ว่าคุณเป็นบอดี้การ์ดของบริษัทรักษาความปลอดภัย พาเธอไปส่งถึงบ้านแล้วก็เป็นอันจบหน้าที่ รอดตายจากพวกซิคาริโอคงทำให้เธอเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจในตัวคุณในระดับหนึ่ง ซึ่งนั่นเป็นข้อได้เปรียบของคุณ ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย คุณต้องเป็นคนที่ไว้ใจได้ แล้วเธอกับคนรอบข้างของเธอจะเปิดเผยตัวตน”

มันคือหน้าที่ แต่ในแง่ของความสัมพันธ์กลับเป็นการหักหลังอย่างโหดร้าย

ความเงียบของคนที่ปลายสาย ทำให้จิมต้องถอนหายใจ รู้ดีว่าภารกิจนี้ไม่ง่ายเลย แต่เขาถนัดเรื่องชักจูงจิตใจคนอยู่แล้ว

“ผมรู้ว่าฟังดูแล้วอาจไร้หัวใจเกินไปหน่อย แต่อย่าลืมว่าต้องกำจัดโดปลอร์ด ทำลายทุกคน ทุกเครือข่ายในคาร์เทล ถ้าทำสำเร็จโจแอลจะปรากฏตัว ถึงตอนนั้นผมจะไม่ยอมปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดมือ”

ไร้ซึ่งการตอบรับ จิมจึงย้ำถามอีกครั้ง “รู้อย่างนี้แล้ว ถ้าจะเปลี่ยนใจถอนตัว ผมก็ไม่ตำหนิคุณ”

มีความหนักอึ้งในหัวใจกับภารกิจที่ได้รับมอบหมาย ทว่าความปลอดภัยและได้อยู่ใกล้ชิดกับพู่กัน เป็นเพียงเหตุผลเดียวที่ทำให้รับคำอย่างหนักแน่น

พ่อมันจะยืดอกรับภารกิจม้อยยย

พรุ่งนี้มาตามต่อนะคะ

 

sds

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น