อริเร้นรัก (ตีพิมพ์กับสนพ. ดีต่อใจ)

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 3 แผลใกล้หัวใจ 25%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 761
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    30 มิ.ย. 63

  

sds

โรงแรมที่แลคเลือกอยู่ไกลสุดจากท่าเทียบเรือ มีเก้าอี้ไม้วางเรียงอยู่ริมชายหาดซึ่งมีชายหญิงนอนอาบแดดเพียงสี่ห้าคน สร้างความมั่นใจว่าต้องเป็นโรงแรมที่นักท่องเที่ยวมาพักน้อย ผู้คนไม่พลุกพล่านนัก มีทางเดินที่ปูด้วยหินก้อนใหญ่ ด้านข้างมีไม้ประดับตัดแต่งเป็นพุ่มหนายาวไปจนสุดทางเดิน

พู่กันหันกลับมามองคนที่นั่งทับส้นเท้าตัวเองข้างหนึ่ง ซ่อนปืนไว้ใต้พุ่มไม้ แต่ที่สร้างปัญหาให้เธอคือจุดกลางกายเขาที่มันตุงจนดึงดูดสายตาเธอให้เผลอมอง

แบบ...ไร้คำบรรยายจริงๆ

ในสังคมที่หญิงสาวเติบโตมาการเปิดเผยร่างกายเป็นเรื่องธรรมดา ผู้หญิงต่างก็มีหน้าอก มีบั้นท้ายเหมือนกันทุกคน ผู้ชายก็เช่นกัน มีชายหาดอยู่หลายแห่งที่อนุญาตให้ผู้คนเปลือยกายอาบแดด แต่กลับไม่ได้ดึงดูดสายตาของพู่กันเหมือนกับหุ่นของเขา

มองผิวเผินคนอาจจะเข้าใจว่าเขาสวมกางเกงว่ายน้ำ คงมีแต่เธอเท่านั้นที่รู้เต็มอกว่ามันคือกางเกงชั้นใน ซึ่งในความรู้สึกนึกคิดของเธอมันซ่อนเร้นความเป็นชายเอาไว้ไม่ได้เลย

ขนาด รูปทรงที่ดุนดันอยู่ใต้ผ้ายืดสีขาวก่อกวนความคิดจนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แม้คอยสั่งตัวเองให้คิดเรื่องอื่น แต่พอเผลอมองเข้าก็เหมือนถูกช็อตให้จดจ้องเขาโดยไม่รู้ตัว

กับคนทั่วไปที่ไร้ความรู้สึกพิศวาส ไร้เสน่ห์ต่อกัน การคุกคามด้วยสายตาก็ถือเป็นการละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคล สร้างความหงุดหงิดใจอย่างถึงที่สุด ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจะสวนทางกับคนที่เกิดความพึงพอใจต่อกัน เช่นเจ้าของริมฝีปากน่าจูบที่ยืนอยู่ไม่ไกล

เมื่อมองตามสายตาของเธอแล้ว แลคก็ก้มมองตัวเองถึงได้เงยหน้ายิ้มกริ่มด้วยความภูมิใจ ถึงแม้มันจะขดตัวอยู่ใต้กางเกงใน แต่ก็สร้างความผยองให้เหลือเกิน

แลคยืดตัวขึ้นเต็มความสูง เอื้อมมือข้างหนึ่งไปรั้งร่างเธอมากอดเอาไว้ ทาบฝ่ามือตรงสีข้างไม่ให้ใครได้สังเกตเห็นบาดแผลของเธอ

“คราวนี้ไม่ต้องบอกบท ผมก็เชื่อว่าคุณแสดงบทคู่รักได้สมจริง”

แค่ฟังอาจจะไม่เข้าใจนัก แต่เมื่อช้อนตาขึ้นมองคนที่ก้มลงมาพอดีก็จะรู้ในความหมาย เป็นครั้งแรกที่พู่กันได้เห็นสีหน้าผ่อนคลาย มองเธออย่างหยอกเย้า แล้วสีหน้าท่าทางที่เขาแสดงออกมาก็ไม่ได้ทำให้พู่กันต่อต้านเลย

เธอเริ่มเลื่อนมือข้างหนึ่งขึ้นโอบรอบเอวสอบ บ่นพึมพำกับตัวเอง “ไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าทำไมถึงได้ไว้ใจคุณเร็วขนาดนี้”

sds

แม้รู้ว่าเธอไม่ต้องการคำตอบ แต่แลคก็ไม่ปล่อยให้มันค้างคาใจ “เพราะผมหล่อถูกใจคุณ ส่วนคุณก็น่ารักถูกใจผม ที่สำคัญเรารอดตายมาด้วยกัน ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องง่ายหรือโจ๊กในวงเหล้า แต่มีน้ำหนักในใจเราทั้งคู่”

พู่กันไม่ได้ต่อความเพราะคิดในใจว่าเขาพูดถูกแล้ว อีกทั้งยังเดินมาถึงประตูหน้าของโรงแรม ซึ่งต้องเปลี่ยนมาเรียกว่าโฮสเทลตามป้ายที่ติดไว้ตรงทางเข้า

ไม่มีพนักงานรักษาความปลอดภัยยืนอยู่ตรงประตูเหมือนที่เคยเห็นจนชินตา มีเพียงหญิงร่างท้วมเดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์พร้อมทักทายอย่างเป็นมิตร

“ยินดีต้อนรับค่ะ” ทักทายตามมารยาท แล้วกวาดสายตามองคู่รักที่ยืนโอบกันอยู่ตรงหน้า ไม่มีกระเป๋าเสื้อผ้าจึงคิดว่าไม่น่าจะมาหาที่พัก “เอ่อ...มีอะไรให้ช่วยไหมคะ”

“ครับ คือเราอยากได้ห้องพักสักคืนหรืออาจสองคืน” แลคตอบ แล้วเดาได้จากสีหน้าครุ่นคิดของคู่สนทนาจึงพูดสำทับอีก “ความจริงเราพักวิลล่าถัดไปจากนี้ แต่พอเดินเลาะชายหาดมาเจอ เอ่อ...โฮสเทลของคุณแล้วชอบมาก”

“ค่ะ คือมันได้บรรยากาศนอนอยู่บ้าน ฟังเสียงคลื่นมากกว่า”

พู่กันแสดงได้สมบทบาทมากขึ้นเมื่อหยิกเข้าที่หน้าท้องแกร่ง ต่อว่าราวกับเป็นคนรักที่มีความคิดเห็นขัดแย้งกัน “ตอนจองห้องพักก็บอกว่าให้หาที่เล็กๆ บรรยากาศสบายๆ คราวนี้เลยได้เสียเงินสองต่อ นี่ดีนะคะที่ฉันเตือนให้หยิบเงินติดตัวมาด้วย”

ประโยคหลังพู่กันหันไปพูดกับเจ้าของโฮสเทล เล่นเอาคู่รักที่เพิ่งถูกหยิกจนรู้สึกแสบๆ คันๆ ต้องไหวหัวไหล่ไม่กล้าเถียงสักคำ

“ยินดีมากๆ เลยค่ะ โฮสเทลของเรามีห้องพักแค่แปดห้อง ซึ่งตอนนี้ว่างเฉพาะห้องสแตนดาร์ดนะคะ”

“ไม่มีปัญหาครับ ผมตกลงเช่าหนึ่งห้อง”

ได้ยินเช่นนั้นเจ้าของโฮสเทลก็เดินกลับเข้าไปอยู่หลังเคาน์เตอร์ หยิบเอกสารเข้าพักขึ้นมาให้ลูกค้ากรอกข้อมูลส่วนตัว แลคจึงส่งเงินให้คนในอ้อมแขนถือเอาไว้ก่อนจะหยิบปากกากรอกข้อมูลส่วนตัวที่ไร้ซึ่งความจริง พร้อมกับจ่ายค่าห้องพัก เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยก็ได้รับกุญแจห้องจากเจ้าของโฮสเทล

“ห้องของพวกคุณอยู่สุดทางเดิน ฝั่งซ้ายมือค่ะ” บอกแล้วมองตามคู่รักที่เดินผ่านหน้า ทว่าความสงสัยยังเกิดขึ้นจนต้องเอ่ยถาม

“ถ้าจะให้ไปเอากระเป๋าเดินทางก็บอกได้นะคะ ใช้พนักงานได้เลยค่ะ”

เป็นความหวังดีที่แลคไม่ต้องการ แต่ต้องหาเหตุผลที่น่าเชื่อถือมาปฏิเสธ ที่เหนือชั้นกว่าคือสวาทหนุ่มคิดไปถึงชุดปฐมพยาบาลแล้ว

“อันที่จริงแล้วเสื้อผ้าเป็นของใช้ไร้ความจำเป็นของคู่ฮันนีมูน คุณว่าไหมครับ” ไม่ต้องรอให้เจ้าของโฮสเทลตอบ แลคก็ซูดปากคราง ยกมือตะครุบที่เป้าทำราวกับว่ามือไม้ของภรรยาช่างซุกซน เร่งเร้านัก

“อูย...ทูนหัว ใจเย็นสิจ๊ะ รู้น่าว่าอยากลองโกนให้ผม”

ทูนหัวที่ถูกต่อว่าอย่างโจ๋งครึ่มถึงกับเบิกตาโต แต่เสียงหัวเราะของเจ้าของโฮสเทลก็ทำให้เธออับอายจนต้องก้มหน้า ยกมือขึ้นหยิกเนื้อคนปากมอมอีกครั้ง คราวนี้ต่อให้ขังตัวอยู่ในห้องไปจนถึงเช้าก็คงไม่มีใครกล้าไปรบกวน

ไม่กี่นาทีต่อมาทั้งคู่ก็เข้ามาอยู่ในห้องพักขนาดไม่เกินสิบสองตารางเมตร มีเตียงควีนไซซ์ตั้งอยู่กลางห้อง โต๊ะเครื่องแป้ง ตู้เย็น ตู้เสื้อผ้าพร้อมทั้งห้องน้ำก็เป็นขนาดเล็กทั้งหมด

แลคเดินเข้าไปในห้องน้ำ สำรวจของใช้ที่ทุกโรงแรมไม่ว่าจะหรูหราหรือโฮสเทลก็ต้องมีมีดโกนหนวด กับหมวกอาบน้ำ เขาหยิบกระดาษทิชชูออกมาซับเลือดที่เปื้อนมือตนเอง อมยิ้มพร้อมเหล่มองคนหน้ามุ่ย

“ไปอาบน้ำซะ ระวังอย่าให้สบู่โดนตรงปากแผล ใช้น้ำดื่มล้างก็พอเดี๋ยวผมจะกลับมาทำแผลให้”

หน็อย...

ทะลึ่งจนเธอไม่มีหน้าออกไปเจอเจ้าของโฮสเทลแล้วยังจะมาทำเสียงดุอีก พู่กันคิดในใจพลางจะเผยอปากต่อว่า แต่ก็เห็นเขาหยิบกระดาษชำระที่เปื้อนเลือดไปทาบไว้ตรงขอบชั้นในถึงได้รู้เจตนา

“ไม่ต้องมาถลึงตาดุ ที่พูด ที่ทำไปทั้งหมดก็เพราะความอยู่รอดของเรา” แลคเอื้อมมือไปแตะลูกบิด แต่ก็ได้ยินเสียงต่อว่าต่อขานเสียก่อนจึงหันกลับมามองคนที่นั่งอยู่ข้างเตียง

“โกนหนวดก็เชื่อสนิทใจแล้วมั้ง ไม่เห็นต้องโกนในที่ลับเลย”

หื่นกับหื่นมาเจอกัน เรื่องมันเลยมันโน๊ะ

พรุ่งนี้มาเกาะข้างเตียงเขาต่อนะคะ

 

sds

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น