อริเร้นรัก (ตีพิมพ์กับสนพ. ดีต่อใจ)

ตอนที่ 10 : ตอนที่ 2 คอสต้ามายา เกาะนี้มีรัก 75%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 690
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    28 มิ.ย. 63

  

sds

“มันเป็นส่วนหนึ่งของแผนเอาตัวรอด ลองคิดดูว่าถ้าพนักงานโรงแรมเห็นคุณมอมแมมแถมมีแผลถูกยิงอย่างนี้ก็ต้องแจ้งความ คราวนี้พอเรื่องถึงตำรวจทุกอย่างมันก็ยากขึ้น เราจะกลายเป็นจุดสนใจ ยังไงก็หนีไม่พ้นสายตาของพวกซิคาริโอ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่ามันตามฆ่าเราเพราะคำสั่งของใคร”

“คุณฆ่าซิคาริโอตายสองศพด้วยกระสุนสามนัด เทียบกับฉันที่กลัวพวกมันตัวสั่นงันงกแล้วยังจะมีหน้ามาสงสัยว่าถูกตามฆ่าเพราะใคร” ว่าประชดประชันแล้วยังมองค้อนตาเขียวปัด

“มันยากขึ้นเพราะคุณเองก็ไม่ใช่คนดีเต็มร้อย ตำรวจถึงได้เป็นปัญหาสำหรับคุณ ใช่ไหมล่ะ”

แม้จะถูกคนสวยดักคอ แต่แลคก็ไม่จนต่อแต้มง่ายๆ หากส่งยิ้มอย่างพึงพอใจกับความฉลาดของคนตรงหน้า “ตำรวจมันก็มีดีกับเลว แล้วผมก็ไม่ได้เกิดมาพร้อมเรดาร์สแกนความเลวถึงจะพาคุณตรงดิ่งไปขอความช่วยเหลือจากตำรวจดี แต่ผมมีแค่ความรู้สึกที่ตอบตัวเองได้ว่าถ้าอยู่ใกล้คนเลวจะรู้สึกกระอักกระอ่วน ไม่ปลอดภัย”

เขาเว้นระยะในคำพูด แล้วเอนตัวเข้าใกล้เธอ “ซึ่งผมไม่ได้เป็นคนเลวสำหรับคุณ”

“โถ...มั่นใจตัวเองเหลือเกิน” พู่กันอดไม่ได้ที่จะประชดประชัน ทั้งยังแหงนหน้าจ้องเจ้าของดวงตาคู่คมอย่างไม่หวาดเกรง

“คุณหวังให้ฉันว่านอนสอนง่าย เชื่อทุกคำพูดของคนที่จับฉันยัดใส่กระเป๋าเดินทาง งั้นสิ”

คราวนี้พู่กันยิ่งนึกหมั่นไส้คนที่หัวเราะพอใจ แล้วก้มลงตอบเธอด้วยสีหน้ารื่นรมย์ น้ำเสียงที่เปล่งออกมานั้นชัดถ้อยชัดคำเหลือเกิน

“ผมได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากคุณแล้วหมีพูห์ เผื่อจะจำไม่ได้ว่าคุณเลือกที่จะเชื่อผมที่จับคุณยัดใส่กระเป๋า มากกว่าซิคาริโอที่นอนตายอยู่ในป่านั่น เพราะงั้นอย่ายกเอาประเด็นที่เราก้าวผ่านมันมาแล้วขึ้นมาเถียงกันอีก แต่คุณควรถอดเสื้อผ้าออก เพราะเราใกล้ถึงชายฝั่งแล้วจ้ะ”

ใช่...เขาพูดถูกแบบที่ไม่กล้าเถียงแม้เพียงครึ่งคำ แต่จะให้ถอดเสื้อกับกางเกงต่อหน้าเขาเนี่ยนะ!

ไม่ไหว...ไม่ไหวที่จะอายมากกว่าที่เคยอายแล้ว

พู่กันบอกกับตัวเองพลางย่นจมูก ทำปากจู๋เหมือนไม่พอใจใส่เขา แล้วก้มหัวมุดลงใต้ท่อนแขนแข็งแรงที่บังคับพวงมาลัย ซึ่งเธอไม่รู้เลยว่าท่าทีน่ารัก น่าชังนั้น ช่างยั่วยุอารมณ์หนุ่มจนอยากยื่นปากไปบดจูบริมฝีปากเธอเหลือเกิน

แน่นอนว่าเขาเป็นเพียงผู้ชายที่ไม่อาจอดทนอดกลั้นต่อความปรารถนาอันคุกรุ่น ถ้าเธอยังขยันยั่วอารมณ์ ไม่แน่ว่าอาจตบะแตกเข้าสักครา

พู่กันมองฝ่ามือข้างหนึ่งที่มีเลือดเปรอะเปื้อน ทั้งเหนียวเหนอะ และเจ็บแสบ หนำซ้ำต้องข่มความอายถอดเสื้อยืดกับกางเกงออก เหลือไว้เพียงแค่บราเซียร์และแพนตี้ตัวบาง

มานึกย้อนดูแล้วก็โชคดีนัก เพราะปกติเธอจะไม่สวมชั้นในเวลานอน แต่พอรู้ว่าลุงจะเข้ามาคุยด้วยจึงหยิบชุดชั้นในมาสวมให้เรียบร้อย คิดมาถึงจุดนี้พู่กันก็อยากรู้เหลือเกินว่าโจแอลจะรู้หรือยังว่าเธอหายตัวไป แล้วเธอยังอยากรู้อีกว่าลุงไปอยู่ที่ไหน

พู่กันขบคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นจึงไม่รู้ว่าเขาดับเครื่องยนต์แล้วหันมาจ้องร่างเกือบเปลือยอยู่ครู่หนึ่งแล้ว

ครั้งแรกที่รู้ซึ้งถึงอาการของคนคลั่งเสน่หาจนต้องสอดมือทั้งสองข้างเข้าไปดึงทึ้งเส้นผมหนักๆ เธอซ่อนรูปกว่าที่คิดเอาไว้นัก

หน้าอกอวบที่มีเพียงแค่บราเซียร์ลูกไม้ อาจเพราะแดดยามบ่ายกระทบกับผืนน้ำทะเลแล้วสะท้อนเข้าตามากเกินไปถึงได้เห็นกระทั่งยอดทรวงสีหวานที่ทำให้ปากคอแห้งผาก ไล่ต่ำลงไปยังเอวคอดกิ่วรับกับสะโพกผายซึ่งมีแรงดึงดูดทั้งต่อประสาททุกเส้น ให้เครียดตึง ขนอ่อนในกายลุกชัน

พู่กันจะไม่ดุเลยถ้าสายตาไม่ไปเห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าชิ้นเดียวบนร่างกายแกร่งพองฟู “ห้ามมองนะ”

แลคยิ้มอย่างอ่อนใจให้กับคนที่ยกมือสองข้างขึ้นกอดตัวเอง แม้ฝ่ามือเล็กจะปิดเนื้อทรวงไม่มิด แต่ก็ยังช่วยบรรเทาความใคร่อยากลงได้บ้าง เมื่อไม่ต้องจ้องแต่ยอดทรวงของเธอตาเขม็ง

พู่กันหน้าบึ้งที่เขาใช้สายตาลามเลียเนื้อตัวของเธอ แม้จะสัมผัสไม่ได้ถึงความกักขฬะ แต่เมื่อถูกท้วงติงซึ่งหน้าแล้ว เขาก็ควรมีมารยาทกล่าวคำขอโทษที่ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น ไม่ใช่ปีนลงจากสปีดโบ้ท หยิบปืนกับเงินโยนลงบนหาดทรายแล้วยื่นมือทั้งสองข้างออกมาหาเธอ

คนสวยในสภาพเกือบเปลือยไม่ยอมเดินเข้าไปใกล้ให้เขาอุ้มลงจากเรือ “ขอโทษก่อน คุณจ้องหน้าอกฉันนะ”

sds

“ไม่” แลคตอบอย่างหนักแน่น เขย่งเท้าทั้งสองข้างแล้วรั้งข้อศอกเธอเข้ามาใกล้ ก่อนจะช้อนอุ้มเอาไว้ในวงแขนอย่างง่ายดาย

“คนอะไร ไม่เป็นสุภาพบุรุษเลย”

มีหรือที่เขาจะไม่ได้ยินเธอว่าอุบอิบอยู่กับอก ทว่าแลคกลับก้มลงยิ้มพร้อมมองเธอด้วยสายตาเว้าวอน เสน่หาอย่างไม่ปิดบัง

“คุณไม่ได้มองหาผู้ชายสวมสูทผูกไท นั่งชี้นิ้วสั่งคนรอบข้าง พอขึ้นเตียงเมกเลิฟกันก็ปล่อยให้คุณปรนเปรออยู่ฝ่ายเดียวสักหน่อย แต่ที่คุณมองหาคือผู้ชายที่แสดงความต้องการในตัวอย่างเปิดเผย มองตาก็รู้กันว่าเรื่องบนเตียงของเราต้องเผ็ดร้อน และถ้าเป็นเรื่องที่ผมจ้องหน้าอกคุณละก็...ลืมไปได้เลย”

โอ้โห...ตรงไปตรงมา ชัดเจนจนเห็นภาพความร้อนแรงบนเตียง

“คำขอโทษหรือการสารภาพผิดมันจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อเราไม่ได้ตั้งใจให้มันเกิดขึ้น แต่ผมตั้งใจมองคุณทั้งตัว ไม่ใช่เฉพาะหน้าอก แล้วถ้าได้คำขอโทษจากผมจริงๆ มันจะมีความหมายอะไร” แลคบอกด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อย ไม่เข้าใจว่าผู้หญิงตรงหน้าคือนางชีผู้เคร่งศีลธรรมหรืออย่างไร ถึงต้องยกเอาเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นหัวข้อโต้แย้งกัน

เขาวางเธอให้ยืนบนทรายเม็ดละเอียด ห่างจากปืนและเงินสดเล็กน้อย ก่อนจะวางมือลงบนหัวไหล่กลมกลึง อีกมือเชยปลายคางขึ้น จ้องลึกลงไปในดวงตาสีน้ำตาลที่ปราศจากความหวาดกลัว

เธอรู้สึกปลอดภัยเมื่อมีเขาอยู่ข้างกาย เป็นความจริงที่แลคปฏิเสธไม่ได้ว่าลำพองใจยิ่งนัก

“ผมเข้าใจในอคติที่เกิดขึ้นระหว่างเรา มีอีกหลายคำถามที่ตีกันวุ่นอยู่ในหัว ซึ่งมั่นใจได้ว่าเมื่อถึงเวลาคุณจะได้รับฟังทุกคำตอบ แต่ขอแค่อย่างเดียว อย่าเล่นแง่กับความชอบของตัวเอง”

แก้มเนียนใสที่กลายเป็นสีเข้มขึ้นถูกเจ้าของปลายนิ้วแข็งแรงไล้เล่นอย่างเพลินมือ อยากจุมพิตละลายความแง่งอนของเธอเหลือเกิน

ถึงตอนที่เธอสอดลิ้นเข้ามาในโพรงปากเขาคงได้รู้แก่ใจตัวเอง แล้วไม่ต้องมาทวงคำขอโทษให้เสียอารมณ์

ทว่าแลคต้องตัดใจด้วยเรื่องสำคัญที่รอให้ไปจัดการ จึงก้มลงหยิบปืนขึ้นมาวางลงในฝ่ามือของเธอ ส่วนเงินก็ทิ้งมันไว้ที่เดิม “ขอเวลาจัดการกับไอ้นั่นสักสิบนาที ระหว่างที่ผมหันหลังให้ คุณก็มองก้นผมเพลินๆ ว่าน่าหม่ำแค่ไหน สาบานว่าจะไม่โวยวายสักคำ”

พูดแล้วก็หมุนตัวเดินไกลออกไปจึงไม่ได้เห็นเธอทำปากขมุบขมิบ ก่นด่าความมั่นใจในเสน่ห์ของเขาเอง ทว่าเกิดมาจนอายุยี่สิบสองปี พู่กันก็เพิ่งรู้ซึ้งกับตัวเองว่าการที่ผู้ชายสักคนจะปลุกปั่นความปรารถนานั้นง่ายดายเหลือเกิน

การจ้องมองบั้นท้ายอันแน่นตึงสร้างความรู้สึกหลากหลาย ทั้งเคอะเขินจนเผลอกัดริมฝีปากตัวเอง สะบัดร้อนสะบัดหนาว วูบวาบจนต้องกอดตัวเองแน่นขึ้น แต่กลับไม่อาจละสายตาจากเรือนกายที่เปี่ยมไปด้วยกล้ามเนื้ออันสมบูรณ์ จะผิดมากไหมถ้าเธออยาก...

อยาก...กอดเขาจากข้างหลัง

เธอจะแนบข้างแก้มเข้ากับแผ่นหลังแกร่ง กอดรัดเขาเอาไว้แนบแน่นชนิดที่บรรยายออกมาอย่างละเอียดว่ากล้ามเนื้ออันแน่นตึงนั้นจะขยับตัวเป็นคลื่นลอนตอบรับเนื้อตัวเธออย่างไร

จะ...

ให้ตายสิ!

“แลค ทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย” พู่กันครางออกมาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ปืนที่ถือเอาไว้ร่วงลงบนพื้น

ความคิดบรรเจิดที่กำลังลวนลามเนื้อตัวของเขาสูญสิ้น เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่กระโดดออกจากสปีดโบ้ท เขาอยู่ในระยะไกลจนไม่อยากเชื่อสายตา แต่จุดดำๆ ที่ลอยอยู่กลางทะเลก็ยืนยันว่าเธอไม่ได้ตาฝาด

ทำไมพ่อมันถึงได้กล้าบ้าบิ่นแบบนี้ 

แม่มันจะรับมือไหวม้อยยย พรุ่งนี้ห้ามพลาดค่า

sds

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

42 ความคิดเห็น

  1. #14 Suretanee (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 11:03

    คำเดียว อร่อย

    #14
    1