ปรารถนา Drive me desire

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 ปาร์ตี้แก๊งใจบาป 2 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 354
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    19 พ.ย. 62

“หวัดดีค่ะพี่เลิฟ” พรรณลดาพนมมือไหว้อย่างมือมารยาท พร้อมยกกล่องอาหารที่วางอยู่บนตักโชว์

“แม่ห่อผัดซีอิ้วมาเผื่อพี่เลิฟด้วย เย็นนี้รถติดหนักแน่ๆ”

รสิการอให้คนที่นั่งอยู่ข้างตัวคาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อยแล้วจึงออกรถ “พี่ก็ว่างั้น แต่ไม่เป็นไร ปล่อยให้มันติดไปเรามีผัดซีอิ้วของน้าณากันตาย อีกอย่างบางคนก็จะได้ไปเจอพี่หมีสุดตัวเป็นๆ นี่เนอะ”

“ใช่... บางคนก็จะได้ภาพพี่หมีไปลงข่าวนี่เนอะ”

จบคำพูดที่ทันเกมกันทั้งคู่ก็หัวเราะเสียงใส ก่อนที่พรรณลดาจะถามด้วยความสงสัย “แล้วพี่เลิฟมั่นใจได้ไงคะว่าพวกเขามาถึงวันนี้”

“ง่ายนิดเดียว น้องไวน์รู้ใช่ไหมว่าจบเกมพรีซีซั่น พวกเขาก็ขึ้นเครื่องเดินทางออกจากมาเลเซียทันที ซึ่งมันก็ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจไปโดยปริยายว่าจุดหมายคือประเทศ ซึ่งพวกเขาจะลงเตะในอีกสิบวันข้างหน้า”

“ค่ะ ในช่องทีวีของสโมสรบอกอย่างนั้น” พรรณลดารับคำ

“เราทุกคนเชื่อกันแบบนั้น แล้วพี่ก็เชื่อที่วุ้นบอกว่าทิโมธีสั่งขนมเพิ่มเพราะจะมีแขกมาร่วมงานเพิ่มราวห้าสิบคน คราวนี้พี่ก็ต้องมาคิดต่อว่า... ทิโมธีเป็นประธานสโมสร เขาคงไม่บ้าจี้เชิญทีมอื่นมาร่วมงานหรอก จริงไหม”

อีกครั้งที่พรรณลดาพยักหน้ารับเร็วๆ “จริงค่ะ”

“แต่ที่ปิดข่าวเงียบก็คงเพราะไม่อยากให้มันเอิกเกริก ต้องเคลียร์หลายอย่างมาก ไหนจะติดเรื่องงานแต่งของตัวเองอีก”

“แล้วพี่เลิฟไปหาข่าวจากไหนถึงได้รู้ชื่อโรงแรมเร็วจัง” พรรณลดาถามพลางเปิดกล่องอาหารออก ใช้ช้อนตักผัดซีอิ้วที่กำลังอุ่นจัดขึ้นมาเคี้ยวตุ้ยอย่างเอร็ดอร่อย

ทั้งคู่สนิทสนมกันเกินกว่าที่จะมีคนใดคนหนึ่งรักษามารยาทหยุมหยิม เรียกว่าพรรณลดาเป็นเพื่อนรุ่นน้องก็ไม่ผิด ส่วนรสิกาก็เป็นลูกสาวของวรรณาอีกคน

“ก็พี่ทำข่าว พี่ก็ต้องมีสายข่าวไว้หลายที่สิ ยิ่งสนามบินนี่ยิ่งขาดสายข่าวไม่ได้เลยนะ เพราะดาราบางคนก็ไม่อยากเป็นข่าว แอบกันไปเที่ยวต่างประเทศหลายคู่ ภาพที่หลุดๆ ออกมาให้เราเห็นก็เพราะไม่รอดพ้นสายข่าวนี่แหละ พี่ก็แค่โทร.ไปถามสายข่าวว่าเห็นรถบัสจากโรงแรมไหนมารับแขกต่างชาติบ้างไหม”

รสิกาเว้นระยะในคำพูดเพื่อจอดรถยนต์รอสัญญาณไฟจราจร ซึ่งมันนานพอที่จะทำให้เธอไม่ต้องเป็นแค่เพียงคนมองอีกต่อไป จึงเอื้อมมือไปหยิบกล่องอาหารแล้วตักผัดซีอิ้วที่มีหมูนุ่มชิ้นพอดีคำส่งเข้าปากเช่นกัน

“แล้วน้องไวน์คิดว่าผู้ชายเกือบห้าสิบคน แต่ละคนก็คุ้นหน้าคุ้นตาสายฟุตบอลเป็นอย่างดี พวกเขาจะรอดพ้นตาของสายข่าวพี่รึ”

“อ้าว... แล้วงี้สายข่าวที่เลิฟจะไม่ขายข่าวให้กับสำนักอื่นด้วยเหรอคะ”

เออ... ช่างสงสัยดีจัง!

รสิกาคิดในใจว่าช่างเหมาะกับการเป็นนักข่าวที่ดีเหลือเกิน อีกทั้งยังถ่ายภาพออกมาได้ครบองค์ประกอบ เรียกว่าคนเดียวจบได้ทั้งภาพและข่าว เหมาะที่จะดึงตัวมาทำงานด้วยเหลือเกิน

แต่มาคิดๆ ดูแล้วพรรณลดามีโอกาสก้าวหน้ามากกว่าที่จะมาทำงานอยู่ในสำนักข่าวออนไลน์เล็กๆ ไร้เชื่อเสียงของตน

“ก็ห้ามเขาไม่ได้หรอก แต่ประเด็นมันอยู่ที่ไม่มีใครได้กลิ่นสักคนว่านักเตะทั้งทีมจะเดินทางมาไทยนี่จ๊ะ มันก็แต่พี่ที่รู้ข่าวนี้จากวุ้นคนเดียว” รสิกาบอกพลางตักอาหารมาเคี้ยวอีกคำ “อื้อ... น้าณาทำอะไรก็อร่อยทุกอย่าง”

ทว่านักเตะที่คลั่งไคล้มาตั้งแต่เริ่มเรียนมหาวิทยาลัยก็ทำให้พรรณลดาอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น คำชมที่มีต่อฝีมือการทำอาหารของแม่ จึงถูกลืมไปชั่วขณะ

“โอ๊ย... ไวน์ตื่นเต้น ใจเต้นตึกๆ เลย แต่ถ้าเจอพี่หมีจริง พี่เลิฟต้องถ่ายรูปให้ไวน์สวยๆ นะ เก็บทุกมุม ระรัวซัตเตอร์เลยนะ เดี๋ยวไวน์มาเลือกภาพทีหลัง”

“จ้า... รับทราบแล้ว”

จบการรับคำอย่างหนักแน่น สองสาวก็หัวเราะอย่างร่าเริง คนหนึ่งดีใจที่จะได้ภาพลับสุดเอกซ์คลูซีฟที่สื่อใหญ่ของประเทศก็จะไม่มีโอกาสเหมือนสำนักข่าวออนไลน์เล็กๆ ของเธอ

อีกคนหนึ่งก็ดีใจว่าจะได้เจอหนุ่มในฝัน ได้ถ่ายรูป ได้ขอลายเซ็นต์ ได้สัมผัสมือสักเพียงเสี้ยววินาที ก็คงจดอยู่ในความทรงจำไปนานเท่านาน

...ไม่มีใครคาดคิดเลยว่าเหตุการณ์ในคืนนี้จะเปลี่ยนชีวิตของพวกเธอไปตลอดกาล


 

แม้จะเสียเวลาติดแหง็กอยู่บนรถไปถึงสองชั่วโมงเศษ แต่นักข่าวและช่างภาพจำเป็นก็เดินทางมาถึงโรงแรมหรูที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยการปรับแต่งเสื้อผ้าเล็กน้อย ไม่ให้เป็นจุดสนใจของการ์ดซึ่งรสิกาไม่รู้ว่าจะมีอยู่มากน้อยสักแค่ไหน

“อย่างนี้เราจะเข้าถึงตัวพี่หมีได้เหรอคะ” พรรณลดาถามพลางกระชับเสื้อหนังที่เพิ่งสวมเมื่อครู่ ก้าวเดินเคียงข้างนักข่าวรุ่นพี่

“ก็มาแบบเงียบเชียบ ไม่ให้สื่อรู้ พี่ก็หวังว่าจะไม่มีการ์ดคุมเข้มงวดนัก”

เป็นการคาดเดาล้วนๆ แล้วหันมานัดแนะกับคนที่เดินข้างกาย “ก่อนอื่นเราคงต้องทำเนียนเข้าไปนั่งดูลาดเลาในลอบบี้ บางทีน้องไวน์อาจต้องนั่งคนเดียวแล้วดูนาฬิกาบ่อยๆ ทำเหมือนกำลังรอเพื่อน ส่วนพี่ก็จะแวบไปดูรอบๆ”

“โอเคค่ะ เรื่องทำเนียนไว้ใจไวน์ได้”

จบคำพูดแล้วก็ต้องอ้าปากค้าง มือข้างหนึ่งคว้าเข้าที่แขนของรุ่นพี่แล้วเขย่าเร็วๆ พูดด้วยน้ำเสียงกระท่อนกระแท่น “พวกเขาพักโรงแรมนี้จริงๆ นั่นมัน ผู้ช่วยโค๊ช นี่คะ ไวน์จำเขาได้”

รสิกามองตามร่างของชายต่างชาติซึ่งเดินผ่านหน้าไปพร้อมกับผู้ชายอีกคนหนึ่ง พอหันกลับมามองคนข้างกายก็ต้องยิ้มอย่างพอใจ เพราะถึงแม้จะตกใจ ตื่นเต้นมากแค่ไหน พรรณลดาก็มีสัญชาตญาณการเป็นช่างภาพที่ดี

งานแอบเก็บภาพหลุดเช่นนี้ไม่อาจใช้กล้องหลักตัวใหญ่ เลนส์ซูมลำกล้องยาวให้สะดุดสายตาได้เลย กล้องขนาดจิ๋ว หรือกล้องประสิทธิภาพเยี่ยมในโทรศัพท์มือถือ จึงถูกหยิบมาใช้งานเช่นเดียวกับที่พรรณลดากำลังกดซัตเตอร์เก็บภาพตรงหน้า

“เห็นหน้าไม่ค่อยชัดนะคะ แต่จากรูปร่าง ท่าทาง ดูก็รู้ว่าผู้ช่วยโค๊ชแน่นอน” พรรณลดาบอกพลางหย่อนโทรศัพท์เข้าไปในกระเป๋าแจ็กเก็ตหนัง

“ดีนะที่เชื่อพี่เลิฟว่าให้สวมแจ็กเก็ตทับ ไวน์หยิบโทรศัพท์ได้เร็วกว่าตอนมันอยู่ในกระเป๋าสะพายค่ะ”

รสิกายิ้มรับ เชิดหน้าอย่างมั่นใจ “มา... เดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด วันนี้เราจะวิน-วินกันทั้งคู่”

สองสาวปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เดินผ่านประตูด้านหน้าเข้าไปนั่งรอในล็อบบี้ซึ่งมีผู้คนเดินเข้าออกเป็นระยะๆ ไม่นานนักรสิกาก็เลี่ยงออกมาเสาะหาลู่ทางที่จะเข้าถึงตัวนักเตะดัง ส่วนพรรณลดาก็นั่งมองประตูลิฟต์กับประตูทางเข้าสลับกัน

ด้วยหวังในใจว่าจะเห็นใครสักคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาทางทีวีเดินผ่านซึ่งก็ไม่ได้ทำให้ต้องรอเก้อเลย เพียงแค่สิบนาทีต่อมา พรรณลดาก็ได้เห็นนักเตะตัวสำรองถึงสามคนในชุดลำลอง เสื้อยืด กางเกงขาสั้น เหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป หากพวกเขาสวมหมวกแก็ปอำพรางสายตาเดินออกมาจากลิฟต์

คราวนี้กล้องจากโทรศัพท์มือถือถูกดึงออกมาใช้งานเก็บทั้งภาพนิ่งและวิดีโอสั้นๆ เอาไว้อย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นก็ได้เห็นนายทวารมือหนึ่งกับนักเตะตำแหน่งแบ็กซ้ายเดินออกมาจากลิฟต์อีกตัว

โอ... เหลือเชื่อสุดๆ

จากที่เคยเห็นตามอินสตาแกรม แฟนเพจของสโมสร ตอนนี้พวกเขาทั้งทีมเดินวนเวียนอยู่ไม่ไกลจากเธอ แล้วถ้าเบเนทาร์ วิลล์ เดินออกมาจากลิฟต์ล่ะ?

จะปรี่เข้าไปกอด ขอถ่ายรูปก็คงต้องเสียการเสียงาน แล้วคนอย่างพรรณลดาที่ถูกพร่ำสอนมาตั้งแต่เล็กจนโตว่าต้องประหยัด รู้จักเก็บหอมรอบริบ มีหรือจะทำให้ตัวเองเสียรายได้ครั้งใหญ่

หากเจอสวีปเปอร์ร่างยักษ์เดินผ่านหน้าไปจริงๆ พรรณลดาก็จะเดินตามหลังเขาไปติดๆ สบโอกาสก็จะเข้าไปทักว่าใช่กองหลังชื่อกระฉ่อนโลกหรือไม่

แน่นอนว่าใครจะกล้าปฏิเสธ คราวนี้ล่ะเธอจะขอถ่ายรูปพร้อมลายเซ็นตัวใหญ่ๆ กลางแผ่นหลัง ไม่มีเสียงาย ไม่ขาดรายได้ ที่สำคัญเก็บความฟินเว่อร์แบบไม่ตกหล่นสักนิด

คิดแล้วก็ยิ้มกริ่มอยู่คนเดียว หากไม่ลืมบันทึกภาพ แล้วแสร้งต่อสายถึงใครบางคน พูดอยู่คนเดียวพลางยกข้อมือมองเวลาให้คนที่มองผ่านมายังตัวเธอ เข้าใจว่ากำลังรอคอยสักคนซึ่งทำให้ต้องเสียเวลามานานแล้ว

ร่วมสี่สิบนาทีที่พรรณลดาได้เห็นนักเตะในทีมเดินออกจากโรงแรม มันคงเป็นฟรีเดย์ที่พวกเขาเลือกไปไหนมาไหนได้ตามอำเภอใจ

ได้เห็นแรกๆ ก็อดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น แต่พอเวลาผ่านไป เห็นนักเตะรวมถึงสตาฟโค๊ชหลายคนขึ้น ความตื่นเต้นกลับลดลงจนน่าประหลาดใจ พรรณลดาเก็บภาพคนดังเหล่านั้นด้วยจังหวะหัวใจที่เต้นเป็นปกติ

“เฮ้อ... หรือพี่หมีจะออกไปข้างนอกก่อนที่เราจะมาถึงนะ ว้า... เสียดายจัง”

บ่นกระปอดกระแปดกับตัวเอง แล้วก็เห็นผู้หญิงสามคนเดินเข้ามาในโรงแรม

ทว่ามันคงเป็นเรื่องปกติที่มีผู้หญิงสวย อายุไล่เลียกันเดินเข้ามาในโรงแรม ถ้าพวกเธอไม่ได้มีใบหน้าขาวจั๊วะมองปราดเดียวก็รู้ว่าขาวจากสารเคมี จมูกโด่งเป็นสัน คางแหลมแบบสาวเกาหลีนิยม

แล้วนี่ก็เป็นสาวกลุ่มที่สอง ซึ่งกลุ่มแรกนั้นเดินผ่านหน้ามาสองคน ซึ่งพรรณลดาไม่ได้ใส่ใจมองตามว่าสองสาวนั้นเดินไปทางไหน แต่ลางสังหรณ์ในใจก็ทำให้ช่างภาพจำเป็นต้องลุกขึ้นจากโซฟานุ่มไปยังหน้าลิฟต์ สาววัยใสกอดอก เดินวนไปวนมา ทำท่าฮึดฮัดเหมือนรอใครสักคน

หากแท้จริงแล้วกำลังจ้องมองตัวเลขหน้าลิฟต์ซึ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนหยุดค้างเอาไว้ที่ชั้นยี่สิบ!

เอ็มซี พริตตี้ รวมไปจนถึงเด็กเอ็นมีให้เห็นมากมายในมหาวิทยาลัย เป็นเรื่องที่ปิดกันให้แซดว่าโด่งดังและเป็นที่ต้องการของตลาดมากมายจนต้องมีโมเดลลิ่งเข้ามาจัดหาเด็กเอ็น

...แล้วที่พรรณลดาเห็นก็นับคร่าวๆ ได้ว่ามีถึงห้าคน!

ต่อให้เป็นโรงแรมมีชื่อแค่ไหนก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงเรื่องปาร์ตี้เซ็กซ์ เพราะมนุษย์ย่อมมีตัณหาราคะอยู่ในตัว ยิ่งรวยก็ยิ่งจ่ายได้ไม่อั้น ความสวย เซ็กซี่ก็เพิ่มขึ้นตามความหนาของเงินเช่นกัน


 

ชั้นยี่สิบของโรงแรมหรูที่ถูกจองไว้ทั้งชั้น จึงปลอดต่อสายตาของลูกค้าคนอื่น สะดวกอย่างยิ่งที่จะจัดปาร์ตี้สุดเหวี่ยง ที่มีนักเตะราวสิบคนเลือกที่จะไม่ออกไปชมแสงสีในยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานคร แต่เลือกที่จะอยู่โรงแรม ดื่มเหล้า ขลุกอยู่กับเนื้อตัวของสาวๆ ที่ทยอยกันมาเกือบสิบคนแล้ว

“ทำไมต้องเสริมหน้าอกด้วยวะ” แซคคารีโอดครวญ ไม่สบอารมณ์นัก เพราะสาวที่เพิ่งเดินเข้ามาใหม่มีถึงสามคน ก็มองเห็นได้ชัดว่าพวกเธอเสริมหน้าอกกันทุกคน

“คนนั้นผิวสีน้ำผึ้งนี่หว่า ไม่ถูกใจเรอะ” เบเนทาร์ถามพลางกระดกวิสกี้รวดเดียวหมดแก้ว

“น้ำผึ้งไหม้เกิน”

ไม่ได้เหยียดสีผิว เชื้อชาติ แต่อย่างใด ซึ่งต้องเข้าใจว่ามันเป็นเรื่องของรสนิยมล้วนๆ แล้วพวกเธอสามคนก็ไม่ได้ถูกมองเมินเพราะมีนักเตะกำลังเดินเข้าไปโอบกอดแล้วชักชวนกันมานั่งดื่ม

สาวๆ ก็เริ่มงานด้วยการนั่งซ้อนบนตักแกร่ง ชงเหล้า พูดคุยตามที่ตนพอจะสื่อสารได้ ทว่าพนักงานโรงแรมที่ทำหน้าที่จัดหาสาวสวยก็ชักหนักใจ รีบเดินเข้าไปหาลูกค้าอีกสองคนซึ่งช่างเลือกกว่าคนอื่น

**************
 

ลงข้ามตอนให้นะคะ ไม่เข้าใจเดี๋ยวไปอ่านในเล่มเอาจ้า


 


 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น