เสน่หา affection after sex

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 4 เมื่อเราพบกันอีกครั้ง 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 469
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    20 พ.ย. 62

“เออ... อันนี้เห็นด้วยกับไวน์ ถึงฉันจะไม่ได้ตามติดเป็นติ่งเหมือนน้องไวน์ แต่ก็รู้ว่าเขายังไม่มีครอบครัว เหมือนพักหนึ่งมีข่าวว่าอกหักจากเจ้าสาวนี่แหละ แล้วตอนหลังก็กำลังตามจีบเพื่อนนางแบบที่ชื่อดาเรียอะ” รสิกาบอกตามไทม์ไลน์คร่าวๆ ตามแบบฉบับของนักข่าว

“ไม่รู้ ก็เขาบอกเองว่าลูกสาวนี่นา” ภัทรษายืนยันหนักแน่น

“ไวน์ว่าน่าจะเป็นลูกของนิก้ามากกว่า” ออกความเห็น แล้วก็ขยับมายืนข้างพี่สาว พยักพเยิดไปยังกลางฟลอร์เต้นรำ

“นู่นน่ะ พี่วุ้นเห็นผู้หญิงตัวสูงๆ ที่สวมเดรสสีส้มไหม”

ภัทรษามองไปตามคำบอกกล่าวของน้องสาว ซึ่งเป็นจังหวะที่นางแบบร่างระหงในเดรสสั้นแค่เข่าสีส้ม เปลี่ยนคู่เต้นรำมาอยู่ในอ้อมกอดของรามอส

ภาพดังกล่าวทำให้เกิดก้อนแข็งๆ มากดอยู่กลางลำคอโดยไม่รู้สาเหตุ ทั้งที่กำชับตัวเองหนักหนาแล้ว

“คนนี้แหละค่ะ ที่เพิ่งมาเป็นคู่เต้นรำของรามอส คือดาเรียไง” พรรณลดายังเปรยต่อไปโดยไม่รู้ว่าหัวใจของพี่สาวนั้นปวดหนึบได้มากมายนัก

“ตอนแรกก็ว่าดาเรียมีแฟนอยู่แล้ว แต่พอเห็นเต้นรำกอดกันกลมแบบนี้ สงสัยจะรักกันก็คราวนี้แหละ”

“แต่แบบ... กินเหล้าหนักมากเลยนะ ทุกคนเลย” รสิกาบอกตามภาพที่เห็นอยู่กลางฟลอร์

ส่วนมากมักชินตากับภาพนักเตะหนุ่มซึ่งสวมชุดกีฬาวิ่งอยู่ในสนาม แต่พอเปลี่ยนมาเป็นชุดลำลอง โชว์ลีลาเท้าไฟในมือถือแก้วเหล้า บางคนถือขวดแชมเปญก็ดูมีเสน่ห์ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

สาบานได้เลยว่าทุกคำพูดของน้องสาวนั้นทำให้ภัทรษาต้องจิกเล็บลงกลางฝ่ามือ เธอไม่ได้ตาฝาดที่เห็นว่าเขากอดนางแบบหุ่นเซ็กซี่เอาไว้ แล้วก็ไม่ได้ตาฝาดอีกเช่นกันที่เห็นว่าเขาจ้องมองมาที่เธอตลอดเวลา

ฝ่ามือที่ทาบอยู่บนบั้นเอวคอด หมุนวนปลายนิ้วเข้ากับเนื้อตัวของผู้หญิงคนนั้น แต่ทำไมเธอถึงได้รู้สึกสะบัดร้อนสะบัดหนาวราวกับว่าผิวเนื้อกำลังถูกสัมผัสโดยตรง

...ตกลงว่าเขารักอยู่กับนางแบบสาวที่ชื่อดาเรีย แต่ที่ใช้สายตาหื่นกระหายจ้องมองเธอเช่นนี้ก็เพราะอยากได้เธอด้วยเช่นนั้นหรือ?

เป็นคำถามที่กวนใจภัทรษาอยู่ตลอดเวลา แม้รู้ดีว่านั่นเป็นแค่ความมักมากตามประสาผู้ชายรักสนุก มีทุกอย่างเพียบพร้อม 

หนึ่งคืนกับผู้ชายที่มีเสน่ห์ดึงดูดใจจะมีให้แค่เพียงความสุข สนุกสุดเหวี่ยง ไร้ซึ่งความจีรังยั่งยืน แต่ภัทรษากลับตัดใจจากเสน่หาแสนอันตรายนั้นไม่ได้เลย

ใช่... เธออิจฉานางแบบคนนั้น เธออยากดึงฝ่ามือแข็งแรงนั้นมาวางบนบั้นเอวคอดของตนเอง!

ทว่าก่อนที่ภัทรษาจะคิดไปไกลกว่านั้น เสียงของน้องสาวที่ยืนอยู่ข้างๆ ก็ดังขึ้น เป็นน้ำเสียงที่มีความหวาดหวั่นจนคนฟังต้องขมวดคิ้วด้วยความสงสัย

“วะ...ไวน์ขอกลับบ้านก่อนได้ไหม ที่นี่คงไม่มีอะไรแล้ว” พรรณลดาบอก ทั้งพยายามบังคับสายตาไม่ให้มองผู้ชายร่างยักษ์ที่ยืนจ้องมองตนอยู่ตรงมุมหนึ่ง

ภัทรษาพยักหน้ารับเร็วๆ “ไปเถอะ เมื่อคืนก็กลับดึก เดี๋ยวตรงนี้พี่จัดการเอง”

เพียงเท่านั้นพรรณลดาและรสิกาก็หยิบกระเป๋าด้วยฝ่ามืออันสั่นเทา รีบร้อนราวกับหนีอะไรสักอย่าง 

ภัทรษาจึงเอื้อมมือไปวางลงบนท่อนแขนของทั้งคู่ ก่อนจะย้ำถามอีกครั้ง “สองคนนี่โอเคใช่ไหม ทำไมวันนี้ทำตัวแปลกๆ ทั้งคู่เลย”

“โอเคสิ ฉันแค่ง่วงเพราะเมื่อคืนกว่าจะหลับลงก็ตีสองแน่ะ” รสิกาบอกพลางอ้าปากหาว แสดงให้สมบทบาท

“อือ... งั้นก็กลับเถอะ เดี๋ยวอีกสักพักฉันก็จะกลับเหมือนกัน” ภัทรษาตอบ หากไม่ได้ล่วงรู้ว่ามีนักเตะสองคนเดินตามทั้งคู่ออกไปติดๆ

เจ้าของร้านศาลาขนมหวานตั้งใจจะกล่าวแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาว ซึ่งคาดว่าไม่นานนักทั้งคู่คงจะเดินออกมาบริเวณนี้ หากแต่คนที่เดินตรงมาหาเธอนั้นกลับเป็นคุณแม่ของเจ้าสาว

“วุ้นอย่าเพิ่งกลับนะ ป้าจัดอาหารไว้ให้ด้านใน เดี๋ยวให้แม่บ้านนำทางไปนะจ๊ะ” ไพลินบอกด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม พลางมองหาอีกสองสาว “อ้าว... อีกสองคนไปไหนแล้ว”

“เพิ่งกลับไปเมื่อกี้นี้ค่ะ วุ้นเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วก็เลยให้กลับก่อน”

“ว้า... เสียดายจัง แต่ไม่เป็นไร งั้นวุ้นไปกินข้าวหน่อยเถอะ มีแต่ของอร่อยทั้งนั้นเลย” ไพลินบอกพลางเอื้อมมือไปรั้งข้อศอกของหญิงสาวให้เดินออกมาจากบริเวณซุ้มอาหาร

ทั้งคู่เดินเรื่อยมาจนถึงด้านหน้าเรือนไทยหลังเล็กตรงกันข้ามเป็นศาลาริมน้ำ ซึ่งมีแม่บ้านอุ้มเด็กน้อยเดินวนไปวนมาอยู่ไม่ไกล

“เอ่อ... ไม่เป็นไรค่ะ วุ้นยังไม่หิว”

“ไม่หิวได้ยังไง นี่มันเลยเวลามื้อเย็นมาตั้งนานแล้ว ไปกินหน่อยเถอะนะ แล้วค่อยกลับบ้าน” ไพลินบอกแล้วหันไปเรียกแม่บ้าน “มา... เราน่ะมานำทางคุณวุ้นไปกินข้าวที”

แม่บ้านเดินมาคล้องแขนเรียวของภัทรษา อีกมือหนึ่งอุ้มหนูน้อยโจเซลีน ซึ่งตอนนี้ดูอารมณ็ดี แถมยังส่งยิ้มหวานให้อีกด้วย

ภัทรษายิ้มตอบพลางเกิดความอยากรู้บางเรื่องขึ้นมา “หนูน้อยคนนี้เป็นลูกสาวของใครจ๊ะ”

“น้องลินนี่เป็นลูกของคุณนิก้ากับคุณทิมค่ะ” แม่บ้านตอบแล้วต้องหัวเราะ เมื่อโจเซลีนเอนตัวไปเตะแก้มของภัทรษา 

“น้องลินนี่ชอบคนสวยค่ะ เวลาคุณนิก้าแต่งตัวสวยๆ จะไม่ยอมออกห่างเลย”

เมื่อเดินมาถึงโต๊ะที่จัดเตรียมอาหารเอาไว้ ซึ่งมีทีมเวดดิ้งแพลนเนอร์นั่งรับประทานอยู่ก่อนแล้วซึ่งพวกเขากำลังทยอยเดินออกจากโต๊ะอาหาร

“นั่งเลยค่ะคุณวุ้น” 

ภัทรษาทรุดตัวนั่งลงอย่างเก้ๆ กังๆ เพราะทั้งโต๊ะมีเพียงตนนั่งอยู่คนเดียว ขณะที่อาหารนั้นวางเรียงจนเต็มโต๊ะ “มากินด้วยกันสิจ๊ะ ให้พี่นั่งคนเดียวแบบนี้มีหวังกินไม่อร่อยแน่เลย”

“งั้นเดี๋ยวหนูไปเรียกพี่แป้นมาร่วมวงด้วยนะคะ” แม่บ้านบอกแล้วตะโกนเรียกแม่บ้านรุ่นพี่ ซึ่งมีหน้าที่หลักเป็นแม่ครัวให้ออกมานั่งรับประทานอาหารด้วยกัน

ไม่นานนักแม่ครัวก็เดินตัวงอ หน้าซีดออกมา แม่บ้านคนดังกล่าวจึงไถ่ถามด้วยความเป็นห่วง “พี่แป้น เป็นอะไร ทำไมถึงได้เดินตัวงอเป็นกุ้งแบบนั้น”

แม่ครัววัยสามสิบต้นเดินมาทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตัวถัดจากภัทรษา ใช้สองมือกุมหน้าท้อง ตอบด้วยใบหน้าเหยเก “ไม่รู้เหมือนกัน จู่ๆ ก็ปวดท้องเหมือนมีคนมาบิดไส้ ตอนแรกคิดว่าปวดท้องหนักแต่ไปนั่งเสียนานก็ไม่หายสักที”

“ประจำเดือนมารึเปล่าพี่แป้น” แม่ครัวถามพลางเอื้อมไปหยิบกระดาษทิชชูมาซับเหงื่อให้เพื่อนร่วมงาน

“ไม่ๆ สงสัยจะกินอะไรผิดสำแดงเข้าไป โอ๊ย... ปวดท้อง” แม่ครัวร้องหนักขึ้น แต่ก็ยังละล่ำละลักขอโทษเจ้าของร้านขนมหวานคนสวย

“ขอโทษด้วยที่นั่งกินเป็นเพื่อนไม่ไหว พี่เพิ่งโทร.ให้แฟนมารอรับค่ะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ รีบกลับไปพักก่อนดีกว่า” ภัทรษาบอกพลางยื่นมือทั้งสองข้างออกมารับตัวหนูน้อยมาอุ้มเอาไว้ “เราก็พยุงพี่แป้นไปส่งเถอะ เดี๋ยวพี่ดูแลลินนี่ให้”

“งั้นฝากคุณหนูก่อนนะคะ ขอไปส่งพี่แป้นแป๊บเดียว”

ภัทรษามองตามร่างของทั้งคู่ที่เดินออกไปจนลับตา ก่อนจะก้มลงมองเด็กน้อยที่นั่งอยู่บนตัก ดวงตากลมโตบวกกับแก้มยุ้ย ช่างน่ารักเหลือเกิน ยังไม่นับรวมมือเล็กๆ ป้อมๆ ที่ยกขึ้นจับคางของเธอ 

ใครบ้างไม่อยากมีลูกสาวหน้าตาน่ารักน่าชังแบบนี้ เหมือนตุ๊กตามีชีวิต เสียงเล็กๆ พูดได้เป็นคำยิ่งทำให้เหมือนตุ๊กตามากขึ้น

“อุ้มๆ เที่ยวๆ” ไม่พูดเปล่าแต่ชี้มือไปยังบ้านเรือนไทยหลังเล็กที่เคยเล่นสนุกกับคุณพ่อทูนหัวมาตลอดช่วงสองวันนี้

“โอ๊ย... น่ารักเหลือเกิน ใส่ถ่านกี่ก้อนจ๊ะ ถึงได้แป๋วแหววแบบนี้”

ภัทรษาชันตัวลุกขึ้น เดินไปตามการชี้นำของเด็กน้อยอย่างไม่เกี่ยงงอน เวลาเด็กอยากไปที่ไหนก็มักจะเอนตัวไปข้างหน้าจนต้องรีบตามใจ ซึ่งเธอไม่มีทางรู้เลยว่าเทอร์เรซหน้าเรือนไทยหลังเล็กนั่นคือบ้านพักชั่วคราวของรามอส รูบิโอ

“โอ้โห... ของลินนี่ทั้งหมดเลยใช่ไหม เยอะมาก...” หญิงสาวทำตาโต มองหน้าหนูน้อยสลับกับของเล่นมากมายที่กองอยู่บนพื้นเทอร์เรซ

เมื่อเท้าของโจเซลีนแตะพื้น ก็เอื้อมมือไปดึงกางเกงของพี่คนสวย “นั่ง เล่นกัน”

พอภัทรษาทำตามอย่างว่าง่าย โจเซลีนก็ยิ้มกริ่มเป็นฝ่ายเอนตัวมาหอมแก้มภัทรษา ท่าทางดังกล่าวทำให้คนเอ็นดูเด็กหัวใจอ่อนยวบ 

“โอ๊ย... ทำไมหนูน่ารักอย่างนี้ น้าขอหอมแก้มได้ไหม” เหมือนจะไม่เข้าใจคำพูดเป็นประโยคยาวๆ เลยพูดซ้ำอีกครั้ง

“ขอหอมแก้มที หอม... จุ๊บ”

จบคำขอเด็กน้อยก็เป็นฝ่ายเอียงแก้มมาใกล้ให้ภัทรษาหอมแล้วยังยื่นมือนุ่มทั้งสองข้างมาจับใบหน้าเอาไว้ ก้มลงมาหอมแก้มพี่คนสวยอีก

คราวนี้อยากเล่นสนุกแค่ไหน ภัทรษาก็ตามใจทุกอย่าง “เล่นอะไรดีนะ...”

ด้วยความที่อายุเพิ่งจะหนึ่งขวบครึ่ง แต่ของเล่นตรงหน้าก็ออกจะเกินวัยไปหน่อย เพราะมีทั้งชุดครัวทำอาหาร ผักผลไม้ปลอม ภัทรษาจึงต้องเป็นคนชักชวนให้เล่นเสียเอง

“ลินนี่หิวยังคะ สั่งพิซซ่าดีไหมคะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น