พันธะหัวใจเถื่อน (นิยายพร้อมส่งค่ะ)

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 1 ชีวิตอันราบเรียบของเมียลับ 25%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,574
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    13 มิ.ย. 61


ฤดูหนาวในแอลเมเรียนั้นช่างโหดร้ายสำหรับคนที่เกิดและเติบโตมาในประเทศที่มีภูมิอากาศร้อนชื้นนัก แม้อัญชวิกาจะเคยคิดว่าตนเองนั้นชอบอากาศหนาวเย็น ในชีวิตนี้อยากมีโอกาสได้นอนเกลือกกลิ้งกับหิมะอันขาวโพลน แต่พอได้มาใช้ชีวิตอยู่ในแอลเมเรียซึ่งในหนึ่งปีจะมีฤดูหนาวอันยาวนานถึงหกเดือน ความคิดจึงเริ่มเปลี่ยนไปจากเดิม

“ลาเต้ได้แล้วค่ะ” บาริสต้าสาวซึ่งทำงานอยู่ในคอฟฟี่ชอปมาตั้งแต่เริ่มเปิดได้ไม่นาน วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะแล้วเดินกลับไปทำหน้าที่ของตน

อัญชวิกายิ้มรับ หากแต่ไม่ได้ตอบโต้ว่าอย่างไรเพราะเสียงเจื้อยแจ้วที่ดังผ่านสายโทรศัพท์มาจากเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กนี้ กำลังทำให้เธอใช้ความคิดในการโต้ตอบ

“ทำไมไปหาไม่ได้ล่ะคะ ทั้งๆ ที่เป็นวันเกิดของปู่” พีด้าตั้งคำถามนี้มาไม่ต่ำกว่าห้ารอบ แต่กลับได้คำตอบแบบเลี่ยงๆ ไม่สมเหตุสมผลในความคิดของเด็กวัยสิบขวบเอาเสียเลย “หนูไม่เคยได้คำตอบจริงๆ จากใคร เลยโทร.มาหาน้าเอ๋ย”

“แล้วพีด้ารู้ได้ยังไงว่านั่นเป็นคำตอบที่ไม่จริง” อัญชวิกาถามหลานสาวบ้าง

“แม่บอกว่าคุณปู่ไม่ว่าง ส่วนพ่อก็เสริมว่าคงงานยุ่ง คุณยายรีบพูดขึ้นมาว่าปีหน้าค่อยไปหา หนูเลยไม่ถามต่อเพราะทุกคนคงลืมไปว่าปู่ไม่สบายต้องพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมาตั้งแต่ที่จากกันคราวนั้น แล้วจู่ๆ จะมางานยุ่งได้ไงคะ แล้วยังไม่เคยพาหนูไปเยี่ยมปู่ที่โรงพยาบาลด้วย” พีด้าตอบด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย แล้วตั้งคำถามกับคนเป็นน้า ซึ่งช่วงหลังๆ มานี้ กลายเป็นที่ปรึกษาให้หลายเรื่อง “หนูไม่เข้าใจ ทำไมไปหาปู่ไม่ได้”

หากพีด้าถามว่า... ทำไมทุกคนต้องโกหก?

อัญชวิกาจะไม่ต้องคิดหาคำตอบให้ยากเย็นเลย แต่เด็กแก่แดดที่มีความเฉลียวฉลาด มีคำตอบในใจแล้วว่าทุกคนในครอบครัวกำลังปิดบังความจริงเกี่ยวกับคุณปู่ แล้วถ้าหากเธอยังยืนกรานว่าทุกคนไม่ได้โกหก จะเป็นการเพิ่มแรงต่อต้านให้พีด้าเกิดความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจในตัวเธอ

“ความจริงแล้วน้าเอ๋ยก็ไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงตอบแบบนั้น บางทีอาจเป็นเพราะไม่อยากเอาเรื่องหนักสมองของผู้ใหญ่มาเล่าให้ฟัง เพราะเป็นห่วงว่าพีด้าจะไม่สบายใจก็เป็นได้”

“ปู่อาการหนักขนาดนั้นเลยเหรอคะ น้าเอ๋ย”

อัญชวิกาจับน้ำเสียงที่สลดลงได้อย่าชัดเจน เข้าใจในทันทีว่าหลานสาวตีความหมายในแง่ร้ายแรง จึงรีบแก้ไขให้เข้าใจเสียใหม่ “ก็อย่างที่พีด้ารู้ว่าคุณปู่ไม่สบายมาก แต่ก็อยู่ในความดูแลของหมออย่างใกล้ชิด เมื่อสามวันก่อนน้าเอ๋ยยังไปเยี่ยมอยู่เลย ยืนยันกับพีด้าว่าคุณปู่ยังสบายดี”

“แล้วทำไมน้าไม่ถ่ายรูปส่งมาให้หนูดูหน่อยล่ะคะ”

“ตายจริง! น้าก็ไม่รู้ว่าหนูอยากเห็นรูป” อัญชวิการีบตอบ แสร้งทำเป็นตกใจ

“ไหงเป็นงั้นคะ หนูคิดถึงปู่จะแย่”

“พีด้า... น้าถามแล้วหนูตอบตรงๆ ได้ไหม”

“ค่ะ” สาวน้อยรับคำอย่างขันแข็ง

“หนูมีอะไรในใจรึเปล่า ที่น้าถามเพราะรู้ดีว่าปกติแล้วคำตอบพวกนี้ก็เป็นสิ่งที่หนูได้ยินมาตลอดนี่จ๊ะ แล้วทำไมจู่ๆ ถึงได้เหมารวมว่าทุกคนกำลังโกหก”

ไม่ว่าสิ่งรอบตัวที่ได้เรียนรู้มาจะจริงเท็จ ดีร้ายสักแค่ไหน หากเรื่องนั้นไม่มีผลกระทบในการดำเนินชีวิตต่อเราแล้วย่อมสามารถมองผ่าน วางเฉยกับเรื่องเหล่านั้นได้ หากแรงกระตุ้นบางอย่างที่เกิดขึ้นและส่งผลกระทบโดยตรงกับตัวเราจะเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ไม่อาจวางเฉยกับเรื่องนั้นได้อีก

แน่นอนว่าการพูดคุยกับพีด้านั้น อัญชวิการู้สึกได้ถึงแรงกดดันดังกล่าวจึงตะล่อมถามอย่างใจเย็น

“ในชั่วโมงศิลปะคราวที่แล้วคุณครูให้วาดภาพครอบครัวแล้วบรรยายสั้นๆ หนูก็วาดภาพครอบครัวครั้งสุดท้ายที่เราอยู่ด้วยกันแล้วก็บรรยายว่า... หนูนั่งอยู่บนตักของพ่อ แม่ยืนข้างข้างคุณย่า แล้วคุณปู่ก็บอกว่าให้หนูคุยไปเรื่อยๆ อย่าหันมามองคุณปู่ตอนที่ถูกเข็นออกไปรักษาตัวอีกโรงพยาบาลหนึ่ง คุณปู่อยากจำภาพนี้ไปนานๆ”

พีด้าบอกเล่าตามความต้องการของคนเป็นปู่ ซึ่งในตอนนั้นจำได้ว่าเมื่อหันกลับมาอีกครั้งก็ไม่เห็นร่างของปู่แล้ว

“แล้วยังไงต่อจ๊ะ”

“ที่ผ่านมาหนูคิดว่าปู่อยู่โรงพยาบาล แต่เพื่อนว่าปู่ทำผิดกฎหมาย ถูกจับขังคุกในแอลเมเรีย”

อัญชวิกาลอบถอนหายใจ เพราะเรื่องที่เธอและพ่อแม่ของพีด้ากังวลใจว่าจะเกิดขึ้นในสักวัน บัดนี้ได้เกิดขึ้นแล้ว “แล้วหนูตอบเพื่อนว่ายังไง”

พีด้าส่ายหน้าดิก ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “ไม่ได้ตอบค่ะ ความจริงแล้วพวกเขาคุยกันในห้องน้ำ ไม่มีใครรู้ว่าหนูอยู่ในห้องน้ำอยู่ก่อนแล้ว”

“แล้วหนูเชื่อที่เพื่อนพูดรึเปล่า พีด้า”

“หนูจำได้ว่าปู่ใจดี พูดเพราะมาก แต่หนูก็เคยเจอปู่แค่ครั้งเดียว หนูแค่อยากเห็นหน้าปู่อีกครั้ง หนูกลัวว่าปู่จะเป็นอย่างที่เพื่อนพูดจริงๆ คนร้าย ทำเรื่องไม่ดีจะถูกจับเข้าคุกใช่ไหมคะน้าเอ๋ย” ท้ายประโยคถามคนเป็นน้าอย่างกังวลใจ

“พีด้า... ฟังน้านะจ๊ะ ตอนนี้หนูกำลังสับสนเพราะไม่รู้ว่าปู่เป็นคนดีหรือคนไม่ดี ถูกไหม”

“ค่ะ”


เมื่อได้ยินเสียงสาวน้อยกระอ้อมกระแอ้มรับคำ อัญชวิกาจึงเริ่มอธิบาย “ที่หนูได้ยินพ่อ แม่หรือคุณยายตอบเลี่ยงๆ แบบนั้นเป็นเพราะว่าที่จริงแล้วทุกคนรู้ว่าหนูยังไม่โตพอที่จะเข้าใจเหตุผลอันซับซ้อนในแต่ละเรื่องที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าโกหก แต่เรียกว่ายังไม่ถึงเวลาที่หนูควรรับรู้”

ปลายสายเงียบไปพักหนึ่ง อัญชวิกาจึงคิดหาตัวอย่างใกล้ตัวเพื่อเปรียบเทียบให้หลานสาวได้เข้าใจ

“ก็เหมือนเมื่อก่อนที่หนูอยู่กับแม่สองคน แม่เลี้ยงดูหนูคนเดียว คนอื่นมาเห็นก็อาจจะมองว่าพ่อไม่เอาไหน เป็นคนไม่มีความรับผิดชอบ นั่นก็เป็นมุมมองของคนอื่นซึ่งหนูไม่จำเป็นต้องไปใส่ใจ เพราะคนอื่นไม่ได้เข้าใจ รับรู้ในเหตุผลเหมือนอย่างที่หนูเข้าใจว่าเมื่อก่อนนี้พ่อกับแม่มีเรื่องเข้าใจผิดกันจนไม่ได้อยู่ด้วยกันพักใหญ่ แต่ท้ายที่สุดแล้วพ่อกับแม่ก็ปรับความเข้าใจกันได้ แล้วก็กลับมาอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขจนตอนนี้หนูมีน้องเพิ่มมาอีกคน ไม่เห็นจำเป็นต้องไปอธิบายให้เพื่อนของหนู หรือใครต่อใครรับรู้นี่จ๊ะ”

“อืม... ก็จริงอย่างที่น้าเอ๋ยว่า”

อัญชวิกาอมยิ้มเมื่อรู้ว่าหลานสาวเริ่มโอนอ่อนต่อคำพูดของตน “บางทีการตัดสินว่าใครดี หรือไม่ดี มันก็เป็นแค่ระยะเวลาหนึ่งเท่านั้น ถ้าสมมุติว่าน้าเอ๋ยถูกจับ แล้วพอตอนหลังถูกปล่อยตัวออกมา พีด้าจะตัดสินว่าน้าเอ๋ยเป็นคนไม่ดีเลยรึเปล่า”

“ไม่นะคะ แม่เคยบอกว่าเมื่อก่อนพ่อทำให้แม่เสียใจ แต่พอตอนหลังพ่อทำตัวดีมาก แม่ก็ยกโทษให้”

“นั่นแหละคือเรื่องที่น้าอยากให้หนูเข้าใจ ยังไงเสีย ปู่ก็ยังเป็นญาติผู้ใหญ่ที่พีด้าต้องรัก เคารพ กตัญญู อย่าไปสนใจคำพูดคนอื่น อีกอย่าง น้าเอ๋ยยืนยันด้วยตัวเองได้ว่าปู่สบายดี และยังบอกว่าคิดถึงพีด้ากับชาน่ามากๆ”

“เสียดายที่หนูไม่ได้อยู่แอลเมเรีย คงได้ไปเยี่ยมปู่แล้วก็เอารูปที่หนูวาดไปอวดปู่ด้วย”

“ก็ส่งมาสิจ๊ะ เดี๋ยวน้าเอ๋ยจะเอาไปให้ปู่เอง”

----------------------

ฮัลโหลลลล

จำพีด้าได้ไหมค้า คิดถึงคนสวยเจ้าปัญหาไหม วันนี้โทร. มาหาน้าเอ๋ยก็เพราะเชเชนเอาแต่ตอบเลี่ยงๆ ส่วนแม่ก็มัวแต่อยากลดความอ้วน เป็นตุ้ยนุ้ยก็ดีแล้ว จะอยากลดความอ้วนให้พ่อหลงหนักเข้าไปอีกทำไมเนาะ

วันนี้มีปัญหามาปรึกษาน้าเอ๋ยเรื่องปู่ หนูคิดถึงปู่ อยากเห็นหน้า แต่ได้ยินว่ามีคนมาตามตื๊อน้าเอ๋ย พูดห้วนๆ ด้วย เดี๋ยวๆ อย่าให้หนูได้เจอหน้า จะจัดให้หงายท้องไปเลย

ฮ่าๆๆๆๆ พีด้าร่ายยาวไปไหมลูกกก

แต่ตอนหน้าห้ามพลาดนะคะ เพราะน้องเอ๋ยจะต้องเจอหน้าเลเรฟอีกแน่นวล


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

57 ความคิดเห็น

  1. #7 Moo_Siriwan (@siriwan17) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 10:36

    พีด้า เชเชน คิดถึงพ่อลูกคู่นี้

    #7
    1
  2. #6 pnhoi (@pnhoi) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 06:00

    พีด้า..ยังน่ารักเสมอhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-01.png

    #6
    1
    • 17 มิถุนายน 2561 / 19:25
      พีด้าเด็กเจ้าปัญหา คำถามเยอะ แบะยังชอบแกล้งตุ้ยนุ้ย เอาใจพ่อเหมือนเดิม
      #6-1