พันธะหัวใจเถื่อน (นิยายพร้อมส่งค่ะ)

ตอนที่ 45 : ตอนที่ 12 ต่างคนต่างที่มา 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 888
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    10 ก.ย. 61


“เห็นมะ มันแสบน้อยที่ไหน” ลาโคลอฟพูดแล้วมองหน้าทุกคนเหมือนขอเสียงสนับสนุน

แน่นอนว่ามีเพียงเชเชนนอฟคนเดียวที่แสดงตัวว่าเข้าข้างพี่ชายคนละแม่อย่างรวดเร็ว แล้วยังถือโอกาสอธิบายการใช้สรรพนามเรียกลูกชายให้ภรรยาของตนได้เข้าใจ “เห็นมะ พ่อที่ไหนก็เรียกลูกชายว่า มันทั้งนั้นแหละ ขืนโอ๋มากได้กลายเป็นลูกสาวพอดี”

“ต่อรองยังไง พ่อกับอิกเกอร์ก็เป็นพลเมืองชั้นสองของบ้านเหมือนเดิมนั่นแหละค่ะ”

“จ้ะ พีด้าว่ายังไงพ่อก็ว่าอย่างงั้น” ทาสลูกรับคำโดยไร้ซึ่งข้อโต้แย้ง

คำพูดของพีด้าว่าน่าขำแล้ว การยอมให้ลูกสาวของเชเชนนอฟยิ่งขบขันกว่า เพราะเวลาที่ลูกสาวและภรรยาพูดอะไรแล้ว เขาจะไม่เคยใจแข็งขัดต่อความต้องการของผู้หญิงสามคนในชีวิตได้เลยสักครั้งหนึ่ง

“แม่เห็นด้วยที่ว่าอิกเกอร์อยู่ชั้นสอง แต่คิดว่าเชเชนอยู่ชั้นสามนะ” นราวิกาเสริม แล้วทำให้ทุกคนหัวเราะกันหนักขึ้น เห็นด้วยกับคำพูดนั้นเป็นอย่างมาก

ยังเหลือเวลาร่วมชั่วโมงก่อนที่แม่บ้านจะตั้งโต๊ะอาหารมื้อค่ำ เชเชนนอฟจึงชวนภรรยาออกไปเดินชมสวนเพราะเป็นครั้งแรกในรอบสองเดือนหลังจากที่นราวิกาคลอดลูกชายแล้วจะได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันตามลำพัง

“แนซ... เมียจ๋า คืนนี้รักกันได้ไหม”

นราวิกาถลึงตาดุ รีบหันกลับไปมองด้วยกลัวว่าคนข้างหลังจะได้ยินคำพูดน่าอายที่หลุดออกจากปากสามี หากแต่ต้องโล่งอกเมื่อทั้งหมดเพ่งความสนใจไปที่ยูริล

“ไม่ได้ ฉันคลอดยังไม่ครบสามเดือนเลย”

“โธ่...” โอดครวญอย่างหนัก แล้วพอเดินพ้นออกมาจากประตูใหญ่ของคฤหาสน์ก็เข้าไปซ้อนอยู่ด้านหลังของภรรยา แล้วก้าวไปข้างหน้าอย่างพร้อมเพียงกัน


ชีวิตคู่ย่อมมีกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่ถ้าความรักที่มีให้กันยังเป็นเหตุผลหลักหล่อเลี้ยงหัวใจให้เต้นในจังหวะเดียวกัน พวกเขาก็จะก้าวไปข้างหน้า ฟันฝ่าได้ทุกอุปสรรคเช่นที่ผ่านมา

“สวยจังนะคะ น่าเสียดายที่ไม่ค่อยมีใครอยู่ มันเลยดูไม่ค่อยมีชีวิตชีวาเท่าไหร่” นราวิกาชื่นชมสวนหย่อมซึ่งตอนนี้เหลืออยู่เพียงพันธุ์ไม้ที่ชอบอากาศหนาว ถึงเช่นนั้น กิ่งไม้ที่ใบร่วงโรยหมดแล้วยังถูกตัดแต่งให้เข้ารูปดังเดิม

“ไหงจะอลวนเหมือนบ้านเราล่ะจ๊ะ แต่รู้ไหม ผมชอบที่สุด ตอนนี้อยากให้อลวนเพิ่มอีกเป็นอลหม่าน”

นราวิกาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ “แหม ตั้งแต่ใช้ภาษาไทยได้คล่องเนี่ย ชักเอาใหญ่แล้วนะ”

“ได้ครูดีไง” เชเชนนอฟหมายถึงน้องสาวภรรยา หากแต่วกกลับมาเร้าคนในอ้อมกอดอีกครั้ง “นะเมียจ๋า... คุณไม่คิดถึงผมบ้างหรือไงนะ”

คิดถึงใจจะขาดเลยละ แต่การเปลือยกายต่อหน้าคนรักก็อยากให้ทรวดทรงองค์เอวของตนนั้นดูดีกว่าที่เป็นอยู่นี้ เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้นราวิกายื้อเวลาออกไป ทว่าพอเหลือบสายตาไปอีกมุมหนึ่งของสวนหย่อมก็ได้เจออีกคู่รักที่ทำให้ยิ้มตามได้ทุกครั้งที่เห็นภาพของลาโคลอฟแบกภรรยาขึ้นหลัง เดินไปเรื่อยๆ จึงบุ้ยใบ้ปากชี้นำให้สามีได้เห็นอีกคนอีกคู่

“นู่น... ดูคู่นู้น ลูกปัดหุ่นดี สวยเช้งเหมือนเดิม ฉันก็อยากได้เอวของฉันคืนมาบ้าง”

“ไม่เอา เนื้อเยอะๆ กอดแล้วเต็มไม้เต็มมือแบบนี้ ผมรัก ผมชอบของผมแบบนี้นี่นา นะ... ตุ้ยนุ้ยนะ”

เรียกเธอแบบนี้ทีไรต้องหลุดหัวเราะออกมาทุกที คนตั้งก็เข้าใจสรรหาคำมาให้เหลือเกิน “ว่าแต่คุณครูของคุณเถอะ ทำอันเดรอกหักแล้วฉันยังไม่รู้เลยว่าผู้ชายห่ามๆ คนนั้นเป็นใคร”

ครั้งแรกที่ได้ยินว่าผู้ชายมาดเถื่อนทำให้อันเดรเฮิร์ตหนัก ภรรยาก็เป็นห่วง ร้อนรนใจด้วยกลัวว่าน้องสาวซึ่งใช้ชีวิตอยู่คนเดียวจะเป็นหนทางให้พวกมีเจตนาแอบแฝงเข้ามาตีสนิทด้วย เพียงเท่านั้น ทาสเมียก็รีบต่อสายถึงลาโคลอฟ พอได้รู้ประวัติความเป็นมาของหนุ่มมาดเถื่อนที่ว่า ถึงได้วางใจ ถอยออกมาดูห่างๆ

หากแต่ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไรกับภรรยา เพราะคิดว่าปล่อยให้พี่น้องได้พูดคุยกันจะเป็นเรื่องที่เหมาะกว่า

“คืนนี้ก็ถามน้องเอ๋ยเลยสิ จะได้ไม่ต้องคาใจ”

“ค่ะ แต่ต้องทำให้น้องเอ๋ยยอมค้างที่นี่ก่อน”

“จิ๊บจ๊อย สั่งพีด้าคำเดียว ลูกสาวผมฉลาดอยู่แล้ว คิดหาทางกล่อมน้องเอ๋ยได้แน่นอน” ก็ยังเป็นทาสลูกที่มีความภูมิใจในตัวลูกสาวอยู่ตลอดเวลา

“ปัญหาคุณ ผมจัดการให้ได้ทุกอย่าง ทีปัญหาผมคุณเลี่ยงตลอดเลยนะ”

โถ... มีเมียคนไหนบ้าง ไม่ภูมิใจ ไม่ปลื้มใจที่สามีอยากรัก อยากชมเชยตนเอง

แต่ถ้ายอมง่ายๆ เดี๋ยวจะคุมไม่อยู่ เลยต้องมีชั้นเชิงบ้าง “อีกห้าหกวันถึงจะครบสามเดือนนะคะ”

“ทูนหัว รับรองว่าผมจะนุ่มนวล ไม่ผลีผลามเด็ดขาด”

นราวิกาอมยิ้ม ซึ่งคนที่กอดรัดเธอซ้อนอยู่ด้านหลังไม่มีทางได้เห็นเด็ดขาดว่าเป็นยิ้มที่เจ้าเล่ห์สักแค่ไหน “เฮ้อ... ฉันว่าการมีลูกหลายคนน่าจะทำให้ร่างกายฉันอ่อนเพลียง่าย ดูสิ เดินแป๊บเดียว เมื่อยขาแล้ว”

อ้อมกอดอันรัดรึงคลายแทบจะทันทีที่เธอพูดจบ เชเชนนอฟเดินแซงหน้าไปนั่งในท่าที่พร้อมให้เธอได้ปีนขึ้นมาอยู่ข้างหลัง

“มาๆ ขึ้นหลังผมเลย” เชเชนนอฟยังจับมือข้างหนึ่งของภรรยาไว้ แล้วรั้งให้เธอมากอดแผ่นหลังของตน

เมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง ทาสเมียก็ยืนขึ้นแล้วก้าวเดินอย่างมั่นคง ราวกับยืนยันให้เธอได้มั่นใจว่าต่อให้รูปร่างเปลี่ยนไปจากเดิมมากมายสักแค่ไหน ความรัก ความปรารถนาที่มีให้ก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

“ที่รัก...” นราวิกากระซิบชิดใบหูสะอาด หลังจากที่สามีพาเดินไปได้ครู่หนึ่ง

“หืม...”

“หนักไหมคะ”

“คุณไม่หนักสองร้อยปอนด์นะตุ้ยนุ้ย แล้วที่ผมเรียกก็เป็นความรู้สึกพิเศษที่อยากใช้กับคุณคนเดียว ไม่ได้เรียกเพราะอยากล้อเลียน แต่เรียกเพราะรัก”

ที่ผ่านมานราวิกาเข้าใจในเจตนาถึงไม่เคยขุ่นข้องหมองใจกับชื่อเรียกนี้ แต่เมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูดออกมา ยิ่งทำให้เธอรักและภูมิใจในตัวสามีมากขึ้น

“ความจริงก็เป็นห่วง กลัวว่าคุณจะเหนื่อยเกินไปสำหรับรักของเรา คืนนี้”

“ฮู้...” ได้ยินแล้วถึงกับเป่าลมออกจากปาก เนื้อตัวกระปรี้กระเปร่า ปากคอแห้งผากอยากให้ถึงคืนนี้เร็วๆ

เขาครางออกมาแค่นั้น แล้วเริ่มโชว์พลังให้เห็นด้วยการวิ่งเหยาะๆ จนนราวิกาต้องหัวเราะร่วน ก้มลงไปขบใบหูพร้อมตวัดปลายลิ้นราวกับปลอบโยนบริเวณที่เพิ่งกัดไป

“ทำให้น้องเอ๋ยค้างที่นี่ แล้วคืนนี้ฉันจะเปลือยตัวคลานขึ้นไปรอคุณอยู่บนเตียงเลย”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

57 ความคิดเห็น