พันธะหัวใจเถื่อน (นิยายพร้อมส่งค่ะ)

ตอนที่ 33 : ตอนที่ 9 เราคงต้องเป็นแฟนกัน 30%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,172
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    15 ส.ค. 61


เมื่อได้กอดเธอแน่นจนรับรู้ว่าภายใต้ชุดนอนผ้ายืดตัวนิ่มนี้คือเนื้อตัวเปลือยเปล่าของเธอ ความรื่นรมย์ที่แสดงออกมาทางสีหน้าคือความลำพองใจอย่างสุดขีด รวมไปถึงแววตาหิวกระหายที่ทำให้เธอทั้งโกรธระคนเขินอายในคราวเดียวกัน

“น้องเอ๋ย...” เรียกเธอออกมาแล้วต้องชะงักงันกับความแหบพร่าในน้ำเสียง ด้วยก้มลงจ้องมองริมฝีปากอิ่มของคนที่อยู่ในอ้อมกอดไม่กะพริบตา ทั้งที่มีเรื่องร้อยแปดพันเก้าพูดคุยกับเธอ แต่ตอนนี้ วินาทีนี้ เขาอยาก...

“ถ้าเราจูบกันอีกที จะดีไหม”

ดูเหมือนว่าจะเป็นการถามความสมัครใจ แต่การกระทำกลับสวนทาง เพราะเขารัดร่างของเธอด้วยแขนทั้งสองข้างแล้วเลื่อนขึ้นจนเกิดไอร้อนฉ่าลามเลียเนื้อตัว ปลุกเร้าให้ร่างกายทรมานเพราะต่างฝ่ายต่างเสียดสีอยู่กับเนื้อตัวของคนที่เกิดความเสน่หา

เลเรฟอาจจะดูออกว่าหญิงสาวก็พึงใจในตนเองไม่น้อย แต่เขายังต้องเรียนรู้อีกเยอะว่า... เธอไม่ได้ง่ายดายเหมือนที่เขาบุกรุกเข้ามาในบ้าน

เพียงแค่เขาก้มลงมาใกล้ อัญชวิกาก็กะพริบตาถี่ๆ เพื่อมองเป้าหมายให้ถนัดตาขึ้น สองมือเลื่อนขึ้นประคองข้างแก้มคร้ามคม แน่ละว่าเธอต้องข่มใจกับความเพลิดเพลินของหนวดเส้นสั้นที่ครูดอยู่กับฝ่ามือ

ถึงจะเคยได้ยินความเชื่อที่ส่งต่อกันมา แต่พิสูจน์ความจริงไม่ได้ว่าผู้ชายคางแฝดมักมีนิสัย เจ้าชู้ กะล่อนเป็นที่สุด อัญชวิกาก็เชื่อไปแล้วสนิทใจ

เดี๋ยว... เดี๋ยวแม่จะกัดให้คางบุ๋มเข้าไปลึกกว่าเดิม นั่นไม่ได้เป็นแค่ความคิดเพราะเธอกัดปลายคางที่ก้มต่ำลงมาหาเข้าจริงๆ ไม่นานก็ได้ยินเสียงเจ้าตัวร้องอู้แถมสะบัดหน้าหนี เอาตัวรอดไปได้แบบใสๆ

“อู้ว... กัดเรอะ”

“หายหน้ามืดบ้างไหมล่ะ” ถามกลับแล้วเธอก็ได้คำตอบทันควัน

“ผมดันคึกจนฮึกเหิมกับความเจ็บแค่แสบๆ คันๆ” ตอบแล้วยังดันสะโพกตนเองเข้าหา ให้เธอได้มั่นใจว่าความฮึกเหิมที่คับกางเกงนั้นไม่ได้เป็นเรื่องลวงโลกสักนิด

ความจริงที่ทำให้เธออ้าปากค้าง มองผู้ชายตรงหน้าอย่างเหลืออด ที่ร้ายไปกว่านั้น เขายังยื่นหน้าเข้ามาใกล้ราวกับให้เธอได้เลือกกัดอย่างถนัดถนี่

“เนื้อตรงคางจะหนาหน่อย ถ้าอยากให้เจ็บต้องกัดจมูก แต่คุณแรงน้อย ผมแนะนำให้กัดปาก เอาให้จมเขี้ยวเลย รับรองเลือดแตก” บอกแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ หลับตาพริ้มรอคอยความเจ็บปวดที่ทำให้ขนอ่อนในกายลุกชัน เส้นประสาทตื่นตัวรับสัมผัสจากเธอ

หน็อย!... มันน่ากัดให้เลือดสาดอย่างที่อยากได้จริงเชียว

ทว่าที่ผ่านมาความโมโหโทโสที่เกิดจากเขา ทำให้อัญชวิกาได้เรียนรู้ว่าการตัดสินใจที่ใช้ความวู่วามเข้าร่วมมักจะผิดพลาดไปมากโข แล้วถ้าเธอทำอย่างที่เขายั่วยุ คงถูกเขาจูบอย่างย่ามใจก่อนที่จะได้กำราบเขากระมัง

“ปล่อย”

คนรับคำสั่งขมวดคิ้วแทบเป็นเส้นตรง ซึ่งเลเรฟไม่รู้ตัวหรอกว่าปั้นหน้าเหมือนเด็กถูกขัดใจ แล้วยังวอแวเธอต่อ

“กัดซี่...”

“อย่ามากะล่อน ตราบใดที่คุณยังเป็นแค่คนบุกรุก อย่าริอ่านมาลวนลามเจ้าของบ้าน” ตอบดุๆ ทั้งยังมองเขาตาขวาง


แน่ละว่าคนถูกมองสำนึกในความผิดของตน ก่อนจะคลายอ้อมกอดแล้วปล่อยให้เธอได้ยืนด้วยตัวเองอีกครั้ง

ความจริงก็คือเขานึกเป็นห่วงความปลอดภัยของผู้หญิงที่ต้องใช้ชีวิตเพียงลำพัง เลยเดินสำรวจรอบๆ บ้านจนได้พบช่องโหว่ที่อาจนำอันตรายมาให้เธอ แต่ถ้าจะยกเอาเหตุผลนั้นมาพูดตอนนี้ก็เหมือนการแก้ตัว

เลเรฟจึงเลือกที่จะนิ่งแล้วเดินไปหยิบขวดน้ำ รีโมตที่ตกอยู่บนพื้น ขณะที่เจ้าของบ้านก็ก้มลงเก็บผลไม้บางลูกที่หล่นออกมาจากถุงหิ้ว แล้ววางมันไว้บนโต๊ะเตี้ยหน้าโซฟา

อะไรวะ โกรธจนเดินหนีง่ายๆ แบบนี้เลย?

เลเรฟได้แต่คิดในใจ เมื่อจู่ๆ เจ้าของสัดส่วนน่าปรารถนาก็เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องหนึ่ง ซึ่งเดาได้ไม่ยากว่าคงเป็นห้องนอน แล้วพอเธอกลับออกมาอีกครั้งถึงได้เข้าใจว่าทิ้งเขาไว้ตรงนี้เพราะเธอเข้าไปสวมเสื้อคลุม

“คราวหลังผมจะกดกริ่งหน้าประตู”

“แล้วก่อนกดกริ่งสักครึ่งชั่วโมง คุณก็ควรโทร.บอกฉันด้วยว่าจะมาหา อย่างน้อยฉันก็จะได้แต่งตัวให้เหมาะกว่านี้”

เลเรฟส่ายหน้าดิก ไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไร แต่เขากลับล้วงมือเข้าไปหยิบแอปเปิลมาเช็ดกับเสื้อแล้วยื่นให้เธอ ทว่าคำตอบคำที่รับคือเธอส่ายหน้าดิก จนเขาต้องเบ้ปาก รู้สึกใจแป้วเป็นครั้งแรกกับความตั้งใจดีที่ถูกปฏิเสธ

“ไม่กินเหรอ”

“กิน แต่ก่อนกินมันต้องเอาไปล้างให้สะอาดเสียก่อน” ตอบแล้วเดินมาหยิบเอาถุงผลไม้บนโต๊ะเดินเข้าไปในครัว

บางครั้งอัญชวิกาก็ไม่รู้ว่าตนเองจะรับมือกับนิสัยดิบๆ ได้ดีแค่ไหน แต่ถ้าจะให้ปิดกั้นความรู้สึกดีงามที่เกิดขึ้นเพียงเพราะไม่กล้าที่จะรับมือกับเขา นั่นไม่ใช่วิสัยของเธออยู่แล้ว

แต่ดูเอาเถอะ!

ดอกไม้ไม่เคยมีให้ แต่ที่ได้คือเชอร์รี่กับแอปเปิลอีกแปดลูก เฮ้อ... ทำใจเถอะเอ๋ย ดอกไม้มันกินได้ซะที่ไหน

ในขณะที่คิดปลอบใจตัวเอง รอให้น้ำไหลลงมาท่วมผลไม้ ลมเย็นที่พัดเข้ามาก็ดึงความคิดของอัญชวิกาให้มองไปยังหน้าต่างที่ถูกเปิดทิ้งไว้ ภาพความทรงจำในตอนเช้าก็ไหลเวียนเข้ามาให้นึกตำหนิถึงความสะเพร่าของตนเอง

ความจริงแล้วจะโทษเขาคนเดียวคงไม่ถูกนัก ถ้าเธอไม่ลืมล็อกทั้งเหล็กดัดและหน้าต่าง เขาก็คงไม่บุกรุกเข้ามาแบบนี้

ถึงแอลเมเรียจะเป็นประเทศที่มีอัตราการเกิดอาชญากรรมต่ำ แต่ความหลงลืมเช่นนี้ทำให้ชีวิตตั้งอยู่บนความเลินเล่อเกินไป แล้วเลเรฟก็คงเดินสำรวจตรวจตราตามวิสัย ซึ่งการบุกรุกของเขาถือเป็นเรื่องเตือนไม่ให้สะเพร่าแบบนี้อีก

การที่เธอเหลือบสายตามองไปยังหน้าต่าง นั่นทำให้เลเรฟสามารถอ่านความคิดได้เป็นอย่างดี คงจะมีเพียงแค่นิสัยบุ่มบ่ามของเขาที่ต้องปรับให้ลดลง หากอยากมองภาพนี้ไปเรื่อยๆ หากแต่ติดที่เวลาซึ่งเขามีเวลาอยู่กับเธออีกหนึ่งชั่วโมง

...เพียงแค่แผ่นหลังของอัญชวิกาก็ตรึงสายตาเขาได้เนิ่นนาน ไม่ผิดหวังเลยกับภาพที่เธอเดินวนเวียนอยู่ในครัวแล้วเขาก็จะเดินเข้าไปช่วยเธออีกแรง

ลมหายใจของอัญชวิกาติดขัดเมื่อรับรู้ได้ถึงไออุ่นจากเรือนกายแกร่ง ซึ่งเดินเข้ามายืนซ้อนด้านหลัง คงเพราะเขาได้ช่วยเหลือเธอให้รอดพ้นจากอันตรายก็เป็นได้ ถึงสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจอย่างรวดเร็ว ความอุ่นใจก่อตัวขึ้นจนยอมยืนนิ่งๆ อยู่ในวงแขนของเขา

เลเรฟกดจูบหนักๆ ลงบนกลุ่มผมนุ่ม สูดเอาความหอม สดชื่นไว้เต็มปอด ก่อนจะขยับขาทั้งสองข้างให้กว้างออกเพื่อลดความสูงของตนเองจนได้เกยคางอยู่กับบ่าบอบบางของเธอ

ท่อนแขนแข็งแรงที่สอดมาช่วยเธอล้างผลไม้เรียกรอยยิ้มจากอัญชวิกาได้เป็นอย่างดี ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าความโมโหโกรธาเลือนหายไปจนสิ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้ เขาทำเธอโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง

“ไม่ต้องช่วยก็ได้ค่ะ”

เขาส่ายหน้าไปมาแล้วขยับเข้าใกล้เธออีกนิด “อยากอยู่ใกล้คุณ”

“ทำไมไม่พูดแต่แรกว่าฉันลืมล็อกหน้าต่าง”

“เพราะมันไม่ใช่เหตุผลที่ผมต้องบุกเข้ามา อีกอย่าง ถ้าพูดไปตอนนั้น ก็เหมือนแก้ตัวเปล่าๆ” เว้นระยะในคำพูด เมื่อเธอเอี้ยวเสี้ยวหน้าหันมายิ้มให้ “อย่าลืมล็อกอีกก็แล้วกัน”

***************

เขากอดกันแล้ววว

ตอนหน้าเขาจะทำมากกว่ากอดม้อยยยย

มาลุ้นกันนะ


ยังเปิดจองอยู่นะคะ ใครสนใจอยากหิ้วเลเรฟไปลูบไล้ ทำตามรายละเอียดในโปสเตอร์ที่แปะให้ได้เลยค่า



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

57 ความคิดเห็น

  1. #40 Kwanruen Navilai (@teetouch-tigger) (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 15:00
    จะมี e-book หรือเปล่าค่ะ
    #40
    1